เฮีย Tom Hardy ในวัยพ่อลูกอ่อน (อีกรอบ) ที่ยังโม้มันส์เหมือนเคย

ขอเล่าย้อนหน่อย ที่เราต้องมาอยู่ที่ย่านเซ้าธ์เวสต์ลอนดอน ซึ่งทอมใช้ชีวิตอยู่กับภรรยา (นักแสดงชาร์ล็อตต์ ไรลี่ย์) และลูกน้อย ก็เพราะเขาเพิ่งกลับจากถ่ายหนังสไตล์ทอม ฮาร์ดี้สองเรื่องติดๆ Fonzo หนังอินดี้ที่เขียนและกำกับโดยจอช แทร็งค์ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตช่วงสองเดือนสุดท้ายของอัล คาโปน (ทอมแอบสปอยล์ว่าอัลป่วยเป็นโรคซิฟิลิสขึ้นสมองจนกลายเป็นบ้า) กับ Venom หนังที่ทางโซนี่หวังใช้เป็นยานแม่นำพวกเขาตะลุยเข้าสู่จักรวาลมาร์เวล โดยทอมรับบทเป็นนักข่าวหนุ่มผู้ถูกปรสิตจากนอกโลกเข้าสิง (ซึ่งทอมก็แอบสปอยล์อีกว่าเป็นปรสิตกินคน แถมเจ้าตัวนักข่าวหนุ่มดันรับได้ซะอีก)

 

เสื้อวอร์มผ้าฝ้ายกรม/แดง/ขาว £1,260 Gucci

 

ล่าสุดทอมอยู่บ้านเพื่อใช้เวลาอยู่กับลูกให้เต็มที่ เขามีลูกชายอีกคนอายุ 10 ขวบชื่อหลุยส์ที่เกิดกับภรรยาคนก่อนอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน แล้วทอมก็เล่า (อย่างมีความสุข) ระหว่างขับรถเช่ายี่ห้อ Audi ทรงเอสเตทสีแดงไปร้าน Pets at Home ว่า “ตัวผมเลอะน้ำเกรวี่ ช็อคโกแลต ขี้มูกเต็มไปหมด” ส่วนเจ้าตัวเล็กที่อายุเพิ่งจะสองขวบครึ่งทอมก็พยายามสอนให้หัดนั่งกระโถนมาได้สองวันแล้ว เขาโชว์รูปพรมห้องนั่งเล่นติดอึในมือถือรวมถึงรูปเซลฟี่ตัวเองทำหน้าเบ้หลัง “เช้าสุดป่วน” ให้ผมดูเป็นหลักฐาน

 

เสื้อวอร์มผ้าฝ้ายสีกรม/แดง/ขาวตัวเดิม, กางเกงวอร์มผ้าฝ้ายสีกรม/แดง/ขาว £870 Gucci, รองเท้าผ้าใบสีแดง/เงิน £165 New Balance

 

“ผมต้องทดใจตัวเองลงเกียร์นึง” ทอมบอกระหว่างไล่หาเพลงจากเครื่องเสียงติดรถ (เจฟฟ์ เบ็ค, สตีฟ มิลเลอร์... ทั้งที่ในซอกประตูฝั่งคนนั่งเห็นมีแผ่นอัลบั้ม Who Invited This Lot? ของแอนดี้ เดย์พิธีกรดังชาวอังกฤษกับวงของเขาที่ชื่อ The Odd Socks วางอยู่) “ไม่สิ จริงๆ มันต้องทดลงห้าแล้วก็ขึ้นอีกห้าตะหาก รถสองคันกับช่องจอดช่องเดียว รถสองคันที่อยู่คนละเรื่องกันเลย แล้วพวกมันก็จำเป็นต้องมีคนขับ เหมือนการอึ เหมือนการเป็นพ่อคนที่...” เขาตัดบท “สมองเด็ก ที่ผมกำลังจะบอกคือ มันไม่มีอาชีพไหนในโลกนี้อีกแล้วที่จะหนักและสำคัญไปกว่าการเลี้ยงลูก เรามีทหาร มีตำรวจ หมอ ข้าราชการ อาชีพที่เป็นที่นับหน้าถือตา แต่การเลี้ยงลูก?” เขาหัวเราะเสียงสูง “มันเกินกว่าคำว่าอาชีพนะ”

