15 คำตอบจากปากซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ กับเรื่องอดีต ปัจจุบัน อนาคต

แม้ฝุ่นควันจะลอยหนาทึบบนชั้นบรรยากาศใจกลางเมืองกรุงเทพฯ แต่แดดจัดๆ ที่เป็นซิกเนเจอร์ของเมืองไทยก็ยังคงอยู่ยังไงยังงั้นนั่นแหละ เช่นเดียวกันกับผู้ชายที่มาขึ้นปกให้กับเอสไควร์เล่มนี้อย่าง “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” แม้เขากลายเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศจากภาพยนตร์ “เพื่อนสนิท” ในบทบาทของ “ไข่ย้อย” มานานถึง 15 ปีที่แล้ว และแม้คลื่นลูกใหม่จะประดาประดังเข้ามาในวงการฯ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหมดง่ายๆ แต่ “ซันนี่” ก็ยังคงเป็นนักแสดงชายที่มีแสงออร่าฉายในตัวเองสมชื่อ “ซันนี่” เสมอ... Cover Story ฉบับนี้ เอสไควร์จะพาคุณไปรู้จักซันนี่ในมุมเรียบง่ายแต่ต่างออกไป และนี่อาจจะเป็นมุมอดีต ปัจจุบัน อนาคตของซันนี่ที่คุณอาจยังไม่เคยฟังจากที่ไหน...

 

 

ESQ: 3 สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการดำเนินชีวิตทุกวันของ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ คืออะไร

SUNNY: อย่างแรกเลยคือกุญแจบ้านครับ เดี๋ยวเข้าบ้านไม่ได้แล้วไม่รู้จะไปนอนที่ไหน (หัวเราะ) อย่างที่สองอาจจะไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็นความสัมพันธ์กับคนรอบตัวเรา ไม่ว่าจะกับครอบครัว กับเพื่อน หรือกับใครก็ตาม ผมว่ามันคือปฏิสัมพันธ์รวมๆ ที่ทำให้รู้ว่าเรารู้ว่าไม่ได้อาศัยอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ อย่างสุดท้ายที่ผมคิดว่าเราต้องมีติดตัวเสมอในการดำรงชีวิต คือทัศนคติที่ดี มันไม่ใช่การมองโลกในแง่บวกอะไรแบบนั้นนะเพราะเราไม่ได้ต้องการที่จะมองทุกอย่างในแง่ดีเพื่อปลอบใจตัวเอง แต่มันเป็นวิธีคิดที่ดีที่เป็นตัวตั้งต้นให้เราเป็นรู้จักคนคิดดีทำดีได้

 

ESQ: ตั้งแต่ทำงานและเดินทางท่องเที่ยวมาหลายประเทศ คนแบบซันนี่ชอบที่ไหนที่สุดและทำไม

SUNNY: ญี่ปุ่นครับ คงเพราะสิ่งที่ผมชอบหลายๆ อย่างมันค่อนข้างเชื่อมโยงกับที่นั่น การ์ตูนที่ดู เกมส์ที่เล่น อาหารที่กิน มันเป็นที่ที่ผมรู้สึกผูกพันธ์ ผมไปได้ไม่เบื่อและใช้เวลาส่วนตัวคนเดียวที่นั่นได้ซ้ำๆ เลย จะเมืองไหนก็ได้ถ้ามีเวลาไปไหนผมจะเลือกไปญี่ปุ่นก่อน

 

 

 

ESQ: คุณร้องไห้กับการดูภาพยนตร์เรื่องล่าสุดเรื่องอะไร

SUNNY: เมื่อก่อนผมไม่ค่อยได้ร้องไห้กับการดูหนังนะ มีบ้างนานๆ ที แต่หลังๆ มาผมร้องเกือบทุกเรื่อง มันกลายเป็นคนเซนซิทีฟตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อะไรสะกิดใจนิดหน่อยก็ไปละ (หัวเราะ) เรื่องล่าสุดนี่ก็ “ฮาวทูทิ้ง” นี่แหละครับ

