KAN KANTATHAVORN: THE POWER OF PASSION

เช้าวันถ่ายเป็นเช้าที่ “กันต์ กันตถาวร” มาถึงที่นัดหมายอย่างตรงต่อเวลาด้วยท่าทีที่ตื่นตัวราวกับว่าจะถ่ายกี่ชุดก็พร้อมสู้ บอกตามตรงว่านอกจากภาพผู้ดำเนินรายการชื่อดังที่โดดเด่นของเขาในยุคนี้จนทำเอาภาพจำอื่นๆ เกี่ยวกับเขาค่อยๆ เลือนลางลงแล้ว เราก็แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกันต์มาก่อนเลย แต่ก็นั่นแหละ...การได้ร่วมงานกับเขาในวันนี้จึงบอกเราได้ว่านอกจากงานนักแสดง ดีเจ และการเป็นผู้ดำเนินรายการแถวหน้าของเมืองไทยแล้ว กันต์ยังเป็นนายแบบได้อย่างมืออาชีพอีกด้วย

 

เสื้อและกางเกงจาก Calvin Klein แจ็กเก็ตจาก Coach รองเท้าจาก Prada

 

ระหว่างการทำงานด้วยกันวันนี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาคือมือโปรแห่งการถ่ายแบบ พอได้นั่งคุยกันยาวๆ เราจึงได้รู้ว่าเขาเริ่มชีวิตในวงการนี้ด้วยการเป็นนายแบบ ย้อนไปในวัย 18-19 หลังจากที่เขากลายเป็นหนุ่มเฟรชชี่ที่เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยและใครต่อใครก็ชักชวนเข้าวงการมาโดยตลอด แต่เขาก็เลือกปฏิเสธเสมอ จนวันหนึ่งที่ตัดสินใจว่าลองเดินแบบดูสักทีก็คงไม่เสียหายอะไร และนั่นจึงทำให้กันต์กลายเป็นนายแบบหน้าใหม่ที่ทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วยจนไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ตั้งแต่ตอนนั้น เราพอจะรู้มาบ้างว่ากันต์เป็นคนชอบรถยนต์กับนาฬิกามาก จึงอดไม่ได้ที่จะเริ่มต้นบทสนทนากับเขากับประโยคแรกด้วยเรื่องพวกนี้ ผมว่ารถยนต์กับนาฬิกาคือสิ่งที่บ่งบอกตัวตนความเป็นผู้ชายของแต่ละคนได้ชัดเจนมากเลยล่ะเขาว่า ถึงกันต์ใส่เสื้อยืดตัวละ 80 บาทมานั่งคุยกับเราในท่าทีสบายๆ ราวกับอยู่บ้าน แต่ในความเป็นคนเรียบง่ายนั้น เรารู้ว่าเขาทุ่มไม่อั้นกับสิ่งที่เขาคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะจ่าย

 

สูทและเสื้อคอเต่าจาก BOSS 

 

 

หลังจากที่คุยสัพเพเหระมากสักพัก กันต์จึงเริ่มคุยเรื่องงานกับเราด้วยท่าทีสนุกสนานขึ้นเรื่อยๆ หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่ากันต์เริ่มต้นเข้าวงการด้วยงานเดินแบบ ต่อด้วยการได้ลองทำงานดีเจ และกลายมาเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัวที่ทำให้เขาโด่งดังในช่วงเวลานั้น แต่นั่นกลับเป็น 3 ปีของชีวิตนักแสดงที่เขาเริ่มเล่าให้เราฟังว่ามันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข ภาคภูมิใจ แต่ก็โดดเดี่ยวจนเปลี่ยนความคิดของเขาไปตลอดกาล ช่วง 3 ปีนั้นเป็นหนึ่งพันกว่าวันที่ผมไม่เคยหยุดทำงานเลยแม้แต่วันเดียว มันเหมือนเราประสบความสำเร็จแต่เป็นความสำเร็จที่เราทำคนรอบตัวหล่นหายไปเยอะมาก จากวันแรกที่ทุกคนเอาใจช่วยผมจากจุดสตาร์ท แต่ความรู้สึกที่เจอคือการเป็นนักวิ่งที่วิ่งเข้าเส้นชัยแล้วหันกลับไปมองข้างหลัง ผมกลับไม่เจอใครอีกแล้ว ไม่มีเวลากินข้าวกับพ่อแม่ ไม่มีเวลาให้กับคนรัก ไม่มีแม้แต่เพื่อนจะชวนออกไปกินเหล้าเพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าต่อให้ชวนผมก็คงไปด้วยไม่ได้ มันอาจจะฟังดูเป็นเรื่องง่ายๆ นะ แต่มันเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เรารู้สึกขาดมาก จากชีวิตที่เราเคยคิดว่าความสำเร็จคือทุกอย่างแต่มันไม่ใช่เลย เรามีทุกอย่างแต่กลับไม่มีคนรอบตัว แม้มันจะเป็นการแลกที่ได้อะไรกลับมา แต่พอมาคิดๆ ดูแล้วผมว่ามันแลกกันไม่ได้เลยกับคนบางคนในชีวิต

 

 

