Work-Life Balance กับความสำเร็จของ เป๋า-วฤธ หงสนันทน์

วันนี้เรามีนัดกับเป๋า-วฤธ หงสนันทน์ ชายหนุ่มวัย 30 ปีที่มีตำแหน่งผู้บริหารบริษัทนำเข้ารถบรรทุก FAW Thailand แต่ก็พ่วงตำแหน่งนักแสดงอิสระไว้เช่นกัน (ล่าสุดก็รับเชิญเป็นเพื่อนหมอเป้งหรือซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ในซีรี่ส์สุดฮิตแห่งปี “รักสุดใจนายฉุกเฉิน”) เรามานั่งคุยกับเขากันหน่อยว่าชีวิตที่มีหลายบทบาทแบบนี้ เขาจัดการบริหารเวลาและ Work-Life Balance ได้อย่างน่าทึ่ง

 

 

“จริงๆ บริษัท FAW Thailand ก่อตั้งทำกิจการนำเข้ารถบรรทุกจากเมืองจีนมาได้แปดปีแล้วครับ ซึ่งตรงนี้เราทำเองทั้งหมดตั้งแต่นำเข้า ขอใบอนุญาติ ทำทุกอย่างเองหมด” เป๋าเท้าความถึงการมาทำงานเป็นผู้บริหาร FAW Thailand ธุรกิจส่วนตัวของครอบครัวเขาให้เราฟัง ก่อนจะเสริมต่อว่า ถึงแม้ที่บ้านจะทำกิจการด้านรถยนต์มาก่อนหลายสิบปี แต่ FAW Thailand คือบริษัทใหม่ที่พึ่งก่อตั้งมาได้ 8 ปี และเขาต้องเริ่มธุรกิจนี้ด้วยตัวเอง “เพราะฉะนั้นเราได้เรียนรู้ตั้งแต่ต้นเลยว่าการจะเริ่มอะไรใหม่ ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เราก็ค่อยๆ เรียนรู้มาเรื่อยๆ จนกระทั่งวันนี้เราก็มีแบรนด์ที่ถือว่าติดตลาดในประเทศไทย ซึ่งก็เป็นข้อดีเพราะทำให้เราได้เรียนรู้ทุกอย่างตั้งแต่ต้นเลย อีกอย่างก็คือผมได้ประสบการณ์จากคุณพ่อ (ศักดิ์ชัย ลีสวรรค์) เยอะเหมือนกัน เพราะคุณพ่อก็ทำงานธุรกิจรถยนต์ของที่บ้านมาตั้งแต่อายุเท่าๆ ผมเลยเหมือนกัน หลายๆ ครั้งก็อาศัยประสบการณ์คุณพ่อช่วยเรื่องงาน เห็นตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง แต่ถ้าไม่ต้องก็ต้องยอมๆ คุณพ่อ” เป๋าพูดพลางหัวเราะ

 

เมื่อเราถามว่าอะไรยากที่สุดในการเป็นผู้บริหาร คำตอบนั้นไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ว่าคือการจัดการเรื่องคน “บางทีคนๆ เดียวก็สามารถทำให้ทั้งทีมล้มได้เลยนะครับ เพราะว่าคนเราก็มาจากหลายแบบหลายที่ มี Mindset ไม่เหมือนกัน แล้วการจะปรับจูนให้ทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันกับบริษัทนั้นมันเป็นอะไรที่เหนื่อยและยาก แต่ละคนก็มีวิธีคุยไม่เหมือนกัน เราต้องมีวิธีการทำให้เขาทำงานแล้วสนุกไปกับงาน ไม่ใช่ทำไปวันๆ ถ้าไม่มี Passion กับงานนี่มันก็เดินต่อไปข้างหน้ายากเหมือนกัน”  ฟังแล้วเป๋าเองก็เป็นหัวหน้าที่จริงจังกับงานไม่น้อย แต่ถ้าคุณคิดว่างานวงการบันเทิงคือสิ่งที่เขามาทำเล่นๆ ไปงั้นก็ต้องบอกว่าไม่เลย “มันเป็นงานที่กดดันเหมือนกันนะครับ กลัวว่าถ้าเล่นไม่ดีแสดงไม่ดีแล้วเราจะทำให้คนอื่นๆ ที่เขาให้โอกาสเรามาทำงานตรงนี้ผิดหวัง เราก็ต้องตั้งใจและทำการบ้านมากๆ เหมือนกัน ไม่ต่างอะไรจากการธุรกิจเลยครับ แค่งานวงการบันเทิงจะได้ออกไปนู้นนี่นั้นตามที่ต่างๆ มากกว่าหน่อย ก็ถือว่าเป็นข้อที่ดีกว่าหน่อยนึง”