 

ESQ: นักร้องยุค 90’s ที่คุณเคยชื่นชอบ ร้องเพลง หรือแต่งตัวตามเขา ในตอนที่คุณก้าวเข้าสู่วัยรุ่นคือใคร

SUNNY: ผมชอบนักร้องยุคนั้นนะ ผมว่ามันหลากหลายดี ทุกคนไม่เหมือนกันเลย มีป๊อป มีอัลเทอร์เนทีฟ มีให้เลือกฟังเยอะ แต่สมัยเด็กๆ ผมไม่ค่อยได้แต่งตัวตามใครหรอกเพราะเราไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าตามเขาได้ ถ้าจำได้ว่าชอบใครก็คงพี่เต๋า สมชาย นี่แหละครับ อัลบั้ม “สมชายจรดปลายเท้า” เสื้อรัดๆ มีรูปดาวสกรีนอยู่กลางหน้าอก (หัวเราะ)

 

ESQ: หนัง 10 กว่าเรื่องที่คุณเคยเล่นมาทั้งหมด ตัวละครเรื่องไหนที่คุณเล่นใกล้เคียงกับคุณมากที่สุด

SUNNY: ถ้าใกล้เคียงความเป็นผมที่สุดคงเป็นซีรี่ย์นะ “เนื้อคู่ประตูถัดไป” ตัวละครมันค่อนข้างมีตัวผมผสมลงไปเยอะ ความคิดความอ่าน นิสัยใจคอของตัวละครตัวนี้

 

ESQ: ตั้งแต่อยู่ในวงการบันเทิงมา มีงานอะไรที่ซันนี่อยากลองทำแต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำบ้าง

SUNNY: ผมไม่ค่อยรู้สึกอยากลองสิ่งใหม่นะ หมายความว่าผมรู้แล้วว่าตัวเองชอบงานอะไรที่สุด เรารักงานแสดงและมีแพชชั่นกับการแสดงกว่างานอื่นๆ ซึ่งผมโอเคกับมันจนทำให้เราไม่รู้สึกเหมือนต้องตื่นไปทำงานเลยด้วยซ้ำ แต่งานอื่นๆ ที่เข้ามามันจะให้ฟีลเหมือนเราทำงาน อย่างถ่ายโฆษณา ถ่ายแบบ ที่มันก็ต้องเข้ามาตามวาระต่างๆ

 

 

 

ESQ: คิดว่าถ้าตอนนี้ไม่ได้มาทำงานในวงการบันเทิง เราน่าจะทำอะไรอยู่ที่ไหน

SUNNY: โห...นึกไม่ออกเลย ผมไม่มีภาพอื่นอยู่ในหัวเลยจริงๆ ตั้งแต่เด็กผมเป็นคนประเภทไม่ได้คิดถึงเรื่องอนาคต พ่อแม่ให้เรียนเราก็เรียน เอาแค่วันนี้ตอนนี้ให้ดีก่อน คงเหมือนก่อนที่ผมจะมาเป็นนักแสดงที่ก็ไม่เคยคิดว่าจะมาเป็นนั่นแหละครับ ถ้าวันนี้ไม่ได้เป็นก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะกำลังทำอะไรอยู่

 

ESQ: นิสัยอะไรที่ต่างไปอย่างสิ้นเชิงของผู้ชายชื่อซันนี่ จาก “วันแรกที่เข้าวงการ” กับวันนี้”?