กันต์เล่าช่วงเวลานั้นที่เขากำลังมีชื่อเสียงจากอาชีพนักแสดงด้วยสีหน้าที่เสียดาย แม้จะยืนยันกับเราอย่างหนักแน่นว่าเขารักอาชีพนักแสดงมากจริงๆ แต่สุดท้ายตอนนั้นเขาก็จบลงที่การนั่งถามตัวเองว่านี่เรากำลังทำอะไรอยู่ ทำไมคนรอบตัวถึงหายไปจากชีวิตได้มากขนาดนี้ ซึ่งความคิดนั้นถูกตอกย้ำด้วยเหตุการณ์ในเช้าวันหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงให้เขาตัดสินใจครั้งใหม่และเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตสู่อาชีพพิธีกร ก่อนเช้าวันนั้นเป็นวันที่ผมซื้อบ้านของตัวเอง พ่อแม่ผมดีใจมาก ภูมิใจมาก เขาบอกกับผมว่าดีใจด้วยนะลูก พรุ่งนี้เช้ากินข้าวด้วยกันไหม เพราะตอนนั้นผมบ่นกับเขาว่าผมอยากกินข้าวเหนียวหมูปิ้ง แต่สิ่งที่แย่ที่สุดคือแค่ข้าวเหนียวหมูปิ้งโง่ๆ ผมก็ไม่สามารถนั่งกินกับเขาได้ในเช้าวันรุ่งขึ้นเพราะผมให้คิวกับกองละครไปแล้ว พอตอนเช้าประมาณตี 5 ที่ผมกำลังจะออกไปถ่ายละคร แม่ผมเอาข้าวเหนียวหมูปิ้งมาแขวนไว้ให้ที่ลูกบิดหน้าประตูบ้านเพราะเขารู้ว่าผมอยากกิน จังหวะที่ผมเห็นถุงข้าวเหนียวหมูปิ้ง ผมช็อคนะ จำได้ว่าผมยืนอยู่ตรงนั้นประมาณเกือบชั่วโมง ผมคิดทุกอย่างว่าแม่ต้องออกจากบ้านมาตั้งแต่กี่โมงเพื่อขับรถเอาหมูปิ้งมาให้เราและเขาต้องขับกลับไปเลยเพราะเขารู้ว่าเราไม่มีเวลานั่งกินด้วย ผมถามตัวเองเลยว่านี่คือชีวิตที่กูต้องการจริงๆ หรอวะ

 

 

 

สุดท้ายความรักที่ส่งต่อจากแม่ในวันนั้นทำกันต์เดินทางไปทำงานพร้อมคำถามมากมายในหัวและจบลงตรงคำตอบที่ว่าความสำเร็จในอาชีพนักแสดงตอนนั้นไม่ใช่ความสุขทั้งหมดในชีวิตเขาอีกแล้ว ซึ่งนั่นเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เขากำลังจะต้องต่อสัญญากับค่ายละคร และเขาเองก็คิดทบทวนแล้วว่าอยากผันตัวมาทำงานพิธีกรอย่างจริงๆ จังๆ เพราะเขารู้ว่าตัวเองหลงใหลในการได้เป็นผู้ดำเนินรายการจากสมัยที่มีโอกาสได้ทำงานดีเจ ที่สำคัญคือเขาอยากมีเวลาได้ทำในสิ่งที่เขารัก ไปพร้อมๆ กับการได้บาลานซ์ชีวิต วันนั้นที่ผมได้เข้าไปคุยกับผู้ใหญ่ เขาบอกผมว่าให้ลืมงานพิธีกรไปได้เลย อีก 10 ปีค่อยกลับมาคุยกันเรื่องนี้ เพราะด้วยวัยของเราเขาคิดว่าเรายังเป็นพระเอกได้ ยังเล่นละครไปได้อีกเป็นสิบปี เขาจึงอยากให้อาชีพนักแสดงของเราซาลงก่อนตามวัย แล้วค่อยเปลี่ยนบทบาทไปทำพิธีกร ซึ่งเขาก็ไม่ผิดนะหากมองในมุมของการเติบโตในวงการนี้ แต่ตอนนั้นผมแค่คิดว่าถ้าผมอยากเอาดีด้านผู้ดำเนินรายการ ผมไม่อยากเสียเวลาไปกับอย่างอื่นอีกแล้ว ผมเลยตัดสินใจไม่ต่อสัญญาแล้วหันมาเป็นคนที่ไม่มีค่ายเพื่อรับงานอิสระไปก่อน

 

 

เสื้อโปโล แจ็กเก็ตและกางเกงจาก BOSS

 

จากวันนั้นประมาณปีสองปีที่กันต์หาลู่ทางที่จะทำงานพิธีกร จนในที่สุดก็ได้โอกาสมาลองทำงานที่ บ.เวิร์คพ็อยท์ เขาเล่าว่าการเริ่มงานพิธีกรตอนนั้นเหมือนนับหนึ่งใหม่หมดเพราะเป็นศาสตร์ที่ต่างกับงานนักแสดงอย่างสิ้นเชิง และหลังจากกันต์ได้ลองทำรายการเล็กๆ อยู่ประมาณ 3-4 เดือน ผู้ใหญ่ในเวิร์คพ็อยท์จึงให้โอกาสเขาได้ทำรายการใหญ่ที่ซื้อมาจากประเทศเกาหลีอย่างรายกาย I can see your voice และนั่นเองที่ทำให้ชื่อของ กันต์ กันตถาวร กลายมาเป็นผู้ดำเนินรายการแถวหน้ามาตั้งแต่ตอนนั้น ผู้ใหญ่ที่สนิทกันบอกกับผมเลยว่า กันต์นี่คือรายการที่เป็นความหวังของบริษัทฯ กูซื้อคอนเท้นท์มาเทปละ 2 ล้าน กูวัดมึงเลย ถ้ารอดคือรอด ถ้าไม่รอดคือจบ จะได้รู้ไปเลยว่ามึงใช่หรือไม่ใช่สำหรับงานนี้ ตอนนั้นผมว่าเหมือนโยนปลาตัวนึงลงแม่น้ำเชี่ยวๆ ถ้ามึงว่ายไม่ไหวมึงก็คือตาย!”

