วัฒนา เพ็ชรสุวรรณ์ | นักเขียนการ์ตูน | 84 ปี

>> ผมไม่เคยเรียนด้านศิลปะมาก่อนแต่รักการวาดรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งวาดรูปในหนังสือเรียนนี่ชอบมาก วาดจนโดนครูตีหลายต่อหลายหนแต่ผมก็ยังคงวาดไม่หยุด ครูสอนไปผมก็วาดไป ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงหยุดวาดไม่ได้

 

>> วันหนึ่งคุณบุญมา คนขายหนังสือพิมพ์ที่อยู่ข้างโรงหนังมาบอกว่าลองวาดการ์ตูนให้หน่อยจะเอาไปเสนอสำนักพิมพ์ ผมก็เลยวาดภาพคนยืนรอซื้อตั๋วดูหนังให้ไป แต่สุดท้ายไม่ได้ทำงานด้วยกันอาจเป็นเพราะผมยังไม่มีชื่อเสียง ผมจึงกลับไปทำงานเขียนป้ายโรงหนังต่อ

 

>> จากนั้นไม่นานคุณบรรลือก็ติดต่อกลับมาว่าจะให้ผมลองวาดการ์ตูนที่เป็นของตัวเองเลยเอาไหม ผมตอบตกลงทันที บอกเลยว่ารับปากแบบส่งเดช แต่บนความส่งเดชนั้นผมมีความมั่นใจว่าผมทำได้ ลองไปเปรียบเทียบงานของเรากับงานของนักวาดการ์ตูนคนอื่นของเราก็ไม่แย่ เราสู้เขาได้

 

>> ผมได้รับข้อเสนอให้เขียนการ์ตูนของตัวเองเลยหนึ่งเล่มโดยให้ตั้งชื่อหนังสือมาด้วย ผมคิดไป 20 กว่าชื่อแต่คุณบรรลือไม่ชอบและไม่เอาเลยสักชื่อ เลยลองคิดว่าควรตั้งชื่อแบบฝรั่ง ผมลองเสนอชื่อว่าการ์ตูนเบบี้ ปรากฎว่าชื่อนี้กลายเป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตของผม ออกเป็นรายปักษ์ วางขายราคาเล่มละสองบาทห้าสิบฯ

 

>> ชีวิตผมเปลี่ยนแปลงทุกครั้งเพราะการรับปากแบบส่งเดช สำนักพิมพ์เรียกผมเข้าไปถามว่าให้เขียนการ์ตูนชื่อขายหัวเราะคนเดียวได้ไหม ผมก็ตอบตกลงไป เขียนทั้งเบบี้ทั้งขายหัวเราะสองอย่างเลย แน่นอนสิว่ามันต้องหนักเกินไปที่จะรับผิดชอบเลยต้องให้มีคนเข้ามาร่วมด้วย

 

>> ช่วงชีวิตที่รุ่งเรืองของผมอยู่ในช่วงอายุ 20-30 ปีเพราะทำงานเยอะ เขียนการ์ตูนให้หลายโรงพิมพ์จนมันมากเกินไปทำให้ต้องตัดสินใจค่อย ๆ ทยอยยกเลิก สุดท้ายก็เหลืออยู่ที่บรรลือสาส์นที่เดียว แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงรุ่ง ๆ ยังไงผมก็ไม่หลงไม่เหลิงเพราะรู้สึกว่างานนี้มันถูกกับนิสัยของเรา ทำไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีปัญหา สบาย ๆ ผมยึดหลักนี้มาตลอด

 

>> ชีวิตด้านการงานของผมไม่มีมรสุมอะไรเพราะผมทำงานด้วยใจรักและมีความสุขตลอดเวลา ผมจึงทำอาชีพนี้ได้เรื่อย ๆ

 

>> ถ้าพูดถึงเรื่องร้าย ๆ ในชีวิตก็น่าจะเป็นเรื่องที่ภรรยาเสียชีวิตไป ผมมีภรรยาสามคนตายหมด ภรรยาคนสุดท้ายเพิ่งเสียไปไม่นาน นั่นคือสิ่งที่ผมเสียใจที่สุด

 

>> การเสียภรรยาคนสุดท้ายไปมันส่งผลต่อชีวิตและจิตใจของผมมาก ตั้งแต่วันที่เขาจากไปผมไม่มีกำลังใจเลย แทบไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้น ช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดมันทรมานและนานมาก แต่ชีวิตต้องเดินต่อไป เราต้องแบ่งเวลามาทำงาน มัวแต่นั่งเสียใจไม่ได้ ถึงกระนั้นผมก็ยังไม่ลืมภรรยา

 

