พยัพ คำพันธุ์ - นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย

'พยัพ คำพันธุ์' นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย / อายุ 69 ปี

 

>> ผมเกิดที่ อ.วิเศษไชยชาญ จ.อ่างทอง พ่อเป็นนายท้ายเรือโยงล่องเรือค้าขาย แม่เป็นแม่เพลงอีแซว

 

>> ชีวิตวัยเด็กผมเดินทางสายลูกผู้ชาย จะเรียกว่าเกเรไหมก็ต้องบอกว่าเกเร ชกต่อยนี่เอาแต่ไม่เอายาเสพติดกับการพนัน พอว่างจากช่วยงานแม่ก็ไปต่อยมวย สมัยนั้นไม่มีรางวัลมีแต่การเอาเงินมาวาง ใครชนะก็ได้เงินไปคู่ละ 30 บาท

 

>> หลังจากต่อยมวยผมเอาเงินไปเลี้ยงเพื่อนตลอด 46 ครั้ง ผมแพ้แค่ครั้งเดียว

 

>> วิธีการต่อยมวยของผมเป็นแบบมวยความคิดมวยชั้นเชิง มันก็เหมือนกับการใช้ชีวิตของผม

 

>> ตลาดนัดสนามหลวงคือที่ทำงานแรก หลังจากอพยพครอบครัวเข้ากรุงเทพฯ ผมก็มาเป็นพ่อค้าหาบเร่ขายทุกอย่างตั้งแต่เครื่องใช้พลาสติกไปจนถึงพริกมะนาว

 

>> ชีวิตของผมเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ช่วงย้ายครอบครัวมาปักหลักขายของที่ตลาดนนทบุรีทำให้ได้รู้จักกับวิชาญน้อย พรทวี (อดีตนักมวย) และผู้หลักผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่านที่ได้ชักชวนให้เล่นการเมืองท้องถิ่นในวัย 30 ต้น ๆ

 

>> ผมเล่นการเมืองได้สองสมัยก็เริ่มเบื่อ การเมืองมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผมเองโกหกไม่เป็นแถมหน้าบาง รับปากอะไรประชาชนเอาไว้แล้วทำไม่ได้มันไม่สบายใจ เลยตัดสินใจเลิกเล่นตลอดชีวิต แต่ตั้งใจว่าจะทำคุณงามความดีอย่างอื่นแทนให้กับแผ่นดิน

 

>> พระเครื่องเข้ามาในชีวิตผมตั้งแต่เด็กแล้ว พ่อให้ ‘พระคง ลำพูน’ ซึ่งเป็นพระองค์แรกในชีวิต ผมคาดแขนด้วยพระคงตอนขึ้นชกมวยมาตลอด ปัจจุบันผมก็ยังเก็บพระคงเอาไว้ดูต่างหน้าพ่อ

 

>> คำสอนของพ่อที่ผมยังยึดถือเอาไว้คือ ไม่ใช่ว่าเรามีพระดีแล้วจะต้องเป็นนักเลง พระเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เตือนสติให้เราประกอบแต่คุณงามความดี พระดีจะอยู่กับคนที่มีศีลธรรมเท่านั้น ถ้าเป็นคนเลวพระที่ห้อยก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้

 

>> ผมเริ่มจากยืนดูผู้ใหญ่ส่องพระวิจารณ์พระกัน คอยวิ่งซื้อน้ำซื้อกาแฟ ผ่านไป 2-3 ปีแกเรียกผมเข้าไปหาแล้วสอนผมให้ดูพระทีละนิด

 

>> พระองค์แรกที่ผมซื้อขายแบบจริงจังคือ ‘พระปิดตาวัดทอง’ ของเสือชม เสือชมไม่ได้เป็นเสือปล้น แต่แกเป็นคนจริงที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องคงกระพันหนังเหนียว วันหนึ่งผมขอแกดูพระแกให้ดูเฉย ๆ ห้ามจับ ผมก็ฝังใจเลยว่าอยากครอบครอง หัวใจผมเต้นแรง เป็นพระองค์แรกในชีวิตที่ผมอยากได้มาก

 

