Jason Momoa กับความเป็นทาสหมา ทาสเมีย ทาสเบียร์และวิถีไบเกอร์

เจสัน โมโมอา เปล่าขโมยหมา เขาอยากบอกไว้ก่อน เขาแค่ยืมมันเล่นมาเดี๋ยวเดียว เมื่อวานขากลับจากกองถ่ายละครเรื่อง See (Apple TV+) เขาแอบหนีบลูกหมาเยอรมันเชเฟิร์ดที่เข้าฉากออกมาด้วย เอามันไปนอนเล่นที่โรงแรมในแวนคูเวอร์อยู่ตั้งนาน แถมตั้งชื่อให้มันใหม่ว่าเจ้า Rama ชื่อเดียวกับหมาตัวเก่าของเมียเขา (ลิซ่า โบเน็ต) แต่บอกแล้วว่ายืมมาเล่นเดี๋ยวเดียว

 

เดี๋ยวเดียวจริงๆ เว้นแต่เมียจะอนุญาต (เห็นรึยังว่าเขาไม่ได้ตั้งชื่อหมาขึ้นมาลอยๆ) หญิงที่คบหาดูใจกันมาสิบสี่ปีก่อนตบแต่งกันเป็นเรื่องเป็นราวในปี 2017 ผบ.สูงสุดในบ้าน เชื่อเมียแล้วเจริญ เขาบอกฉันตอนนั่งจิบเบียร์ Guiness คุยกันใต้ร่มบนระเบียงห้องของเขาที่ L’Hermitage ณ บ่ายอันสดใสวันหนึ่งในเดือนสิงหาคม ถ้าบ้านของเขาใน Topanga ซึ่งมีเนื้อที่กว่าห้าเอเคอร์ให้เมียได้เล่นโยคะคือสวรรค์ ถ้ำของเจสัน (ค่ะ ระหว่างที่คุยกันเขาพูดคำว่า “ถ้ำ” บ่อยมาก อย่าง “ผมว่าถ้าทอม เวทส์กับนีล ยังก์มาเห็นถ้ำผมพวกเขาคงอยากมานอนค้างด้วยแน่ๆ”) คงเป็นจุด จุด จุด “ดอกฟ้าก็ต้องอยู่ตรงนี้” เขาพูดกับเอามือแตะๆ ที่เหนือหัวตัวเอง จากนั้นก็ลดมือฮวบลงมาเรี่ยพื้น “ส่วนนี่ที่ของหมาวัด” พูดแบบไม่เกรงใจหมาสองตัวที่เขาเลี้ยงไว้ (พวกมันเป็นลูกครึ่งหมาอลาสก้ากับหมาป่า) ลูกของเขาสองคน (อายุยังไม่สิบสามทั้งคู่) กับลาอีกหนึ่งตัวที่เขาซื้อเป็นของขวัญเมีย

 

แค่นึกก็ปวดหัวแทนแล้ว ถึงแม้ว่าระยะหลังเจสันจะพยายามใช้เวลาอยู่ติดบ้านมากขึ้น อยู่เป็นเดือน แต่คิวงานของเขาจะเต็มเอี้ยดไปตลอดสามปีนับจากนี้ เขารู้ว่าตัวเองคงไม่มีเวลามานั่งป้อนข้าวป้อนน้ำเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวเจ้าหมาน้อยนั่นแน่ เพราะงั้นเขาเลยต้องคิดหาแผน เริ่มจากการเอาเจ้ารามาไปแนะนำให้ลูกๆ ของเขาได้รู้จัก โลล่า (12 ขวบ) กับวูล์ฟ (10) ผ่านแอพ FaceTime ปรากฏว่าได้ผล ลูกๆ เขากรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ สำเร็จไปขั้น แต่ยังไงซะพวกเขาก็ต้องรอประกาศิตจากเบื้องบนอยู่ดี “ต้องขอหม่าม้าก่อน” เจสันทำเสียงเด็ก มองไปที่นัยน์ตาอันฉ่ำแฉะของเจ้ารามาอย่างเอ็นดู “หม่าม้าใหญ่สุด รู้ไว้ซะด้วย”

 

เจ้าหมาน้อยอ้าปากหาว ลิ้นห้อย ร้องแหะๆ ด้วยท่าทางใสสื่อ ช่างไม่รู้เสียเลยว่าชะตากรรมของมันกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายจนฉันอยากจะบอกมันว่า ทำตัวดีๆ แล้วแกจะได้เป็นหมา Aquaman อย่าทำพังล่ะ แต่นึกยังไม่ทันขาดคำมันก็ดันผ่าไปนั่งยองๆ อึกองเบ้อเร่อตรงข้างกระถางต้นไม้ซะงั้น

 

เชิ้ต Louis Vuitton, ยีนส์ Schaeffer’s Garment Hotel, รองเท้าบูท Wesco, นาฬิกาข้อมือ Panerai, ผ้ารัดผม Fendi, สร้อยมุก Rainbow Gems, สร้อยลูกปัด Red Rabbit Trading Co.

 

เจสันถึงกับยิ้มแฉ่ง ปรบมือชอบใจ เสียงปรบมือของเขาดังสนั่น หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบ พ่อลูกสอง พระเอกหนังแฟรนไชส์ขายดีสุด ณ ชั่วโมงนี้ดูจะแฮปปี้กับการเห็นหมาขี้บบนระเบียงห้องตัวเอง “ผมไม่ใช่คนแก่จู้จี้ขี้บ่น” เขาบอก “ผมยังวัยซะรุ่น” พูดจบก็หันไปหาหมา “ต้องงี้สิ ไอ้เกลอ!” เขาให้ท้ายหมา “เก่งมาก! กลิ่นมาและ คราวนี้ได้คุยกันขมคอล่ะ!”

 

เจสันยกเบียร์ขึ้นมากระดกต่ออย่างสบายใจ เขาจู้จี้เรื่องเบียร์แค่อย่างเดียวหรอก ต้องเบียร์ Guinness เท่านั้น ต้องสดแล้วก็ต้องเย็นเจี๊ยบและให้ดีต้องรินจากก๊อกหรือ “ตรงจากหัวนมแม่” แบบที่เขาใช้คำ แต่ถ้าไม่ได้จากก๊อกจากกระป๋องก็ยังดี เขาสวมเสื้อยืดยับๆ ที่ด้านหน้าเพนต์เป็นรูปภูเขาไฟเมานาเคอาในฮาวาย รองเท้าแตะสีชมพูเก่าๆ ยางรัดผมเน่าๆ สีชมพู กับ “กางเกงเซิร์ฟ” สีดำ-เทายี่ห้อ Aloha J. ที่เขาเป็นคนออกแบบขาย แบรนด์เสื้อผ้าแนวเซิร์ฟๆ (ซี่งเจ้าตัวบอกว่าใกล้วางขายแล้ว) ที่ได้ชื่อมาจากชื่อย่อที่เขาใช้ในไอจีซึ่งมียอดคนตามกว่า 13.4 ล้าน

 