 

 เสื้อคอเต่าจาก Calvin Klein เสื้อโค้ต กางเกงและรองเท้าจาก Prada

 

ตามแผนแล้วรายการนี้ถูกซื้อมาเพียง 12 เทป แต่ความสำเร็จของรายการทำให้มีรายการนี้ยาวนานมาจนถึงตอนนี้ซึ่งเป็นปีที่ 5 และไม่ว่าจะด้วยความสามารถ พรสวรรค์ หรือดวงเฮงๆ ของกันต์ก็ตาม ทั้งหมดเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้รับหน้าที่ผู้ดำเนินรายการใหญ่ๆ ตามมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น The mask singer ไปจนถึง แฟนพันธุ์แท้ ตอนที่ผมต้องทำ 3 รายการนี้พร้อมๆ กัน ผมรู้สึกเหมือนต้องสอบเอ็นทรานซ์ มันกดดันแต่มันส์มาก ผมนั่งดูเทปเก่าๆ ของคุณตา ปัญญา, คุณต๋อย ไตรภพ, คุณดู๋ สัญญา, คุณวิทวัส ผมดูทุกอย่างที่มันจะช่วยทำให้เราผลักดันตัวเองให้กลายเป็นผู้ดำเนินรายการให้ดีขึ้นกว่าเดิมขึ้นไปให้ได้ เอาเป็นว่าถ้าวันนั้นมีการแข่งขันแฟนพันธุ์แท้พิธีกรไทย กูมั่นใจว่ากูชนะ!” เขาเล่าพร้อมหัวเราะลั่นถึงชีวิตเขากับงานที่เขารักด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข พร้อมบอกกับเราถึงวันที่ภูมิใจที่สุดคือวันที่คุณตา ปัญญา ได้แอบมาดูเขาดำเนินรายการแฟนพันธุ์แท้อย่างเงียบๆ และกลับไปพร้อมรอยยิ้มโดยที่กันต์ไม่รู้ตัวจนโปรดิวเซอร์มาบอกตอนรายการจบ นั่นทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ติ๊กเครื่องหมายถูกลงไปในช่องสี่เหลี่ยมว่า “ผ่าน” จากผู้ดำเนินรายการที่เป็นตำนานมาก่อนของรายการนี้

 

 

สเวตเตอร์และกางเกงจาก Calvin Klein รองเท้าจาก Prada

 

กันต์ดูเต็มไปด้วยพลังในการเล่าเรื่องงานที่เขารักอย่างไม่มีท่าทีที่จะหมดแรงเลย เขาสารภาพกับเราว่าความสุขที่สุดในการทำงานพิธีกรคือการที่เขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนดู ณ ขณะหนึ่งจนกลายเป็นภาพจำในวันที่ผ่านไป คิดๆ ดูแล้วคงคล้ายๆ กับที่เราเองก็เห็นภาพคุณต๋อย ไตรภพ กำลังมอบรูปดาราให้กับแขกรับเชิญเจ้าของรูปที่มาเยือนรายการทไวไลท์ โชว์ สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าในสมัยที่เรายังเป็นเด็กๆ และนอกจากเรื่องงานที่เขารัก การได้ร่วมงานกับกันต์ครั้งนี้เราจึงมีโอกาสได้คุยเพื่อรู้จักกับเขาให้มากขึ้น ซึ่งเราบอกกับเขาว่าเราขอคุยกับคุณในเวอร์ชั่นที่คนอื่นไม่เคยรับรู้ ในมุมมองที่ทั่วไปไม่เคยนึกถึง เพราะเราอยากรู้จัก “กันต์ กันตถาวร” ที่มากกว่าการบัญญัติเขาว่าพิธีกรแถวหน้าของเมืองไทยอีกแล้ว เขาหัวเราะพร้อมกับกับเราว่า เอาสิ! ได้ทุกอย่าง ถามมาเหอะ

 

 

หลังจากที่ร่ายกันยาวเรื่องงาน เราจึงนั่งจับเข่าคุยกันเรื่องชีวิตที่ผ่านมา รวมไปถึงเรื่องเล่าที่เขาผิดหวังในตัวเองที่ยังรู้สึกเสียใจที่สุดกับมันมาตั้งแต่อายุ 17 จนถึงตอนนี้ ผมเคยโกรธแม่ ไม่คุยกับแม่เป็นปีๆ อยู่บ้านเดียวกันแต่ทำเหมือนแม่เป็นอากาศธาตุ กินข้าวโต๊ะเดียวกัน เดินสวนกันในบ้าน แต่ไม่คุย มันไร้สาระจนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเราโกรธกันเรื่องอะไร แต่พอคิดได้แล้วก็ไปขอโทษเขา รู้สึกว่าเราทำแบบนั้นไปได้ยังไงวะเป็นปีๆ มันคือเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น ผมกลับไปแก้ไขมันไม่ได้ และทุกวันนี้ผมก็ยังเสียใจที่เคยทำให้มันเกิดซึ่งจากตรงนี้นี่แหละที่เราเชื่อว่ามันทำให้เขาเปลี่ยนมาเป็นผู้ชายที่อยากจะทำอะไรดีๆ ให้กับคนที่เขารักในเวลาที่พอจะทำได้ราวกับเป็นคนละคนจากสมัยวัยรุ่น คนรอบตัวคุณเล่าว่าคุณคือพ่อบ้านที่ดีและดูแลภรรยาราวกับว่าจะไม่มีใครจินตนาการมันออกได้เลยว่าคุณเป็นสามีที่ดีแค่ไหน เราถามเกริ่นถึงชีวิตหลังแต่งงานไปแบบนั้น ซึ่งเขาก็บอกกับเราว่า ผมว่าคนเราพออยู่บ้านเราก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง อยากมีชีวิตที่เรียบง่าย เรื่องง่ายๆ ก็อย่าไปทำให้มันยาก ผมเป็นคนตื่นเช้า ภรรยาเป็นคนตื่นสาย ผมตื่นมาก็พาหมาวิ่ง ออกมากินกาแฟ ออกไปหามื้อเช้า ดูของใช้ในบ้านว่าขาดอะไรแล้วไปซุปเปอร์มาร์เก็ต ผมว่ามันหมดยุคที่จะคิดว่าคนเป็นเมียต้องตื่นมาทำกับข้าวให้สามีแล้ว มันก็แค่ใครตื่นก่อนก็ทำ ใครทำได้ก็ทำ

 

 

