What I've Learned : ประสบสุข ถวิลเวชกุล

- จิบวิสกี้ สูบซิการ์ ตอนไหนอร่อยที่สุดหรือ ผมตอบเลยนะ ไม่มีคำตอบ มันอยู่ที่ mood และบทสนทนา

 

- เด็กๆ ซน อยากรู้อยากเห็น อ่านหนังสือเยอะ เรียนโรงเรียนประจำที่เมืองไทยถึงชั้น ม.1 หลังจากนั้นขอไปต่อที่สิงคโปร์ เพราะรู้สึกว่าระบบการเรียนการสอนบ้านเราเอะอะก็ท่องจำแต่ไม่เคยเข้าใจ สอนให้เด็กออกมาเป็นหุ่นยนต์ มันไม่ตอบโจทย์เรา

 

- ที่เมืองไทยผมทั้งถาม ทั้งเถียง ครูรู้สึกเหมือนถูกท้าทาย จนผมกับครูแทบจะมองหน้ากันไม่ติด ระบบนี้มันทำให้เด็กไม่กล้าคิด ไม่กล้าทำ ไม่กล้าพูด นานไปผมก็รู้สึกต่อต้าน พอรู้สึกต่อต้าน ผมก็ไม่เรียน เกรดตกฮวบ ทรมานมากเวลาไปโรงเรียนแต่ละวัน

 

- ที่สิงคโปร์ผมอยู่กับโฮสต์ แฟมมิลี่ รวมผมเป็น 4 คน จำไม่มีวันลืมเลยเพราะไม่เคยเจอใครเขี้ยวขนาดนี้ เวลาฉี่ห้ามกดชักโครก ต้องปล่อยไว้ รอให้คนที่สองคนที่สามฉี่ถึงกดได้ไม่งั้นโดนด่า กับข้าวก็เป็นผัดผักกับแกงจืดมันฝรั่งใส่สแปม อยู่ครึ่งปีผมหาห้องเช่าใหม่เลย

 

- สนุกเลยทีนี้ ออกไปเช่าหอกับเพื่อน ตอนนั้นอายุประมาณ 16 เริ่มกินเหล้า สูบบุหรี่ก็ตอนนั้น วันๆ ก็อยู่โต๊ะสนุ๊กฯ  โยนโบว์ลิ่ง แต่อีกอย่างที่ผมเอ็นจอยคือ ผมมีความสุขเวลาทำอาหารให้เพื่อนๆ กิน

 

- ฝันเลยว่าอยากเป็นเชฟ ไปยืนดูเขาทำตามร้านอาหารตามโรงแรม จำแล้วก็กลับมาทำกินเอง เลยอยากลองฝึกงาน แต่จะเริ่มฝึกในครัวตอนนั้นก็ยังเด็กไป กลับเมืองไทยเริ่มฝึกงานแผนก reservation ที่โรงแรม Oriental

 

- โรงแรม Oriental เปิดโลกของผมมาก ถึงแม้ผมจะอยู่แผนกเล็กๆ แต่สมัยก่อนไม่เหมือนสมัยนี้ ห้องต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือน หน้าที่ของผมคือเช็ค guests history เพื่อที่จะประสานงานกับแผนกต่างๆ ว่าลูกค้าที่กำลังจะเช็คอินในอีกสองสัปดาห์ชอบห้องแบบไหน นอนหมอนแบบไหน ผ้าห่มยังไง ชอบสบู่เหลวหรือสบู่ก้อน อาหารเช้าขนมปังปิ้งหรือไม่ปิ้ง กาแฟน้ำส้มดื่มไหม แวะไปบาร์ตอนกี่โมง คือดีเทลทุกอย่างต้องละเอียดยิบ พลาดไม่ได้ 

 

- จุดนี้ทำให้ผมมองเห็นเลยว่า คนรวยแม่งใช้ชีวิตคนละแบบกับเรา แม้แต่ยาสีฟันก็ทำให้คนพวกนี้หงุดหงิดได้ สิ่งต่างๆ ที่เราเคยคิดว่าเจ๋งโคตร หรูหรา มาเจอคนพวกนี้แม่งขี้หมาไปเลย

 

 

ประสบสุข ถวิลเวชกุล (โจ ซิการ์) / Regional Director of The Pacific Cigar (Thailand) / 46 ปี 

 

