A Woman We Love: กิ๊ก อรอาภา ตันทโอภาส

จากเด็กศิลปกรรมจุฬาฯ สู่รั้วปริญญาโทในเมืองมิลาน เพื่อจบมาทำงานด้านประชาสัมพันธ์ที่เธอตกหลุมรัก รู้จักชีวิตของสาวเซ็กซี่ปนขี้เล่น กิ๊ก - อรอาภา ตันทโอภาส ฟรีแลนซ์สาวชาวไทยแท้ แต่ให้เชื่อก็คงยาก (สุดท้ายก็เชื่อ) เธอเอ็นจอยได้กับทุกเรื่อง (ถ้าเป็นเรื่องแฮงก์เอ้าต์จะเอ็นจอยเป็นพิเศษ) ติดตามมุมมองต่อไลฟ์สไตล์ การทำงาน ความสุข ที่ขาดไม่ได้คือเรื่องหนุ่มๆ และความรัก ส่วนผู้หญิงอย่างเธอเปรียบตัวเองเป็นค็อกเทลเมนูใด ให้เดาแล้วไปอ่านเฉลยพร้อมกัน

 

เราเจอกับสาวเซ็กซี่คนนี้ในลุคชุดคลุมสีดำยาวสำหรับแต่งหน้า แว่นกันแดดสีฉูดฉาดเหมาะกับสภาพอากาศเขตชานเมืองที่ร้อนระอุ เธอกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง “สวัสดีค่ะ” พร้อมรอยยิ้ม ถือเป็นครั้งแรกที่เราเปิดบ้านต้อนรับหญิงสาวผู้เป็น A Woman We Love ของเรานับตั้งแต่ย้ายฐานทัพมาประจำการนอกเมือง หลังจากแต่งองค์ทรงเครื่องและถ่ายภาพแฟชั่นเสร็จสรรพ จึงมีโอกาสนั่งคุยกับเธอ เราเริ่มด้วยการไถ่ถามความเป็นมาของชีวิตเธอ ว่าเคยทำอะไรมาบ้าง “หลังจากเรียนจบ ป.โท ด้านพีอาร์จาก marangoni อิตาลี กิ๊กก็ทำงานในแวดวงพีอาร์มาตลอด ที่แรกคือ Central World ต่อด้วย Roger Dubuis แล้วก็ Emilio Pucci ที่ล่าสุดคือ Givenchy ส่วนตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ค่ะ” นอกจากบทบาทพีอาร์แล้วเราคงคุ้นเคยกับการไปเป็นแขกรับเชิญคนสนิทในรายการ THIS IS ME VATANIKA ถึงแม้ว่ารายการจะได้รับความนิยม แต่เธอก็ยังคงไลฟ์สไตล์เดิมที่เป็นตัวเองไว้เสมอ “จริงๆ ตอนนี้กิ๊กเริ่มหันมาออกกำลังกาย จ้างเทรนเนอร์ แต่ก็มีข้อตกลงว่าเราขอคงไลฟ์สไตล์ไว้เหมือนเดิมนะ เราไม่อยากเปลี่ยนชีวิตไปทั้งหมด เพราะเราเป็นคนเอ็นจอยไลฟ์ แค่ปรับๆ ให้เกิดความสมดุลย์ละกัน” 

 

 

 