พอได้คุยเรื่องชีวิตคู่เราจึงเริ่มสนุกกับการเล่าชีวิตส่วนตัวที่ได้พูดถึงผู้หญิงที่เขารักและสุนัขอีก 5 ตัวอย่างออกรส อย่างที่เรารู้กันดีนั่นแหละว่าผู้ชายอย่างกันต์ที่โตมาในครอบครัวที่มีฐานะดี หน้าตาดี การศึกษาดี ไหงถึงเลือกที่จะเป็นสามีที่แสนดีเอาง่ายๆ อย่างไม่มีเขี้ยวเล็บ ทั้งที่จริงๆ แล้วถ้าอยากจะเป็นแบดบอยไปจนแก่ก็คงไม่มีใครแปลกใจเท่าไหร่ด้วยซ้ำ ผู้หญิงที่ผ่านมาก็มีหลายแบบ ผมยอมรับว่าภรรยาผมอาจจะไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยที่สุดตั้งแต่ที่ผมเคยเจอมาหรอก แต่ผมสบายใจที่สุดตั้งแต่ผมเคยเป็นมาเวลาที่ได้อยู่กับเขา สุดท้ายพออายุมากขึ้นเราเลยค้นพบว่าคนที่จะใช้เวลากับเราไปตลอดชีวิต ความสบายใจมันใหญ่กว่าความสวยเยอะ มันถูกที่ถูกทางพอดี ผมว่าคนที่ใช่คือต้องมาในเวลาที่ใช่ และในสภาวะที่ใช่ มันข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ เขาว่า

 

พอเขาพูดถึงชีวิตหลังกล้องเราจึงได้รู้ว่าเขาใช้ชีวิตบนความเรียบง่ายมากกว่าที่เห็นในสื่อต่างๆ โข แม้จะขับรถหรูและสวมนาฬิกาแพงๆ บนข้อมือ แต่กันต์ที่เราคุยอยู่ไม่ใช่คนตัดสินใจอะไรอย่างผิวเผินเลย เขาไม่ได้ให้ค่าของแพงเท่ากับการให้ค่าของที่ดี บางครั้งมนุษย์ชอบคิดว่าคนที่ใช้ของแพงเพราะเขามีเงินซื้อ จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ เราก็แค่ให้ค่ากับของที่ควรค่าแก่ควักกระเป๋าจ่ายมัน อย่างนาฬิกาสักเรือน หรือรถยนต์สักคัน ผมไม่มีทางที่จะเลือกซื้อเพียงเพราะว่ามันหรู มันโก้ แต่การเลือกรถยนต์สักคันมันมีหลายปัจจัยมาก อยู่ที่ว่าผู้ชายคนหนึ่งให้ความสำคัญกับอะไร ซึ่งถ้าเลือกได้ผมก็จะเลือกที่มาที่ไปที่ผมมั่นใจก่อน เรื่องผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ เรื่องอะไหล่ เรื่องการดูแล เพราะรถที่เราขับมันก็คือสิ่งที่จะดูแลชีวิตผม ดูแลครอบครัวที่จะนั่งไปกับผมด้วย

 

 

 

แล้วถ้าคุณเปรียบตัวเองเป็นรถสักคนล่ะ คุณมองเห็นตัวเองเป็นรถอะไร เราถามต่อ ผมว่าผมเป็นคนที่หลากหลายนะ ถ้าเปรียบผมคงเปรียบตัวเองเป็นรถที่มีความเอนกประสงค์แบบ Porsche Macan” เขาว่าอย่างนั้น และเมื่อพูดถึงเรื่องรถจบเราจึงมีโอกาสได้คุยกับกันต์เรื่องของชิ้นต่างๆ ในชีวิตเขา และนั่นเองทำให้เรารู้ว่ากันต์ตีค่าของราคาสูงในชีวิตด้วยการจำจดเสมอว่ากว่าจะได้มันมาครอบครองโดยไม่ใช้วิธีจำว่าของชิ้นนั้นราคาเท่าไหร่ แต่เขาเลือกที่จะจำว่าต้องแลกมันมากับอะไร ต้องเล่นละครเรื่องไหนบ้าง ต้องใช้เวลากี่ปีกับละครทุกเรื่องรวมกัน และต้องยอมไม่ซื้ออะไรไปบ้างเพื่อให้ได้สิ่งนี้มาเก็บไว้

 

 

เราเชื่อว่าบทสัมภาษณ์นี้คงจะทำให้หลายคนได้รู้จักกันต์มากขึ้นกว่าที่คุณเคยรู้จักเขาจากบทบาทใดบทบาทหนึ่งบนหน้าจอทีวี ซึ่ง ณ วันนี้กันต์บอกกับเราว่างานพิธีกรคืออาชีพที่เขารักที่สุด เขาตอบเราด้วยน้ำเสียงมั่นใจและชัดเจน แม้จะไม่แน่ใจนักว่ามันจะเป็นสิ่งที่เขายังรักที่สุดในอนาคตข้างหน้าไหม แต่เชื่อเถอะว่าเขาไม่เสียใจหรอกที่ตัดสินใจทิ้งภาพจำของการเป็นพระเอกเพื่อหันมาเป็นผู้ดำเนินรายการในวันนี้ และนั่นเองคือสิ่งที่เอสไควร์ปรบมือให้กับความเชื่อในแพชชั่นของเขา เพราะสุดท้ายแล้วมันถูกที่สุดที่คนเราไม่ควรเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ใช่แม้แต่วินาทีเดียว นั่นคือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากผู้ชายเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งคนนี้ที่ชื่อว่า “กันต์ กันตถาวร”

 

 
 
 
View this post on Instagram

Esquire Thailand Double Issue ต้อนรับปี 2020 ด้วยเรื่องราวของชายหนุ่มยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า กันต์ กันตถาวร แล้วมาอัพเดตเทรนด์ในวงการกีฬาให้พร้อมรับ Tokyo Olympics 2020 พบกันทุกแผงหนังสือวันจันทร์นี้ และฉบับดิจิทัลทางแอปพลิเคชั่น OOKBEE รองรับทั้ง iOS และ Android #EsquireThailand #kankantathavorn #กันต์กันตถาวร

A post shared by Esquire Thailand (@esquirethai) on


 