- ไปต่อสวิตฯ ฝึกงานที่โรงแรม InterContinental เจนีวา อยู่แผนก room service เรียนรู้ว่าคนแต่ละสัญชาติก็ต่างไลฟ์สไตล์ เช่น อาหรับโดยเฉพาะพวกเจ้า มากันทีเหมาโรงแรมสามชั้น ชั้นล่างสุดให้คนใช้ ชั้นกลางให้คนทำงาน ชั้นบนสุดอยู่กันเองกับครอบครัว เวลารับประทานอาหารให้เราเอาเฟอร์นิเจอร์ออกให้หมด เอาพรมกับผ้าขาวปูพื้นแล้วนั่งกิน สั่งอาหารทีละสิบที่ ไข่ดาวสิบ นมสดสิบ น้ำส้มสิบ เพราะคำว่า wealth ของเขาคืออิ่มเอม เพราะฉะนั้นต่อให้มาแค่ 2 คน ก็จะสั่งอย่างละ 10 ให้รู้สึกถึงความอุดมสมบูรณ์

 

- ไม่อยากกลับเมืองไทย ไปต่ออเมริกาที่บอสตัน ส่งใบสมัครงานโรงแรมเป็นร้อยๆ ใบ โดนปฏิเสธหมด มันเกิดอะไรขึ้นกับเราวะ โปรไฟล์ที่ผ่านมาก็ไม่แย่ หรือเราตกปลาผิดที่? เลยตัดสินใจยื่นใบสมัครไปที่นิวยอร์ก จนได้เริ่มงานในโรงแรมที่หรูที่สุดในอเมริกา ณ เวลานั้น คือ St. Regis

 

- ที่ St. Regis ผมมีโอกาสสนองพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กษัตริย์ฮุสเซนจากจอร์แดน ได้ดูแลดาราฮอลลีวูดอย่าง ทอม ครูซ, เด็นเซล วอชิงตัน, เอลตัน จอห์น, บิล เกตส์, วอเรน บัฟเฟต ที่ผ่านมาเจ้าอาหรับว่าเยอะแล้ว พวกป๊อปสตาร์หนักกว่ามาก

 

- เอลตัน จอห์น เวลามา จะมีทีมรื้อเฟอร์นิเจอร์ในห้องใหม่ทั้งหมด เพื่อใส่แกรนด์เปียโน ใส่เครื่องออกกำลังกายส่วนตัวเข้าไปในห้อง ก่อนถึงโรงแรม 5 นาทีต้องล็อกลิฟท์ให้ 1 ตัว ก่อนออกโรงแรมต้องเคลียร์ล็อบบี้ให้แกออกอย่างสบายใจ

 

- อูมา เอร์แมน ชอบกินซุปมะเขือเทศโรยใบกะเพราที่ห้องตอนดึก ทุกครั้งที่ผมไปเสิร์ฟ เปิดประตูมาเหมือนเดิมทุกครั้ง เธอ topless ใส่กางเกงในตัวเดียว

 

- สำหรับเด็กอายุ 20 ทำงาน St. Regis เงินเดือน 36,000 USD ทิปปีละเป็นแสนๆ รู้สึกเงินมันหาง่าย ก็มีช่วงหลงระเริง ผมเคยเดินเข้าร้าน Ferragamo ชอบ loafer ยี่ห้อนี้มาก บอกพนักงานเลย รุ่นนี้มีกี่สี เอาหมดทุกสี อย่างละคู่ มีโอกาสและมีตังค์พอ จะซื้ออพาร์ตเมนต์ 2 ห้องนอนกลางนิวยอร์คที่ราคา 4 แสนเหรียญ จนตอนนี้ราคาพุ่งเป็น 40 ล้าน แต่ไม่ได้ซื้อเพราะตอนนั้นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ คุณพ่อเกษียณพอดีเลยต้องกลับมาดูแลท่าน

 

- นิวยอร์กคือตำราชีวิตของแท้ สุดท้ายมันตกผลึกเป็นประโยคเดียวว่า "เราสามารถจัดการกับ expectaion ของคนได้ไหม"

 

- การจัดการกับความคาดหวังคน สำหรับผมมันเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ใช่ว่าคุณไปลงคอร์สเรียนแล้วจัดการได้ทุกเรื่อง มันมาจากสัญชาติญาณ มาจากประสบการณ์ ซึ่งก็ไม่มีใครสอนคุณได้นอกจากตัวคุณเอง

 