>> มึงมีอัฐก่อนค่อยมาคุยกับกู เสือชมบอกผมเมื่อรู้ว่าอยากได้พระองค์นี้ ผมรวบรวมเงินได้ 2,500 บาทไปหาแกที่บ้าน แกบอกกูไม่ขายพระกิน ผมเลยทักว่าแกเสียสัจจะ ผมอยากได้ไปบูชาจริง ๆ พ่อจะให้เช่าเท่าไหร่ เสือชมบอกว่า 5,000 บาท ผมฟังแล้วจะเป็นลมแต่ก็บอกไปว่าวันนี้มีเงินแค่นี้ ขอเอาเงินสดให้พ่อ 2,500 บาท แล้วเอาปืนขนาด 11 มม. อีกกระบอกวางให้ก่อน หาเงินได้จะเอามาไถ่ปืนแล้วค่อยมารับพระไปบูชา เสือชมฟังแล้วก็เปิดที่ฟูกให้ดูมีปืนเต็มไปหมด แกก็ยื่นพระให้ผมมาบูชาเลย นับจากนั้นผมก็เริ่มต้นการซื้อขายพระอย่างจริงจัง

 

>> ดั่งคำที่ว่านักรบต้องมีบาดแผล พยัพ คำพันธุ์ก็เคยเช่าพระปลอมและเคยเช่ามาหลายองค์แล้วด้วย

 

>> ‘ยอมซื้อพระเก๊แต่ไม่ขายพระเก๊’ สำหรับผมพระเก๊คือครู ทุกวันนี้ผมถึงมีพระเก๊เต็มบ้านเลยเพราะผมไม่ขายออกไป คนซื้อซื้อมาสิบบาทก็สามารถหาวิธีขายในราคาร้อยบาทได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความโลภตัวเดียว ความโลภทำให้เราขาดสติในการยับยั้งชั่งใจ

 

>> ผมเล่นพระด้วยแรงศรัทธา ส่วนตัวเงินมาทีหลัง เพราะถ้าตัวเงินมาก่อนเราก็จะมองพระด้วยสายตาแห่งความโลภ

 

>> หลักการดูพระที่เป็นสูตรจากประสบการณ์ของผม ข้อหนึ่งต้องมองพระที่อยู่ตรงหน้า อย่ามองที่คนขายเพราะบางคนสร้างสตอรี่มาก่อนเห็นพระอีก อย่าไปสนใจเด็ดขาด ข้อสองพิมพ์ถูกต้องไหม ข้อสามเนื้อพระใช่ไหม ข้อสี่ตำหนิถูกต้องไหมเพราะพระแต่ละรุ่นมีตำหนิไม่เหมือนกัน ข้อห้ามวลสารของพระแต่ละองค์ถูกต้องตามข้อมูลไหม ส่วนผสมของเนื้อมวลสารมีอะไรบ้าง และรวม ๆ ก็คือต้องดูความเป็นธรรมชาติของพระให้ออก

 

>> พระที่ผมจับต้องส่องดูแล้วมีความสุขทุกครั้งคือพระปิดตา ผมรู้สึกว่าเป็นพระที่มีเสน่ห์ และผมถือว่าเป็นพระแห่งความหลุดพ้น ไม่ยินดียินร้ายใด ๆ ซึ่งพระที่เป็นสุดยอดปรารถนาในใจผมก็คือ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว ผมไม่เคยได้มาครอบครองเลยทั้ง ๆ ที่เฝ้าติดตามมาตลอดเกือบสี่สิบปี เป็นพระของนายตำรวจท่านหนึ่งที่เสียชีวิตไปแล้วซึ่งผมเป็นคนแนะนำให้ท่านเช่าแล้วบอกว่า ถ้าท่านปล่อยผมจะรับซื้อ พระองค์นี้ราคาอยู่ที่ 25 ล้านบาท

 

>> ผมเช่าพระแพงที่สุดราคาสิบกว่าล้าน ทุกองค์ที่เช่ามาเพราะศรัทธา ไม่เคยคิดหวังว่าจะไปขายต่อให้ได้กำไรเป็นสิบล้าน

 

>> เรื่องที่ผมเสียใจในชีวิตมีอยู่หลายเรื่อง เสียใจที่สุดคือการที่ผมมีการศึกษาน้อยเพราะที่บ้านยากจน ทุกวันนี้ผมจึงทดแทนสิ่งที่ผมขาดให้ลูก ๆ ทั้งสิบคน เพราะการศึกษาและความรู้เป็นสมบัติทางปัญญาที่จะติดตัวเขาไปตลอดชีวิต

 

>> ถ้าไม่มีพระเครื่องผมยังคิดไม่ออกเลยว่าชีวิตผมจะเป็นอย่างไร พระเครื่องทำให้ผมมีชีวิตที่ดี มีความภาคภูมิใจและมีโอกาสที่จะทดแทนคุณแผ่นดิน

 


 

Story: Ammahitz

Photography: Suwat

Edit: Paron S. 


YOU MIGHT LIKE !