เรื่อง: ZATIA

สไตล์ลิสต์: CHANITTHANUN KANCHANASOMWONG

ภาพ: SUWAT PANTONG




KAN KANTATHAVORN: THE POWER OF PASSION

เช้าวันถ่ายเป็นเช้าที่ “กันต์ กันตถาวร” มาถึงที่นัดหมายอย่างตรงต่อเวลาด้วยท่าทีที่ตื่นตัวราวกับว่าจะถ่ายกี่ชุดก็พร้อมสู้ บอกตามตรงว่านอกจากภาพผู้ดำเนินรายการชื่อดังที่โดดเด่นของเขาในยุคนี้จนทำเอาภาพจำอื่นๆ เกี่ยวกับเขาค่อยๆ เลือนลางลงแล้ว เราก็แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกันต์มาก่อนเลย แต่ก็นั่นแหละ...การได้ร่วมงานกับเขาในวันนี้จึงบอกเราได้ว่านอกจากงานนักแสดง ดีเจ และการเป็นผู้ดำเนินรายการแถวหน้าของเมืองไทยแล้ว กันต์ยังเป็นนายแบบได้อย่างมืออาชีพอีกด้วย

 

เสื้อและกางเกงจาก Calvin Klein แจ็กเก็ตจาก Coach รองเท้าจาก Prada

 

ระหว่างการทำงานด้วยกันวันนี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาคือมือโปรแห่งการถ่ายแบบ พอได้นั่งคุยกันยาวๆ เราจึงได้รู้ว่าเขาเริ่มชีวิตในวงการนี้ด้วยการเป็นนายแบบ ย้อนไปในวัย 18-19 หลังจากที่เขากลายเป็นหนุ่มเฟรชชี่ที่เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยและใครต่อใครก็ชักชวนเข้าวงการมาโดยตลอด แต่เขาก็เลือกปฏิเสธเสมอ จนวันหนึ่งที่ตัดสินใจว่าลองเดินแบบดูสักทีก็คงไม่เสียหายอะไร และนั่นจึงทำให้กันต์กลายเป็นนายแบบหน้าใหม่ที่ทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วยจนไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ตั้งแต่ตอนนั้น เราพอจะรู้มาบ้างว่ากันต์เป็นคนชอบรถยนต์กับนาฬิกามาก จึงอดไม่ได้ที่จะเริ่มต้นบทสนทนากับเขากับประโยคแรกด้วยเรื่องพวกนี้ ผมว่ารถยนต์กับนาฬิกาคือสิ่งที่บ่งบอกตัวตนความเป็นผู้ชายของแต่ละคนได้ชัดเจนมากเลยล่ะเขาว่า ถึงกันต์ใส่เสื้อยืดตัวละ 80 บาทมานั่งคุยกับเราในท่าทีสบายๆ ราวกับอยู่บ้าน แต่ในความเป็นคนเรียบง่ายนั้น เรารู้ว่าเขาทุ่มไม่อั้นกับสิ่งที่เขาคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะจ่าย

 

สูทและเสื้อคอเต่าจาก BOSS 

 

 

หลังจากที่คุยสัพเพเหระมากสักพัก กันต์จึงเริ่มคุยเรื่องงานกับเราด้วยท่าทีสนุกสนานขึ้นเรื่อยๆ หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่ากันต์เริ่มต้นเข้าวงการด้วยงานเดินแบบ ต่อด้วยการได้ลองทำงานดีเจ และกลายมาเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัวที่ทำให้เขาโด่งดังในช่วงเวลานั้น แต่นั่นกลับเป็น 3 ปีของชีวิตนักแสดงที่เขาเริ่มเล่าให้เราฟังว่ามันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข ภาคภูมิใจ แต่ก็โดดเดี่ยวจนเปลี่ยนความคิดของเขาไปตลอดกาล ช่วง 3 ปีนั้นเป็นหนึ่งพันกว่าวันที่ผมไม่เคยหยุดทำงานเลยแม้แต่วันเดียว มันเหมือนเราประสบความสำเร็จแต่เป็นความสำเร็จที่เราทำคนรอบตัวหล่นหายไปเยอะมาก จากวันแรกที่ทุกคนเอาใจช่วยผมจากจุดสตาร์ท แต่ความรู้สึกที่เจอคือการเป็นนักวิ่งที่วิ่งเข้าเส้นชัยแล้วหันกลับไปมองข้างหลัง ผมกลับไม่เจอใครอีกแล้ว ไม่มีเวลากินข้าวกับพ่อแม่ ไม่มีเวลาให้กับคนรัก ไม่มีแม้แต่เพื่อนจะชวนออกไปกินเหล้าเพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าต่อให้ชวนผมก็คงไปด้วยไม่ได้ มันอาจจะฟังดูเป็นเรื่องง่ายๆ นะ แต่มันเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เรารู้สึกขาดมาก จากชีวิตที่เราเคยคิดว่าความสำเร็จคือทุกอย่างแต่มันไม่ใช่เลย เรามีทุกอย่างแต่กลับไม่มีคนรอบตัว แม้มันจะเป็นการแลกที่ได้อะไรกลับมา แต่พอมาคิดๆ ดูแล้วผมว่ามันแลกกันไม่ได้เลยกับคนบางคนในชีวิต

 

 