- จะสั่งคนให้ไปซ้ายหรือขวา คุณต้องเข้าใจว่าพื้นฐานความต้องการของแต่ละคนคืออะไร ถ้าเราสามารถเข้าใจและจัดการความคาดหวังของพวกเขาได้ มันสามารถเปลี่ยนสถานการณ์จากร้ายกลายเป็นดี จากดีเป็นดียิ่งขึ้น จะเข้าใจความคาดหวังของคนได้ อย่างแรกคุณต้องเป็นผู้ฟังที่ดีและเป็นนักสังเกตที่ดี ต้องรู้จักถามคำถามและเป็นคำถามซึ่งจะให้คำตอบที่เป็นประโยชน์สำหรับคุณ

 

- โชคดีได้รับการติดต่อจากฮ่องกงว่า ต้องการเปิด Pacific Cigar ในไทย ตอนนั้นผมอายุ 24 มีคนจ้างให้เปิดบริษัท จ่ายตังค์ให้สูบซิการ์ why not? จนถึงวันนี้ Pacific Cigar อยู่มา 22 ปีแล้ว

 

- ซิการ์บาร์อย่าง Cohiba Atmosphere ผมขายความสุข ความผ่อนคลาย ในรูปแบบของการเสพย์ คุณจะมาเอ็นจอยคนเดียวหลังเลิกงาน หรือมาประชุมแล้วให้วิสกี้กับซิการ์ break the ice ผมยินดีให้บรรยากาศที่ดี มอบประสบการณ์ที่ดี

 

- ผมจะเอ็นจอยซิการ์แต่ละตัว ผมจะไม่จุดพร่ำเพรื่อ จะจุดต่อเมื่อผมมีเวลา เอนหลังบนโซฟาหนัง แล้วผ่อนคลายไปกับมัน

 

- ด้วยงานที่ทำให้เจอแต่ผู้ใหญ่ คนในสังคมระดับท็อป คนเหล่านี้สอนผมว่า ภาพลักษณ์ภายนอก เสื้อผ้าแพง ซูเปอร์คาร์ นาฬิกาหรู ถึงระดับหนึ่งไม่มีใครเขาสนใจแล้ว สิ่งที่เขาสนใจแต่ว่าจะ recognize คุณอย่างไร ตัวตนคุณคือใคร สิ่งที่คุณสร้างคืออะไร 

 

- ลองผิดลองถูกมาเยอะ ขาดทุนจนนอนไม่หลับเป็นเดือนๆ ก็เคยมาแล้ว แต่ทั้งหมดมันสอนเราว่า ถ้าคุณทำอะไรแล้วคุณทำได้ดี คุณเชี่ยวชาญ และมีแพสชั่นกับมัน คุณโฟกัสตรงนั้นไปเลย อย่าไปทำตรงนู้นนิด ตรงนี้หน่อย จุดแข็งของคุณมันจะอ่อนลงได้

 

- ผมมีวันนี้ เพราะเชื่อว่า ในชีวิตต้องมี 3P คือ passion, patience, perseverance คือ คุณต้องมีสิ่งที่หลงใหล คลั่งไคล้ ที่มาพร้อมความพยายาม และความอดทน

 

- ในบรรดาเพื่อนฝูง ไม่มีใครที่คิดว่าผมจะแต่งงาน เพราะไลฟ์สไตล์ผมก็ผิดแล้ว แต่งงานแล้วไม่คิดเลยว่าคนอย่างไอ้โจจะมีลูก แต่พอมีปุ๊ป ผมมี 3 คนรวดเลย

 

- ชีวิตเปลี่ยน ผมมีความสุขมาก ตั้งแต่มีลูกผมแพลนชีวิตใหม่หมด บ้านผมอยู่ซอยร่วมฤดี ผมย้ายออฟฟิศมาร่วมฤดี ส่งลูกเรียนโรงเรียนใกล้ๆ คือ engineer ให้ลูกและครอบครัวมาอยู่ในระยะ 2 กิโลเมตรของชีวิต เพื่อที่ว่าผมจะได้มีเวลามากที่สุดกับเขา

 

- ไม่มีสิ่งใดมีค่าเท่าครอบครัว โมเมนต์ที่คุณอุ้มลูกครั้งแรก มันเกินคำบรรยายเลยว่ามากแค่ไหนที่พ่อแม่นั้นรักคุณ


เรื่อง: พารณ คนซื่อ

ภาพ: สุวัฒน์ พานทอง

 