SUNNY: ผมว่าเนื้อแท้ผมไม่เปลี่ยนนะ ความคิด ทัศนคติที่ติดตัวเรามาผมว่ายังเหมือนเดิม แต่วงการนี้มันบ่มเรามาเรื่อยๆ ให้เราอยู่กับมันแล้วรู้สึกๆ สบายๆ มากขึ้นมากกว่า คงเพราะเราคุ้นชินกับสถานที่มากขึ้น คุ้นชินกับคนมากขึ้น ต่อมการเข้าสังคมของเรามันเลยทำให้เราเป็นตัวเองมากขึ้นเท่านั้นเอง

 

ESQ: เคล็ดลับหาความสุขในชีวิตง่ายๆ สไตล์ซันนี่

SUNNY: ความสุขของผมมันไม่ค่อยเป็นรูปธรรมหรอก แต่มันเป็นวิธีคิดและอยู่ที่จิตใตมากกว่า ต่อให้เจอเรื่องเครียดหรือน่าโมโห เราก็จะเข้าใจว้าราก็ต้องแก้มันไป ผมเลยเอ็นจอยกับอะไรง่าย 

 

 

 

ESQ: สิ่งที่คุณได้เรียนรู้ที่สุดในชีวิตการทำงานคือเรื่องอะไร

SUNNY: มันทำให้เข้าใจสังคม เข้าใจคนมากขึ้น เมื่อก่อนถ้าผมไม่เข้าใจใครผมจะไม่ยุ่งเลย แต่ตอนนี้เราพยายามทำความเข้าใจมากขึ้นว่ามันมีเหตุและผลอะไรที่คนๆ นั้นต้องคิดแบบนั้นหรือทำแบบนี้ แล้วถ้าผมแนะนำเขาได้ ช่วยเขาได้ ผมเลือกที่จะทำเพราะผมเชื่อว่าการด่าเขามันไม่ได้ช่วยอะไร

 

ESQ: ทุกคนล้วนเคยผิดพลาดและไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้ นอกจากเรียนรู้ความผิดพลาดนั้น แต่หากถามว่าถ้าคุณสามารถแก้ไขอะไรก็ได้หนึ่งอย่างในชีวิต คุณเลือกที่จะ.....

SUNNY: ผมไม่เคยอยากกลับไปแก้อะไรนะ แต่มันก็มีบางสถานการณ์ในชีวิตที่เราอาจจะเข้าใจผิดกันกับเพื่อนๆ พอเรามีเวลาได้คิดย้อนกลับไปเราก็รู้สึกนะว่าทำไมเราพูดอะไรแบบนั้นออกไปวะ เรื่องที่เราเจตนาอีกแบบ แต่คนฟังอาจจะคิดอีกแบบจนเข้าใจกันผิดแล้วมันก็ไม่มีโอกาสได้กลับไปอธิบายให้เข้าใจตรงกัน มันเป็นสถานการณแบบนี้มากกว่า

 

ESQ: เรื่องที่คุณภูมิใจและผิดหวังที่สุดกับตัวเองคือเรื่องอะไร

SUNNY: ผมไม่มีเรื่องที่รู้สึกผิดหวังกับตัวเองเพราะทุกอย่างที่ตัดสินใจผมใช้ความรู้สึก ดังนั้นผมเข้าใจว่าเราคงมีความสามารถแค่นั้นจริงๆ ในตอนนั้น ฉลาดได้แค่นั้นจริงๆ ในตอนนั้น และรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เราเลยทำแบบนั้น พอเราเข้าใจมันว่ามันเกิดจากความรู้สึกตรงนั้นเราเลยไม่ผิดหวังกับมัน แต่เรื่องที่ผมภูมิใจคงเป็นเรื่องที่ครอบครัวปลูกฝังเรามาซึ่งก็เป็นหลักสังคมทั่วๆ ไปนี่แหละครับ เขาอยากให้เราเรียนหนังสือ เราก็เรียน เขาอยากให้เราเป็นคนดี เราก็เป็น ก็แค่ไม่ไปทำตัวเหลวแหลกให้เขาทุกข์ใจ

 

 

ESQ: อยากให้ผู้ชายที่ดูไม่ค่อยแสดงความรู้สึกอย่างซันนี่ เล่ามุมน่ารักๆ ของคุณกับแม่ให้เราฟังหน่อย