 

ทอมเกิดวันที่ 15 กันยายน 1977 เป็นบุตรชายของเอ็ดเวิร์ด “ชิพส์” ฮาร์ดี้ผู้บริหารบริษัทโฆษณาและนางแอนน์ ฮาร์ดี้ศิลปิน เขาโตมาในบ้านที่อบอุ่นบนถนนน่าอยู่ไม่ไกลจากเซ้าธ์ เซอร์คูล่าร์ ซึ่งเราเผอิญขับผ่าน และทอมก็คะยั้นคะยอให้จอดแวะหาแม่ แต่แอบไซโคว่าถ้าขืนเขาบอกเธอว่าผมเป็นนักข่าวล่ะก็โดนไล่ตะเพิดแน่ “นี่ นี่ คุณเคยเจอแม่ผมยัง? แม่ผมสายฮาเลยนะจะบอกให้...” (จะไปได้เจอตอนไหนล่ะทอมก็)

 

ตอนเด็กเขาเรียนโรงเรียนเอกชนใกล้บ้าน “ต้องใส่ชุดนักเรียน กางเกงขาสั้น รัดเข็มขัด กับเสื้อเชิ้ตแอร์เท็กซ์... ผมล่ะโคตรเกลียด! ผมไม่เหมาะกับการแต่งชุดนักเรียน” เพราะเขาบอกว่ามันผิดธีม “ถ้ามีวิชาแต่งกายผมคงติดเอฟครูไม่รับซ่อมแหงๆ” ลงท้ายพ่อแม่เลยส่งเขาไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่ง และถ้าทอมจำไม่ผิด เขาสอบผ่านข้อเขียนแต่ดันตกสัมภาษณ์ “ผมไม่ได้ตั้งใจฟังคำถามพวกนั้นเลยแบบว่า ‘เฮ้อ เลิกถามเถอะ เด็กมันใจลอยเพ้อฝันไปไหนต่อไหนแล้ว’ ก็ไอ้โลกเพ้อฝันนี่ล่ะที่ทำให้ผมมีกินจนถึงทุกวันนี้ เพียงแต่ตอน 11 ขวบคุณจะรู้เหรอว่าอนาคตตัวเองจะเป็นไง”

 

เสื้อโค้ทขนเฟอร์ตาหมากรุกสีน้ำตาล £3,550 Gucci, ยีนส์เดนิมสีดำ £140 Hudson, รองเท้าผ้าใบหนังสีขาว £80 New Balance

 

ทอมเริ่มขลุกไปไหนมาไหนอยู่กับ “เด็กแถวบ้าน” แบบที่คนชนชั้นกลางตาขาวชอบเรียก ได้ฉายาว่า “วีเซิล”, “ผมกลายเป็นเด็กเหลือขอตะลอนเที่ยวเตร่อยู่ตามถนน ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงเป็นเด็กแว๊น” เขาเล่า “มันไม่ต่างกันนักหรอก ยกเว้นเรื่องตีรันฟันแทง” แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องราวตามประสาวัยรุ่นเสียมากกว่า มั่วสุมอยู่ตามผับหรือร้านเคบับ (“พวกเขาคอยดูแลผมตอนที่ผมยังทำตัวเกกมะเหรก ผมคงได้คาแรกเตอร์มาจากพวกเขามาเต็มๆ!”) ไม่ก็พี้กัญชาแถวสถานีรถไฟมอร์ทเลค ก่อนจะค่อยๆ อัพเลเว่ล เหมือนที่เจ้าตัวเปรียบเทียบ “คุณไปร้านตัดผมคุณก็ต้องตัดผม” เมื่อเห็นท่าไม่ดีพ่อแม่เลยตัดสินใจจับเขาลาออกจากโรงเรียนมัธยมรีดในเซอร์เรย์ก่อนจะโดนไล่ออกเสียก่อน แต่ขนาดนั้นปัจจุบันทางโรงเรียนก็ยังอุตส่าห์จารึกชื่อทอมไว้คู่กับทิม เฮนแมน (นักเทนนิส) และเจ้าชายซาอิด บิน ราอัดแห่งจอร์แดนในฐานะ “ศิษย์เก่าดีเด่น”

