STYLE//
RECOMMEND
คู่มือการแต่งตัว

How We Dress Now : วงจรชีวิตของพ็อกเก็ตสแควร์

: ปกติเรื่องมันเป็นแบบนี้ ตอนแรกๆ เราจะเห็นคนเริ่มใส่ตามถนน ไม่ก็เพื่อนในออฟฟิศ หรือไม่ก็ดาราหนัง ทั้งตามจอใหญ่และจอเล็ก แล้วเราก็เห็นคนใส่บ่อยขึ้น บางคนใส่แล้วพอดูได้ ไม่เว่อ เราเห็นอีกด้วยว่าเขาใส่แล้วดูหล่อเกินหน้าเกินตาคนอย่างเราๆ ถึงตอนนี้เราอาจเลือกจะเพิกเฉย ยอมเชยแบบเราๆ ไปเรื่อยๆ หรือหลังจากที่เห็นของพวกนี้ขายในห้างและตามออนไลน์ จึงเริ่มนึกๆ ว่าแล้วทำไมเราจึงจะใส่บ้างไม่ได้ แรกๆ ก็ไม่คุ้นหรอก แต่พอใส่ๆ ไปมันก็เริ่มจะติดเป็นนิสัยจนถึงขนาดถ้าไม่ได้ใส่จะไม่สบายใจ

 

นี่คือเรื่องของเทรนด์ และไม่มีเทรนด์ใดอยู่ค้ำฟ้า

 

“ผ้าพ็อกเก็ตสแควร์มาเป็นเทรนด์ได้อย่างไรหรือครับ” โจเซฟ แอ็บเบาด์ทวนคำถามของผม ตำนานด้านดีไซน์ผู้นี้วัย65 แล้ว “มันไม่ใช่เทรนด์นะคุณ พ็อกเก็ตสแควร์เป็นแอคเซสซอรีชิ้นจบระดับไอคอน คือถ้าเสียบเมื่อไหร่ก็แปลว่าแต่งตัวเสร็จ”

 

พ็อกเก็ตสแควร์เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกายท่านชายมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 14 พ็อกเก็ตสแควร์เป็นมิตรคู่กาย ไม่เคยพ้นสมัย จึงอยู่เหนือกระแสและเหนือเทรนด์ แต่ผู้ชายน่ะมีน้อยคนที่จะ “ช่างแต่งตัว” อย่างคุณแอ็บเบาด์ แต่แล้ว...

 

“อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเทรนด์เราจะชอบมองหาตัวเปิดซิง” โจนาห์ เบอร์เกอร์ บอก ศาสตราจารย์ด้านการตลาดที่วาร์ตันสคูลผู้นี้เขียนหนังสือขายดีติดอันดับ Contagious: Why Things Catch On “แต่ยากจะกำหนดได้ว่าใครเริ่มก่อน” เพราะเทรนด์จะเกิดได้ต้องมีหลายปัจจัยจะมีผ้าเหน็บกระเป๋าเสื้อได้นี่เสื้อก็ต้องมีกระเป๋าเสียก่อนนะ ราวปี 2003 ผู้ชายอเมริกันจึงหันมาใส่ใจเรื่องแต่งตัว นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเติบโตซึ่งมาสอดคล้องกับเทรนด์ดูรูปและข้อมูลจากกูเกิ้ล “เทรนด์ไม่ใช่ว่าจู่ๆ ก็มา พวกบุกเบิกเรื่องพ็อกเก็ตสแควร์นี้มีแค่ 2.5% แต่หยิบมือเดียวนี้คือผู้ทรงอิทธิพล”

 