SUNNY: (หัวเราะ) แม่ผมเขาเซอร์นะ เขาพลิ้วมากและแน่มากในการพูดหว่านล้อมคน พูดโน้มน้าวใจคน ไม่รู้ว่าตั้งแต่โตมานี่ผมโดนไปบ้างหรือเปล่า การหว่านล้อมของเขานี่บางเรื่องพ่อผมนี่ถึงขนาดยืนปรบมือให้ (หัวเราะ) จริงๆ ผมย้ายออกมาอยู่เอง 8 ปีแล้วครับ เขาเป็นคนตัวตนชัดเจน ไม่ชอบอะไรเขาก็ยังไม่ชอบ เคยบ่นเรื่องอะไรก็ยังขี้บ่นเหมือนเดิม แต่สนุกนะ เวลาเถียงกับพ่อเขาก็ชอบมาฟ้องผม ผมก็จะแซวเขากลับว่าทำไมขี้ฟ้องจัง ฝ่ายนู้นเขายังไม่ฟ้องเลย (หัวเราะ)

 

ESQ: คุณคิดว่าคุณเป็นคนมีโชคมากน้อยแค่ไหน

SUNNY: ที่สุด ผมเป็นคนที่โชคดีมากๆ จะเรียกได้ว่าโชคเข้าข้างเสมออะไรยังงั้นก็ได้เลยล่ะ ทุกครั้งเวลาที่ต้องคิด หรือต้องเลือกอะไร สิ่งที่ผมคิดและเลือกมันมักจะพาผมไปในทางที่ดีทุกครั้ง

 

ESQ: คำถามสุดท้าย ถ้าให้คุณใช้คำหนึ่งคำที่บ่งบอกตัวตนของความเป็น “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ล่ะ

SUNNY: คงเป็นคำว่า “ปกติ” ผมว่าผมเป็นคนปกติที่ใครๆ ก็คงเป็นแบบนี้

 

 


เรื่อง: ZATIA

ภาพ: SUWAT PANTONG

สไตลิสต์: DHEBDHIVA D.

เสื้อผ้าทั้งหมดจาก Onitsuka Tiger

 

 




15 คำตอบจากปากซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ กับเรื่องอดีต ปัจจุบัน อนาคต

แม้ฝุ่นควันจะลอยหนาทึบบนชั้นบรรยากาศใจกลางเมืองกรุงเทพฯ แต่แดดจัดๆ ที่เป็นซิกเนเจอร์ของเมืองไทยก็ยังคงอยู่ยังไงยังงั้นนั่นแหละ เช่นเดียวกันกับผู้ชายที่มาขึ้นปกให้กับเอสไควร์เล่มนี้อย่าง “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” แม้เขากลายเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศจากภาพยนตร์ “เพื่อนสนิท” ในบทบาทของ “ไข่ย้อย” มานานถึง 15 ปีที่แล้ว และแม้คลื่นลูกใหม่จะประดาประดังเข้ามาในวงการฯ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหมดง่ายๆ แต่ “ซันนี่” ก็ยังคงเป็นนักแสดงชายที่มีแสงออร่าฉายในตัวเองสมชื่อ “ซันนี่” เสมอ... Cover Story ฉบับนี้ เอสไควร์จะพาคุณไปรู้จักซันนี่ในมุมเรียบง่ายแต่ต่างออกไป และนี่อาจจะเป็นมุมอดีต ปัจจุบัน อนาคตของซันนี่ที่คุณอาจยังไม่เคยฟังจากที่ไหน...

 

 

ESQ: 3 สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการดำเนินชีวิตทุกวันของ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ คืออะไร