 

ตอนอายุ 15 ทอมต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัย “‘เขาป่วยเป็นโรคจิตอ่อนๆ จิตเภท กับมีแนวโน้มจะเป็นประสาท’ นั่นคือที่หมอลงความเห็น” ทอมเล่าก่อนดูดบุหรี่ไฟฟ้าปื๊ดใหญ่ “โคตรเหลือเชื่อเลย มันคือคำตราหน้าที่หนักเกินกว่าเด็กอายุ 15 จะรับไหว แถมเป็นคำตราหน้าที่ไม่มีมูลความจริงเลย ผมพี้กัญชาเท่าหมาดม ทำตัวเหลือขอ รู้สึกเจ็บปวด และที่ผมแสดงออกต่อหน้าหมอแบบนั้นก็อาจเพราะแค่อยากเรียกร้องความสนใจ ไม่ผมก็รู้สึกกลัวหรือรู้สึกเหมือนถูกตัดสิน แล้วมันก็คือการร้องงอแงขอความช่วยเหลือ เหมือนเด็กทารกที่ช่วยตัวเองไม่ได้ เพียงแต่มันเกิดกับเด็กวัยรุ่นคนนึงที่กำลังมีปัญหากับการใช้ชีวิต ติดหล่มอยู่กลางกองอาจม แล้วลองได้ตกลงไปแล้วคุณจะขึ้นมายังไงถามหน่อย?”

 

คำตอบสำหรับเขาคือโรงเรียนสอนการแสดง ที่แรกคือโรงเรียนแถวบ้านในริชมอนด์จากนั้นก็ดราม่า เซ็นเตอร์ ลอนดอนสถาบันที่เขาศึกษาอยู่ตอนได้รับเลือกให้เล่นเป็นทหารอเมริกันในมินิซีรีส์ออกฉายปี 2001 เรื่อง Band of Brothers แต่ระหว่างที่ฉากในการแสดงเริ่มต้น ฉากในชีวิตจริงของทอมก็ยังดำเนินต่อไป ทั้งเหล้ายามาครบ โดยเฉพาะอย่างหลังที่ทำท่าว่าจะหนักข้อ (และแรง) ขึ้นเรื่อย ถึงขึ้นกฎหมายต้องยื่นมือเข้ามา ทอมถูกส่งตัวเข้ารับการบำบัดในปี 2003

 

 

“กลับมาเป็นคนเก่า คนธรรมดา คนเดิม” ทอมบอก “’ทอม อย่าริเล่นกับไฟนะมันจะลวกเอา’” เขาพูด ทำน้ำเสียงเลียนแบบพวกขุนนางสมัยก่อนหรือไม่ก็มโนธรรมภายในตัวเขา ก่อนกลับมาพูดน้ำเสียงเป็นปกติว่า “‘โอ้ววว!’ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ประสบการณ์ตรงทำให้คนเราเห็นทุกอย่างชัดเจน ทำไม? ก็เพราะผมโดนไฟลวกไง เหมือนนิ้วก้อยผม ผมไม่มีนิ้วก้อย” เขายกมือขวาขึ้นส่ายไปมา นิ้วก้อยเขาไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่มันงุ้มงอ “อย่าเล่นของมีคมนะ ทำไม? ก็เพราะผมหลงเดินทางผิดไง ไปดูด้ามจับประตูกัน” ว่าแล้วก็เดินจ้ำอ้าวไปหยิบของต่อ

