STYLE//
RECOMMEND
คู่มือการแต่งตัว

INTRODUCING METARIDE FOR THE LONG RUN

ก่อนสนีกเกอร์จะมียุครุ่งเรืองอย่างในทุกวันนี้ ต้องยกความดีความชอบให้แก่ความมุ่งมั่นในการแข่งขันกีฬาในสมัยก่อนหน้า เพราะความสำเร็จของสนีกเกอร์ล้วนมีผลมาจากการปูทางของรองเท้าสำหรับเล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นบาสเก็ตบอล เทนนิสและวิ่ง สิ่งที่ทำให้คนยุคนั้นตาลุกวาวได้คงหนีไม่พ้นนวัตกรรมเพื่อการออกกำลังกายที่ต่างไปจากของที่มีอยู่ และหากพูดถึงอุปกรณ์กีฬาในยุคแรกๆ เราสามารถแบ่งมหาอำนาจออกเป็นสองขั้วหลักๆ คือทางฝั่งตะวันตกที่ต้องยกให้กับอาดิดาสและฝั่งตะวันออกที่กำลังก่อร่างบัลลังก์ของตัวเองอย่างโอนิซึกะ ไทเกอร์ (Onitsuka Tiger)

 

 

ปัจจุบันโอนิซึกะ ไทเกอร์แบ่งไลน์การผลิตออกเป็นสายกีฬาและไลฟ์สไตล์ภายใต้บริษัทเดียวกันอยู่ (ผู้เขียนขอเรียกยุคแรกของโอนิซึกะ ไทเกอร์สั้นๆ ว่า ‘ไทเกอร์’ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนระหว่างแบรนด์ Onitsuka และ Asics ในปัจจุบัน) โดยผู้ก่อตั้งคือ Kihachiro Onitsuka ที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นในปี 1949 คงต้องเท้าความนิดนึงว่าประเทศญี่ปุ่นในช่วงเวลานั้นได้รับความบอบช้ำจากสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งคุณโอนิซึกะเองก็อยากเยียวยาความรู้สึกของคนในประเทศให้กลับมามีชีวิตชีวาและเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยกีฬา จึงเริ่มต้นผลิตรองเท้าผ้าใบสำหรับให้เด็กนักเรียนไว้ใส่ออกกำลังกาย

 

รองเท้าผ้าใบคู่แรกวางขายในปี 1952 มีชื่อว่า OK BASKETBALL SHOE มันคือรองเท้าบาสฯ เหตุที่ว่าทำไมต้องเป็นรองเท้าบาสเก็ตบอล เพราะเป็นกีฬาที่ใช้งานรองเท้าค่อนข้างหนัก จึงทำได้ยากด้วยเทคโนโลยีในยุคนั้น เขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากปุ่มต่างๆ บนหนวดปลาหมึกที่ช่วยดูดยึดสิ่งต่างๆ ก่อนที่จะกลายมาเป็นต้นแบบพื้น Out-Sole หน้าตาประหลาดแต่กลับใช้งานได้ดี จากนั้นคุณโอนิซึกะก็ได้ผลิตรองเท้ากีฬานานาชนิดเพื่อใช้ในงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกตั้งแต่ยุค 50s เป็นต้นมา

 

Mexico 66 

 

แบรนด์ไทเกอร์เริ่มเป็นที่รู้จักด้วยโมเดล Mexico 66 วางขายในปี 1966 ถือว่าเป็นทรงคลาสสิกตลอดกาลของไทเกอร์และเป็นต้นแบบให้รองเท้าทุกคู่ของโอนิซึกะในปัจจุบัน แถมยังเป็นแรงบันดาลใจข้ามโลกไปสู่รุ่นคอร์เตซของไนกี้เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ เมื่อ Derek Clayton นักกีฬาที่มีชื่อในยุคนั้นสวม Mexico 66 ลงแข่งและสามารถทำลายสถิติ World Marathon Record ได้ ตลอดจน Lasse Viren ที่คว้าเหรียญทองในโอลิมปิกพร้อมๆ กับรองเท้าไทเกอร์ในปี 1972 จึงยิ่งตอกย้ำประสิทธิภาพรองเท้าจากฝั่งตะวันออกของโลกได้เป็นอย่างดี 