SUNNY: อย่างแรกเลยคือกุญแจบ้านครับ เดี๋ยวเข้าบ้านไม่ได้แล้วไม่รู้จะไปนอนที่ไหน (หัวเราะ) อย่างที่สองอาจจะไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็นความสัมพันธ์กับคนรอบตัวเรา ไม่ว่าจะกับครอบครัว กับเพื่อน หรือกับใครก็ตาม ผมว่ามันคือปฏิสัมพันธ์รวมๆ ที่ทำให้รู้ว่าเรารู้ว่าไม่ได้อาศัยอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ อย่างสุดท้ายที่ผมคิดว่าเราต้องมีติดตัวเสมอในการดำรงชีวิต คือทัศนคติที่ดี มันไม่ใช่การมองโลกในแง่บวกอะไรแบบนั้นนะเพราะเราไม่ได้ต้องการที่จะมองทุกอย่างในแง่ดีเพื่อปลอบใจตัวเอง แต่มันเป็นวิธีคิดที่ดีที่เป็นตัวตั้งต้นให้เราเป็นรู้จักคนคิดดีทำดีได้

 

ESQ: ตั้งแต่ทำงานและเดินทางท่องเที่ยวมาหลายประเทศ คนแบบซันนี่ชอบที่ไหนที่สุดและทำไม

SUNNY: ญี่ปุ่นครับ คงเพราะสิ่งที่ผมชอบหลายๆ อย่างมันค่อนข้างเชื่อมโยงกับที่นั่น การ์ตูนที่ดู เกมส์ที่เล่น อาหารที่กิน มันเป็นที่ที่ผมรู้สึกผูกพันธ์ ผมไปได้ไม่เบื่อและใช้เวลาส่วนตัวคนเดียวที่นั่นได้ซ้ำๆ เลย จะเมืองไหนก็ได้ถ้ามีเวลาไปไหนผมจะเลือกไปญี่ปุ่นก่อน

 

 

 

ESQ: คุณร้องไห้กับการดูภาพยนตร์เรื่องล่าสุดเรื่องอะไร

SUNNY: เมื่อก่อนผมไม่ค่อยได้ร้องไห้กับการดูหนังนะ มีบ้างนานๆ ที แต่หลังๆ มาผมร้องเกือบทุกเรื่อง มันกลายเป็นคนเซนซิทีฟตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อะไรสะกิดใจนิดหน่อยก็ไปละ (หัวเราะ) เรื่องล่าสุดนี่ก็ “ฮาวทูทิ้ง” นี่แหละครับ

 

ESQ: นักร้องยุค 90’s ที่คุณเคยชื่นชอบ ร้องเพลง หรือแต่งตัวตามเขา ในตอนที่คุณก้าวเข้าสู่วัยรุ่นคือใคร

SUNNY: ผมชอบนักร้องยุคนั้นนะ ผมว่ามันหลากหลายดี ทุกคนไม่เหมือนกันเลย มีป๊อป มีอัลเทอร์เนทีฟ มีให้เลือกฟังเยอะ แต่สมัยเด็กๆ ผมไม่ค่อยได้แต่งตัวตามใครหรอกเพราะเราไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าตามเขาได้ ถ้าจำได้ว่าชอบใครก็คงพี่เต๋า สมชาย นี่แหละครับ อัลบั้ม “สมชายจรดปลายเท้า” เสื้อรัดๆ มีรูปดาวสกรีนอยู่กลางหน้าอก (หัวเราะ)

 

ESQ: หนัง 10 กว่าเรื่องที่คุณเคยเล่นมาทั้งหมด ตัวละครเรื่องไหนที่คุณเล่นใกล้เคียงกับคุณมากที่สุด

SUNNY: ถ้าใกล้เคียงความเป็นผมที่สุดคงเป็นซีรี่ย์นะ “เนื้อคู่ประตูถัดไป” ตัวละครมันค่อนข้างมีตัวผมผสมลงไปเยอะ ความคิดความอ่าน นิสัยใจคอของตัวละครตัวนี้

 

ESQ: ตั้งแต่อยู่ในวงการบันเทิงมา มีงานอะไรที่ซันนี่อยากลองทำแต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำบ้าง