>> ภรรยาคนนี้คือคนที่เป็นกำลังใจสำคัญที่สุดในชีวิตผม เขาสนับสนุนการทำงานของผมในทุก ๆ เรื่อง คอยดูแลเอาใจใส่ ไม่เคยว่าเรื่องการวาดการ์ตูนว่าไม่เข้าท่าเขียนไม่ดีไม่สวย ซ้ำยังคอยดูแลทุกข์สุขห่วงใย ทำกับข้าวกับปลาไม่เคยขาดตกบกพร่อง

 

>> บุคลิกตัวละครของผมบางทีก็เหมือนชีวิตจริงผมนี่แหละ ส่วนตัวการ์ตูนที่เป็นเด็ก ๆ ส่วนมากก็เป็นลูกของเพื่อน ๆ ทั้งนั้น ไปบ้านเพื่อนเจอลูกเขาน่ารักดีก็เอามาวาดเป็นการ์ตูน หนูปุ๊ หนูแป้น หนูแกะ หนูเปีย หนูเป้า ส่วนตัวละครที่มีชื่อเสียงอย่างคุณโฉลงกับภรรยาก็เป็นเพื่อนที่ทำงาน หน้าตาเขาเป๊ะแบบที่ผมวาดเลยนะ

 

>> ถ้าถามว่าผมได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร ผมว่าไม่มีนะ ผมก็วาดไปเรื่อย ผมเรียนไม่จบเพราะเขียนการ์ตูนนี่แหละ ดังนั้นผมจึงต้องมุ่งมั่นมากกว่าคนอื่น ทำมันให้ถึงที่สุด อย่าว่าแต่ครูตีเลย อยู่บ้านผมก็วาดการ์ตูนอย่างเดียวจนพ่อแม่ก็ตี (หัวเราะ)

 

>> ผมหยุดวาดการ์ตูนนานที่สุดก็เกือบ ๆ ปี ตอนนั้นไม่สบาย ถือว่าหยุดวาดนานที่สุดในชีวิต แต่ถึงจะไม่ค่อยสบายก็ไม่เคยขี้เกียจวาดการ์ตูนเพราะเป็นงานที่รักและฝังใจจริง ๆ บางทีนอนแล้วนึกได้ก็ลุกขึ้นเขียนทันที เราจดจ่ออยู่กับงานไม่เลิก ตอนนี้ก็ยังไม่เลิก

 

Edit: Paron S.


YOU MIGHT LIKE !



วัฒนา เพ็ชรสุวรรณ์ | นักเขียนการ์ตูน | 84 ปี

>> ผมไม่เคยเรียนด้านศิลปะมาก่อนแต่รักการวาดรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งวาดรูปในหนังสือเรียนนี่ชอบมาก วาดจนโดนครูตีหลายต่อหลายหนแต่ผมก็ยังคงวาดไม่หยุด ครูสอนไปผมก็วาดไป ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงหยุดวาดไม่ได้

 

>> วันหนึ่งคุณบุญมา คนขายหนังสือพิมพ์ที่อยู่ข้างโรงหนังมาบอกว่าลองวาดการ์ตูนให้หน่อยจะเอาไปเสนอสำนักพิมพ์ ผมก็เลยวาดภาพคนยืนรอซื้อตั๋วดูหนังให้ไป แต่สุดท้ายไม่ได้ทำงานด้วยกันอาจเป็นเพราะผมยังไม่มีชื่อเสียง ผมจึงกลับไปทำงานเขียนป้ายโรงหนังต่อ

 

>> จากนั้นไม่นานคุณบรรลือก็ติดต่อกลับมาว่าจะให้ผมลองวาดการ์ตูนที่เป็นของตัวเองเลยเอาไหม ผมตอบตกลงทันที บอกเลยว่ารับปากแบบส่งเดช แต่บนความส่งเดชนั้นผมมีความมั่นใจว่าผมทำได้ ลองไปเปรียบเทียบงานของเรากับงานของนักวาดการ์ตูนคนอื่นของเราก็ไม่แย่ เราสู้เขาได้

 

>> ผมได้รับข้อเสนอให้เขียนการ์ตูนของตัวเองเลยหนึ่งเล่มโดยให้ตั้งชื่อหนังสือมาด้วย ผมคิดไป 20 กว่าชื่อแต่คุณบรรลือไม่ชอบและไม่เอาเลยสักชื่อ เลยลองคิดว่าควรตั้งชื่อแบบฝรั่ง ผมลองเสนอชื่อว่าการ์ตูนเบบี้ ปรากฎว่าชื่อนี้กลายเป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตของผม ออกเป็นรายปักษ์ วางขายราคาเล่มละสองบาทห้าสิบฯ

 