 

เรื่องแปลกประหลาดอีกอย่างเกี่ยวกับทอม ฮาร์ดี้และเป็นเรื่องที่มองเห็นได้ชัดเจนสุดคืออารมณ์ความไม่อยู่กับร่องกับรอยของเขา เขามีอีโก้เรื่องนั้นไม่ต้องสงสัย คนรอบข้างเขาต่างรู้ดี จากผู้คนที่เดินผ่านไปมายันผู้บริหารค่ายหนัง ล้วนแต่ต้องการบางสิ่งจากเขา รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศไม่ก็รูปถ่ายเซลฟี่ (ผู้บริหารพวกนั้นชอบเซลฟี่) แต่อาจเป็นวาสนาหรือความโชคดีของทอมก็ว่าได้ที่บางส่วนในตัวเขาเหมือนจะรู้ดีว่าเรื่องทั้งหมดมันล้วนคือสิ่งไร้สาระ

 

คือเหตุผลว่าทำไมในบรรดารูปถ่ายที่ใช้ลงประกอบบทความชิ้นนี้ ซึ่งทอมเป็นคนเลือกเอง ถึงได้มีรูปเขากับรถ Ducati รวมอยู่ในนั้น แถมดันเลือกเป็นรูปถ่ายติดป้าแก่ๆ ที่กำลังเดินลากรถเข็นช่วยพยุงพ้นหลังไป ไม่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมตอนโพสท่าในชุดวอร์มบวกทรงผมเกรียนๆ สารรูปของเขาถึงได้ดูเหมือนจิ๊กโก๋รัสเซีย ส่วนหมาที่ทอมถ่ายคู่ด้วยก็ไม่ใช่พันธุ์บุลเทอร์เรียร์สายสแตฟฟอร์ดเชียร์ พิทบุล หรือวิพเพ็ท มันคือหมาของเขาชื่อเจ้าบลูซึ่งดุโคตร “เห็นเขาว่ามันเป็นพันธุ์เฟรนช์บุลเทอรเรียร์ แต่ผมว่าน่าจะเป็นลิธัวเนียนบุลเทอร์เรียร์อะไรเทือกนั้นมากกว่า นึกออกปะ? พันธุ์ลูกผสม หมาดอยดัตช์!”

 

 

คือเหตุผลว่าทำไมต่อให้เขาจะพูดชัดถึงการถูกเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานเครื่องราชย์ชั้น CBE ในปีนี้ (“รู้สึกเป็นเกียรติ!”) แต่ก็อดเล่าเรื่องที่นาตาลี ฮิคส์ผู้ช่วยส่วนตัวซึ่งทอมบอกว่าเป็นเสมือน “พี่สาว” เผลอตอบปัดไปเพราะคิดว่ายังไงเขาคงไม่รับ “เธอตอบปฏิเสธไป ผมเลยบอกว่า ‘ไม่นะ! ผมอยากได้เครื่องราชย์!’ ถ้าเป็นรางวัลบาฟต้าก็ว่าไปอย่าง! ฮะฮ่า!” ก่อนจะรีบแก้เกี้ยว “หยอกนะหยอก

 

Interview by Miranda Collinge

Photography by Greg Williams


 

ทอม ฮาร์ดี้ยังคงโม้มันส์ตามเดิม และเราไม่อยากสปอยคุณทั้งหมดในลิงก์นี้ ดังนั้นออกไปตามอ่านทั้งหมดแบบเต็มๆ ได้ที่นิตยสาร Esquire Thailand ฉบับตุลาคม 2018 วางแผงแล้ววันนี้ และฉบับดิจิทัลทางแอปพลิเคชั่น OOKBEE รองรับทั้ง iOS และ Androids


 