เจสันโพสต์ไอจีในชื่อ @prideofgypsies ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับชื่อกลุ่มคนทำหนังที่เขาตั้งร่วมกับเพื่อนๆ เมื่อปี 2010 เขาจะไล่โพสต์ทุกอย่างตั้งแต่รูปสวยๆ ไปจนถึงคลิปสั้นๆ ที่ตัวเองถ่ายไว้ ไม่ว่าจะคลิปที่เขาปีนผา อ่านบท หรือเอาหัวโขกกล้อง ใบหน้าเขา (โชกโชนและดกดื่น โหนกแก้มบาดบั่นเป็นคมขวาน นัยน์ตาสีเขียวเหลือบอาจดูสยองยามอยู่บนจอหนังแต่กลับดูซอฟต์เมื่อมองผ่านจอมือถือ รอยแผลเป็นที่บากผ่ากลางคิ้วซ้ายได้มาจากครั้งถูกขวดเบียร์ฟาดหน้าคราวไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทในบาร์ตอนปี 2008) ดูใกล้ๆ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดออกจะน่าหลงใหลเสียด้วยซ้ำ

 

เขาเปล่าใช้โซเชียลเพื่อยกระดับสถานะความเด่นดังของตัวเองแต่เพื่อตัดทอนมันให้ลดลง เขาไม่ใช่หัวหน้าเผ่าโดธรากีจอมโหดจาก Game of Thrones ที่ฉีกลิ้นคนได้ด้วยมือเปล่า เขาเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ชอบนอนแช่อ่าง หาเรื่องแกล้งเพื่อน แล้วก็ขลุกอยู่กับหมา เรื่องเดียวในชีวิตที่เขาจะไม่มีวันบอกให้โลกออนไลน์รู้เด็ดขาดคือเรื่องของเขากับเมีย “เมียผมเป็นคนโลกส่วนตัวสูงมาก มาก มาก” เขาให้เหตุผล “ส่วนผมนี่ตรงกันข้ามเลย”

 

 

เสื้อโค้ท Versace, กางเกงนอน Paul Stuart, สร้อยมุกกับสร้อยลูกปัด Rainbow Gems, สร้อยลูกปัด Red Rabbit Trading Co., แหวนเงินรูปกะโหลกติดปีกกับแหวนเงินรูปกะโหลก Book of Alchemy, แหวนหัวกะโหลก Leroy’s Wooden Tattoos

 

วันก่อน เจสันเกิดไปติดอยู่ในลิฟต์ที่ค้างอยู่ตรงชั้นห้ากับหกของโรงแรม L’Hermitage มีเขา เจ้ารามา กับพวกเพื่อนๆ ติดอยู่ในนั้นร่วมสองชั่วโมงกว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะมาช่วย ระหว่างนั้นเขาเลยถือโอกาสไลฟ์สดเหตุการณ์แบบขำๆ ประมาณว่าคนสูงหกฟุตสี่หนัก 240 ปอนด์ต้องมาติดแหง็กอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมขนาดหกคูณหกแคบๆ กับหมาบื้อๆ จนในที่สุดก็ต้องสวมบทซูเปอร์ฮีโร่ด้วยการแหกฝ้าเพดานลิฟต์ออกโดยหารู้ไม่ว่าเหนือฝ้าก็ยังมีฝ้าอยู่อีกชั้น ลงท้ายเลบต้องรอให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงหย่อนบันไดลิงลงมาให้เขาอุ้มแตงเจ้ารามาปีนขึ้นไป แต่อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นความรักที่เขามีต่อลูกหมาตัวดำๆ ว่ามั้ย?

 

ร่วมหัวจมท้ายมากันซะขนาดนี้ฉันเลยยุส่งให้เขาเลี้ยงๆ เจ้ารามามันไปเลย เขาพยักหน้าแบบกรุ้มกริ่มเจสันลงทุนจ้างครูฝึกหมาไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ ชื่อครูโทนี่ นิกี้ เพื่อมาสอนเจ้ารามาให้รู้ภาษาของเจ้านายมันโดยเฉพาะ อย่างถ้าได้ยินคำว่า paparazzi มันจะขู่ ถ้าได้ยินคำว่า shaka ภาษามือของพวกนักเซิร์ฟหมายถึง “ชิลๆ” มันจะสะบัดตัว แต่ถ้าอยากให้เจ้ารามาผงกหัวปะหลกๆ กับมองคุณราวกับคุณคือพระเจ้าก็ให้คุณพูดคำว่า Guinness ซึ่งตอนนี้เจ้ารามากำลังหัดอยู่

 

เจสัน อยู่ที่แวนคูเวอร์เพื่อถ่ายซีรีส์ See ของสตีเว่น ไนท์ที่แต่ง Eastern Promises กำกับโดยฟรานซิส ลอว์เรนส์ที่กำกับ Hunger Games หนึ่งในหนังชุดเรื่องแรกๆ ที่จะปล่อยฉายทาง Apple TV+ แพลตฟอร์มใหม่ของ Apple กับเรื่องราวในอนาคตยุคดิสโทเปียที่มนุษย์จะตาบอดกันหมด โดยทางแอปเปิลวาดหวังกับการคว้าตัวเจสันมารับบทนำไม่น้อย แม้เจ้าตัวจะเพิ่งประสบความสำเร็จจากบทซูเปอร์ฮีโร่หนังแฟรนไชส์ที่ล่าสุดขึ้นแท่นกลายเป็นหนังทำรายได้อันดับหนึ่งของค่าย DC ไปแล้วอย่าง Aquaman มาหมาดๆ แต่ See ถือเป็นการรับบทนำในหนังทีวีเรื่องแรกของเจสัน และทางแอปเปิลก็มั่นใจถึงขนาด ตามข่าว ทุ่มเงินกว่า 15 ล้านเหรียญไปกับการสร้างตอนนำร่องแค่ตอนเดียว “เป็นตอนนำร่องที่เจ๋งที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลย” เขาแอบกระซิบบอกฉัน มีแอบยิ้มมุมปากนิดๆ เจ๋งไม่เจ๋งคงต้องไปวัดกันตอนฉาย แต่ถ้าวัดจากน้ำเสียงต้องบอกว่าเจ้าตัวดูจะภูมิอกกับโปรเจ็กต์นี้สุดๆ

 

 

สูท Dolce & Gabbana, ผ้ารัดผม Invisibobble, สร้อยมุก Rainbow Gems, สร้อยลูกปัด Red Rabbit Trading Co., แหวนหัวกะโหลก Leroy’s Wooden Tattoos, แหวนเงิน Lucifer แหวนเงินรูปกะโหลกติดปีก กับแหวนเงินรูปกะโหลก Book of Alchemy

 

เจสันมานึกได้ว่าเขาเผลอหลุดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา แอปเปิลอยากให้เหยียบทุกอย่างไว้ให้มิด “แต่ทำไงได้ คนมันคันปาก” เขาถอนหายใจ “ถ้าไม่อยากให้ใครรู้ อย่ามาเล่าผม ถึงว่าทำไมผมให้สัมภาษณ์ไม่ค่อยเก่ง เพราะเวลาคุยผมจะชอบเผลอพลั้งปากออกมา ผมเป็นคนเก็บความลับไม่อยู่” ขนาดความลับของลูกเขายังเก็บไว้ไม่ได้เลย จนทุกวันนี้ลูกๆ ไม่กล้าเล่าอะไรให้เขาฟังแล้ว “มีอะไรผมจะเอาไปเล่าให้แม่พวกเขาฟังหมด” เขาเล่าไปขำไป “ความลับไม่มีในโลกอันนี้จริงเลยสำหรับผม” แต่ตลอดการพูดคุยก็ต้องถือว่าเขาเหยียบเรื่องซีรีส์ See ไว้ได้มิดนะ