เราหยิบคีย์เวิร์ด ‘เราเป็นคนเอ็นจอยไลฟ์’ ออกมาให้เธอช่วยอธิบายความเพิ่มเติม “ก็คือกิ๊กชอบเที่ยว ชอบเต้น ชอบดื่ม ชอบยุโรปมาก อย่าง ฝรั่งเศส อิตาลี เพราะเคยเรียนอิตาลีด้วย ถือว่าไปบ่อยพอๆ กัน ถ้าเป็นทะเลในประเทศก็ยกให้ สมุย ภูเก็ต กระบี่ เป็นคนชอบอาบแดด ชอบไปคลุกอยู่กับทราย” ไหนๆ เธอก็เกริ่นขึ้นมาแล้ว เราจึงเอ่ยปากถามถึง สถานที่แฮงก์เอ้าต์ที่โปรดปราน “จริงๆ บ้านเพื่อน (ที่ไม่ใช่ร้าน) ก็มีนะ ร้านอาหารบ้างบางครั้ง แต่ที่ไปสนุกเลยก็ beams, havana social, sway, dirty bar เป็นคนเต้นหนักกว่าดื่ม จริงๆ ไปเต้นได้ทุกโอกาสเลย ได้งาน ตกงาน มีแฟน แฟนทิ้ง ทะเลาะกับแฟนอะไรก็แล้วแต่ (หัวเราะ)” ถึงจะไม่ใช่คนดื่มหนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ดื่ม แล้วค็อกเทลแก้วประจำล่ะคือเมนูอะไร “ชอบลิ้นจี่มาตินี, สตรอวเบอร์รี ไดคิรี กิ๊กชอบความหวานของมัน ถ้าเป็นเครื่องดื่มนะ แต่ถ้าเป็นกาแฟเราไม่ใส่น้ำตาล อะไรที่หวานๆ แล้วเมาไม่รู้ตัวนี่ชอบ (หัวเราะ)แล้วสาวเอ็นจอยไลฟ์จัดการกับอาการแฮงก์ยามเช้ายังไงบ้าง “หลังจากไปดื่มมาแล้วก่อนนอนกิ๊กจะกินยาแก้ปวด 2 เม็ด จริงๆ มันเป็นวิธีที่ไม่ดีเลย แต่มันแอบดีสำหรับกิ๊ก แล้วตื่นมาก็กินน้ำเยอะๆ ซึ่งเพื่อนไม่มีใครทำตามเลย แถมโดนดุอีกด้วย” เธอเสริมต่อไปอีกว่า “คือสมมติว่าพรุ่งนี้มีงาน กิ๊กจะไม่เที่ยว จะเที่ยวเฉพาะสุดสัปดาห์ แบบถึงไหนถึงกัน แต่ถ้ามีงาน เราก็จะตัดไฟเลย เพราะถ้าออกไปมันไม่มีตรงกลางอยู่แล้ว ถึงแม้เราจะพาตัวเองกลับบ้านได้ก็เถอะ” ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการเอ็นจอยไลฟ์ที่แท้จริง

 

 

ด้วยความสงสัยและซุกซนส่วนตัวจึงก่อเกิดเป็นคำถามว่า แก๊งค์ผู้หญิงเขาคุยอะไรกันในวงเพื่อน “ส่วนใหญ่แล้วถ้าคุยกับเพื่อนเราชอบปรึกษาปัญหาชีวิตกัน เรื่องงาน เรื่องหนุ่มๆ อย่างตอนนี้มีข่าวอะไรเราก็อัพเดตกัน หรือถ้าสมมติพรุ่งนี้มีงานใหญ่ ก็จะโทรไปหาเพื่อน ขอกำลังใจกันหน่อย เพราะเพื่อนกลุ่มนี้ก็คือเพื่อนที่โตมาด้วยกันตั้งแต่อนุบาล” เราชวนเธอเปลี่ยนมาคุยเรื่องชีวิตที่บิดออกจากเรื่องดื่มกินกันบ้างว่า อะไรที่ทำให้เธอมีความสุขในชีวิต “หลังจากที่ลาออกจากงาน เรามีโอกาสไปสอนภาษาอังกฤษสามเณรที่โรงเรียนสงฆ์ (วัดธรรมมงคล) มันอาจจะขัดกับบุคลิกมากๆ (หัวเราะ) คือเริ่มมาจากเราพาเพื่อนไปถวายสังฆทาน แล้วก็ได้เห็นความเป็นอยู่ของโรงเรียนซึ่งขาดครูสอนภาษาอังกฤษอยู่พอดี” เธอเสริมต่อว่า “พอได้ไปสอน เราก็ได้เรียนรู้จากท่านด้วย เช่น การมีความสุขได้โดยที่ไม่ต้องมีสิ่งรอบข้างใดๆ ตอนที่สอนเสร็จแล้วท่านให้พร เราขนลุกมาก เพราะตัวเองก็ไม่ใช่คนถือศีลหรืออะไรแบบนั้น แต่วันนึงเราก็ได้มาทำหนาที่ตรงนี้ เราทำด้วยใจ ท่านรับด้วยใจ ซึ่งพอลงอินสตราแกมไปก็มีครูจิตอาสาตามมาสมทบก็ถือเป็นเรื่องที่ดี” นับเป็นความสุขอีกรูปแบบหนึ่งของเธอนอกเหนือไปจากการได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนหรือครอบครัว ส่วนชีวิตที่ปราศจากความทุกข์ (หรือทุกข์เพียงชั่วครู่) คงถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุด “ความทุกข์ของกิ๊กคือ เมื่อรู้ว่าทุกข์แล้วจะขจัดความทุกข์ยังไง เราไม่ชอบเก็บทุกข์ไว้กับตัว ก็มีบ้างที่เราตาต่อตา ฟันต่อฟัน แต่แทบทุกครั้งเราจะเปลี่ยนไปโฟกัสเรื่องอื่น อย่างช่วงที่ลาออกจากงานแล้วยังหางานใหม่ไม่ได้ ก็เหมือนจะทุกข์ แต่สุดท้ายแล้วก็มองเห็นข้อดีว่า เรามีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ต้องตื่นเช้าไปเจอรถติด ได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน เหมือนทุกเรื่องมันเปรียบเสมือนเหรียญที่มีสองด้านเสมอ”