>> ชีวิตผมเปลี่ยนแปลงทุกครั้งเพราะการรับปากแบบส่งเดช สำนักพิมพ์เรียกผมเข้าไปถามว่าให้เขียนการ์ตูนชื่อขายหัวเราะคนเดียวได้ไหม ผมก็ตอบตกลงไป เขียนทั้งเบบี้ทั้งขายหัวเราะสองอย่างเลย แน่นอนสิว่ามันต้องหนักเกินไปที่จะรับผิดชอบเลยต้องให้มีคนเข้ามาร่วมด้วย

 

>> ช่วงชีวิตที่รุ่งเรืองของผมอยู่ในช่วงอายุ 20-30 ปีเพราะทำงานเยอะ เขียนการ์ตูนให้หลายโรงพิมพ์จนมันมากเกินไปทำให้ต้องตัดสินใจค่อย ๆ ทยอยยกเลิก สุดท้ายก็เหลืออยู่ที่บรรลือสาส์นที่เดียว แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงรุ่ง ๆ ยังไงผมก็ไม่หลงไม่เหลิงเพราะรู้สึกว่างานนี้มันถูกกับนิสัยของเรา ทำไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีปัญหา สบาย ๆ ผมยึดหลักนี้มาตลอด

 

>> ชีวิตด้านการงานของผมไม่มีมรสุมอะไรเพราะผมทำงานด้วยใจรักและมีความสุขตลอดเวลา ผมจึงทำอาชีพนี้ได้เรื่อย ๆ

 

>> ถ้าพูดถึงเรื่องร้าย ๆ ในชีวิตก็น่าจะเป็นเรื่องที่ภรรยาเสียชีวิตไป ผมมีภรรยาสามคนตายหมด ภรรยาคนสุดท้ายเพิ่งเสียไปไม่นาน นั่นคือสิ่งที่ผมเสียใจที่สุด

 

>> การเสียภรรยาคนสุดท้ายไปมันส่งผลต่อชีวิตและจิตใจของผมมาก ตั้งแต่วันที่เขาจากไปผมไม่มีกำลังใจเลย แทบไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้น ช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดมันทรมานและนานมาก แต่ชีวิตต้องเดินต่อไป เราต้องแบ่งเวลามาทำงาน มัวแต่นั่งเสียใจไม่ได้ ถึงกระนั้นผมก็ยังไม่ลืมภรรยา

 

>> ภรรยาคนนี้คือคนที่เป็นกำลังใจสำคัญที่สุดในชีวิตผม เขาสนับสนุนการทำงานของผมในทุก ๆ เรื่อง คอยดูแลเอาใจใส่ ไม่เคยว่าเรื่องการวาดการ์ตูนว่าไม่เข้าท่าเขียนไม่ดีไม่สวย ซ้ำยังคอยดูแลทุกข์สุขห่วงใย ทำกับข้าวกับปลาไม่เคยขาดตกบกพร่อง

 

>> บุคลิกตัวละครของผมบางทีก็เหมือนชีวิตจริงผมนี่แหละ ส่วนตัวการ์ตูนที่เป็นเด็ก ๆ ส่วนมากก็เป็นลูกของเพื่อน ๆ ทั้งนั้น ไปบ้านเพื่อนเจอลูกเขาน่ารักดีก็เอามาวาดเป็นการ์ตูน หนูปุ๊ หนูแป้น หนูแกะ หนูเปีย หนูเป้า ส่วนตัวละครที่มีชื่อเสียงอย่างคุณโฉลงกับภรรยาก็เป็นเพื่อนที่ทำงาน หน้าตาเขาเป๊ะแบบที่ผมวาดเลยนะ

 

>> ถ้าถามว่าผมได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร ผมว่าไม่มีนะ ผมก็วาดไปเรื่อย ผมเรียนไม่จบเพราะเขียนการ์ตูนนี่แหละ ดังนั้นผมจึงต้องมุ่งมั่นมากกว่าคนอื่น ทำมันให้ถึงที่สุด อย่าว่าแต่ครูตีเลย อยู่บ้านผมก็วาดการ์ตูนอย่างเดียวจนพ่อแม่ก็ตี (หัวเราะ)

 

>> ผมหยุดวาดการ์ตูนนานที่สุดก็เกือบ ๆ ปี ตอนนั้นไม่สบาย ถือว่าหยุดวาดนานที่สุดในชีวิต แต่ถึงจะไม่ค่อยสบายก็ไม่เคยขี้เกียจวาดการ์ตูนเพราะเป็นงานที่รักและฝังใจจริง ๆ บางทีนอนแล้วนึกได้ก็ลุกขึ้นเขียนทันที เราจดจ่ออยู่กับงานไม่เลิก ตอนนี้ก็ยังไม่เลิก

 

Edit: Paron S.