What I've Learned : ประสบสุข ถวิลเวชกุล

- จิบวิสกี้ สูบซิการ์ ตอนไหนอร่อยที่สุดหรือ ผมตอบเลยนะ ไม่มีคำตอบ มันอยู่ที่ mood และบทสนทนา

 

- เด็กๆ ซน อยากรู้อยากเห็น อ่านหนังสือเยอะ เรียนโรงเรียนประจำที่เมืองไทยถึงชั้น ม.1 หลังจากนั้นขอไปต่อที่สิงคโปร์ เพราะรู้สึกว่าระบบการเรียนการสอนบ้านเราเอะอะก็ท่องจำแต่ไม่เคยเข้าใจ สอนให้เด็กออกมาเป็นหุ่นยนต์ มันไม่ตอบโจทย์เรา

 

- ที่เมืองไทยผมทั้งถาม ทั้งเถียง ครูรู้สึกเหมือนถูกท้าทาย จนผมกับครูแทบจะมองหน้ากันไม่ติด ระบบนี้มันทำให้เด็กไม่กล้าคิด ไม่กล้าทำ ไม่กล้าพูด นานไปผมก็รู้สึกต่อต้าน พอรู้สึกต่อต้าน ผมก็ไม่เรียน เกรดตกฮวบ ทรมานมากเวลาไปโรงเรียนแต่ละวัน

 

- ที่สิงคโปร์ผมอยู่กับโฮสต์ แฟมมิลี่ รวมผมเป็น 4 คน จำไม่มีวันลืมเลยเพราะไม่เคยเจอใครเขี้ยวขนาดนี้ เวลาฉี่ห้ามกดชักโครก ต้องปล่อยไว้ รอให้คนที่สองคนที่สามฉี่ถึงกดได้ไม่งั้นโดนด่า กับข้าวก็เป็นผัดผักกับแกงจืดมันฝรั่งใส่สแปม อยู่ครึ่งปีผมหาห้องเช่าใหม่เลย

 

- สนุกเลยทีนี้ ออกไปเช่าหอกับเพื่อน ตอนนั้นอายุประมาณ 16 เริ่มกินเหล้า สูบบุหรี่ก็ตอนนั้น วันๆ ก็อยู่โต๊ะสนุ๊กฯ  โยนโบว์ลิ่ง แต่อีกอย่างที่ผมเอ็นจอยคือ ผมมีความสุขเวลาทำอาหารให้เพื่อนๆ กิน

 

- ฝันเลยว่าอยากเป็นเชฟ ไปยืนดูเขาทำตามร้านอาหารตามโรงแรม จำแล้วก็กลับมาทำกินเอง เลยอยากลองฝึกงาน แต่จะเริ่มฝึกในครัวตอนนั้นก็ยังเด็กไป กลับเมืองไทยเริ่มฝึกงานแผนก reservation ที่โรงแรม Oriental

 

- โรงแรม Oriental เปิดโลกของผมมาก ถึงแม้ผมจะอยู่แผนกเล็กๆ แต่สมัยก่อนไม่เหมือนสมัยนี้ ห้องต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือน หน้าที่ของผมคือเช็ค guests history เพื่อที่จะประสานงานกับแผนกต่างๆ ว่าลูกค้าที่กำลังจะเช็คอินในอีกสองสัปดาห์ชอบห้องแบบไหน นอนหมอนแบบไหน ผ้าห่มยังไง ชอบสบู่เหลวหรือสบู่ก้อน อาหารเช้าขนมปังปิ้งหรือไม่ปิ้ง กาแฟน้ำส้มดื่มไหม แวะไปบาร์ตอนกี่โมง คือดีเทลทุกอย่างต้องละเอียดยิบ พลาดไม่ได้ 

 

- จุดนี้ทำให้ผมมองเห็นเลยว่า คนรวยแม่งใช้ชีวิตคนละแบบกับเรา แม้แต่ยาสีฟันก็ทำให้คนพวกนี้หงุดหงิดได้ สิ่งต่างๆ ที่เราเคยคิดว่าเจ๋งโคตร หรูหรา มาเจอคนพวกนี้แม่งขี้หมาไปเลย

 

 

ประสบสุข ถวิลเวชกุล (โจ ซิการ์) / Regional Director of The Pacific Cigar (Thailand) / 46 ปี 

 