 

 เสื้อผ้าจาก Vatanika 

 

จบเรื่องทุกข์แล้วเราจึงถามต่อไปถึงความพึงพอใจในร่างกายตนเอง “ชอบดวงตา คือมันไม่ใช่แค่การมองเห็น แต่สามารถสื่ออารมณ์ ความรู้สึกได้ด้วย แต่บางจะบอกว่าเราหน้าดุถ้าไม่ยิ้ม (หัวเราะ)” เมื่อทราบว่าเธอยังไม่มีคนข้างกาย เราถือโอกาสถามมุมมองเกี่ยวกับผู้ชายว่า อะไรคือ first impression ที่สำคัญที่สุด ซึ่งเธอก็โยงไปถึงสเปกที่ตรงใจ “จริงๆ ถ้ายังไม่เคยคุยกิ๊กชอบรอยยิ้ม เพราะดูมีเสน่ห์ เราชอบคนตลก คนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ แล้วก็จริงใจมาก่อนฐานะ” แล้วถ้าได้คุยกันแล้วผู้ชายแบบไหนที่เธอเป็นต้องขอกด stop ความสัมพันธ์ “ผู้ชายที่เอาแต่ได้ฝ่ายเดียว คือเราไม่ได้รู้สึกว่า ฉันให้คุณเท่านี้แล้วคุณต้องตอบแทนเท่ากัน แค่อยากให้คิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน การจะมาเห็นแก่ตัวมันไม่โอเค แบบนี้อาจจะต้องขอบาย” เรารู้ถึงผู้ชายที่มีเสน่ห์น่าเข้าหา และตรงกันข้ามแล้ว ส่วนสุภาพบุรุษในมุมมองของเธอจะเป็นแบบไหนลองให้เธอตอบ “loyalty ค่ะ ต้องเป็นคนมีความซื่อสัตย์ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ซึ่งคิดว่าสมัยนี้อาจจะหายากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีหลายๆ อย่างที่เข้าถึงกันง่ายขึ้น แตกต่างสมัยคุณปู่คุณย่าของกิ๊กที่โรแมนติก จริงใจ แล้วก็ชัดเจนมาก” เธอตอบมาอย่างไม่ลังเลใจ

 

เสื้อผ้าจาก Vatanika 

 