 

ช่วงที่แวะไปเยี่ยมกองถ่ายเมื่อตอนเช้าก่อนเจอเจสัน (ระหว่างนั้นเขากำลังนอนคลุมโปงอยู่กับเจ้ารามาอยู่ที่โรงแรม หลักฐานคาตาอยู่ในไอจี) ฉันถึงได้รู้ว่าทำไมแอปเปิลถึงอยากให้เขาเก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับ เมื่อทางบริษัททุ่มทุนไปกับการสร้างโปรเจ็กต์นี้แบบสุดตัวจริงๆ หนึ่งในนั้นคือการเอาโรงบาลบ้าเก่ามาดัดแปลงทำเป็นฉากโรงเรียนร้าง ถ่ายน้ำออกจากสระแล้วก็เอาเศษหินเศษกระเบื้องถมลงไปแทน แต่งฉากเสียจนระหว่างเดินผ่านฉันยังรู้สึกได้ถึงความวังเวง ตรงส่วนที่ทำเป็นห้องสมุดก็ทั้งมืด เต็มไปด้วยหนังสือฝุ่นเขรอะ ซึ่งทางทีมงานออกแบบต้องการให้มันดูเก่าและทรุดโทรมเหมือนผ่านเวลามาเป็นร้อยๆ ปี

 

เรื่องราวใน See เกิดโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนไปจนเกือบจะสูญพันธุ์ โลกฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาใหม่ ถึงเวลาธรรมชาติทวงคืน พวกมันแพร่พันธุ์ เขียวชอุ่ม และดุร้าย เลาะเลื้อยไปตามฐานรากของตึกรามบ้านช่อง มนุษย์ที่เหลืออยู่ในจำนวนน้อยนิดจะตาบอด อาศัยรวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่ม สื่อสารผ่านเสียงและการสัมผัส โดยเจสันรับบทเป็นบาบา วอสส์หัวหน้าเผ่ามนุษย์ดั้งเดิมที่ปักหลักอยู่บนยอดเขาสูง สวมชุดที่ทำจากหนังสัตว์ ถือไม้เท้า กับพกดาบซามูไร ซึ่งมนุษย์ในอนาคตจะถูกเรียกว่า “God bone” กระทั่งมีหญิงท้องแก่พลัดเข้ามาในหมู่บ้านและให้กำเนิดทารกสองคนที่ตามองเห็น จึงเป็นหน้าที่ของบาบาที่จะต้องปกป้องเด็กน้อยทั้งสองพร้อมกับนำบรรดาสมาชิกในเผ่าออกอพยพเดินทางสู่แดนไกล

 

นี่คือเจสันในมาดใหม่ ในฐานะสามีและพ่อผู้อ่อนไหว แถมตาบอดอีกต่างหาก โจทย์ยากที่เจ้าตัวต้องเล่นภายใต้เงื่อนไขแสนจำกัด เขาทำงานร่วมกับโจ สเตรเคย์ (ซึ่งหน้าตาถอดแบบเจสันราวกับแกะจนคนในกองตั้งฉายาให้ว่ามินิเจสัน) ครูสอนคนตาบอดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คนดูเชื่อสนิทว่าเขาคือมนุษย์ผู้บกพร่องทางสายตากับเพื่อให้ดำเนินกิจกรรมทุกอย่างได้เหมือนคนตาบอดจริงๆ ในความเห็นของครูโจ (ซึ่งตาบอดจริง) น้อยมากที่จะมีนักแสดงคนไหนเล่นบทคนตาบอดได้เหมือน “ที่เห็นบ่อยคือฉากประเภททำเป็นเอามือขึ้นมาลูบๆ จับๆ เพื่อรับรู้สีหน้าคน บอกตรงๆ ถ้าไม่สนิทจริงพวกเราไม่ค่อยทำแบบนั้นกับใครนะ”

 

วิธีฝึก (เป็นคนตาบอด) ของเจสันคือสวมผ้าคาดตาอยู่เป็นอาทิตย์ๆ “มันเหลือเชื่อตรงพอปิดตาประสาทสัมผัสอย่างอื่นในร่างกายคุณจะตื่น” เขาเล่าถึงผลที่ได้จากการฝึก “ตาคุณมันหลอก ต่อให้มองไม่เห็นคุณก็ยังสัมผัส ดมกลิ่น ได้ยิน กับอาศัยเสียงสะท้อนจับตำแหน่งเอาได้” อันหลังคือวิธีที่เจสันนำมาใช้กับตัวละครที่เขาแสดง

 

 

เชิ้ต Dolce & Gabbana, ผ้ารัดผม Fendi, สร้อยมุก Rainbow Gems, สร้อยกับแหวนลูกปัด Red Rabbit Trading Co., แหวนเงินรูปกะโหลก Book of Alchemy

 

เจสันชวนฉัน ไปงานเลี้ยงปิดกล้อง See ที่ร้านพิซซ่าหรูชื่อ The Parlour ซึ่งเขาจองห้องไว้สำหรับทีมงานนักแสดงโดยเฉพาะโดยบอกว่าถ้าอยากไปเห็นเขา “หลุดโลก” ก็เชิญได้เลย เราลงลิฟต์ (ซ่อมเสร็จแล้ว รอดไป) เดินไปขึ้นรถ Suburban คันสีดำกับพวกเพื่อนๆ เขา เขาเปลี่ยนมานุ่งยีนส์กับเสื้อยืดเพนต์คำว่า Harley Davidson Museum แต่ยังใช้ผ้ายืดกำมะหยี่สีชมพูเส้นเดิมมัดผมเส้นเดียวกับที่เจ้าตัวมัดพร้อมกับชุดสูทสั่งตัด Karl Lagerfeld and Fendi ไปงานแจกรางวัลออสการ์เมื่อปีกลาย

 

เขาสวมบทไกด์ทัวร์ไปตลอดทางที่ขับไปย่าน Yaletown นี่ไม่ใช่หนแรกที่เจสันมาถ่ายหนังในแวนคูเวอร์แต่ชีวิตเขาก็เปลี่ยนไปจากหนหลังสุดที่มาแบบสิ้นเชิง ครั้งนั้นเขาอายุยี่สิบเจ็ด มาเช่าอพาร์ทเม้นต์ห้องเล็กๆ อยู่เพื่อถ่าย Stargate Atlantis ซีรีส์ไซไฟว่าด้วยหน่วยทหารทะลุจักรวาลซึ่งเขาร่วมแสดงอยู่เจ็ดสิบแปดตอน เขาไม่ค่อย ชอบ งานนั้นสักเท่าไหร่แต่ยอมรับว่ามั่นคงกับถือเป็นการได้ศึกษาหาความรู้ในตัว “ผมได้เรียนรู้เทคนิคการถ่ายทำ เขียน กระบวนการทุกขั้นทุกตอน เราถ่ายยี่สิบสองตอนในเวลาเก้าเดือน ถ่ายกันหามรุ่งหามค่ำ ยังกะเครื่องจักร”