 

ความเปลี่ยนแปลงของไทเกอร์เกิดขึ้นในปี 1977 ซึ่งเกิดการแยกร่างบริษัทไทเกอร์ออกเป็น Onitsuka Tiger ที่เน้นทางด้านรองเท้าวินเทจและ Asics หันไปพัฒนารองเท้ากีฬาอย่างเต็มตัว Asics เกิดจากการรวมตัวของสามบริษัทยักษ์ใหญ่ คือ Onitsuka Tiger,  GTO โรงงานผลิตเสื้อผ้ากีฬาและ Jelenk ผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับเส้นด้าย ซึ่งชื่อของ Asics เองก็มีที่มาจากภาษาละตินว่า Anima Sana In Corpore Sanoc หรือในความหมายว่า สุขภาพจิตดีย่อมมาพร้อมร่างกายแข็งแรง

 

 

Gel-Kayano

 

 

เมื่อพูดถึงนวัตกรรมของ Asics เราคงได้ยินติดปากอยู่คำนึงว่า gel เจลเป็นเทคโนโลยีรับแรงกระแทกของ Asics คิดค้นขึ้นในปี 1986 และเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหน้าใหม่ที่ทำให้วงการวิ่งสั่นสะเทือน เจลมาพร้อมรองเท้ารุ่นตำนานอย่าง Gel-Kayano ที่จุดประกายให้การผลิตรองเท้าเพื่อพัฒนาการวิ่งของมนุษย์ เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่เข้าไปฝั่งอยู่ในดีเอ็นเอของรองเท้า Asics หลายๆ รุ่นก็ว่าได้ 

 

 

จนมาถึงยุคใหม่ของการวิ่งที่ไม่ได้วัดกันแค่พลังกำลังของนักวิ่งเท่านั้น แต่เป็นสนามแข่งขันนวัตกรรมที่แต่ละแบรนด์งัดไม้เด็ดของตัวเองออกมาโชว์เป็นว่าเล่น แม้แต่ Asics เองก็เพิ่งคลอดเทคโนโลยีใหม่สดๆ ร้อนๆ เขาว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งระยะไกลและดึงศักยภาพของผู้สวมใส่ออกมาได้มากที่สุด นวัตกรรมนี้มีชื่อเรียกว่า METARIDE™ บรรจุอยู่ในซีรีส์ RIDE (ประกอบด้วยรุ่น GEL-Nimbus 21, GT-2000 7 และ RoadHawk FF 2) ซึ่ง Asics ใช้เวลาพัฒนากว่าสองปี มาพร้อมเทคโนโลยีที่เป็นกุญแจสำคัญในการวิ่งที่มีประสิทธิภาพคือ การผสมผสานพื้น GUIDESOLE™ รูปทรงโค้งช่วยส่งน้ำหนักตัวไปข้างหน้าและช่วยลดการบิดงอข้อเท้าขณะวิ่งและ FlyteFoam ช่วยลดแรงกระแทกและส่งคืนพลังงานกลับมายังผู้สวมใส่ ทำให้สูญเสียพลังงานจากข้อเท้าน้อยลง พร้อมด้วยหน้าผ้าใหม่ช่วยประคองเท้าให้มั่นคงและเข้ากับรูปเท้ามากขึ้น  

 

 

Metaride

 

เรื่องของเทคโนโลยีคงไม่อาจนิยามได้ว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุด เพราะเราต่างรู้ดีว่าในเวลานี้เป็นช่วงแห่งการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านเทคโนโลยีและศักยภาพของมนุษย์ สำหรับใครที่ติดตามกันอยู่คงต้องมาลุ้นกันหน่อยว่าอนาคตจะมีเทคโนโลยีอะไรออกมาเย้ายวนใจคนใส่อย่างเราอีกบ้าง แต่เท่าที่เห็นแบรนด์รุกรับใส่กันในเวลานี้ก็มันสุดๆ แล้วว่าไหมล่ะครับ 


 