พวกแรกๆที่เหน็บพ็อกเก็ตสแควร์ไม่ใช่คนที่ต้องใส่สูทไปทำงานหรือเมื่อออกงานแต่เป็นพวกเขาอยากใส่สูทเพราะว่าชอบและต้องการมีอะไรไว้บ่งบอกบุคลิกในการแต่งกายซึ่งพ็อกเก็ตสแควร์ก็ทำหน้าที่นี้ได้ดี “พ็อกเก็ตสแควร์ผืนเล็กๆนี่มันมีพิษสงเพราะผู้ชายส่วนใหญ่จะเอามันไม่ค่อยอยู่” ช่วงนั้นไมเคิล บาสเชียน ซึ่งตอนนั้นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายแฟชั่นของห้างเบิร์กดอร์ฟกู้ดแมนให้สัมภาษณ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ ลูกค้าของเขาพากันเลิกผูกไทแล้วหันมาเหน็บพ็อกเก็ตสแควร์ “พอผู้ชายเลิกผูกไทพ็อกเก็ตสแควร์ก็เข้ามาทำหน้าที่แทน” นอกจากนั้น สตีเฟน ควอร์ตซ์ กล่าวว่า “จะให้เทรนด์ทำหน้าที่อย่างเทรนด์ คนต้องเข้าใจสัญญะที่ของสิ่งนั้นถ่ายทอด หากคนที่เราต้องการจะสื่อไม่เข้าใจสัญญะ เทรนด์ก็จะไม่ประสบความสำเร็จ”

 

เทรนด์เป็นกิจกรรมทางสังคม ผู้ชายเหน็บพ็อกเก็ตสแควร์เพราะมันบ่งบอกว่าเขาอยู่ในกลุ่มคนที่จัดว่าเท่ ในหนังเจมส์ บอนด์เอง พ็อกเก็ตสแควร์กลับมาสู่กระเป๋าสูทข้างซ้ายของบอนด์อีกครั้งใน Quantum of Solace หลังจากหายหน้าไปสองทศวรรษ ห้างสรรหาผ้าหลากสีหลายชนิดมาให้บริการ ผู้ที่ตามเทรนด์มาทีหลังคิดเป็น 34 เปอร์เซ็นต์ของคนทั้งหมดที่ตามเทรนด์ พอถึงปี 2010 พ็อกเก็ตสแควร์ก็กลายเป็นกระแสหลัก

 

แต่สำหรับบางคนนั้นอะไรที่ทิ้งแล้วคือทิ้งเลยไม่อาจหวนคืนเมื่อปี 2012 บิลลี รีด ดีไซเนอร์ซึ่งประจำที่รัฐแอละแบมาเคยคุยว่ามีพ็อกเก็ตสแควร์อยู่ในครอบครองราวห้าร้อยกว่าผืน แต่ตอนนี้เลิกเหน็บโดยสิ้นเชิง “ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเลิก อาจจะเป็นเพราะที่ร้านขายดีจัดก็ได้” ตัวบรรณาธิการลอว์เรนส์ สลอชแมนก็เลิก “วันหนึ่งก็ไม่นึกอยากจะเหน็บเสียอย่างนั้น ประเด็นมันมีอยู่ว่าเราชอบบอกลูกค้าว่ารองเท้ามังค์สแตรปหรือผ้าพ็อกเก็ตสแควร์เป็นเครื่องแต่งกายคลาสสิกที่ไม่มีวันตกยุค แต่ไม่จริงหรอกครับ ทุกอย่างย่อมมีวันตกยุค”

 

ไม่มีเทรนด์ไหนอยู่ค้ำฟ้า แต่ก่อนที่เราจะเขียนบทอาลัยพ็อกเก็ตสแควร์และซับน้ำตาแห่งความอาดูร (ด้วยอะไรดีล่ะ กระดาษทิชชูหรือ) ขอให้ดูข้อเท็จจริงนี้ก่อน

 

ยุคนี้เป็นยุคที่พ็อกเก็ตสแควร์ได้รับความนิยมสูงสุดเลยก็ว่าได้ ยอดขายของ Men’s Wearhouse เพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ภายในห้าปี ผู้อำนวยการเสื้อผ้าท่านชายของ Nordstorm บอกว่า “สองสามซีซันที่ผ่านมาตลาดพ็อกเก็ตสแควร์โตขึ้นมาก” คือเทรนด์ต้องใช้เวลา 12 ปีจึงจะโตเต็มที่ขนาดนี้ แต่พ็อกเก็ตสแควร์ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกายไปเสียแล้วอย่างถาวร โตเกินกว่าจะเป็นแค่เทรนด์ และโตเกินกว่าจะมีใครมาควบคุมมันได้เหมือนตอนแรกเกิด

 

Edited by Paron S.