 

เขาแบ่งเวลาตัวเองเทียวไปเทียวมาอยู่ระหว่างแวนคูเวอร์กับลอสแองเจลิส ที่ที่เขาใช้ชีวิตอยู่กับนางในฝัน อย่างที่เจ้าตัวใช้คำ แล้วเขาก็อยากให้ฉันรู้ด้วยว่าเมื่อพูดถึงนางในฝันเขาหมายความแบบนั้นจริงๆ ลิซ่า โบเน็ตไม่ได้เป็นแค่ผู้หญิงที่เขาบังเอิญพบที่คลับแจ๊ซแห่งหนึ่งในแอล.เอ. แต่เธอคือ “คนที่จะมาเป็นแม่ของลูกผม” เขาพูดแบบเขินๆ หน้ารกๆ เริ่มแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด “ผมไม่ได้เล่าให้เธอฟัง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมแอบปิ๊งเธอมาตลอด”

 

เจสันเคยอยู่แคนาดา เขาบอกตอนเราขับไปถึงร้านซึ่งอยู่ตรงข้ามอพาร์ทเม้นต์เก่าของเขาพอดี ที่สำคัญเขาเคยเกือบไปไม่ทันเมียคลอดลูกคนแรกเพราะดันหลับอุตุ “วันนั้นอากาศร้อนมากครับ วันที่ 20 กรกฎา” เขาเล่า ชี้ไปที่ชั้นสองของตึกอพาร์ทเม้นต์สีน้ำตาลหลังนั้น เมียเขาเกิดน้ำเดินก่อนกำหนดเขาเลยไม่ทันเตรียมตัว “แอร์ก็ไม่มีผมเลยไปนอนริมหน้าต่าง มิสคอลไปเจ็ดสิบสาย ตื่นมาอ้าวฉิบหายล่ะ”

 

เขายังเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นต่อ “ผมเลยโทรไปที่ออฟฟิศ Stargate โปรดิวเซอร์อยู่พอดี เขาบอก ‘เจสันเอ็งรีบหารถไปสนามบินเดี๋ยวนี้เลยไป!’ เครื่องเหลือซีทสุดท้ายตรงท้ายลำพอดี... ผมบอกกับน้องที่เป็นแอร์ว่า ‘ฟังนะน้อง เมียพี่กำลังจะคลอดลูก ถ้าถึงแล้วพี่ขอลงเครื่องก่อนคนแรกนะ’”

 

ทุกคนลงจากรถเดินตรงไปที่ร้าน “ผมรีบแจ้นออกจากสนามบิน เหมือนตัวพรีเดเตอร์ ปากก็ตะโกน ‘หลีกทางหน่อยครับ หลีกทางหน่อยครับ!’” เขาทำเสียงตะโกนซะเหมือนจนเด็กๆ แถวนั้นสะดุ้งตกใจกันหมด เจสันมาหยุดดมช่อดอกไม้ตรงโต๊ะรับจอง (“ช่วยไม่ได้ ผมคนฮาวาย”) ก่อนจะวกกลับมาเล่าต่อ

 

“พอออกจากสนามบินปุ้บผมก็เรียกแท็กซี่ทันที บอกโชเฟอร์ ‘จะแดงจะเหลืองจะไฟอะไรก็ช่าง เหยียบมิดไปเลยเพ่... มีอะไรผมรับผิดชอบเอง’ แล้วผมก็ไปถึงทันเวลาแบบเฉียดฉิว ผมอยู่กับเมียเกือบสองชั่วโมง แล้วลูกสาวผมก็คลอดออกมา โอ้ะ ที่สุดของชีวิตแล้วครับ! เบนจามิน แบร็ตต์ก็นั่งไปไฟลต์เดียวกับผมนะ! เขาอยู่เฟิร์สคลาส แล้วพอวิ่งผ่านเขาผมก็ เฮ้ย เบนจามิน แบร็ตต์! แล้วเขาก็ตะโกนไล่หลัง ‘วิ่ง วิ่ง วิ่ง’”

 

เบนจามิน แบร็ตต์คือนักแสดงที่ดังมาจากบทนักสืบในภาพยนตร์ชุดเรื่อง Law & Order ไม่ถึงกับดังมากแต่เจสันชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ทุกวันนี้ก็ยังชื่นชอบอยู่ ตลอดวันเขาจะเอ่ยชมแต่นักแสดงคนอื่น... ยกเว้นตัวเอง คล้ายคนมีปมอะไรในใจบางอย่าง หลายครั้งระหว่างที่คุยกันเขาจะบอกว่าเขาอยู่ “เหมือนสตันท์มากกว่า” นักแสดง

 

บางทีอาจเพราะเขายังไม่รู้สึกว่าตัวเองมืออาชีพพอ บทแรกที่เขาได้รับคือ Baywatch Hawaii ซึ่งเจ้าตัวไปออดิชั่นแบบงั้นๆ ตอนอายุยี่สิบแต่ดันชนะคู่แข่งที่มาสมัครร่วมพัน ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยการเดินทางค้นหา เกิดฮาวาย โตในไอโอวา พ่อแม่หย่ากันตั้งแต่ตอนเขายังแบเบาะ ไปเป็นเด็กสโนว์บอร์ดอยู่โคโลราโดช่วงหนึ่ง ย้ายกลับมาฮาวายทำงานร้านเซิร์ฟช้อปกับรับช่วง “คลื่นยักษ์” ต่อจากตระกูลเซิร์ฟของพ่อ

 

 

สูทและเชิ้ต Gucci, ผ้ารัดผม Fendi, สร้อยมุกกับสร้อยลูกปัด Rainbow Gems, แหวนลูกปัด Red Rabbit Trading Co., แหวนเงิน Lucifer, แหวนเงินรูปกะโหลกติดปีกกับแหวนเงินรูปกะโหลก Book of Alchemy, แหวนหัวกะโหลก Leroy’s Wooden Tattoos

 

ก่อนมาเริ่มเป็นที่รู้จักจากบทไลฟ์การ์ดตัวเลื่อมแต่ (เจ้าตัวบอก) ไม่ได้อะไร “ผมรักในศิลปะการแสดงนะ แต่ดันไม่มีใครเห็น Baywatch ไม่ได้เป็นหนังที่เน้นเรื่อง... คุณภาพการแสดง เอเย่นต์เลยไม่เข้าหา” เขาติดสินใจย้ายไปแอล.เอด้วยมาดแบบเจสัน โมโมอา ซื้อรถบ้าน Airstream ไว้ผมทรงเดรดล็อคจากนั้นก็ “ทำตัวร่อนเร่” อย่างที่เขาใช้คำ ออกเดินทางไปเรื่อย ที่แคลิฟอร์เนียเขาใช้ชีวิตอยู่ในรถเทรเลอร์กับทำงานเป็นเด็กเฝ้าหน้าร้านกระทั่งได้งานแสดงทางช่อง Lifetime ซึ่งนำเขาไปสู่การผจญภัยข้ามดวงดาวหาพระแสงเลเซอร์ตลอดสี่ปีกับซีรีส์ Stargate เป็นเส้นทางที่ผันผวนท่ามกลางการตั้งคำถามกับตัวเอง แต่สุดท้ายความมุมานะของเขาก็ก่อผลแถมไม่ใช่แค่ในด้านอาชีพการงานอย่างเดียว “ถ้ามีคนมาพูดว่ามันอิมพอสสิเบิล” เจสันยกตัวอย่าง “ผมก็จะตอบกลับไปว่า ‘ฟังนะ ถ้าอั้วได้แต่งงานกับลิซ่า โบเน็ต ห่าอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น’”