SUNNY: ผมไม่ค่อยรู้สึกอยากลองสิ่งใหม่นะ หมายความว่าผมรู้แล้วว่าตัวเองชอบงานอะไรที่สุด เรารักงานแสดงและมีแพชชั่นกับการแสดงกว่างานอื่นๆ ซึ่งผมโอเคกับมันจนทำให้เราไม่รู้สึกเหมือนต้องตื่นไปทำงานเลยด้วยซ้ำ แต่งานอื่นๆ ที่เข้ามามันจะให้ฟีลเหมือนเราทำงาน อย่างถ่ายโฆษณา ถ่ายแบบ ที่มันก็ต้องเข้ามาตามวาระต่างๆ

 

 

 

ESQ: คิดว่าถ้าตอนนี้ไม่ได้มาทำงานในวงการบันเทิง เราน่าจะทำอะไรอยู่ที่ไหน

SUNNY: โห...นึกไม่ออกเลย ผมไม่มีภาพอื่นอยู่ในหัวเลยจริงๆ ตั้งแต่เด็กผมเป็นคนประเภทไม่ได้คิดถึงเรื่องอนาคต พ่อแม่ให้เรียนเราก็เรียน เอาแค่วันนี้ตอนนี้ให้ดีก่อน คงเหมือนก่อนที่ผมจะมาเป็นนักแสดงที่ก็ไม่เคยคิดว่าจะมาเป็นนั่นแหละครับ ถ้าวันนี้ไม่ได้เป็นก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะกำลังทำอะไรอยู่

 

ESQ: นิสัยอะไรที่ต่างไปอย่างสิ้นเชิงของผู้ชายชื่อซันนี่ จาก “วันแรกที่เข้าวงการ” กับวันนี้”?

SUNNY: ผมว่าเนื้อแท้ผมไม่เปลี่ยนนะ ความคิด ทัศนคติที่ติดตัวเรามาผมว่ายังเหมือนเดิม แต่วงการนี้มันบ่มเรามาเรื่อยๆ ให้เราอยู่กับมันแล้วรู้สึกๆ สบายๆ มากขึ้นมากกว่า คงเพราะเราคุ้นชินกับสถานที่มากขึ้น คุ้นชินกับคนมากขึ้น ต่อมการเข้าสังคมของเรามันเลยทำให้เราเป็นตัวเองมากขึ้นเท่านั้นเอง

 

ESQ: เคล็ดลับหาความสุขในชีวิตง่ายๆ สไตล์ซันนี่

SUNNY: ความสุขของผมมันไม่ค่อยเป็นรูปธรรมหรอก แต่มันเป็นวิธีคิดและอยู่ที่จิตใตมากกว่า ต่อให้เจอเรื่องเครียดหรือน่าโมโห เราก็จะเข้าใจว้าราก็ต้องแก้มันไป ผมเลยเอ็นจอยกับอะไรง่าย 

 

 

 

ESQ: สิ่งที่คุณได้เรียนรู้ที่สุดในชีวิตการทำงานคือเรื่องอะไร

SUNNY: มันทำให้เข้าใจสังคม เข้าใจคนมากขึ้น เมื่อก่อนถ้าผมไม่เข้าใจใครผมจะไม่ยุ่งเลย แต่ตอนนี้เราพยายามทำความเข้าใจมากขึ้นว่ามันมีเหตุและผลอะไรที่คนๆ นั้นต้องคิดแบบนั้นหรือทำแบบนี้ แล้วถ้าผมแนะนำเขาได้ ช่วยเขาได้ ผมเลือกที่จะทำเพราะผมเชื่อว่าการด่าเขามันไม่ได้ช่วยอะไร

 

ESQ: ทุกคนล้วนเคยผิดพลาดและไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้ นอกจากเรียนรู้ความผิดพลาดนั้น แต่หากถามว่าถ้าคุณสามารถแก้ไขอะไรก็ได้หนึ่งอย่างในชีวิต คุณเลือกที่จะ.....