 

 




เฮีย Tom Hardy ในวัยพ่อลูกอ่อน (อีกรอบ) ที่ยังโม้มันส์เหมือนเคย

ขอเล่าย้อนหน่อย ที่เราต้องมาอยู่ที่ย่านเซ้าธ์เวสต์ลอนดอน ซึ่งทอมใช้ชีวิตอยู่กับภรรยา (นักแสดงชาร์ล็อตต์ ไรลี่ย์) และลูกน้อย ก็เพราะเขาเพิ่งกลับจากถ่ายหนังสไตล์ทอม ฮาร์ดี้สองเรื่องติดๆ Fonzo หนังอินดี้ที่เขียนและกำกับโดยจอช แทร็งค์ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตช่วงสองเดือนสุดท้ายของอัล คาโปน (ทอมแอบสปอยล์ว่าอัลป่วยเป็นโรคซิฟิลิสขึ้นสมองจนกลายเป็นบ้า) กับ Venom หนังที่ทางโซนี่หวังใช้เป็นยานแม่นำพวกเขาตะลุยเข้าสู่จักรวาลมาร์เวล โดยทอมรับบทเป็นนักข่าวหนุ่มผู้ถูกปรสิตจากนอกโลกเข้าสิง (ซึ่งทอมก็แอบสปอยล์อีกว่าเป็นปรสิตกินคน แถมเจ้าตัวนักข่าวหนุ่มดันรับได้ซะอีก)

 

เสื้อวอร์มผ้าฝ้ายกรม/แดง/ขาว £1,260 Gucci

 

ล่าสุดทอมอยู่บ้านเพื่อใช้เวลาอยู่กับลูกให้เต็มที่ เขามีลูกชายอีกคนอายุ 10 ขวบชื่อหลุยส์ที่เกิดกับภรรยาคนก่อนอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน แล้วทอมก็เล่า (อย่างมีความสุข) ระหว่างขับรถเช่ายี่ห้อ Audi ทรงเอสเตทสีแดงไปร้าน Pets at Home ว่า “ตัวผมเลอะน้ำเกรวี่ ช็อคโกแลต ขี้มูกเต็มไปหมด” ส่วนเจ้าตัวเล็กที่อายุเพิ่งจะสองขวบครึ่งทอมก็พยายามสอนให้หัดนั่งกระโถนมาได้สองวันแล้ว เขาโชว์รูปพรมห้องนั่งเล่นติดอึในมือถือรวมถึงรูปเซลฟี่ตัวเองทำหน้าเบ้หลัง “เช้าสุดป่วน” ให้ผมดูเป็นหลักฐาน

 

เสื้อวอร์มผ้าฝ้ายสีกรม/แดง/ขาวตัวเดิม, กางเกงวอร์มผ้าฝ้ายสีกรม/แดง/ขาว £870 Gucci, รองเท้าผ้าใบสีแดง/เงิน £165 New Balance

 

“ผมต้องทดใจตัวเองลงเกียร์นึง” ทอมบอกระหว่างไล่หาเพลงจากเครื่องเสียงติดรถ (เจฟฟ์ เบ็ค, สตีฟ มิลเลอร์... ทั้งที่ในซอกประตูฝั่งคนนั่งเห็นมีแผ่นอัลบั้ม Who Invited This Lot? ของแอนดี้ เดย์พิธีกรดังชาวอังกฤษกับวงของเขาที่ชื่อ The Odd Socks วางอยู่) “ไม่สิ จริงๆ มันต้องทดลงห้าแล้วก็ขึ้นอีกห้าตะหาก รถสองคันกับช่องจอดช่องเดียว รถสองคันที่อยู่คนละเรื่องกันเลย แล้วพวกมันก็จำเป็นต้องมีคนขับ เหมือนการอึ เหมือนการเป็นพ่อคนที่...” เขาตัดบท “สมองเด็ก ที่ผมกำลังจะบอกคือ มันไม่มีอาชีพไหนในโลกนี้อีกแล้วที่จะหนักและสำคัญไปกว่าการเลี้ยงลูก เรามีทหาร มีตำรวจ หมอ ข้าราชการ อาชีพที่เป็นที่นับหน้าถือตา แต่การเลี้ยงลูก?” เขาหัวเราะเสียงสูง “มันเกินกว่าคำว่าอาชีพนะ”