 

ที่ร้านพิซซ่าซึ่งคนแน่นมาก เจสันพาเราไปห้องที่จองไว้ ภายในตกแต่งด้วยแสงไฟสลัว เก้าอี้นวมบุหนังสีคาราเมล กับมีบาร์กินดื่มพร้อม ทีมงาน See มากันครบทั้งช่างแต่งหน้า ทำผม คอสตูม รวมถึงสตันท์และครูสอนฟันดาบของเขาขนาดลงทุนสั่งเหล้าเลี้ยงทุกคนที่ขวางหน้า ทุกคนที่มีงานทำได้เพราะเขายอมตกลงรับเล่นซีรีส์ เจสันก็ยังไม่ยอมรับตัวเองอยู่ดี “ผมไม่ได้ดังจากการแสดง” เขาบอก “ผมดังจากแอ็คชั่น ผมไม่เคยได้พูดบทยาวๆ หรือมีวรรคทองกับเขาเลย” ก่อนจะพูดขึ้นลอยๆ เป็นทำนองประชด “ก็คนมัน ‘ฉลาด’ ซะยังงี้”

 

ทีแรกฉันมองว่าที่เจสันถล่มตัวแบบนั้นคงแค่เพื่อแก้เขิน แน่ล่ะ เขาเคยพลาดรับงานผิดมาก่อนอย่าง Conan the Barbarian ฉบับรีเมค 2011 รวมถึงพวกบทงุ้งงิ้งทิ้งเปล่าที่เผลอไปรับตอนเป็นวัยรุ่น แต่พอย่างเข้าสามสิบความเป็นดาวของเขาก็เริ่มเจิดจรัสหลังได้รับบทสำคัญในซีรีส์มหากาพย์แห่งยุค คาห์ล โดรโก้แห่ง Game of Thrones แต่ถึงขั้นนั้นแล้วเจ้าตัวก็ยังไม่ยอมรับอยู่ดี “แบบว่า คุณจะเอาโดรโก้ไปใส่ไว้ตรงไหน หนังโรแมนติค-คอมดี้เรอะ คนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมพูดอังกฤษได้”

 

เขาพูดจาดูถูกตัวเองเสียจนฉันอยากเข้าไปโอ๋ ยิ่งนึกถึงสิ่งที่เขาพูดที่ระเบียงห้องด้วยแล้ว “สำหรับผมแบร็ด พิตต์คือดาราหนัง นึกออกปะ? จอร์จ คลูนี่ย์ก็ใช่ สองคนนี้ยังไงก็ บู้ม” เขาเพิ่งได้ร่วมงานกับทิโมธี ชาลาเมต์ในภาพยนตร์เรื่อง Dune ของผู้กำกับเดนิส วิลเนิฟ (กำหนดฉายธันวาคม 2020) “จ้างให้ผมก็ไม่มีทางทำได้แบบน้องเขา” เจสันพูดถึงเด็กมีของรายนี้ ซึ่งโตในเส้นทางอาชีพเร็วกว่าเขาเห็นๆ “เขาโคตรเก่ง ก็ไม่รู้สิ ผมมันทึ่มมั้งเลยต้องใช้เวลาหน่อย แต่ก็ดีแล้วล่ะ เพราะถ้าขืนมันเกิดตั้งแต่ตอนผมยังหนุ่มๆ คงแย่ ผมคงทำทุกอย่างพัง”

 

เจสันมาดังเอาตอนสามสิบเพราะอย่างนั้นกระมังเขาเลยพยายามหาทางชดเชยเวลาที่เสียไป ด้วยการทำบางสิ่งที่นอกเหนือไปจากงานแสดง ธุรกิจเสริมเล็กๆ น้อยๆ จับมันทุกช่องทางโอกาส เรื่อง เครื่องหมายการค้า ขอให้บอก (ไลน์เสื้อผ้า Aloha J นั่นก็หนึ่งล่ะ) ดูเขาเป็นคนชอบค้าขาย ลงทุนเปิดโปรดักใหม่เป็นว่าเล่น อะไรบ้างล่ะ กางเกงเซิร์ฟ, รองเท้าปีนผาสีชมพู, กระเป๋าใส่ชอล์ค, เป้แบ็คแพ็ค, มีดทำมือ, กระเป๋าหนังลา ยันขวดน้ำดื่มรียูส

 

เหนือกว่านั้นคือเขาเป็นคนที่ได้ดีแล้ว “ไม่ลืมคน” ยิ่งคนที่มีส่วนสำคัญในชีวิตแล้วด้วย ถ้าเขาได้ดีเพื่อนๆ ก็ต้องได้เหมือนกัน อย่างมาดา อับเดลฮามิดมือขวาคนปัจจุบันของเขา (เพื่อนเดินทาง/ผู้ช่วย/พี่เลี้ยงหมาคนใหม่) ทั้งคู่สนิทกันตอนที่เขาจ้างมาดา (หนุ่มอียิปต์ หัวโล้น กล้ามเป็นมัด ตัวสูงกว่าเจสัน) ให้มาเป็นเทรเนอร์ส่วนตัว และเป็นอดีตนักมวยปล้ำคนนี้ล่ะที่ช่วยให้หุ่นของเจสันล่ำบึกอย่างที่เห็นใน Aquaman เขาเป็นคนแบบนั้นและจะเป็นไปตลอด คนอย่างเจสัน โมโมอาไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลัง “อย่างเทรเนอร์คนแรกของผม (ก่อนหน้ามาดา) ตอนนี้ก็กลายมาเป็นหุ้นส่วนไปแล้ว” เขายกตัวอย่าง “ก้าวหน้ากันทุกคน” ถ้าจะรุ่งก็ต้องรุ่งไปด้วยกัน

 

เทียบกับตัวเอกในซีรีส์ Entourage (HBO) ซึ่งถูกติดต่อให้เล่นเป็น Aquaman รอบข้างเขาจะมีแต่พวกประจบสอพลอ ขณะที่ Aquaman ตัวจริงรอบกายเขากลับมีแต่หมู่มิตรแท้ที่คอยช่วยเหลือและเติมเต็มเบียร์เย็นๆ ใส่ตู้ไว้ให้ตลอด พอฉันพูดแบบนี้ มาดาก็บอกว่าพวกเขาเองก็ขำเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ผิดกับวินซ์ใน Entourage ซึ่งเป็นหนุ่มโสดติดหล่อตรงเจสันคือหนุ่มใหญ่ติดลูก เขามักจะกระเตงลูกไปไหนมาไหนด้วย แถมยังชวนพวกเพื่อนให้ทำแบบเดียวกัน ซึ่งก็แปลว่าเมื่อเหล่าสมาชิกแก๊งไปไหนกันที พวกเขาจะยกขบวนแห่กันไปเป็นโขยง

 