- ไปต่อสวิตฯ ฝึกงานที่โรงแรม InterContinental เจนีวา อยู่แผนก room service เรียนรู้ว่าคนแต่ละสัญชาติก็ต่างไลฟ์สไตล์ เช่น อาหรับโดยเฉพาะพวกเจ้า มากันทีเหมาโรงแรมสามชั้น ชั้นล่างสุดให้คนใช้ ชั้นกลางให้คนทำงาน ชั้นบนสุดอยู่กันเองกับครอบครัว เวลารับประทานอาหารให้เราเอาเฟอร์นิเจอร์ออกให้หมด เอาพรมกับผ้าขาวปูพื้นแล้วนั่งกิน สั่งอาหารทีละสิบที่ ไข่ดาวสิบ นมสดสิบ น้ำส้มสิบ เพราะคำว่า wealth ของเขาคืออิ่มเอม เพราะฉะนั้นต่อให้มาแค่ 2 คน ก็จะสั่งอย่างละ 10 ให้รู้สึกถึงความอุดมสมบูรณ์

 

- ไม่อยากกลับเมืองไทย ไปต่ออเมริกาที่บอสตัน ส่งใบสมัครงานโรงแรมเป็นร้อยๆ ใบ โดนปฏิเสธหมด มันเกิดอะไรขึ้นกับเราวะ โปรไฟล์ที่ผ่านมาก็ไม่แย่ หรือเราตกปลาผิดที่? เลยตัดสินใจยื่นใบสมัครไปที่นิวยอร์ก จนได้เริ่มงานในโรงแรมที่หรูที่สุดในอเมริกา ณ เวลานั้น คือ St. Regis

 

- ที่ St. Regis ผมมีโอกาสสนองพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กษัตริย์ฮุสเซนจากจอร์แดน ได้ดูแลดาราฮอลลีวูดอย่าง ทอม ครูซ, เด็นเซล วอชิงตัน, เอลตัน จอห์น, บิล เกตส์, วอเรน บัฟเฟต ที่ผ่านมาเจ้าอาหรับว่าเยอะแล้ว พวกป๊อปสตาร์หนักกว่ามาก

 

- เอลตัน จอห์น เวลามา จะมีทีมรื้อเฟอร์นิเจอร์ในห้องใหม่ทั้งหมด เพื่อใส่แกรนด์เปียโน ใส่เครื่องออกกำลังกายส่วนตัวเข้าไปในห้อง ก่อนถึงโรงแรม 5 นาทีต้องล็อกลิฟท์ให้ 1 ตัว ก่อนออกโรงแรมต้องเคลียร์ล็อบบี้ให้แกออกอย่างสบายใจ

 

- อูมา เอร์แมน ชอบกินซุปมะเขือเทศโรยใบกะเพราที่ห้องตอนดึก ทุกครั้งที่ผมไปเสิร์ฟ เปิดประตูมาเหมือนเดิมทุกครั้ง เธอ topless ใส่กางเกงในตัวเดียว

 

- สำหรับเด็กอายุ 20 ทำงาน St. Regis เงินเดือน 36,000 USD ทิปปีละเป็นแสนๆ รู้สึกเงินมันหาง่าย ก็มีช่วงหลงระเริง ผมเคยเดินเข้าร้าน Ferragamo ชอบ loafer ยี่ห้อนี้มาก บอกพนักงานเลย รุ่นนี้มีกี่สี เอาหมดทุกสี อย่างละคู่ มีโอกาสและมีตังค์พอ จะซื้ออพาร์ตเมนต์ 2 ห้องนอนกลางนิวยอร์คที่ราคา 4 แสนเหรียญ จนตอนนี้ราคาพุ่งเป็น 40 ล้าน แต่ไม่ได้ซื้อเพราะตอนนั้นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ คุณพ่อเกษียณพอดีเลยต้องกลับมาดูแลท่าน

 

- นิวยอร์กคือตำราชีวิตของแท้ สุดท้ายมันตกผลึกเป็นประโยคเดียวว่า "เราสามารถจัดการกับ expectaion ของคนได้ไหม"

 

- การจัดการกับความคาดหวังคน สำหรับผมมันเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ใช่ว่าคุณไปลงคอร์สเรียนแล้วจัดการได้ทุกเรื่อง มันมาจากสัญชาติญาณ มาจากประสบการณ์ ซึ่งก็ไม่มีใครสอนคุณได้นอกจากตัวคุณเอง

 