กันต์เล่าช่วงเวลานั้นที่เขากำลังมีชื่อเสียงจากอาชีพนักแสดงด้วยสีหน้าที่เสียดาย แม้จะยืนยันกับเราอย่างหนักแน่นว่าเขารักอาชีพนักแสดงมากจริงๆ แต่สุดท้ายตอนนั้นเขาก็จบลงที่การนั่งถามตัวเองว่านี่เรากำลังทำอะไรอยู่ ทำไมคนรอบตัวถึงหายไปจากชีวิตได้มากขนาดนี้ ซึ่งความคิดนั้นถูกตอกย้ำด้วยเหตุการณ์ในเช้าวันหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงให้เขาตัดสินใจครั้งใหม่และเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตสู่อาชีพพิธีกร ก่อนเช้าวันนั้นเป็นวันที่ผมซื้อบ้านของตัวเอง พ่อแม่ผมดีใจมาก ภูมิใจมาก เขาบอกกับผมว่าดีใจด้วยนะลูก พรุ่งนี้เช้ากินข้าวด้วยกันไหม เพราะตอนนั้นผมบ่นกับเขาว่าผมอยากกินข้าวเหนียวหมูปิ้ง แต่สิ่งที่แย่ที่สุดคือแค่ข้าวเหนียวหมูปิ้งโง่ๆ ผมก็ไม่สามารถนั่งกินกับเขาได้ในเช้าวันรุ่งขึ้นเพราะผมให้คิวกับกองละครไปแล้ว พอตอนเช้าประมาณตี 5 ที่ผมกำลังจะออกไปถ่ายละคร แม่ผมเอาข้าวเหนียวหมูปิ้งมาแขวนไว้ให้ที่ลูกบิดหน้าประตูบ้านเพราะเขารู้ว่าผมอยากกิน จังหวะที่ผมเห็นถุงข้าวเหนียวหมูปิ้ง ผมช็อคนะ จำได้ว่าผมยืนอยู่ตรงนั้นประมาณเกือบชั่วโมง ผมคิดทุกอย่างว่าแม่ต้องออกจากบ้านมาตั้งแต่กี่โมงเพื่อขับรถเอาหมูปิ้งมาให้เราและเขาต้องขับกลับไปเลยเพราะเขารู้ว่าเราไม่มีเวลานั่งกินด้วย ผมถามตัวเองเลยว่านี่คือชีวิตที่กูต้องการจริงๆ หรอวะ

 

 

 

สุดท้ายความรักที่ส่งต่อจากแม่ในวันนั้นทำกันต์เดินทางไปทำงานพร้อมคำถามมากมายในหัวและจบลงตรงคำตอบที่ว่าความสำเร็จในอาชีพนักแสดงตอนนั้นไม่ใช่ความสุขทั้งหมดในชีวิตเขาอีกแล้ว ซึ่งนั่นเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เขากำลังจะต้องต่อสัญญากับค่ายละคร และเขาเองก็คิดทบทวนแล้วว่าอยากผันตัวมาทำงานพิธีกรอย่างจริงๆ จังๆ เพราะเขารู้ว่าตัวเองหลงใหลในการได้เป็นผู้ดำเนินรายการจากสมัยที่มีโอกาสได้ทำงานดีเจ ที่สำคัญคือเขาอยากมีเวลาได้ทำในสิ่งที่เขารัก ไปพร้อมๆ กับการได้บาลานซ์ชีวิต วันนั้นที่ผมได้เข้าไปคุยกับผู้ใหญ่ เขาบอกผมว่าให้ลืมงานพิธีกรไปได้เลย อีก 10 ปีค่อยกลับมาคุยกันเรื่องนี้ เพราะด้วยวัยของเราเขาคิดว่าเรายังเป็นพระเอกได้ ยังเล่นละครไปได้อีกเป็นสิบปี เขาจึงอยากให้อาชีพนักแสดงของเราซาลงก่อนตามวัย แล้วค่อยเปลี่ยนบทบาทไปทำพิธีกร ซึ่งเขาก็ไม่ผิดนะหากมองในมุมของการเติบโตในวงการนี้ แต่ตอนนั้นผมแค่คิดว่าถ้าผมอยากเอาดีด้านผู้ดำเนินรายการ ผมไม่อยากเสียเวลาไปกับอย่างอื่นอีกแล้ว ผมเลยตัดสินใจไม่ต่อสัญญาแล้วหันมาเป็นคนที่ไม่มีค่ายเพื่อรับงานอิสระไปก่อน

 

 

เสื้อโปโล แจ็กเก็ตและกางเกงจาก BOSS

 

จากวันนั้นประมาณปีสองปีที่กันต์หาลู่ทางที่จะทำงานพิธีกร จนในที่สุดก็ได้โอกาสมาลองทำงานที่ บ.เวิร์คพ็อยท์ เขาเล่าว่าการเริ่มงานพิธีกรตอนนั้นเหมือนนับหนึ่งใหม่หมดเพราะเป็นศาสตร์ที่ต่างกับงานนักแสดงอย่างสิ้นเชิง และหลังจากกันต์ได้ลองทำรายการเล็กๆ อยู่ประมาณ 3-4 เดือน ผู้ใหญ่ในเวิร์คพ็อยท์จึงให้โอกาสเขาได้ทำรายการใหญ่ที่ซื้อมาจากประเทศเกาหลีอย่างรายกาย I can see your voice และนั่นเองที่ทำให้ชื่อของ กันต์ กันตถาวร กลายมาเป็นผู้ดำเนินรายการแถวหน้ามาตั้งแต่ตอนนั้น ผู้ใหญ่ที่สนิทกันบอกกับผมเลยว่า กันต์นี่คือรายการที่เป็นความหวังของบริษัทฯ กูซื้อคอนเท้นท์มาเทปละ 2 ล้าน กูวัดมึงเลย ถ้ารอดคือรอด ถ้าไม่รอดคือจบ จะได้รู้ไปเลยว่ามึงใช่หรือไม่ใช่สำหรับงานนี้ ตอนนั้นผมว่าเหมือนโยนปลาตัวนึงลงแม่น้ำเชี่ยวๆ ถ้ามึงว่ายไม่ไหวมึงก็คือตาย!”

