คุยกับเขตต์-ธศร ทักษิณาพันธ์ 1 ในตัวแทนชาวไทยสู่งาน World Pride NYC 2019 ที่นิวยอร์ก

ปีนี้เป็นอีกปีที่กระแสความเท่าเทียมและการยอมรับความหลากหลายทางเพศนั้นมาแรงมากๆ ในหลายประเทศหรือเรียกว่าแทบจะทั่วโลกเลยก็ว่าได้ และในงาน World Pride NYC 2019 หรืองานพาเหรดรณรงค์เรื่องความหลากหลายทางเพศที่มหานครนิวยอร์กนั้น เมืองไทยของเราก็ได้ 2 ตัวแทนอย่างคุณเขตต์-ธศร ทักษิณาพันธ์และคุณเติ้ล-กันต์ภูชิสส์ ประดิษฐ์แท่นมาร่วมเดินขบวนพาเหรดในปีนี้ด้วย

 

 เติ้ล-กันต์ภูชิสส์ ประดิษฐ์แท่น, เขตต์-ธศร ทักษิณาพันธ์ 

 

วันนี้เรามีโอกาสได้มานั่งคุยกับทั้งสองท่านถึงที่มาที่ไปในการไปร่วมเดินพาเหรดในครั้งนี้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

 


Esquire: มาทำวีดีโอ Pride ได้อย่างไร

คุณเติ้ล: พอดีเพื่อนของเติ้ล (เหม่ง และ กระติ๊บ) ที่ทำงานเกี่ยวกับโปรดักชั่นอยู่ที่นิวยอร์ก ได้มีโอกาสเห็นเราสองคนในงาน New York Pride March 2018 เมื่อปีที่แล้ว ที่เราทั้งสองคนแต่งตัวเป็นนักมวยไทยไปร่วมเดินขบวน ทางเหม่งกับกระติ๊บเห็นแล้วก็รู้สึกสนใจมาก เพราะชุดที่เราใส่ไปร่วมขบวนปีที่แล้วมันมีทั้งความสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์ มีเอกลักษณ์ มีความหมาย และได้รับกระแสที่ค่อนข้างดีมากจากทั้งสื่อไทยและเทศ

พอรู้ว่าปีนี้เราทั้งสองคนจะไปร่วมงาน World Pride 2019 ที่นิวยอร์กอีก ก็เลยชวนทำวีดีโอกึ่งสารคดีสั้นอันนี้ขึ้นมา โดยได้น้อง สอง-สสวัฒน์ที่เคยร่วมงานกับ Alejandro Gonzalez Inarritu ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Birdman มาช่วยกำกับให้ด้วยในปีนี้

 

Esquire: คิดว่าสังคมไทยยอมรับชาว LGBTQ จริงๆ หรือแค่ชินตากับชาว LGBTQ

คุณเขตต์: ส่วนตัวคิดว่ามีความเป็นไปได้ทั้งสองกรณี เราเชื่อว่าคนไทยที่ยอมรับชาว LGBT อย่างหมดใจก็มี และคนบางกลุ่มก็ยังไม่เปิดใจรับก็มี ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าถามว่าเรามีปัญหาอะไรในการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมไทยไหม ก็ตอบได้เลยว่าไม่มี เพราะเรารู้สึกว่าเราใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป เหมือนจะไม่มีอะไรแต่ในอีกแง่มุมบางคนในสังคมก็ยังไม่เข้าใจและเลือกที่จะปฏิบัติหรือใช้คำพูดบางคำพูดที่ทำให้รู้สึกว่าคนกลุ่มนี้แปลกหรือแตกต่างจากคนทั่วไป และที่สำคัญที่สุดคือการที่ชาว LGBTQ ยังไม่ได้รับสิทธิ์ที่เท่าเทียมกับชายจริงหญิงแท้ในด้านกฎหมาย

 