เราลองเปลี่ยนคุยเรื่องอนาคตกันสั้นๆ ว่าเธอมองภาพตัวเองใน 5-10 ปีข้างหน้าไว้อย่างไร “เมื่อก่อนเคยคิดว่าตัวเองอยากเป็นพีอาร์ไปตลอด แต่ตอนลาออกมาเรารู้สึกว่าอยากก้าวไปอีกขั้นโดยการเปิดบริษัทของตัวเอง แต่ก็ยังไม่ชัดเจนเลยอาจจะยังบอกได้ไม่หมด” เธอเสริมต่อไปว่า “แต่ก็เห็นตัวเองเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ สามารถเลี้ยงดูตัวเองและพ่อแม่ได้ เพราะเราเป็นคนมีความมุ่งมั่นและรับผิดชอบกับทุกอย่างที่ลงมือทำ ถ้ารับปากอะไรกับใครไว้แล้ว ไม่เคยไม่เกิดขึ้น” เธอปิดท้ายคำถามด้วย “เราเป็นคนเลือกงานมาก เพราะเราไม่ได้แยกระหว่างชีวิตกับการทำงาน ฉะนั้นงานต้องเท่ากับความสุข เพราะถ้าคุณรักกับสิ่งที่ทำ คุณจะไม่รู้สึกว่าคุณทำงานเลย คุณแม่ก็ยังเคยบ่น แต่เรารู้สึกว่านี่คือแพสชั่น” ก่อนที่เราจะให้เธอปิดท้ายบทสัมภาษณ์ของเล่มที่ว่าด้วย Drinking Issue โดยการเปรียบตัวเองเป็นค็อกเทลสักแก้ว “old fashion เราว่าเมนูนี้มันมีความซับซ้อนและสะท้อนว่าคนเรามีหลากหลายมุมมอง มีส่วนผสมที่แตกต่าง แต่ออกมาแล้วเข้มข้นกลมกล่อม เลยรู้สึกว่าเป็นตัวเรา”

 


 

เรื่อง PRAN

ภาพ SUWAT PANTONG

ผู้ช่วยช่างภาพ KITTIPOJ TANTRAKULSIRI

สไตล์ MISS CHERDCHAI

แต่งหน้า NATTANUN BUDDEE (IG: i_nhonn)

ทำผม PONKHANET SUWAN (IG: lyyhair)

สถานที่ MAYFLOWER (THAILAND)




A Woman We Love: กิ๊ก อรอาภา ตันทโอภาส

จากเด็กศิลปกรรมจุฬาฯ สู่รั้วปริญญาโทในเมืองมิลาน เพื่อจบมาทำงานด้านประชาสัมพันธ์ที่เธอตกหลุมรัก รู้จักชีวิตของสาวเซ็กซี่ปนขี้เล่น กิ๊ก - อรอาภา ตันทโอภาส ฟรีแลนซ์สาวชาวไทยแท้ แต่ให้เชื่อก็คงยาก (สุดท้ายก็เชื่อ) เธอเอ็นจอยได้กับทุกเรื่อง (ถ้าเป็นเรื่องแฮงก์เอ้าต์จะเอ็นจอยเป็นพิเศษ) ติดตามมุมมองต่อไลฟ์สไตล์ การทำงาน ความสุข ที่ขาดไม่ได้คือเรื่องหนุ่มๆ และความรัก ส่วนผู้หญิงอย่างเธอเปรียบตัวเองเป็นค็อกเทลเมนูใด ให้เดาแล้วไปอ่านเฉลยพร้อมกัน

 