- จะสั่งคนให้ไปซ้ายหรือขวา คุณต้องเข้าใจว่าพื้นฐานความต้องการของแต่ละคนคืออะไร ถ้าเราสามารถเข้าใจและจัดการความคาดหวังของพวกเขาได้ มันสามารถเปลี่ยนสถานการณ์จากร้ายกลายเป็นดี จากดีเป็นดียิ่งขึ้น จะเข้าใจความคาดหวังของคนได้ อย่างแรกคุณต้องเป็นผู้ฟังที่ดีและเป็นนักสังเกตที่ดี ต้องรู้จักถามคำถามและเป็นคำถามซึ่งจะให้คำตอบที่เป็นประโยชน์สำหรับคุณ

 

- โชคดีได้รับการติดต่อจากฮ่องกงว่า ต้องการเปิด Pacific Cigar ในไทย ตอนนั้นผมอายุ 24 มีคนจ้างให้เปิดบริษัท จ่ายตังค์ให้สูบซิการ์ why not? จนถึงวันนี้ Pacific Cigar อยู่มา 22 ปีแล้ว

 

- ซิการ์บาร์อย่าง Cohiba Atmosphere ผมขายความสุข ความผ่อนคลาย ในรูปแบบของการเสพย์ คุณจะมาเอ็นจอยคนเดียวหลังเลิกงาน หรือมาประชุมแล้วให้วิสกี้กับซิการ์ break the ice ผมยินดีให้บรรยากาศที่ดี มอบประสบการณ์ที่ดี

 

- ผมจะเอ็นจอยซิการ์แต่ละตัว ผมจะไม่จุดพร่ำเพรื่อ จะจุดต่อเมื่อผมมีเวลา เอนหลังบนโซฟาหนัง แล้วผ่อนคลายไปกับมัน

 

- ด้วยงานที่ทำให้เจอแต่ผู้ใหญ่ คนในสังคมระดับท็อป คนเหล่านี้สอนผมว่า ภาพลักษณ์ภายนอก เสื้อผ้าแพง ซูเปอร์คาร์ นาฬิกาหรู ถึงระดับหนึ่งไม่มีใครเขาสนใจแล้ว สิ่งที่เขาสนใจแต่ว่าจะ recognize คุณอย่างไร ตัวตนคุณคือใคร สิ่งที่คุณสร้างคืออะไร 

 

- ลองผิดลองถูกมาเยอะ ขาดทุนจนนอนไม่หลับเป็นเดือนๆ ก็เคยมาแล้ว แต่ทั้งหมดมันสอนเราว่า ถ้าคุณทำอะไรแล้วคุณทำได้ดี คุณเชี่ยวชาญ และมีแพสชั่นกับมัน คุณโฟกัสตรงนั้นไปเลย อย่าไปทำตรงนู้นนิด ตรงนี้หน่อย จุดแข็งของคุณมันจะอ่อนลงได้

 

- ผมมีวันนี้ เพราะเชื่อว่า ในชีวิตต้องมี 3P คือ passion, patience, perseverance คือ คุณต้องมีสิ่งที่หลงใหล คลั่งไคล้ ที่มาพร้อมความพยายาม และความอดทน

 

- ในบรรดาเพื่อนฝูง ไม่มีใครที่คิดว่าผมจะแต่งงาน เพราะไลฟ์สไตล์ผมก็ผิดแล้ว แต่งงานแล้วไม่คิดเลยว่าคนอย่างไอ้โจจะมีลูก แต่พอมีปุ๊ป ผมมี 3 คนรวดเลย

 

- ชีวิตเปลี่ยน ผมมีความสุขมาก ตั้งแต่มีลูกผมแพลนชีวิตใหม่หมด บ้านผมอยู่ซอยร่วมฤดี ผมย้ายออฟฟิศมาร่วมฤดี ส่งลูกเรียนโรงเรียนใกล้ๆ คือ engineer ให้ลูกและครอบครัวมาอยู่ในระยะ 2 กิโลเมตรของชีวิต เพื่อที่ว่าผมจะได้มีเวลามากที่สุดกับเขา

 

- ไม่มีสิ่งใดมีค่าเท่าครอบครัว โมเมนต์ที่คุณอุ้มลูกครั้งแรก มันเกินคำบรรยายเลยว่ามากแค่ไหนที่พ่อแม่นั้นรักคุณ


เรื่อง: พารณ คนซื่อ

ภาพ: สุวัฒน์ พานทอง