How We Dress Now : วงจรชีวิตของพ็อกเก็ตสแควร์

: ปกติเรื่องมันเป็นแบบนี้ ตอนแรกๆ เราจะเห็นคนเริ่มใส่ตามถนน ไม่ก็เพื่อนในออฟฟิศ หรือไม่ก็ดาราหนัง ทั้งตามจอใหญ่และจอเล็ก แล้วเราก็เห็นคนใส่บ่อยขึ้น บางคนใส่แล้วพอดูได้ ไม่เว่อ เราเห็นอีกด้วยว่าเขาใส่แล้วดูหล่อเกินหน้าเกินตาคนอย่างเราๆ ถึงตอนนี้เราอาจเลือกจะเพิกเฉย ยอมเชยแบบเราๆ ไปเรื่อยๆ หรือหลังจากที่เห็นของพวกนี้ขายในห้างและตามออนไลน์ จึงเริ่มนึกๆ ว่าแล้วทำไมเราจึงจะใส่บ้างไม่ได้ แรกๆ ก็ไม่คุ้นหรอก แต่พอใส่ๆ ไปมันก็เริ่มจะติดเป็นนิสัยจนถึงขนาดถ้าไม่ได้ใส่จะไม่สบายใจ

 

นี่คือเรื่องของเทรนด์ และไม่มีเทรนด์ใดอยู่ค้ำฟ้า

 

“ผ้าพ็อกเก็ตสแควร์มาเป็นเทรนด์ได้อย่างไรหรือครับ” โจเซฟ แอ็บเบาด์ทวนคำถามของผม ตำนานด้านดีไซน์ผู้นี้วัย65 แล้ว “มันไม่ใช่เทรนด์นะคุณ พ็อกเก็ตสแควร์เป็นแอคเซสซอรีชิ้นจบระดับไอคอน คือถ้าเสียบเมื่อไหร่ก็แปลว่าแต่งตัวเสร็จ”

 

พ็อกเก็ตสแควร์เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกายท่านชายมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 14 พ็อกเก็ตสแควร์เป็นมิตรคู่กาย ไม่เคยพ้นสมัย จึงอยู่เหนือกระแสและเหนือเทรนด์ แต่ผู้ชายน่ะมีน้อยคนที่จะ “ช่างแต่งตัว” อย่างคุณแอ็บเบาด์ แต่แล้ว...

 

“อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเทรนด์เราจะชอบมองหาตัวเปิดซิง” โจนาห์ เบอร์เกอร์ บอก ศาสตราจารย์ด้านการตลาดที่วาร์ตันสคูลผู้นี้เขียนหนังสือขายดีติดอันดับ Contagious: Why Things Catch On “แต่ยากจะกำหนดได้ว่าใครเริ่มก่อน” เพราะเทรนด์จะเกิดได้ต้องมีหลายปัจจัยจะมีผ้าเหน็บกระเป๋าเสื้อได้นี่เสื้อก็ต้องมีกระเป๋าเสียก่อนนะ ราวปี 2003 ผู้ชายอเมริกันจึงหันมาใส่ใจเรื่องแต่งตัว นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเติบโตซึ่งมาสอดคล้องกับเทรนด์ดูรูปและข้อมูลจากกูเกิ้ล “เทรนด์ไม่ใช่ว่าจู่ๆ ก็มา พวกบุกเบิกเรื่องพ็อกเก็ตสแควร์นี้มีแค่ 2.5% แต่หยิบมือเดียวนี้คือผู้ทรงอิทธิพล”

 