เจสันอยากให้ลูกๆ ของเขาได้พบได้เห็นอะไรในชีวิตเยอะๆ เห็นว่าวันๆ พ่อทำอะไรบ้าง “พวกเขาโตในกอง Justice League” เขาบอก “ได้นั่งรถ Batmobile... สวมมงกุฎ Wonder Woman” แต่พร้อมกันนั้นเขาก็อยากให้ทั้งวูล์ฟและโลล่าได้รู้จักและเข้าถึงโลกความจริงที่อยู่ข้างนอกกองด้วย เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้วิธีรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเขากับลูกๆ ก็เพิ่งไปชุมนุม (โดยสงบ) ต่อต้านการสร้างหอดูดาวขนาดใหญ่บนยอดภูเขาไฟเมานาเคอาร่วมกับชาวบ้านบนเกาะบิ๊กไอส์แลนด์ เหตุเพราะคนพื้นเมืองแถบนี้ถือกันว่าเขาลูกนี้คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มีการเผยแพร่ข่าวสารลงในไอจีจนเกิดเป็นแนวร่วมจากบรรดาเพื่อนพ้องซึ่งหนึ่งในนั้นคือเธอะร็อค

 

การออกมาเคลื่อนไหวในเชิงอนุรักษ์ของเจสันถือเป็นกิจกรรมนอกเวลางานที่น่านับถือและปรบมือให้ ตอนหนุ่มๆ เขาเล่าว่าเขาเคยฝันอยากเป็นนักชีววิทยาทางทะเล สมัยเรียนไฮสกูลก็เคยใช้ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนเดินทางจากไอโอวาไปสำรวจแนวปะการังที่ฟลอริด้าสองหน กอปรกับเป็นคนฮาวายเลยยิ่งทำให้เขารู้ซึ้งถึงความเลวร้ายที่มนุษย์ทำไว้กับโลกใบนี้ “พวกคุณไม่อยู่เกาะไม่รู้หรอกว่าคนทำอะไรกับมันไว้มั่ง” เขาบอก “ขยะสิ่งสกปรกลอยเกร่อ ถึงเวลาต้องลุกชึ้นมาทำอะไรซักอย่าง”

 

ล่าสุดก็เพิ่งเปิดประเด็นเรื่องการกำจัดขยะพลาสติก เขาเห็นสัตว์น้ำมากมายต้องตายจากการมีขยะประเภทนี้เข้าไปอุดตันในร่างกาย โดยเฉพาะขวดน้ำพลาสติก และเขาต้องการหยุดมัน ปีนี้เขาเตรียมจะออกแบรนด์ผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นน้ำบรรจุกระป๋องยี่ห้อ Mananalu ซึ่งเจ้าตัวหวังใช้มันเป็นตัวกระตุ้นการรับรู้ถึงปัญหาปริมาณขยะพลาสติกในท้องทะเล ที่เจสันเกลียดที่สุดคือขวดน้ำใช้แล้วทิ้ง ฉันเห็นจะจะกับตัวเองตอนที่กำลังยืนอยู่หน้าร้าน Parlour แล้วเขาเดินทำหน้ายักษ์ไปหยิบขวดน้ำจากริมถนน บีบมันจนบี้ ก่อนเอาไปทิ้งลงถัง “ก็เป็นซะอย่างเงี้ย” เขาบ่นพึม

 

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เจสันตื่นเต้นที่ได้เล่น Aquaman ก็เพราะตัวเอกในเรื่องต่อสู้เพื่อปกป้องมหาสมุทร ซึ่งโดนจริตเขาอย่างจัง เขาบอกว่าเขายอมเซ็นสัญญารับเล่นแบบไม่คิดต่อให้จะต้องอยู่โยงรับบทนี้ไปอีกกี่ภาค “ผมเซ็นเมื่อห้าปีก่อนแล้วพวกเขาก็ถามย้ำ ‘ไม่คิดหน่อยเหรอ เราจับคุณเซ็นตั้งสี่ภาคเชียวนะ’” เขาถอนหายใจ “จะกี่ภาคก็มาเลยผมพร้อมอยู่แล้ว”

 

ปีหน้าทันทีที่ Aquaman ภาคต่อไปได้ฤกษ์เปิดกล้อง เขาจะสามารถใส่ไอเดียของตัวเองลงไปในหนังได้มากขึ้นโดยการทำงานร่วมกับฝ่ายครีเอทีฟอย่างใกล้ชิด “ผมมาพร้อมภาพใหญ่” เขาบอก “รายละเอียดยิบ แล้วพวกเขาก็ชอบมัน”

 

ต่อให้งานจะรัดตัวแค่ไหน (คิวเต็มยาวไปจนถึงสิ้นปี 2022) แต่เจสันก็ยังพยายามเจียดเวลาไปทำในสิ่งที่เขารัก เขาปีนผามาตั้งแต่อายุสิบสี่และเป็นกิจกรรมเดียวที่เจ้าตัวบอกว่าทำแล้วรู้สึกจดจ่อ แถมยังช่วยรักษาร่างกายของเขาให้คงสภาพความเป็นซูเปอร์ฮีโร่อยู่ได้ ถึงขั้นลงทุนสร้างหน้าผาจำลองไว้ที่บ้านรวมถึงกำลังสอนวิธีผูกเงื่อนให้ลูกๆ ซึ่งก็รวมโซ คราวิตซ์ ลูกสาวของลิซ่ากับเลนนี่ คราวิตซ์อดีตสามี/นักดนตรีร็อคเข้าไปด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อบอกให้รู้ว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งเธอและจะอยู่ดูแลเธอไปตลอด

 

ถึงอายุจะขึ้นหลักสี่แต่เจสันก็ได้ชื่อว่าเป็นคนที่ไม่หยุดนิ่ง พยายามทดลองทำสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอด ตั้งแต่รณรงค์ลดการใช้พลาสติก ลบคำสบประมาทเรื่องการแสดง ประท้วงการสร้างหอดูดาว ช่วยพวกเพื่อนๆ ให้มีงานทำ เป็นพ่อที่ดี เป็นสามีที่ประเสริฐ เป็นดาราหนังแอ็คชั่นและคนทำหนัง เป็นนักธุรกิจ เป็นนักปีนผา เป็นพลเมืองที่น่ารักของโลกใบนี้ เลยไม่แปลกที่เขาจะหัวเราะได้ทั้งที่เห็นหมาอึเลอะเทอะ อยู่ในถ้ำที่ในนั้นเต็มไปด้วยเครื่องหนัง กีตาร์รุ่นหายาก มีดสั่งทำ หลอดไฟเอดิสัน และแผ่นเสียงแนวเฮฟวี่ ซดเบียร์กับไล่กอดทุกคนในบาร์ ทั้งบ้านมีแต่ “ของเล่น” มอเตอร์ไซค์จอดเรียงเป็นตับ รถบ้าน Airstream อีกเจ็ดคันกับรถ Cadillac ปี 1955 สีชมพู มีความสุขอยู่กับการเป็นเจสัน โมโมอาและมีมันอยู่ทุกปัจจุบันขณะ ที่เป็นแบบนั้นได้ก็เพราะคนมันเคยผ่านร้อนและรู้หนาว เขาเลย ยืม ลูกหมาจากกองถ่ายมานอนกกบนเตียงแต่แค่ เดี๋ยวเดียวเท่านั้น (จนกว่าเมียจะอนุมัติให้เลี้ยง) แหม่... เป็นคุณจะไม่ทำแบบเดียวกันเหรอ

 

 

เสื้อโค้ท เชิ้ต กางเกง กับบูท Fendi, เฮดแบนด์สวมบนข้อมือ Ku Ke Kaila, สร้อยคอ Rainbow Gems, แหวนลูกปัด Red Rabbit Trading Co., แหวนเงินรูปหัวกะโหลก Book of Alchemy, ?