พยัพ คำพันธุ์ - นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย

'พยัพ คำพันธุ์' นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย / อายุ 69 ปี

 

>> ผมเกิดที่ อ.วิเศษไชยชาญ จ.อ่างทอง พ่อเป็นนายท้ายเรือโยงล่องเรือค้าขาย แม่เป็นแม่เพลงอีแซว

 

>> ชีวิตวัยเด็กผมเดินทางสายลูกผู้ชาย จะเรียกว่าเกเรไหมก็ต้องบอกว่าเกเร ชกต่อยนี่เอาแต่ไม่เอายาเสพติดกับการพนัน พอว่างจากช่วยงานแม่ก็ไปต่อยมวย สมัยนั้นไม่มีรางวัลมีแต่การเอาเงินมาวาง ใครชนะก็ได้เงินไปคู่ละ 30 บาท

 

>> หลังจากต่อยมวยผมเอาเงินไปเลี้ยงเพื่อนตลอด 46 ครั้ง ผมแพ้แค่ครั้งเดียว

 

>> วิธีการต่อยมวยของผมเป็นแบบมวยความคิดมวยชั้นเชิง มันก็เหมือนกับการใช้ชีวิตของผม

 

>> ตลาดนัดสนามหลวงคือที่ทำงานแรก หลังจากอพยพครอบครัวเข้ากรุงเทพฯ ผมก็มาเป็นพ่อค้าหาบเร่ขายทุกอย่างตั้งแต่เครื่องใช้พลาสติกไปจนถึงพริกมะนาว

 

>> ชีวิตของผมเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ช่วงย้ายครอบครัวมาปักหลักขายของที่ตลาดนนทบุรีทำให้ได้รู้จักกับวิชาญน้อย พรทวี (อดีตนักมวย) และผู้หลักผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่านที่ได้ชักชวนให้เล่นการเมืองท้องถิ่นในวัย 30 ต้น ๆ

 

>> ผมเล่นการเมืองได้สองสมัยก็เริ่มเบื่อ การเมืองมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผมเองโกหกไม่เป็นแถมหน้าบาง รับปากอะไรประชาชนเอาไว้แล้วทำไม่ได้มันไม่สบายใจ เลยตัดสินใจเลิกเล่นตลอดชีวิต แต่ตั้งใจว่าจะทำคุณงามความดีอย่างอื่นแทนให้กับแผ่นดิน

 

>> พระเครื่องเข้ามาในชีวิตผมตั้งแต่เด็กแล้ว พ่อให้ ‘พระคง ลำพูน’ ซึ่งเป็นพระองค์แรกในชีวิต ผมคาดแขนด้วยพระคงตอนขึ้นชกมวยมาตลอด ปัจจุบันผมก็ยังเก็บพระคงเอาไว้ดูต่างหน้าพ่อ

 

>> คำสอนของพ่อที่ผมยังยึดถือเอาไว้คือ ไม่ใช่ว่าเรามีพระดีแล้วจะต้องเป็นนักเลง พระเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เตือนสติให้เราประกอบแต่คุณงามความดี พระดีจะอยู่กับคนที่มีศีลธรรมเท่านั้น ถ้าเป็นคนเลวพระที่ห้อยก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้

 

>> ผมเริ่มจากยืนดูผู้ใหญ่ส่องพระวิจารณ์พระกัน คอยวิ่งซื้อน้ำซื้อกาแฟ ผ่านไป 2-3 ปีแกเรียกผมเข้าไปหาแล้วสอนผมให้ดูพระทีละนิด

 

>> พระองค์แรกที่ผมซื้อขายแบบจริงจังคือ ‘พระปิดตาวัดทอง’ ของเสือชม เสือชมไม่ได้เป็นเสือปล้น แต่แกเป็นคนจริงที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องคงกระพันหนังเหนียว วันหนึ่งผมขอแกดูพระแกให้ดูเฉย ๆ ห้ามจับ ผมก็ฝังใจเลยว่าอยากครอบครอง หัวใจผมเต้นแรง เป็นพระองค์แรกในชีวิตที่ผมอยากได้มาก

 