 

ทอมเกิดวันที่ 15 กันยายน 1977 เป็นบุตรชายของเอ็ดเวิร์ด “ชิพส์” ฮาร์ดี้ผู้บริหารบริษัทโฆษณาและนางแอนน์ ฮาร์ดี้ศิลปิน เขาโตมาในบ้านที่อบอุ่นบนถนนน่าอยู่ไม่ไกลจากเซ้าธ์ เซอร์คูล่าร์ ซึ่งเราเผอิญขับผ่าน และทอมก็คะยั้นคะยอให้จอดแวะหาแม่ แต่แอบไซโคว่าถ้าขืนเขาบอกเธอว่าผมเป็นนักข่าวล่ะก็โดนไล่ตะเพิดแน่ “นี่ นี่ คุณเคยเจอแม่ผมยัง? แม่ผมสายฮาเลยนะจะบอกให้...” (จะไปได้เจอตอนไหนล่ะทอมก็)

 

ตอนเด็กเขาเรียนโรงเรียนเอกชนใกล้บ้าน “ต้องใส่ชุดนักเรียน กางเกงขาสั้น รัดเข็มขัด กับเสื้อเชิ้ตแอร์เท็กซ์... ผมล่ะโคตรเกลียด! ผมไม่เหมาะกับการแต่งชุดนักเรียน” เพราะเขาบอกว่ามันผิดธีม “ถ้ามีวิชาแต่งกายผมคงติดเอฟครูไม่รับซ่อมแหงๆ” ลงท้ายพ่อแม่เลยส่งเขาไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่ง และถ้าทอมจำไม่ผิด เขาสอบผ่านข้อเขียนแต่ดันตกสัมภาษณ์ “ผมไม่ได้ตั้งใจฟังคำถามพวกนั้นเลยแบบว่า ‘เฮ้อ เลิกถามเถอะ เด็กมันใจลอยเพ้อฝันไปไหนต่อไหนแล้ว’ ก็ไอ้โลกเพ้อฝันนี่ล่ะที่ทำให้ผมมีกินจนถึงทุกวันนี้ เพียงแต่ตอน 11 ขวบคุณจะรู้เหรอว่าอนาคตตัวเองจะเป็นไง”

 

เสื้อโค้ทขนเฟอร์ตาหมากรุกสีน้ำตาล £3,550 Gucci, ยีนส์เดนิมสีดำ £140 Hudson, รองเท้าผ้าใบหนังสีขาว £80 New Balance

 

ทอมเริ่มขลุกไปไหนมาไหนอยู่กับ “เด็กแถวบ้าน” แบบที่คนชนชั้นกลางตาขาวชอบเรียก ได้ฉายาว่า “วีเซิล”, “ผมกลายเป็นเด็กเหลือขอตะลอนเที่ยวเตร่อยู่ตามถนน ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงเป็นเด็กแว๊น” เขาเล่า “มันไม่ต่างกันนักหรอก ยกเว้นเรื่องตีรันฟันแทง” แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องราวตามประสาวัยรุ่นเสียมากกว่า มั่วสุมอยู่ตามผับหรือร้านเคบับ (“พวกเขาคอยดูแลผมตอนที่ผมยังทำตัวเกกมะเหรก ผมคงได้คาแรกเตอร์มาจากพวกเขามาเต็มๆ!”) ไม่ก็พี้กัญชาแถวสถานีรถไฟมอร์ทเลค ก่อนจะค่อยๆ อัพเลเว่ล เหมือนที่เจ้าตัวเปรียบเทียบ “คุณไปร้านตัดผมคุณก็ต้องตัดผม” เมื่อเห็นท่าไม่ดีพ่อแม่เลยตัดสินใจจับเขาลาออกจากโรงเรียนมัธยมรีดในเซอร์เรย์ก่อนจะโดนไล่ออกเสียก่อน แต่ขนาดนั้นปัจจุบันทางโรงเรียนก็ยังอุตส่าห์จารึกชื่อทอมไว้คู่กับทิม เฮนแมน (นักเทนนิส) และเจ้าชายซาอิด บิน ราอัดแห่งจอร์แดนในฐานะ “ศิษย์เก่าดีเด่น”