 

 เสื้อคอเต่าจาก Calvin Klein เสื้อโค้ต กางเกงและรองเท้าจาก Prada

 

ตามแผนแล้วรายการนี้ถูกซื้อมาเพียง 12 เทป แต่ความสำเร็จของรายการทำให้มีรายการนี้ยาวนานมาจนถึงตอนนี้ซึ่งเป็นปีที่ 5 และไม่ว่าจะด้วยความสามารถ พรสวรรค์ หรือดวงเฮงๆ ของกันต์ก็ตาม ทั้งหมดเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้รับหน้าที่ผู้ดำเนินรายการใหญ่ๆ ตามมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น The mask singer ไปจนถึง แฟนพันธุ์แท้ ตอนที่ผมต้องทำ 3 รายการนี้พร้อมๆ กัน ผมรู้สึกเหมือนต้องสอบเอ็นทรานซ์ มันกดดันแต่มันส์มาก ผมนั่งดูเทปเก่าๆ ของคุณตา ปัญญา, คุณต๋อย ไตรภพ, คุณดู๋ สัญญา, คุณวิทวัส ผมดูทุกอย่างที่มันจะช่วยทำให้เราผลักดันตัวเองให้กลายเป็นผู้ดำเนินรายการให้ดีขึ้นกว่าเดิมขึ้นไปให้ได้ เอาเป็นว่าถ้าวันนั้นมีการแข่งขันแฟนพันธุ์แท้พิธีกรไทย กูมั่นใจว่ากูชนะ!” เขาเล่าพร้อมหัวเราะลั่นถึงชีวิตเขากับงานที่เขารักด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข พร้อมบอกกับเราถึงวันที่ภูมิใจที่สุดคือวันที่คุณตา ปัญญา ได้แอบมาดูเขาดำเนินรายการแฟนพันธุ์แท้อย่างเงียบๆ และกลับไปพร้อมรอยยิ้มโดยที่กันต์ไม่รู้ตัวจนโปรดิวเซอร์มาบอกตอนรายการจบ นั่นทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ติ๊กเครื่องหมายถูกลงไปในช่องสี่เหลี่ยมว่า “ผ่าน” จากผู้ดำเนินรายการที่เป็นตำนานมาก่อนของรายการนี้

 

 

สเวตเตอร์และกางเกงจาก Calvin Klein รองเท้าจาก Prada

 

กันต์ดูเต็มไปด้วยพลังในการเล่าเรื่องงานที่เขารักอย่างไม่มีท่าทีที่จะหมดแรงเลย เขาสารภาพกับเราว่าความสุขที่สุดในการทำงานพิธีกรคือการที่เขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนดู ณ ขณะหนึ่งจนกลายเป็นภาพจำในวันที่ผ่านไป คิดๆ ดูแล้วคงคล้ายๆ กับที่เราเองก็เห็นภาพคุณต๋อย ไตรภพ กำลังมอบรูปดาราให้กับแขกรับเชิญเจ้าของรูปที่มาเยือนรายการทไวไลท์ โชว์ สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าในสมัยที่เรายังเป็นเด็กๆ และนอกจากเรื่องงานที่เขารัก การได้ร่วมงานกับกันต์ครั้งนี้เราจึงมีโอกาสได้คุยเพื่อรู้จักกับเขาให้มากขึ้น ซึ่งเราบอกกับเขาว่าเราขอคุยกับคุณในเวอร์ชั่นที่คนอื่นไม่เคยรับรู้ ในมุมมองที่ทั่วไปไม่เคยนึกถึง เพราะเราอยากรู้จัก “กันต์ กันตถาวร” ที่มากกว่าการบัญญัติเขาว่าพิธีกรแถวหน้าของเมืองไทยอีกแล้ว เขาหัวเราะพร้อมกับกับเราว่า เอาสิ! ได้ทุกอย่าง ถามมาเหอะ

 

 

หลังจากที่ร่ายกันยาวเรื่องงาน เราจึงนั่งจับเข่าคุยกันเรื่องชีวิตที่ผ่านมา รวมไปถึงเรื่องเล่าที่เขาผิดหวังในตัวเองที่ยังรู้สึกเสียใจที่สุดกับมันมาตั้งแต่อายุ 17 จนถึงตอนนี้ ผมเคยโกรธแม่ ไม่คุยกับแม่เป็นปีๆ อยู่บ้านเดียวกันแต่ทำเหมือนแม่เป็นอากาศธาตุ กินข้าวโต๊ะเดียวกัน เดินสวนกันในบ้าน แต่ไม่คุย มันไร้สาระจนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเราโกรธกันเรื่องอะไร แต่พอคิดได้แล้วก็ไปขอโทษเขา รู้สึกว่าเราทำแบบนั้นไปได้ยังไงวะเป็นปีๆ มันคือเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น ผมกลับไปแก้ไขมันไม่ได้ และทุกวันนี้ผมก็ยังเสียใจที่เคยทำให้มันเกิดซึ่งจากตรงนี้นี่แหละที่เราเชื่อว่ามันทำให้เขาเปลี่ยนมาเป็นผู้ชายที่อยากจะทำอะไรดีๆ ให้กับคนที่เขารักในเวลาที่พอจะทำได้ราวกับเป็นคนละคนจากสมัยวัยรุ่น คนรอบตัวคุณเล่าว่าคุณคือพ่อบ้านที่ดีและดูแลภรรยาราวกับว่าจะไม่มีใครจินตนาการมันออกได้เลยว่าคุณเป็นสามีที่ดีแค่ไหน เราถามเกริ่นถึงชีวิตหลังแต่งงานไปแบบนั้น ซึ่งเขาก็บอกกับเราว่า ผมว่าคนเราพออยู่บ้านเราก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง อยากมีชีวิตที่เรียบง่าย เรื่องง่ายๆ ก็อย่าไปทำให้มันยาก ผมเป็นคนตื่นเช้า ภรรยาเป็นคนตื่นสาย ผมตื่นมาก็พาหมาวิ่ง ออกมากินกาแฟ ออกไปหามื้อเช้า ดูของใช้ในบ้านว่าขาดอะไรแล้วไปซุปเปอร์มาร์เก็ต ผมว่ามันหมดยุคที่จะคิดว่าคนเป็นเมียต้องตื่นมาทำกับข้าวให้สามีแล้ว มันก็แค่ใครตื่นก่อนก็ทำ ใครทำได้ก็ทำ

 

 