 

 

ถึงภายนอกจะดูเป็นหนุ่มเฟรนด์ลี่ ร่าเริงสดใสแต่เชื่อไหมครับว่าอีกด้านนึงเป๋า วฤธคือคนที่ชิดเชื้อกับพุทธศาสนามากๆ คนนึงเลยทีเดียว “หนึ่งในโมเมนต์ที่ผมประทับใจมากที่สุดในชีวิตก็คือช่วงที่ได้ไปบวชครับ เพราะว่ามีช่วงนึงก่อนผมเรียนจบ ตอนอายุประมาณ 20 กว่าๆ คุณพ่อผมไปบวชที่วัดที่บึงกาฬแล้วผมก็ตามไปเป็นเด็กวัดตอนบิณฑบาตรให้กับคุณพ่อ ผมได้เห็นชาวบ้านที่ถึงจะไม่มีสตางค์มากแต่เขามีศรัทธาในการทำบุญมากๆ ผมจำได้ว่าบางคนถวายแค่ข้าวเปล่าๆ ถุงนึงแต่มันเต็มไปด้วยศรัทธาอะครับ มันส่งมาให้เรารู้สึก ”เย็น” ยังไงก็ไม่รู้ เห็นแล้วมีความสุข หลังจากนั้นก็เลยหาโอกาสมาบวชที่วัดนี้เหมือนกัน” เป๋าเล่าให้เราฟังแบบเรียบง่ายแต่กลายเป็นเราเองที่รู้สึกประหลาดใจเพราะน้ำเสียงที่เขาเล่ามันฟังดูเรียบง่ายก็จริง แต่มันก็เต็มไปด้วยความจริงใจแบบที่เราเชื่อสนิทว่าการบวชคือสิ่งที่ประทับใจเขาจริงๆ และเมื่อเราถามถึงวิธีการคลายเครียดในแบบฉบับของวฤธ หงสนันทน์ เขาก็มิวายย้อนกลับมาที่เรื่องธรรมะเหมือนเดิม “ผมว่าคนเราควรฝึกสวดมนต์ ภาวนาไว้ก็ดีนะครับ มันดีกว่าการเข้าวัดตอนเราทุกข์เสียอีก เพราะบางทีผมก็เป็นครับ ทุกข์ก่อนแล้วค่อยเข้าวัดค่อยสวดมนต์ อันนั้นมันก็จะหนัก แต่ถ้าเราฝึกสวดมนต์ภาวนาไว้ตั้งแต่ต้น เวลาเราเจอปัญหาอะไรหรือเรื่องทุกข์อะไรเข้ามา มันก็อาจจะช่วยให้หายได้เร็วขึ้น มันช่วยได้เยอะเลยนะครับสำหรับผม เพราะบางทีผมรู้สึกไม่สบายใจหรือรู้สึกไม่ดีผมก็สวดมนต์ ผมก็รู้สึกดีขึ้น”


นี่แหละครับเบื้องหลังคราบนักแสดงและนักธุรกิจ เป๋า-วฤธก็คือหนุ่มสายธรรมะที่ยังเอ็นจอยกับชีวิตได้อย่างเต็มที่และไม่ผิดถ้าคุณจะลองเอาธรรมะมาใช้ในการดำเนินชีวิตแบบเขาบ้าง

 

Calvin Klein Eternity for Men Eau de Parfum

 