 

ตอนอายุ 15 ทอมต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัย “‘เขาป่วยเป็นโรคจิตอ่อนๆ จิตเภท กับมีแนวโน้มจะเป็นประสาท’ นั่นคือที่หมอลงความเห็น” ทอมเล่าก่อนดูดบุหรี่ไฟฟ้าปื๊ดใหญ่ “โคตรเหลือเชื่อเลย มันคือคำตราหน้าที่หนักเกินกว่าเด็กอายุ 15 จะรับไหว แถมเป็นคำตราหน้าที่ไม่มีมูลความจริงเลย ผมพี้กัญชาเท่าหมาดม ทำตัวเหลือขอ รู้สึกเจ็บปวด และที่ผมแสดงออกต่อหน้าหมอแบบนั้นก็อาจเพราะแค่อยากเรียกร้องความสนใจ ไม่ผมก็รู้สึกกลัวหรือรู้สึกเหมือนถูกตัดสิน แล้วมันก็คือการร้องงอแงขอความช่วยเหลือ เหมือนเด็กทารกที่ช่วยตัวเองไม่ได้ เพียงแต่มันเกิดกับเด็กวัยรุ่นคนนึงที่กำลังมีปัญหากับการใช้ชีวิต ติดหล่มอยู่กลางกองอาจม แล้วลองได้ตกลงไปแล้วคุณจะขึ้นมายังไงถามหน่อย?”

 

คำตอบสำหรับเขาคือโรงเรียนสอนการแสดง ที่แรกคือโรงเรียนแถวบ้านในริชมอนด์จากนั้นก็ดราม่า เซ็นเตอร์ ลอนดอนสถาบันที่เขาศึกษาอยู่ตอนได้รับเลือกให้เล่นเป็นทหารอเมริกันในมินิซีรีส์ออกฉายปี 2001 เรื่อง Band of Brothers แต่ระหว่างที่ฉากในการแสดงเริ่มต้น ฉากในชีวิตจริงของทอมก็ยังดำเนินต่อไป ทั้งเหล้ายามาครบ โดยเฉพาะอย่างหลังที่ทำท่าว่าจะหนักข้อ (และแรง) ขึ้นเรื่อย ถึงขึ้นกฎหมายต้องยื่นมือเข้ามา ทอมถูกส่งตัวเข้ารับการบำบัดในปี 2003

 

 

“กลับมาเป็นคนเก่า คนธรรมดา คนเดิม” ทอมบอก “’ทอม อย่าริเล่นกับไฟนะมันจะลวกเอา’” เขาพูด ทำน้ำเสียงเลียนแบบพวกขุนนางสมัยก่อนหรือไม่ก็มโนธรรมภายในตัวเขา ก่อนกลับมาพูดน้ำเสียงเป็นปกติว่า “‘โอ้ววว!’ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ประสบการณ์ตรงทำให้คนเราเห็นทุกอย่างชัดเจน ทำไม? ก็เพราะผมโดนไฟลวกไง เหมือนนิ้วก้อยผม ผมไม่มีนิ้วก้อย” เขายกมือขวาขึ้นส่ายไปมา นิ้วก้อยเขาไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่มันงุ้มงอ “อย่าเล่นของมีคมนะ ทำไม? ก็เพราะผมหลงเดินทางผิดไง ไปดูด้ามจับประตูกัน” ว่าแล้วก็เดินจ้ำอ้าวไปหยิบของต่อ