เราเจอกับสาวเซ็กซี่คนนี้ในลุคชุดคลุมสีดำยาวสำหรับแต่งหน้า แว่นกันแดดสีฉูดฉาดเหมาะกับสภาพอากาศเขตชานเมืองที่ร้อนระอุ เธอกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง “สวัสดีค่ะ” พร้อมรอยยิ้ม ถือเป็นครั้งแรกที่เราเปิดบ้านต้อนรับหญิงสาวผู้เป็น A Woman We Love ของเรานับตั้งแต่ย้ายฐานทัพมาประจำการนอกเมือง หลังจากแต่งองค์ทรงเครื่องและถ่ายภาพแฟชั่นเสร็จสรรพ จึงมีโอกาสนั่งคุยกับเธอ เราเริ่มด้วยการไถ่ถามความเป็นมาของชีวิตเธอ ว่าเคยทำอะไรมาบ้าง “หลังจากเรียนจบ ป.โท ด้านพีอาร์จาก marangoni อิตาลี กิ๊กก็ทำงานในแวดวงพีอาร์มาตลอด ที่แรกคือ Central World ต่อด้วย Roger Dubuis แล้วก็ Emilio Pucci ที่ล่าสุดคือ Givenchy ส่วนตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ค่ะ” นอกจากบทบาทพีอาร์แล้วเราคงคุ้นเคยกับการไปเป็นแขกรับเชิญคนสนิทในรายการ THIS IS ME VATANIKA ถึงแม้ว่ารายการจะได้รับความนิยม แต่เธอก็ยังคงไลฟ์สไตล์เดิมที่เป็นตัวเองไว้เสมอ “จริงๆ ตอนนี้กิ๊กเริ่มหันมาออกกำลังกาย จ้างเทรนเนอร์ แต่ก็มีข้อตกลงว่าเราขอคงไลฟ์สไตล์ไว้เหมือนเดิมนะ เราไม่อยากเปลี่ยนชีวิตไปทั้งหมด เพราะเราเป็นคนเอ็นจอยไลฟ์ แค่ปรับๆ ให้เกิดความสมดุลย์ละกัน” 

 

 

 

เราหยิบคีย์เวิร์ด ‘เราเป็นคนเอ็นจอยไลฟ์’ ออกมาให้เธอช่วยอธิบายความเพิ่มเติม “ก็คือกิ๊กชอบเที่ยว ชอบเต้น ชอบดื่ม ชอบยุโรปมาก อย่าง ฝรั่งเศส อิตาลี เพราะเคยเรียนอิตาลีด้วย ถือว่าไปบ่อยพอๆ กัน ถ้าเป็นทะเลในประเทศก็ยกให้ สมุย ภูเก็ต กระบี่ เป็นคนชอบอาบแดด ชอบไปคลุกอยู่กับทราย” ไหนๆ เธอก็เกริ่นขึ้นมาแล้ว เราจึงเอ่ยปากถามถึง สถานที่แฮงก์เอ้าต์ที่โปรดปราน “จริงๆ บ้านเพื่อน (ที่ไม่ใช่ร้าน) ก็มีนะ ร้านอาหารบ้างบางครั้ง แต่ที่ไปสนุกเลยก็ beams, havana social, sway, dirty bar เป็นคนเต้นหนักกว่าดื่ม จริงๆ ไปเต้นได้ทุกโอกาสเลย ได้งาน ตกงาน มีแฟน แฟนทิ้ง ทะเลาะกับแฟนอะไรก็แล้วแต่ (หัวเราะ)” ถึงจะไม่ใช่คนดื่มหนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ดื่ม แล้วค็อกเทลแก้วประจำล่ะคือเมนูอะไร “ชอบลิ้นจี่มาตินี, สตรอวเบอร์รี ไดคิรี กิ๊กชอบความหวานของมัน ถ้าเป็นเครื่องดื่มนะ แต่ถ้าเป็นกาแฟเราไม่ใส่น้ำตาล อะไรที่หวานๆ แล้วเมาไม่รู้ตัวนี่ชอบ (หัวเราะ)แล้วสาวเอ็นจอยไลฟ์จัดการกับอาการแฮงก์ยามเช้ายังไงบ้าง “หลังจากไปดื่มมาแล้วก่อนนอนกิ๊กจะกินยาแก้ปวด 2 เม็ด จริงๆ มันเป็นวิธีที่ไม่ดีเลย แต่มันแอบดีสำหรับกิ๊ก แล้วตื่นมาก็กินน้ำเยอะๆ ซึ่งเพื่อนไม่มีใครทำตามเลย แถมโดนดุอีกด้วย” เธอเสริมต่อไปอีกว่า “คือสมมติว่าพรุ่งนี้มีงาน กิ๊กจะไม่เที่ยว จะเที่ยวเฉพาะสุดสัปดาห์ แบบถึงไหนถึงกัน แต่ถ้ามีงาน เราก็จะตัดไฟเลย เพราะถ้าออกไปมันไม่มีตรงกลางอยู่แล้ว ถึงแม้เราจะพาตัวเองกลับบ้านได้ก็เถอะ” ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการเอ็นจอยไลฟ์ที่แท้จริง