Jason Momoa กับความเป็นทาสหมา ทาสเมีย ทาสเบียร์และวิถีไบเกอร์

เจสัน โมโมอา เปล่าขโมยหมา เขาอยากบอกไว้ก่อน เขาแค่ยืมมันเล่นมาเดี๋ยวเดียว เมื่อวานขากลับจากกองถ่ายละครเรื่อง See (Apple TV+) เขาแอบหนีบลูกหมาเยอรมันเชเฟิร์ดที่เข้าฉากออกมาด้วย เอามันไปนอนเล่นที่โรงแรมในแวนคูเวอร์อยู่ตั้งนาน แถมตั้งชื่อให้มันใหม่ว่าเจ้า Rama ชื่อเดียวกับหมาตัวเก่าของเมียเขา (ลิซ่า โบเน็ต) แต่บอกแล้วว่ายืมมาเล่นเดี๋ยวเดียว

 

เดี๋ยวเดียวจริงๆ เว้นแต่เมียจะอนุญาต (เห็นรึยังว่าเขาไม่ได้ตั้งชื่อหมาขึ้นมาลอยๆ) หญิงที่คบหาดูใจกันมาสิบสี่ปีก่อนตบแต่งกันเป็นเรื่องเป็นราวในปี 2017 ผบ.สูงสุดในบ้าน เชื่อเมียแล้วเจริญ เขาบอกฉันตอนนั่งจิบเบียร์ Guiness คุยกันใต้ร่มบนระเบียงห้องของเขาที่ L’Hermitage ณ บ่ายอันสดใสวันหนึ่งในเดือนสิงหาคม ถ้าบ้านของเขาใน Topanga ซึ่งมีเนื้อที่กว่าห้าเอเคอร์ให้เมียได้เล่นโยคะคือสวรรค์ ถ้ำของเจสัน (ค่ะ ระหว่างที่คุยกันเขาพูดคำว่า “ถ้ำ” บ่อยมาก อย่าง “ผมว่าถ้าทอม เวทส์กับนีล ยังก์มาเห็นถ้ำผมพวกเขาคงอยากมานอนค้างด้วยแน่ๆ”) คงเป็นจุด จุด จุด “ดอกฟ้าก็ต้องอยู่ตรงนี้” เขาพูดกับเอามือแตะๆ ที่เหนือหัวตัวเอง จากนั้นก็ลดมือฮวบลงมาเรี่ยพื้น “ส่วนนี่ที่ของหมาวัด” พูดแบบไม่เกรงใจหมาสองตัวที่เขาเลี้ยงไว้ (พวกมันเป็นลูกครึ่งหมาอลาสก้ากับหมาป่า) ลูกของเขาสองคน (อายุยังไม่สิบสามทั้งคู่) กับลาอีกหนึ่งตัวที่เขาซื้อเป็นของขวัญเมีย

 

แค่นึกก็ปวดหัวแทนแล้ว ถึงแม้ว่าระยะหลังเจสันจะพยายามใช้เวลาอยู่ติดบ้านมากขึ้น อยู่เป็นเดือน แต่คิวงานของเขาจะเต็มเอี้ยดไปตลอดสามปีนับจากนี้ เขารู้ว่าตัวเองคงไม่มีเวลามานั่งป้อนข้าวป้อนน้ำเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวเจ้าหมาน้อยนั่นแน่ เพราะงั้นเขาเลยต้องคิดหาแผน เริ่มจากการเอาเจ้ารามาไปแนะนำให้ลูกๆ ของเขาได้รู้จัก โลล่า (12 ขวบ) กับวูล์ฟ (10) ผ่านแอพ FaceTime ปรากฏว่าได้ผล ลูกๆ เขากรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ สำเร็จไปขั้น แต่ยังไงซะพวกเขาก็ต้องรอประกาศิตจากเบื้องบนอยู่ดี “ต้องขอหม่าม้าก่อน” เจสันทำเสียงเด็ก มองไปที่นัยน์ตาอันฉ่ำแฉะของเจ้ารามาอย่างเอ็นดู “หม่าม้าใหญ่สุด รู้ไว้ซะด้วย”

 

เจ้าหมาน้อยอ้าปากหาว ลิ้นห้อย ร้องแหะๆ ด้วยท่าทางใสสื่อ ช่างไม่รู้เสียเลยว่าชะตากรรมของมันกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายจนฉันอยากจะบอกมันว่า ทำตัวดีๆ แล้วแกจะได้เป็นหมา Aquaman อย่าทำพังล่ะ แต่นึกยังไม่ทันขาดคำมันก็ดันผ่าไปนั่งยองๆ อึกองเบ้อเร่อตรงข้างกระถางต้นไม้ซะงั้น

 

เชิ้ต Louis Vuitton, ยีนส์ Schaeffer’s Garment Hotel, รองเท้าบูท Wesco, นาฬิกาข้อมือ Panerai, ผ้ารัดผม Fendi, สร้อยมุก Rainbow Gems, สร้อยลูกปัด Red Rabbit Trading Co.

 

เจสันถึงกับยิ้มแฉ่ง ปรบมือชอบใจ เสียงปรบมือของเขาดังสนั่น หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบ พ่อลูกสอง พระเอกหนังแฟรนไชส์ขายดีสุด ณ ชั่วโมงนี้ดูจะแฮปปี้กับการเห็นหมาขี้บบนระเบียงห้องตัวเอง “ผมไม่ใช่คนแก่จู้จี้ขี้บ่น” เขาบอก “ผมยังวัยซะรุ่น” พูดจบก็หันไปหาหมา “ต้องงี้สิ ไอ้เกลอ!” เขาให้ท้ายหมา “เก่งมาก! กลิ่นมาและ คราวนี้ได้คุยกันขมคอล่ะ!”