กลิ่นหอมคือข้อบ่งชี้อีกหนึ่งอย่างถึงความเป็นผู้ชายที่ใส่ใจดูแลตัวเอง มันไม่ได้ทำให้คุณดูเจ้าสำอางแต่อย่างใด แต่มันคือเครื่องยืนยันความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของชีวิตที่ผู้ชายส่วนมากมักมองข้าม และสำหรับชายหนุ่มที่กำลังมองหาน้ำหอมเพิ่มความมั่นใจและบุคลิกให้ตัวเองอยู่ เราขอแนะนำให้คุณมาลอง Calvin Klein Eternity for Men Eau de Parfum 2019 น้ำหอมจากตระกูล Eternity อันโด่งดังของ Calvin Klein ที่ปีนี้ได้ปรับปรุงกลิ่นใหม่ให้หอมมากขึ้น

 

โดยยังคงกลิ่นสดชื่นจากพืชตระกูลซิตรัสอันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ แต่เพิ่มมิติอันอบอุ่นให้น้ำหอมด้วยกลิ่นของไม้หอมและน้ำมันหอมระเหยจากสนไซปรัสไว้ที่ทั้งหมดรังสรรค์ให้ Calvin Klein Eternity for Men Eau de Parfum เป็นน้ำหอมที่เหมาะสำหรับบุรุษที่ Work Hard และ Play Harder อย่างผู้ชายหลายคนในยุคนี้

 

 

 

 

Calvin Klein Eternity for Men Eau de Parfum ตำนานบทใหม่ของน้ำหอม Eternity For Men จาก Calvin Klein ที่หอมสดชื่นด้วยกลิ่นเปิดจากแอปเปิ้ลและใบเสจก่อนจะเผยความอบอุ่นของกลิ่นดอกเจเรเนียมและสนไซปรัสระเรื่อออกมาพร้อมทิ้งท้ายด้วยกลิ่นลุ่มลึกของหญ้าแฝกปนหนังกลับให้สัมผัสใหม่ที่สะท้อนภาพของชายหนุ่มเริงร่าทว่าเข้มแข็งได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 




Work-Life Balance กับความสำเร็จของ เป๋า-วฤธ หงสนันทน์

วันนี้เรามีนัดกับเป๋า-วฤธ หงสนันทน์ ชายหนุ่มวัย 30 ปีที่มีตำแหน่งผู้บริหารบริษัทนำเข้ารถบรรทุก FAW Thailand แต่ก็พ่วงตำแหน่งนักแสดงอิสระไว้เช่นกัน (ล่าสุดก็รับเชิญเป็นเพื่อนหมอเป้งหรือซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ในซีรี่ส์สุดฮิตแห่งปี “รักสุดใจนายฉุกเฉิน”) เรามานั่งคุยกับเขากันหน่อยว่าชีวิตที่มีหลายบทบาทแบบนี้ เขาจัดการบริหารเวลาและ Work-Life Balance ได้อย่างน่าทึ่ง

 

 

“จริงๆ บริษัท FAW Thailand ก่อตั้งทำกิจการนำเข้ารถบรรทุกจากเมืองจีนมาได้แปดปีแล้วครับ ซึ่งตรงนี้เราทำเองทั้งหมดตั้งแต่นำเข้า ขอใบอนุญาติ ทำทุกอย่างเองหมด” เป๋าเท้าความถึงการมาทำงานเป็นผู้บริหาร FAW Thailand ธุรกิจส่วนตัวของครอบครัวเขาให้เราฟัง ก่อนจะเสริมต่อว่า ถึงแม้ที่บ้านจะทำกิจการด้านรถยนต์มาก่อนหลายสิบปี แต่ FAW Thailand คือบริษัทใหม่ที่พึ่งก่อตั้งมาได้ 8 ปี และเขาต้องเริ่มธุรกิจนี้ด้วยตัวเอง “เพราะฉะนั้นเราได้เรียนรู้ตั้งแต่ต้นเลยว่าการจะเริ่มอะไรใหม่ ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เราก็ค่อยๆ เรียนรู้มาเรื่อยๆ จนกระทั่งวันนี้เราก็มีแบรนด์ที่ถือว่าติดตลาดในประเทศไทย ซึ่งก็เป็นข้อดีเพราะทำให้เราได้เรียนรู้ทุกอย่างตั้งแต่ต้นเลย อีกอย่างก็คือผมได้ประสบการณ์จากคุณพ่อ (ศักดิ์ชัย ลีสวรรค์) เยอะเหมือนกัน เพราะคุณพ่อก็ทำงานธุรกิจรถยนต์ของที่บ้านมาตั้งแต่อายุเท่าๆ ผมเลยเหมือนกัน หลายๆ ครั้งก็อาศัยประสบการณ์คุณพ่อช่วยเรื่องงาน เห็นตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง แต่ถ้าไม่ต้องก็ต้องยอมๆ คุณพ่อ” เป๋าพูดพลางหัวเราะ