 

 

ด้วยความสงสัยและซุกซนส่วนตัวจึงก่อเกิดเป็นคำถามว่า แก๊งค์ผู้หญิงเขาคุยอะไรกันในวงเพื่อน “ส่วนใหญ่แล้วถ้าคุยกับเพื่อนเราชอบปรึกษาปัญหาชีวิตกัน เรื่องงาน เรื่องหนุ่มๆ อย่างตอนนี้มีข่าวอะไรเราก็อัพเดตกัน หรือถ้าสมมติพรุ่งนี้มีงานใหญ่ ก็จะโทรไปหาเพื่อน ขอกำลังใจกันหน่อย เพราะเพื่อนกลุ่มนี้ก็คือเพื่อนที่โตมาด้วยกันตั้งแต่อนุบาล” เราชวนเธอเปลี่ยนมาคุยเรื่องชีวิตที่บิดออกจากเรื่องดื่มกินกันบ้างว่า อะไรที่ทำให้เธอมีความสุขในชีวิต “หลังจากที่ลาออกจากงาน เรามีโอกาสไปสอนภาษาอังกฤษสามเณรที่โรงเรียนสงฆ์ (วัดธรรมมงคล) มันอาจจะขัดกับบุคลิกมากๆ (หัวเราะ) คือเริ่มมาจากเราพาเพื่อนไปถวายสังฆทาน แล้วก็ได้เห็นความเป็นอยู่ของโรงเรียนซึ่งขาดครูสอนภาษาอังกฤษอยู่พอดี” เธอเสริมต่อว่า “พอได้ไปสอน เราก็ได้เรียนรู้จากท่านด้วย เช่น การมีความสุขได้โดยที่ไม่ต้องมีสิ่งรอบข้างใดๆ ตอนที่สอนเสร็จแล้วท่านให้พร เราขนลุกมาก เพราะตัวเองก็ไม่ใช่คนถือศีลหรืออะไรแบบนั้น แต่วันนึงเราก็ได้มาทำหนาที่ตรงนี้ เราทำด้วยใจ ท่านรับด้วยใจ ซึ่งพอลงอินสตราแกมไปก็มีครูจิตอาสาตามมาสมทบก็ถือเป็นเรื่องที่ดี” นับเป็นความสุขอีกรูปแบบหนึ่งของเธอนอกเหนือไปจากการได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนหรือครอบครัว ส่วนชีวิตที่ปราศจากความทุกข์ (หรือทุกข์เพียงชั่วครู่) คงถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุด “ความทุกข์ของกิ๊กคือ เมื่อรู้ว่าทุกข์แล้วจะขจัดความทุกข์ยังไง เราไม่ชอบเก็บทุกข์ไว้กับตัว ก็มีบ้างที่เราตาต่อตา ฟันต่อฟัน แต่แทบทุกครั้งเราจะเปลี่ยนไปโฟกัสเรื่องอื่น อย่างช่วงที่ลาออกจากงานแล้วยังหางานใหม่ไม่ได้ ก็เหมือนจะทุกข์ แต่สุดท้ายแล้วก็มองเห็นข้อดีว่า เรามีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ต้องตื่นเช้าไปเจอรถติด ได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน เหมือนทุกเรื่องมันเปรียบเสมือนเหรียญที่มีสองด้านเสมอ”

 

 เสื้อผ้าจาก Vatanika 

 