Esquire: อะไรที่คิดว่าว่าคนไทยยังเข้าใจ LGBTQ แบบผิดๆ อยู่

คุณเติ้ล: สิ่งที่คิดว่าคนไทยยังเข้าใจชาว LGBTQ ผิดๆ อยู่ น่าจะเป็นเรื่องของมุมมองด้านเพศสภาพของพวกเรา เพราะเอาจริงๆ ผู้ใหญ่บางคนยังคิดว่าการเป็นบุคคลเพศทางเลือกคืออาการป่วยและสามารถรักษาให้หายได้ และคนไทยส่วนใหญ่ยังคิดว่าคนกลุ่มนี้ต้องตลก ต้องเป็นคนสร้างสีสันเวลามีกิจกรรมหรือปาร์ตี้ ซึ่งจริงๆ พวกเราส่วนใหญ่ก็เป็นคนสนุกสนานเฮฮานะ แต่ไม่ใช่ตัวตลก อยากให้มองชาว LGBTQ เป็นเหมือนคนทั่วไปซึ่งก็เหมือนคนในสังคมที่มีนิสัยหลากหลายและแตกต่างกันออกไป ไม่ใช่ว่าทุกๆ คนจะมีนิสัยและพฤติกรรม หรือความชอบเหมือนกันทุกคน

 

Esquire: ในฐานะชาว LGBTQ คนนึง เราอยากบอกอะไรถึงชาว LGBTQ ด้วยกันไหมว่าควรเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงตรงไหน

คุณเขตต์: เราอยากให้ทุกคนเคารพและยอมรับตัวเอง เคารพคนรอบๆ ข้างในสังคมไม่ว่าเขาจะเป็นเหมือนพวกเราหรือต่างจากพวกเรา เพราะถ้าเราอยากให้คนอื่นยอมรับเรา เราก็ต้องยอมรับคนอื่นก่อน และอยากให้พวกเราตื่นตัวช่วยกันทำให้สังคมเข้าใจชาว LGBTQ ในทางที่ถูกต้อง นอกจากนี้เราอยากเห็นความร่วมมือกันของกลุ่มชาว LGBTQ เพื่อสร้างสรรค์และเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นในด้านของสิทธิความเท่าเทียม หรือการทำประโยชน์เพื่อสังคม 

 

ตอนนี้หนังสั้น “The Loving Kind” ที่ทั้งสองคนทำขึ้นมาตอนไปงานพาเหรด World Pride NYC 2019 นั้นได้รับการคัดเลือกให้เข้ารอบสุดท้ายในงานประกวดหนังสั้นนานาชาติของเทศกาลลิสบอน ฟิล์ม เฟสติวัล (Lisbon Film Festival 2019) ประเทศโปรตุเกสแล้วด้วย ทางเราก็ขอเป็นกำลังใจและขอแสดงความยินดีมาในโอกาสนี้ด้วยครับ




คุยกับเขตต์-ธศร ทักษิณาพันธ์ 1 ในตัวแทนชาวไทยสู่งาน World Pride NYC 2019 ที่นิวยอร์ก

ปีนี้เป็นอีกปีที่กระแสความเท่าเทียมและการยอมรับความหลากหลายทางเพศนั้นมาแรงมากๆ ในหลายประเทศหรือเรียกว่าแทบจะทั่วโลกเลยก็ว่าได้ และในงาน World Pride NYC 2019 หรืองานพาเหรดรณรงค์เรื่องความหลากหลายทางเพศที่มหานครนิวยอร์กนั้น เมืองไทยของเราก็ได้ 2 ตัวแทนอย่างคุณเขตต์-ธศร ทักษิณาพันธ์และคุณเติ้ล-กันต์ภูชิสส์ ประดิษฐ์แท่นมาร่วมเดินขบวนพาเหรดในปีนี้ด้วย

 

 เติ้ล-กันต์ภูชิสส์ ประดิษฐ์แท่น, เขตต์-ธศร ทักษิณาพันธ์ 

 

วันนี้เรามีโอกาสได้มานั่งคุยกับทั้งสองท่านถึงที่มาที่ไปในการไปร่วมเดินพาเหรดในครั้งนี้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

 


Esquire: มาทำวีดีโอ Pride ได้อย่างไร

คุณเติ้ล: พอดีเพื่อนของเติ้ล (เหม่ง และ กระติ๊บ) ที่ทำงานเกี่ยวกับโปรดักชั่นอยู่ที่นิวยอร์ก ได้มีโอกาสเห็นเราสองคนในงาน New York Pride March 2018 เมื่อปีที่แล้ว ที่เราทั้งสองคนแต่งตัวเป็นนักมวยไทยไปร่วมเดินขบวน ทางเหม่งกับกระติ๊บเห็นแล้วก็รู้สึกสนใจมาก เพราะชุดที่เราใส่ไปร่วมขบวนปีที่แล้วมันมีทั้งความสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์ มีเอกลักษณ์ มีความหมาย และได้รับกระแสที่ค่อนข้างดีมากจากทั้งสื่อไทยและเทศ