 

เมื่อเราถามว่าอะไรยากที่สุดในการเป็นผู้บริหาร คำตอบนั้นไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ว่าคือการจัดการเรื่องคน “บางทีคนๆ เดียวก็สามารถทำให้ทั้งทีมล้มได้เลยนะครับ เพราะว่าคนเราก็มาจากหลายแบบหลายที่ มี Mindset ไม่เหมือนกัน แล้วการจะปรับจูนให้ทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันกับบริษัทนั้นมันเป็นอะไรที่เหนื่อยและยาก แต่ละคนก็มีวิธีคุยไม่เหมือนกัน เราต้องมีวิธีการทำให้เขาทำงานแล้วสนุกไปกับงาน ไม่ใช่ทำไปวันๆ ถ้าไม่มี Passion กับงานนี่มันก็เดินต่อไปข้างหน้ายากเหมือนกัน”  ฟังแล้วเป๋าเองก็เป็นหัวหน้าที่จริงจังกับงานไม่น้อย แต่ถ้าคุณคิดว่างานวงการบันเทิงคือสิ่งที่เขามาทำเล่นๆ ไปงั้นก็ต้องบอกว่าไม่เลย “มันเป็นงานที่กดดันเหมือนกันนะครับ กลัวว่าถ้าเล่นไม่ดีแสดงไม่ดีแล้วเราจะทำให้คนอื่นๆ ที่เขาให้โอกาสเรามาทำงานตรงนี้ผิดหวัง เราก็ต้องตั้งใจและทำการบ้านมากๆ เหมือนกัน ไม่ต่างอะไรจากการธุรกิจเลยครับ แค่งานวงการบันเทิงจะได้ออกไปนู้นนี่นั้นตามที่ต่างๆ มากกว่าหน่อย ก็ถือว่าเป็นข้อที่ดีกว่าหน่อยนึง”

 

 