เรื่อง: NM

ภาพ: Courtesy of ASICS

 

 




INTRODUCING METARIDE FOR THE LONG RUN

ก่อนสนีกเกอร์จะมียุครุ่งเรืองอย่างในทุกวันนี้ ต้องยกความดีความชอบให้แก่ความมุ่งมั่นในการแข่งขันกีฬาในสมัยก่อนหน้า เพราะความสำเร็จของสนีกเกอร์ล้วนมีผลมาจากการปูทางของรองเท้าสำหรับเล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นบาสเก็ตบอล เทนนิสและวิ่ง สิ่งที่ทำให้คนยุคนั้นตาลุกวาวได้คงหนีไม่พ้นนวัตกรรมเพื่อการออกกำลังกายที่ต่างไปจากของที่มีอยู่ และหากพูดถึงอุปกรณ์กีฬาในยุคแรกๆ เราสามารถแบ่งมหาอำนาจออกเป็นสองขั้วหลักๆ คือทางฝั่งตะวันตกที่ต้องยกให้กับอาดิดาสและฝั่งตะวันออกที่กำลังก่อร่างบัลลังก์ของตัวเองอย่างโอนิซึกะ ไทเกอร์ (Onitsuka Tiger)

 

 

ปัจจุบันโอนิซึกะ ไทเกอร์แบ่งไลน์การผลิตออกเป็นสายกีฬาและไลฟ์สไตล์ภายใต้บริษัทเดียวกันอยู่ (ผู้เขียนขอเรียกยุคแรกของโอนิซึกะ ไทเกอร์สั้นๆ ว่า ‘ไทเกอร์’ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนระหว่างแบรนด์ Onitsuka และ Asics ในปัจจุบัน) โดยผู้ก่อตั้งคือ Kihachiro Onitsuka ที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นในปี 1949 คงต้องเท้าความนิดนึงว่าประเทศญี่ปุ่นในช่วงเวลานั้นได้รับความบอบช้ำจากสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งคุณโอนิซึกะเองก็อยากเยียวยาความรู้สึกของคนในประเทศให้กลับมามีชีวิตชีวาและเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยกีฬา จึงเริ่มต้นผลิตรองเท้าผ้าใบสำหรับให้เด็กนักเรียนไว้ใส่ออกกำลังกาย

 

รองเท้าผ้าใบคู่แรกวางขายในปี 1952 มีชื่อว่า OK BASKETBALL SHOE มันคือรองเท้าบาสฯ เหตุที่ว่าทำไมต้องเป็นรองเท้าบาสเก็ตบอล เพราะเป็นกีฬาที่ใช้งานรองเท้าค่อนข้างหนัก จึงทำได้ยากด้วยเทคโนโลยีในยุคนั้น เขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากปุ่มต่างๆ บนหนวดปลาหมึกที่ช่วยดูดยึดสิ่งต่างๆ ก่อนที่จะกลายมาเป็นต้นแบบพื้น Out-Sole หน้าตาประหลาดแต่กลับใช้งานได้ดี จากนั้นคุณโอนิซึกะก็ได้ผลิตรองเท้ากีฬานานาชนิดเพื่อใช้ในงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกตั้งแต่ยุค 50s เป็นต้นมา

 

Mexico 66 

 

แบรนด์ไทเกอร์เริ่มเป็นที่รู้จักด้วยโมเดล Mexico 66 วางขายในปี 1966 ถือว่าเป็นทรงคลาสสิกตลอดกาลของไทเกอร์และเป็นต้นแบบให้รองเท้าทุกคู่ของโอนิซึกะในปัจจุบัน แถมยังเป็นแรงบันดาลใจข้ามโลกไปสู่รุ่นคอร์เตซของไนกี้เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ เมื่อ Derek Clayton นักกีฬาที่มีชื่อในยุคนั้นสวม Mexico 66 ลงแข่งและสามารถทำลายสถิติ World Marathon Record ได้ ตลอดจน Lasse Viren ที่คว้าเหรียญทองในโอลิมปิกพร้อมๆ กับรองเท้าไทเกอร์ในปี 1972 จึงยิ่งตอกย้ำประสิทธิภาพรองเท้าจากฝั่งตะวันออกของโลกได้เป็นอย่างดี 