จบเรื่องทุกข์แล้วเราจึงถามต่อไปถึงความพึงพอใจในร่างกายตนเอง “ชอบดวงตา คือมันไม่ใช่แค่การมองเห็น แต่สามารถสื่ออารมณ์ ความรู้สึกได้ด้วย แต่บางจะบอกว่าเราหน้าดุถ้าไม่ยิ้ม (หัวเราะ)” เมื่อทราบว่าเธอยังไม่มีคนข้างกาย เราถือโอกาสถามมุมมองเกี่ยวกับผู้ชายว่า อะไรคือ first impression ที่สำคัญที่สุด ซึ่งเธอก็โยงไปถึงสเปกที่ตรงใจ “จริงๆ ถ้ายังไม่เคยคุยกิ๊กชอบรอยยิ้ม เพราะดูมีเสน่ห์ เราชอบคนตลก คนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ แล้วก็จริงใจมาก่อนฐานะ” แล้วถ้าได้คุยกันแล้วผู้ชายแบบไหนที่เธอเป็นต้องขอกด stop ความสัมพันธ์ “ผู้ชายที่เอาแต่ได้ฝ่ายเดียว คือเราไม่ได้รู้สึกว่า ฉันให้คุณเท่านี้แล้วคุณต้องตอบแทนเท่ากัน แค่อยากให้คิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน การจะมาเห็นแก่ตัวมันไม่โอเค แบบนี้อาจจะต้องขอบาย” เรารู้ถึงผู้ชายที่มีเสน่ห์น่าเข้าหา และตรงกันข้ามแล้ว ส่วนสุภาพบุรุษในมุมมองของเธอจะเป็นแบบไหนลองให้เธอตอบ “loyalty ค่ะ ต้องเป็นคนมีความซื่อสัตย์ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ซึ่งคิดว่าสมัยนี้อาจจะหายากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีหลายๆ อย่างที่เข้าถึงกันง่ายขึ้น แตกต่างสมัยคุณปู่คุณย่าของกิ๊กที่โรแมนติก จริงใจ แล้วก็ชัดเจนมาก” เธอตอบมาอย่างไม่ลังเลใจ

 

เสื้อผ้าจาก Vatanika 

 

เราลองเปลี่ยนคุยเรื่องอนาคตกันสั้นๆ ว่าเธอมองภาพตัวเองใน 5-10 ปีข้างหน้าไว้อย่างไร “เมื่อก่อนเคยคิดว่าตัวเองอยากเป็นพีอาร์ไปตลอด แต่ตอนลาออกมาเรารู้สึกว่าอยากก้าวไปอีกขั้นโดยการเปิดบริษัทของตัวเอง แต่ก็ยังไม่ชัดเจนเลยอาจจะยังบอกได้ไม่หมด” เธอเสริมต่อไปว่า “แต่ก็เห็นตัวเองเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ สามารถเลี้ยงดูตัวเองและพ่อแม่ได้ เพราะเราเป็นคนมีความมุ่งมั่นและรับผิดชอบกับทุกอย่างที่ลงมือทำ ถ้ารับปากอะไรกับใครไว้แล้ว ไม่เคยไม่เกิดขึ้น” เธอปิดท้ายคำถามด้วย “เราเป็นคนเลือกงานมาก เพราะเราไม่ได้แยกระหว่างชีวิตกับการทำงาน ฉะนั้นงานต้องเท่ากับความสุข เพราะถ้าคุณรักกับสิ่งที่ทำ คุณจะไม่รู้สึกว่าคุณทำงานเลย คุณแม่ก็ยังเคยบ่น แต่เรารู้สึกว่านี่คือแพสชั่น” ก่อนที่เราจะให้เธอปิดท้ายบทสัมภาษณ์ของเล่มที่ว่าด้วย Drinking Issue โดยการเปรียบตัวเองเป็นค็อกเทลสักแก้ว “old fashion เราว่าเมนูนี้มันมีความซับซ้อนและสะท้อนว่าคนเรามีหลากหลายมุมมอง มีส่วนผสมที่แตกต่าง แต่ออกมาแล้วเข้มข้นกลมกล่อม เลยรู้สึกว่าเป็นตัวเรา”

 


 

เรื่อง PRAN

ภาพ SUWAT PANTONG

ผู้ช่วยช่างภาพ KITTIPOJ TANTRAKULSIRI

สไตล์ MISS CHERDCHAI

แต่งหน้า NATTANUN BUDDEE (IG: i_nhonn)

ทำผม PONKHANET SUWAN (IG: lyyhair)

สถานที่ MAYFLOWER (THAILAND)