SUNNY: ผมไม่เคยอยากกลับไปแก้อะไรนะ แต่มันก็มีบางสถานการณ์ในชีวิตที่เราอาจจะเข้าใจผิดกันกับเพื่อนๆ พอเรามีเวลาได้คิดย้อนกลับไปเราก็รู้สึกนะว่าทำไมเราพูดอะไรแบบนั้นออกไปวะ เรื่องที่เราเจตนาอีกแบบ แต่คนฟังอาจจะคิดอีกแบบจนเข้าใจกันผิดแล้วมันก็ไม่มีโอกาสได้กลับไปอธิบายให้เข้าใจตรงกัน มันเป็นสถานการณแบบนี้มากกว่า

 

ESQ: เรื่องที่คุณภูมิใจและผิดหวังที่สุดกับตัวเองคือเรื่องอะไร

SUNNY: ผมไม่มีเรื่องที่รู้สึกผิดหวังกับตัวเองเพราะทุกอย่างที่ตัดสินใจผมใช้ความรู้สึก ดังนั้นผมเข้าใจว่าเราคงมีความสามารถแค่นั้นจริงๆ ในตอนนั้น ฉลาดได้แค่นั้นจริงๆ ในตอนนั้น และรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เราเลยทำแบบนั้น พอเราเข้าใจมันว่ามันเกิดจากความรู้สึกตรงนั้นเราเลยไม่ผิดหวังกับมัน แต่เรื่องที่ผมภูมิใจคงเป็นเรื่องที่ครอบครัวปลูกฝังเรามาซึ่งก็เป็นหลักสังคมทั่วๆ ไปนี่แหละครับ เขาอยากให้เราเรียนหนังสือ เราก็เรียน เขาอยากให้เราเป็นคนดี เราก็เป็น ก็แค่ไม่ไปทำตัวเหลวแหลกให้เขาทุกข์ใจ

 

 

ESQ: อยากให้ผู้ชายที่ดูไม่ค่อยแสดงความรู้สึกอย่างซันนี่ เล่ามุมน่ารักๆ ของคุณกับแม่ให้เราฟังหน่อย

SUNNY: (หัวเราะ) แม่ผมเขาเซอร์นะ เขาพลิ้วมากและแน่มากในการพูดหว่านล้อมคน พูดโน้มน้าวใจคน ไม่รู้ว่าตั้งแต่โตมานี่ผมโดนไปบ้างหรือเปล่า การหว่านล้อมของเขานี่บางเรื่องพ่อผมนี่ถึงขนาดยืนปรบมือให้ (หัวเราะ) จริงๆ ผมย้ายออกมาอยู่เอง 8 ปีแล้วครับ เขาเป็นคนตัวตนชัดเจน ไม่ชอบอะไรเขาก็ยังไม่ชอบ เคยบ่นเรื่องอะไรก็ยังขี้บ่นเหมือนเดิม แต่สนุกนะ เวลาเถียงกับพ่อเขาก็ชอบมาฟ้องผม ผมก็จะแซวเขากลับว่าทำไมขี้ฟ้องจัง ฝ่ายนู้นเขายังไม่ฟ้องเลย (หัวเราะ)

 

ESQ: คุณคิดว่าคุณเป็นคนมีโชคมากน้อยแค่ไหน

SUNNY: ที่สุด ผมเป็นคนที่โชคดีมากๆ จะเรียกได้ว่าโชคเข้าข้างเสมออะไรยังงั้นก็ได้เลยล่ะ ทุกครั้งเวลาที่ต้องคิด หรือต้องเลือกอะไร สิ่งที่ผมคิดและเลือกมันมักจะพาผมไปในทางที่ดีทุกครั้ง

 

ESQ: คำถามสุดท้าย ถ้าให้คุณใช้คำหนึ่งคำที่บ่งบอกตัวตนของความเป็น “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ล่ะ

SUNNY: คงเป็นคำว่า “ปกติ” ผมว่าผมเป็นคนปกติที่ใครๆ ก็คงเป็นแบบนี้

 

 


เรื่อง: ZATIA

ภาพ: SUWAT PANTONG

สไตลิสต์: DHEBDHIVA D.

เสื้อผ้าทั้งหมดจาก Onitsuka Tiger