พวกแรกๆที่เหน็บพ็อกเก็ตสแควร์ไม่ใช่คนที่ต้องใส่สูทไปทำงานหรือเมื่อออกงานแต่เป็นพวกเขาอยากใส่สูทเพราะว่าชอบและต้องการมีอะไรไว้บ่งบอกบุคลิกในการแต่งกายซึ่งพ็อกเก็ตสแควร์ก็ทำหน้าที่นี้ได้ดี “พ็อกเก็ตสแควร์ผืนเล็กๆนี่มันมีพิษสงเพราะผู้ชายส่วนใหญ่จะเอามันไม่ค่อยอยู่” ช่วงนั้นไมเคิล บาสเชียน ซึ่งตอนนั้นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายแฟชั่นของห้างเบิร์กดอร์ฟกู้ดแมนให้สัมภาษณ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ ลูกค้าของเขาพากันเลิกผูกไทแล้วหันมาเหน็บพ็อกเก็ตสแควร์ “พอผู้ชายเลิกผูกไทพ็อกเก็ตสแควร์ก็เข้ามาทำหน้าที่แทน” นอกจากนั้น สตีเฟน ควอร์ตซ์ กล่าวว่า “จะให้เทรนด์ทำหน้าที่อย่างเทรนด์ คนต้องเข้าใจสัญญะที่ของสิ่งนั้นถ่ายทอด หากคนที่เราต้องการจะสื่อไม่เข้าใจสัญญะ เทรนด์ก็จะไม่ประสบความสำเร็จ”

 

เทรนด์เป็นกิจกรรมทางสังคม ผู้ชายเหน็บพ็อกเก็ตสแควร์เพราะมันบ่งบอกว่าเขาอยู่ในกลุ่มคนที่จัดว่าเท่ ในหนังเจมส์ บอนด์เอง พ็อกเก็ตสแควร์กลับมาสู่กระเป๋าสูทข้างซ้ายของบอนด์อีกครั้งใน Quantum of Solace หลังจากหายหน้าไปสองทศวรรษ ห้างสรรหาผ้าหลากสีหลายชนิดมาให้บริการ ผู้ที่ตามเทรนด์มาทีหลังคิดเป็น 34 เปอร์เซ็นต์ของคนทั้งหมดที่ตามเทรนด์ พอถึงปี 2010 พ็อกเก็ตสแควร์ก็กลายเป็นกระแสหลัก

 

แต่สำหรับบางคนนั้นอะไรที่ทิ้งแล้วคือทิ้งเลยไม่อาจหวนคืนเมื่อปี 2012 บิลลี รีด ดีไซเนอร์ซึ่งประจำที่รัฐแอละแบมาเคยคุยว่ามีพ็อกเก็ตสแควร์อยู่ในครอบครองราวห้าร้อยกว่าผืน แต่ตอนนี้เลิกเหน็บโดยสิ้นเชิง “ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเลิก อาจจะเป็นเพราะที่ร้านขายดีจัดก็ได้” ตัวบรรณาธิการลอว์เรนส์ สลอชแมนก็เลิก “วันหนึ่งก็ไม่นึกอยากจะเหน็บเสียอย่างนั้น ประเด็นมันมีอยู่ว่าเราชอบบอกลูกค้าว่ารองเท้ามังค์สแตรปหรือผ้าพ็อกเก็ตสแควร์เป็นเครื่องแต่งกายคลาสสิกที่ไม่มีวันตกยุค แต่ไม่จริงหรอกครับ ทุกอย่างย่อมมีวันตกยุค”

 

ไม่มีเทรนด์ไหนอยู่ค้ำฟ้า แต่ก่อนที่เราจะเขียนบทอาลัยพ็อกเก็ตสแควร์และซับน้ำตาแห่งความอาดูร (ด้วยอะไรดีล่ะ กระดาษทิชชูหรือ) ขอให้ดูข้อเท็จจริงนี้ก่อน

 

ยุคนี้เป็นยุคที่พ็อกเก็ตสแควร์ได้รับความนิยมสูงสุดเลยก็ว่าได้ ยอดขายของ Men’s Wearhouse เพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ภายในห้าปี ผู้อำนวยการเสื้อผ้าท่านชายของ Nordstorm บอกว่า “สองสามซีซันที่ผ่านมาตลาดพ็อกเก็ตสแควร์โตขึ้นมาก” คือเทรนด์ต้องใช้เวลา 12 ปีจึงจะโตเต็มที่ขนาดนี้ แต่พ็อกเก็ตสแควร์ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกายไปเสียแล้วอย่างถาวร โตเกินกว่าจะเป็นแค่เทรนด์ และโตเกินกว่าจะมีใครมาควบคุมมันได้เหมือนตอนแรกเกิด

 

Edited by Paron S.