พอได้คุยเรื่องชีวิตคู่เราจึงเริ่มสนุกกับการเล่าชีวิตส่วนตัวที่ได้พูดถึงผู้หญิงที่เขารักและสุนัขอีก 5 ตัวอย่างออกรส อย่างที่เรารู้กันดีนั่นแหละว่าผู้ชายอย่างกันต์ที่โตมาในครอบครัวที่มีฐานะดี หน้าตาดี การศึกษาดี ไหงถึงเลือกที่จะเป็นสามีที่แสนดีเอาง่ายๆ อย่างไม่มีเขี้ยวเล็บ ทั้งที่จริงๆ แล้วถ้าอยากจะเป็นแบดบอยไปจนแก่ก็คงไม่มีใครแปลกใจเท่าไหร่ด้วยซ้ำ ผู้หญิงที่ผ่านมาก็มีหลายแบบ ผมยอมรับว่าภรรยาผมอาจจะไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยที่สุดตั้งแต่ที่ผมเคยเจอมาหรอก แต่ผมสบายใจที่สุดตั้งแต่ผมเคยเป็นมาเวลาที่ได้อยู่กับเขา สุดท้ายพออายุมากขึ้นเราเลยค้นพบว่าคนที่จะใช้เวลากับเราไปตลอดชีวิต ความสบายใจมันใหญ่กว่าความสวยเยอะ มันถูกที่ถูกทางพอดี ผมว่าคนที่ใช่คือต้องมาในเวลาที่ใช่ และในสภาวะที่ใช่ มันข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ เขาว่า

 

พอเขาพูดถึงชีวิตหลังกล้องเราจึงได้รู้ว่าเขาใช้ชีวิตบนความเรียบง่ายมากกว่าที่เห็นในสื่อต่างๆ โข แม้จะขับรถหรูและสวมนาฬิกาแพงๆ บนข้อมือ แต่กันต์ที่เราคุยอยู่ไม่ใช่คนตัดสินใจอะไรอย่างผิวเผินเลย เขาไม่ได้ให้ค่าของแพงเท่ากับการให้ค่าของที่ดี บางครั้งมนุษย์ชอบคิดว่าคนที่ใช้ของแพงเพราะเขามีเงินซื้อ จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ เราก็แค่ให้ค่ากับของที่ควรค่าแก่ควักกระเป๋าจ่ายมัน อย่างนาฬิกาสักเรือน หรือรถยนต์สักคัน ผมไม่มีทางที่จะเลือกซื้อเพียงเพราะว่ามันหรู มันโก้ แต่การเลือกรถยนต์สักคันมันมีหลายปัจจัยมาก อยู่ที่ว่าผู้ชายคนหนึ่งให้ความสำคัญกับอะไร ซึ่งถ้าเลือกได้ผมก็จะเลือกที่มาที่ไปที่ผมมั่นใจก่อน เรื่องผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ เรื่องอะไหล่ เรื่องการดูแล เพราะรถที่เราขับมันก็คือสิ่งที่จะดูแลชีวิตผม ดูแลครอบครัวที่จะนั่งไปกับผมด้วย

 

 

 

แล้วถ้าคุณเปรียบตัวเองเป็นรถสักคนล่ะ คุณมองเห็นตัวเองเป็นรถอะไร เราถามต่อ ผมว่าผมเป็นคนที่หลากหลายนะ ถ้าเปรียบผมคงเปรียบตัวเองเป็นรถที่มีความเอนกประสงค์แบบ Porsche Macan” เขาว่าอย่างนั้น และเมื่อพูดถึงเรื่องรถจบเราจึงมีโอกาสได้คุยกับกันต์เรื่องของชิ้นต่างๆ ในชีวิตเขา และนั่นเองทำให้เรารู้ว่ากันต์ตีค่าของราคาสูงในชีวิตด้วยการจำจดเสมอว่ากว่าจะได้มันมาครอบครองโดยไม่ใช้วิธีจำว่าของชิ้นนั้นราคาเท่าไหร่ แต่เขาเลือกที่จะจำว่าต้องแลกมันมากับอะไร ต้องเล่นละครเรื่องไหนบ้าง ต้องใช้เวลากี่ปีกับละครทุกเรื่องรวมกัน และต้องยอมไม่ซื้ออะไรไปบ้างเพื่อให้ได้สิ่งนี้มาเก็บไว้

 

 

เราเชื่อว่าบทสัมภาษณ์นี้คงจะทำให้หลายคนได้รู้จักกันต์มากขึ้นกว่าที่คุณเคยรู้จักเขาจากบทบาทใดบทบาทหนึ่งบนหน้าจอทีวี ซึ่ง ณ วันนี้กันต์บอกกับเราว่างานพิธีกรคืออาชีพที่เขารักที่สุด เขาตอบเราด้วยน้ำเสียงมั่นใจและชัดเจน แม้จะไม่แน่ใจนักว่ามันจะเป็นสิ่งที่เขายังรักที่สุดในอนาคตข้างหน้าไหม แต่เชื่อเถอะว่าเขาไม่เสียใจหรอกที่ตัดสินใจทิ้งภาพจำของการเป็นพระเอกเพื่อหันมาเป็นผู้ดำเนินรายการในวันนี้ และนั่นเองคือสิ่งที่เอสไควร์ปรบมือให้กับความเชื่อในแพชชั่นของเขา เพราะสุดท้ายแล้วมันถูกที่สุดที่คนเราไม่ควรเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ใช่แม้แต่วินาทีเดียว นั่นคือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากผู้ชายเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งคนนี้ที่ชื่อว่า “กันต์ กันตถาวร”

 

 
 
 
View this post on Instagram

Esquire Thailand Double Issue ต้อนรับปี 2020 ด้วยเรื่องราวของชายหนุ่มยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า กันต์ กันตถาวร แล้วมาอัพเดตเทรนด์ในวงการกีฬาให้พร้อมรับ Tokyo Olympics 2020 พบกันทุกแผงหนังสือวันจันทร์นี้ และฉบับดิจิทัลทางแอปพลิเคชั่น OOKBEE รองรับทั้ง iOS และ Android #EsquireThailand #kankantathavorn #กันต์กันตถาวร

A post shared by Esquire Thailand (@esquirethai) on


 

เรื่อง: ZATIA

สไตล์ลิสต์: CHANITTHANUN KANCHANASOMWONG

ภาพ: SUWAT PANTONG