 

ความเปลี่ยนแปลงของไทเกอร์เกิดขึ้นในปี 1977 ซึ่งเกิดการแยกร่างบริษัทไทเกอร์ออกเป็น Onitsuka Tiger ที่เน้นทางด้านรองเท้าวินเทจและ Asics หันไปพัฒนารองเท้ากีฬาอย่างเต็มตัว Asics เกิดจากการรวมตัวของสามบริษัทยักษ์ใหญ่ คือ Onitsuka Tiger,  GTO โรงงานผลิตเสื้อผ้ากีฬาและ Jelenk ผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับเส้นด้าย ซึ่งชื่อของ Asics เองก็มีที่มาจากภาษาละตินว่า Anima Sana In Corpore Sanoc หรือในความหมายว่า สุขภาพจิตดีย่อมมาพร้อมร่างกายแข็งแรง

 

 

Gel-Kayano

 

 

เมื่อพูดถึงนวัตกรรมของ Asics เราคงได้ยินติดปากอยู่คำนึงว่า gel เจลเป็นเทคโนโลยีรับแรงกระแทกของ Asics คิดค้นขึ้นในปี 1986 และเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหน้าใหม่ที่ทำให้วงการวิ่งสั่นสะเทือน เจลมาพร้อมรองเท้ารุ่นตำนานอย่าง Gel-Kayano ที่จุดประกายให้การผลิตรองเท้าเพื่อพัฒนาการวิ่งของมนุษย์ เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่เข้าไปฝั่งอยู่ในดีเอ็นเอของรองเท้า Asics หลายๆ รุ่นก็ว่าได้ 

 

 

จนมาถึงยุคใหม่ของการวิ่งที่ไม่ได้วัดกันแค่พลังกำลังของนักวิ่งเท่านั้น แต่เป็นสนามแข่งขันนวัตกรรมที่แต่ละแบรนด์งัดไม้เด็ดของตัวเองออกมาโชว์เป็นว่าเล่น แม้แต่ Asics เองก็เพิ่งคลอดเทคโนโลยีใหม่สดๆ ร้อนๆ เขาว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งระยะไกลและดึงศักยภาพของผู้สวมใส่ออกมาได้มากที่สุด นวัตกรรมนี้มีชื่อเรียกว่า METARIDE™ บรรจุอยู่ในซีรีส์ RIDE (ประกอบด้วยรุ่น GEL-Nimbus 21, GT-2000 7 และ RoadHawk FF 2) ซึ่ง Asics ใช้เวลาพัฒนากว่าสองปี มาพร้อมเทคโนโลยีที่เป็นกุญแจสำคัญในการวิ่งที่มีประสิทธิภาพคือ การผสมผสานพื้น GUIDESOLE™ รูปทรงโค้งช่วยส่งน้ำหนักตัวไปข้างหน้าและช่วยลดการบิดงอข้อเท้าขณะวิ่งและ FlyteFoam ช่วยลดแรงกระแทกและส่งคืนพลังงานกลับมายังผู้สวมใส่ ทำให้สูญเสียพลังงานจากข้อเท้าน้อยลง พร้อมด้วยหน้าผ้าใหม่ช่วยประคองเท้าให้มั่นคงและเข้ากับรูปเท้ามากขึ้น  

 

 

Metaride

 

เรื่องของเทคโนโลยีคงไม่อาจนิยามได้ว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุด เพราะเราต่างรู้ดีว่าในเวลานี้เป็นช่วงแห่งการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านเทคโนโลยีและศักยภาพของมนุษย์ สำหรับใครที่ติดตามกันอยู่คงต้องมาลุ้นกันหน่อยว่าอนาคตจะมีเทคโนโลยีอะไรออกมาเย้ายวนใจคนใส่อย่างเราอีกบ้าง แต่เท่าที่เห็นแบรนด์รุกรับใส่กันในเวลานี้ก็มันสุดๆ แล้วว่าไหมล่ะครับ 


 

เรื่อง: NM

ภาพ: Courtesy of ASICS