>> มึงมีอัฐก่อนค่อยมาคุยกับกู เสือชมบอกผมเมื่อรู้ว่าอยากได้พระองค์นี้ ผมรวบรวมเงินได้ 2,500 บาทไปหาแกที่บ้าน แกบอกกูไม่ขายพระกิน ผมเลยทักว่าแกเสียสัจจะ ผมอยากได้ไปบูชาจริง ๆ พ่อจะให้เช่าเท่าไหร่ เสือชมบอกว่า 5,000 บาท ผมฟังแล้วจะเป็นลมแต่ก็บอกไปว่าวันนี้มีเงินแค่นี้ ขอเอาเงินสดให้พ่อ 2,500 บาท แล้วเอาปืนขนาด 11 มม. อีกกระบอกวางให้ก่อน หาเงินได้จะเอามาไถ่ปืนแล้วค่อยมารับพระไปบูชา เสือชมฟังแล้วก็เปิดที่ฟูกให้ดูมีปืนเต็มไปหมด แกก็ยื่นพระให้ผมมาบูชาเลย นับจากนั้นผมก็เริ่มต้นการซื้อขายพระอย่างจริงจัง

 

>> ดั่งคำที่ว่านักรบต้องมีบาดแผล พยัพ คำพันธุ์ก็เคยเช่าพระปลอมและเคยเช่ามาหลายองค์แล้วด้วย

 

>> ‘ยอมซื้อพระเก๊แต่ไม่ขายพระเก๊’ สำหรับผมพระเก๊คือครู ทุกวันนี้ผมถึงมีพระเก๊เต็มบ้านเลยเพราะผมไม่ขายออกไป คนซื้อซื้อมาสิบบาทก็สามารถหาวิธีขายในราคาร้อยบาทได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความโลภตัวเดียว ความโลภทำให้เราขาดสติในการยับยั้งชั่งใจ

 

>> ผมเล่นพระด้วยแรงศรัทธา ส่วนตัวเงินมาทีหลัง เพราะถ้าตัวเงินมาก่อนเราก็จะมองพระด้วยสายตาแห่งความโลภ

 

>> หลักการดูพระที่เป็นสูตรจากประสบการณ์ของผม ข้อหนึ่งต้องมองพระที่อยู่ตรงหน้า อย่ามองที่คนขายเพราะบางคนสร้างสตอรี่มาก่อนเห็นพระอีก อย่าไปสนใจเด็ดขาด ข้อสองพิมพ์ถูกต้องไหม ข้อสามเนื้อพระใช่ไหม ข้อสี่ตำหนิถูกต้องไหมเพราะพระแต่ละรุ่นมีตำหนิไม่เหมือนกัน ข้อห้ามวลสารของพระแต่ละองค์ถูกต้องตามข้อมูลไหม ส่วนผสมของเนื้อมวลสารมีอะไรบ้าง และรวม ๆ ก็คือต้องดูความเป็นธรรมชาติของพระให้ออก

 

>> พระที่ผมจับต้องส่องดูแล้วมีความสุขทุกครั้งคือพระปิดตา ผมรู้สึกว่าเป็นพระที่มีเสน่ห์ และผมถือว่าเป็นพระแห่งความหลุดพ้น ไม่ยินดียินร้ายใด ๆ ซึ่งพระที่เป็นสุดยอดปรารถนาในใจผมก็คือ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว ผมไม่เคยได้มาครอบครองเลยทั้ง ๆ ที่เฝ้าติดตามมาตลอดเกือบสี่สิบปี เป็นพระของนายตำรวจท่านหนึ่งที่เสียชีวิตไปแล้วซึ่งผมเป็นคนแนะนำให้ท่านเช่าแล้วบอกว่า ถ้าท่านปล่อยผมจะรับซื้อ พระองค์นี้ราคาอยู่ที่ 25 ล้านบาท

 

>> ผมเช่าพระแพงที่สุดราคาสิบกว่าล้าน ทุกองค์ที่เช่ามาเพราะศรัทธา ไม่เคยคิดหวังว่าจะไปขายต่อให้ได้กำไรเป็นสิบล้าน

 

>> เรื่องที่ผมเสียใจในชีวิตมีอยู่หลายเรื่อง เสียใจที่สุดคือการที่ผมมีการศึกษาน้อยเพราะที่บ้านยากจน ทุกวันนี้ผมจึงทดแทนสิ่งที่ผมขาดให้ลูก ๆ ทั้งสิบคน เพราะการศึกษาและความรู้เป็นสมบัติทางปัญญาที่จะติดตัวเขาไปตลอดชีวิต

 

>> ถ้าไม่มีพระเครื่องผมยังคิดไม่ออกเลยว่าชีวิตผมจะเป็นอย่างไร พระเครื่องทำให้ผมมีชีวิตที่ดี มีความภาคภูมิใจและมีโอกาสที่จะทดแทนคุณแผ่นดิน

 


 

Story: Ammahitz

Photography: Suwat

Edit: Paron S. 



LAST UPDATE