ถึงภายนอกจะดูเป็นหนุ่มเฟรนด์ลี่ ร่าเริงสดใสแต่เชื่อไหมครับว่าอีกด้านนึงเป๋า วฤธคือคนที่ชิดเชื้อกับพุทธศาสนามากๆ คนนึงเลยทีเดียว “หนึ่งในโมเมนต์ที่ผมประทับใจมากที่สุดในชีวิตก็คือช่วงที่ได้ไปบวชครับ เพราะว่ามีช่วงนึงก่อนผมเรียนจบ ตอนอายุประมาณ 20 กว่าๆ คุณพ่อผมไปบวชที่วัดที่บึงกาฬแล้วผมก็ตามไปเป็นเด็กวัดตอนบิณฑบาตรให้กับคุณพ่อ ผมได้เห็นชาวบ้านที่ถึงจะไม่มีสตางค์มากแต่เขามีศรัทธาในการทำบุญมากๆ ผมจำได้ว่าบางคนถวายแค่ข้าวเปล่าๆ ถุงนึงแต่มันเต็มไปด้วยศรัทธาอะครับ มันส่งมาให้เรารู้สึก ”เย็น” ยังไงก็ไม่รู้ เห็นแล้วมีความสุข หลังจากนั้นก็เลยหาโอกาสมาบวชที่วัดนี้เหมือนกัน” เป๋าเล่าให้เราฟังแบบเรียบง่ายแต่กลายเป็นเราเองที่รู้สึกประหลาดใจเพราะน้ำเสียงที่เขาเล่ามันฟังดูเรียบง่ายก็จริง แต่มันก็เต็มไปด้วยความจริงใจแบบที่เราเชื่อสนิทว่าการบวชคือสิ่งที่ประทับใจเขาจริงๆ และเมื่อเราถามถึงวิธีการคลายเครียดในแบบฉบับของวฤธ หงสนันทน์ เขาก็มิวายย้อนกลับมาที่เรื่องธรรมะเหมือนเดิม “ผมว่าคนเราควรฝึกสวดมนต์ ภาวนาไว้ก็ดีนะครับ มันดีกว่าการเข้าวัดตอนเราทุกข์เสียอีก เพราะบางทีผมก็เป็นครับ ทุกข์ก่อนแล้วค่อยเข้าวัดค่อยสวดมนต์ อันนั้นมันก็จะหนัก แต่ถ้าเราฝึกสวดมนต์ภาวนาไว้ตั้งแต่ต้น เวลาเราเจอปัญหาอะไรหรือเรื่องทุกข์อะไรเข้ามา มันก็อาจจะช่วยให้หายได้เร็วขึ้น มันช่วยได้เยอะเลยนะครับสำหรับผม เพราะบางทีผมรู้สึกไม่สบายใจหรือรู้สึกไม่ดีผมก็สวดมนต์ ผมก็รู้สึกดีขึ้น”


นี่แหละครับเบื้องหลังคราบนักแสดงและนักธุรกิจ เป๋า-วฤธก็คือหนุ่มสายธรรมะที่ยังเอ็นจอยกับชีวิตได้อย่างเต็มที่และไม่ผิดถ้าคุณจะลองเอาธรรมะมาใช้ในการดำเนินชีวิตแบบเขาบ้าง

 

Calvin Klein Eternity for Men Eau de Parfum

 

กลิ่นหอมคือข้อบ่งชี้อีกหนึ่งอย่างถึงความเป็นผู้ชายที่ใส่ใจดูแลตัวเอง มันไม่ได้ทำให้คุณดูเจ้าสำอางแต่อย่างใด แต่มันคือเครื่องยืนยันความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของชีวิตที่ผู้ชายส่วนมากมักมองข้าม และสำหรับชายหนุ่มที่กำลังมองหาน้ำหอมเพิ่มความมั่นใจและบุคลิกให้ตัวเองอยู่ เราขอแนะนำให้คุณมาลอง Calvin Klein Eternity for Men Eau de Parfum 2019 น้ำหอมจากตระกูล Eternity อันโด่งดังของ Calvin Klein ที่ปีนี้ได้ปรับปรุงกลิ่นใหม่ให้หอมมากขึ้น

 

โดยยังคงกลิ่นสดชื่นจากพืชตระกูลซิตรัสอันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ แต่เพิ่มมิติอันอบอุ่นให้น้ำหอมด้วยกลิ่นของไม้หอมและน้ำมันหอมระเหยจากสนไซปรัสไว้ที่ทั้งหมดรังสรรค์ให้ Calvin Klein Eternity for Men Eau de Parfum เป็นน้ำหอมที่เหมาะสำหรับบุรุษที่ Work Hard และ Play Harder อย่างผู้ชายหลายคนในยุคนี้

 

 

 

 

Calvin Klein Eternity for Men Eau de Parfum ตำนานบทใหม่ของน้ำหอม Eternity For Men จาก Calvin Klein ที่หอมสดชื่นด้วยกลิ่นเปิดจากแอปเปิ้ลและใบเสจก่อนจะเผยความอบอุ่นของกลิ่นดอกเจเรเนียมและสนไซปรัสระเรื่อออกมาพร้อมทิ้งท้ายด้วยกลิ่นลุ่มลึกของหญ้าแฝกปนหนังกลับให้สัมผัสใหม่ที่สะท้อนภาพของชายหนุ่มเริงร่าทว่าเข้มแข็งได้อย่างสมบูรณ์แบบ