พอรู้ว่าปีนี้เราทั้งสองคนจะไปร่วมงาน World Pride 2019 ที่นิวยอร์กอีก ก็เลยชวนทำวีดีโอกึ่งสารคดีสั้นอันนี้ขึ้นมา โดยได้น้อง สอง-สสวัฒน์ที่เคยร่วมงานกับ Alejandro Gonzalez Inarritu ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Birdman มาช่วยกำกับให้ด้วยในปีนี้

 

Esquire: คิดว่าสังคมไทยยอมรับชาว LGBTQ จริงๆ หรือแค่ชินตากับชาว LGBTQ

คุณเขตต์: ส่วนตัวคิดว่ามีความเป็นไปได้ทั้งสองกรณี เราเชื่อว่าคนไทยที่ยอมรับชาว LGBT อย่างหมดใจก็มี และคนบางกลุ่มก็ยังไม่เปิดใจรับก็มี ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าถามว่าเรามีปัญหาอะไรในการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมไทยไหม ก็ตอบได้เลยว่าไม่มี เพราะเรารู้สึกว่าเราใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป เหมือนจะไม่มีอะไรแต่ในอีกแง่มุมบางคนในสังคมก็ยังไม่เข้าใจและเลือกที่จะปฏิบัติหรือใช้คำพูดบางคำพูดที่ทำให้รู้สึกว่าคนกลุ่มนี้แปลกหรือแตกต่างจากคนทั่วไป และที่สำคัญที่สุดคือการที่ชาว LGBTQ ยังไม่ได้รับสิทธิ์ที่เท่าเทียมกับชายจริงหญิงแท้ในด้านกฎหมาย

 

Esquire: อะไรที่คิดว่าว่าคนไทยยังเข้าใจ LGBTQ แบบผิดๆ อยู่

คุณเติ้ล: สิ่งที่คิดว่าคนไทยยังเข้าใจชาว LGBTQ ผิดๆ อยู่ น่าจะเป็นเรื่องของมุมมองด้านเพศสภาพของพวกเรา เพราะเอาจริงๆ ผู้ใหญ่บางคนยังคิดว่าการเป็นบุคคลเพศทางเลือกคืออาการป่วยและสามารถรักษาให้หายได้ และคนไทยส่วนใหญ่ยังคิดว่าคนกลุ่มนี้ต้องตลก ต้องเป็นคนสร้างสีสันเวลามีกิจกรรมหรือปาร์ตี้ ซึ่งจริงๆ พวกเราส่วนใหญ่ก็เป็นคนสนุกสนานเฮฮานะ แต่ไม่ใช่ตัวตลก อยากให้มองชาว LGBTQ เป็นเหมือนคนทั่วไปซึ่งก็เหมือนคนในสังคมที่มีนิสัยหลากหลายและแตกต่างกันออกไป ไม่ใช่ว่าทุกๆ คนจะมีนิสัยและพฤติกรรม หรือความชอบเหมือนกันทุกคน

 

Esquire: ในฐานะชาว LGBTQ คนนึง เราอยากบอกอะไรถึงชาว LGBTQ ด้วยกันไหมว่าควรเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงตรงไหน

คุณเขตต์: เราอยากให้ทุกคนเคารพและยอมรับตัวเอง เคารพคนรอบๆ ข้างในสังคมไม่ว่าเขาจะเป็นเหมือนพวกเราหรือต่างจากพวกเรา เพราะถ้าเราอยากให้คนอื่นยอมรับเรา เราก็ต้องยอมรับคนอื่นก่อน และอยากให้พวกเราตื่นตัวช่วยกันทำให้สังคมเข้าใจชาว LGBTQ ในทางที่ถูกต้อง นอกจากนี้เราอยากเห็นความร่วมมือกันของกลุ่มชาว LGBTQ เพื่อสร้างสรรค์และเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นในด้านของสิทธิความเท่าเทียม หรือการทำประโยชน์เพื่อสังคม 

 

ตอนนี้หนังสั้น “The Loving Kind” ที่ทั้งสองคนทำขึ้นมาตอนไปงานพาเหรด World Pride NYC 2019 นั้นได้รับการคัดเลือกให้เข้ารอบสุดท้ายในงานประกวดหนังสั้นนานาชาติของเทศกาลลิสบอน ฟิล์ม เฟสติวัล (Lisbon Film Festival 2019) ประเทศโปรตุเกสแล้วด้วย ทางเราก็ขอเป็นกำลังใจและขอแสดงความยินดีมาในโอกาสนี้ด้วยครับ