 

เรื่องแปลกประหลาดอีกอย่างเกี่ยวกับทอม ฮาร์ดี้และเป็นเรื่องที่มองเห็นได้ชัดเจนสุดคืออารมณ์ความไม่อยู่กับร่องกับรอยของเขา เขามีอีโก้เรื่องนั้นไม่ต้องสงสัย คนรอบข้างเขาต่างรู้ดี จากผู้คนที่เดินผ่านไปมายันผู้บริหารค่ายหนัง ล้วนแต่ต้องการบางสิ่งจากเขา รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศไม่ก็รูปถ่ายเซลฟี่ (ผู้บริหารพวกนั้นชอบเซลฟี่) แต่อาจเป็นวาสนาหรือความโชคดีของทอมก็ว่าได้ที่บางส่วนในตัวเขาเหมือนจะรู้ดีว่าเรื่องทั้งหมดมันล้วนคือสิ่งไร้สาระ

 

คือเหตุผลว่าทำไมในบรรดารูปถ่ายที่ใช้ลงประกอบบทความชิ้นนี้ ซึ่งทอมเป็นคนเลือกเอง ถึงได้มีรูปเขากับรถ Ducati รวมอยู่ในนั้น แถมดันเลือกเป็นรูปถ่ายติดป้าแก่ๆ ที่กำลังเดินลากรถเข็นช่วยพยุงพ้นหลังไป ไม่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมตอนโพสท่าในชุดวอร์มบวกทรงผมเกรียนๆ สารรูปของเขาถึงได้ดูเหมือนจิ๊กโก๋รัสเซีย ส่วนหมาที่ทอมถ่ายคู่ด้วยก็ไม่ใช่พันธุ์บุลเทอร์เรียร์สายสแตฟฟอร์ดเชียร์ พิทบุล หรือวิพเพ็ท มันคือหมาของเขาชื่อเจ้าบลูซึ่งดุโคตร “เห็นเขาว่ามันเป็นพันธุ์เฟรนช์บุลเทอรเรียร์ แต่ผมว่าน่าจะเป็นลิธัวเนียนบุลเทอร์เรียร์อะไรเทือกนั้นมากกว่า นึกออกปะ? พันธุ์ลูกผสม หมาดอยดัตช์!”

 

 

คือเหตุผลว่าทำไมต่อให้เขาจะพูดชัดถึงการถูกเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานเครื่องราชย์ชั้น CBE ในปีนี้ (“รู้สึกเป็นเกียรติ!”) แต่ก็อดเล่าเรื่องที่นาตาลี ฮิคส์ผู้ช่วยส่วนตัวซึ่งทอมบอกว่าเป็นเสมือน “พี่สาว” เผลอตอบปัดไปเพราะคิดว่ายังไงเขาคงไม่รับ “เธอตอบปฏิเสธไป ผมเลยบอกว่า ‘ไม่นะ! ผมอยากได้เครื่องราชย์!’ ถ้าเป็นรางวัลบาฟต้าก็ว่าไปอย่าง! ฮะฮ่า!” ก่อนจะรีบแก้เกี้ยว “หยอกนะหยอก

 

Interview by Miranda Collinge

Photography by Greg Williams


 

ทอม ฮาร์ดี้ยังคงโม้มันส์ตามเดิม และเราไม่อยากสปอยคุณทั้งหมดในลิงก์นี้ ดังนั้นออกไปตามอ่านทั้งหมดแบบเต็มๆ ได้ที่นิตยสาร Esquire Thailand ฉบับตุลาคม 2018 วางแผงแล้ววันนี้ และฉบับดิจิทัลทางแอปพลิเคชั่น OOKBEE รองรับทั้ง iOS และ Androids