 

เจสันยกเบียร์ขึ้นมากระดกต่ออย่างสบายใจ เขาจู้จี้เรื่องเบียร์แค่อย่างเดียวหรอก ต้องเบียร์ Guinness เท่านั้น ต้องสดแล้วก็ต้องเย็นเจี๊ยบและให้ดีต้องรินจากก๊อกหรือ “ตรงจากหัวนมแม่” แบบที่เขาใช้คำ แต่ถ้าไม่ได้จากก๊อกจากกระป๋องก็ยังดี เขาสวมเสื้อยืดยับๆ ที่ด้านหน้าเพนต์เป็นรูปภูเขาไฟเมานาเคอาในฮาวาย รองเท้าแตะสีชมพูเก่าๆ ยางรัดผมเน่าๆ สีชมพู กับ “กางเกงเซิร์ฟ” สีดำ-เทายี่ห้อ Aloha J. ที่เขาเป็นคนออกแบบขาย แบรนด์เสื้อผ้าแนวเซิร์ฟๆ (ซี่งเจ้าตัวบอกว่าใกล้วางขายแล้ว) ที่ได้ชื่อมาจากชื่อย่อที่เขาใช้ในไอจีซึ่งมียอดคนตามกว่า 13.4 ล้าน

 

เจสันโพสต์ไอจีในชื่อ @prideofgypsies ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับชื่อกลุ่มคนทำหนังที่เขาตั้งร่วมกับเพื่อนๆ เมื่อปี 2010 เขาจะไล่โพสต์ทุกอย่างตั้งแต่รูปสวยๆ ไปจนถึงคลิปสั้นๆ ที่ตัวเองถ่ายไว้ ไม่ว่าจะคลิปที่เขาปีนผา อ่านบท หรือเอาหัวโขกกล้อง ใบหน้าเขา (โชกโชนและดกดื่น โหนกแก้มบาดบั่นเป็นคมขวาน นัยน์ตาสีเขียวเหลือบอาจดูสยองยามอยู่บนจอหนังแต่กลับดูซอฟต์เมื่อมองผ่านจอมือถือ รอยแผลเป็นที่บากผ่ากลางคิ้วซ้ายได้มาจากครั้งถูกขวดเบียร์ฟาดหน้าคราวไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทในบาร์ตอนปี 2008) ดูใกล้ๆ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดออกจะน่าหลงใหลเสียด้วยซ้ำ

 

เขาเปล่าใช้โซเชียลเพื่อยกระดับสถานะความเด่นดังของตัวเองแต่เพื่อตัดทอนมันให้ลดลง เขาไม่ใช่หัวหน้าเผ่าโดธรากีจอมโหดจาก Game of Thrones ที่ฉีกลิ้นคนได้ด้วยมือเปล่า เขาเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ชอบนอนแช่อ่าง หาเรื่องแกล้งเพื่อน แล้วก็ขลุกอยู่กับหมา เรื่องเดียวในชีวิตที่เขาจะไม่มีวันบอกให้โลกออนไลน์รู้เด็ดขาดคือเรื่องของเขากับเมีย “เมียผมเป็นคนโลกส่วนตัวสูงมาก มาก มาก” เขาให้เหตุผล “ส่วนผมนี่ตรงกันข้ามเลย”

 

 

เสื้อโค้ท Versace, กางเกงนอน Paul Stuart, สร้อยมุกกับสร้อยลูกปัด Rainbow Gems, สร้อยลูกปัด Red Rabbit Trading Co., แหวนเงินรูปกะโหลกติดปีกกับแหวนเงินรูปกะโหลก Book of Alchemy, แหวนหัวกะโหลก Leroy’s Wooden Tattoos

 

วันก่อน เจสันเกิดไปติดอยู่ในลิฟต์ที่ค้างอยู่ตรงชั้นห้ากับหกของโรงแรม L’Hermitage มีเขา เจ้ารามา กับพวกเพื่อนๆ ติดอยู่ในนั้นร่วมสองชั่วโมงกว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะมาช่วย ระหว่างนั้นเขาเลยถือโอกาสไลฟ์สดเหตุการณ์แบบขำๆ ประมาณว่าคนสูงหกฟุตสี่หนัก 240 ปอนด์ต้องมาติดแหง็กอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมขนาดหกคูณหกแคบๆ กับหมาบื้อๆ จนในที่สุดก็ต้องสวมบทซูเปอร์ฮีโร่ด้วยการแหกฝ้าเพดานลิฟต์ออกโดยหารู้ไม่ว่าเหนือฝ้าก็ยังมีฝ้าอยู่อีกชั้น ลงท้ายเลบต้องรอให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงหย่อนบันไดลิงลงมาให้เขาอุ้มแตงเจ้ารามาปีนขึ้นไป แต่อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นความรักที่เขามีต่อลูกหมาตัวดำๆ ว่ามั้ย?

 

ร่วมหัวจมท้ายมากันซะขนาดนี้ฉันเลยยุส่งให้เขาเลี้ยงๆ เจ้ารามามันไปเลย เขาพยักหน้าแบบกรุ้มกริ่มเจสันลงทุนจ้างครูฝึกหมาไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ ชื่อครูโทนี่ นิกี้ เพื่อมาสอนเจ้ารามาให้รู้ภาษาของเจ้านายมันโดยเฉพาะ อย่างถ้าได้ยินคำว่า paparazzi มันจะขู่ ถ้าได้ยินคำว่า shaka ภาษามือของพวกนักเซิร์ฟหมายถึง “ชิลๆ” มันจะสะบัดตัว แต่ถ้าอยากให้เจ้ารามาผงกหัวปะหลกๆ กับมองคุณราวกับคุณคือพระเจ้าก็ให้คุณพูดคำว่า Guinness ซึ่งตอนนี้เจ้ารามากำลังหัดอยู่

 

เจสัน อยู่ที่แวนคูเวอร์เพื่อถ่ายซีรีส์ See ของสตีเว่น ไนท์ที่แต่ง Eastern Promises กำกับโดยฟรานซิส ลอว์เรนส์ที่กำกับ Hunger Games หนึ่งในหนังชุดเรื่องแรกๆ ที่จะปล่อยฉายทาง Apple TV+ แพลตฟอร์มใหม่ของ Apple กับเรื่องราวในอนาคตยุคดิสโทเปียที่มนุษย์จะตาบอดกันหมด โดยทางแอปเปิลวาดหวังกับการคว้าตัวเจสันมารับบทนำไม่น้อย แม้เจ้าตัวจะเพิ่งประสบความสำเร็จจากบทซูเปอร์ฮีโร่หนังแฟรนไชส์ที่ล่าสุดขึ้นแท่นกลายเป็นหนังทำรายได้อันดับหนึ่งของค่าย DC ไปแล้วอย่าง Aquaman มาหมาดๆ แต่ See ถือเป็นการรับบทนำในหนังทีวีเรื่องแรกของเจสัน และทางแอปเปิลก็มั่นใจถึงขนาด ตามข่าว ทุ่มเงินกว่า 15 ล้านเหรียญไปกับการสร้างตอนนำร่องแค่ตอนเดียว “เป็นตอนนำร่องที่เจ๋งที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลย” เขาแอบกระซิบบอกฉัน มีแอบยิ้มมุมปากนิดๆ เจ๋งไม่เจ๋งคงต้องไปวัดกันตอนฉาย แต่ถ้าวัดจากน้ำเสียงต้องบอกว่าเจ้าตัวดูจะภูมิอกกับโปรเจ็กต์นี้สุดๆ

 

 

สูท Dolce & Gabbana, ผ้ารัดผม Invisibobble, สร้อยมุก Rainbow Gems, สร้อยลูกปัด Red Rabbit Trading Co., แหวนหัวกะโหลก Leroy’s Wooden Tattoos, แหวนเงิน Lucifer แหวนเงินรูปกะโหลกติดปีก กับแหวนเงินรูปกะโหลก Book of Alchemy

 

เจสันมานึกได้ว่าเขาเผลอหลุดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา แอปเปิลอยากให้เหยียบทุกอย่างไว้ให้มิด “แต่ทำไงได้ คนมันคันปาก” เขาถอนหายใจ “ถ้าไม่อยากให้ใครรู้ อย่ามาเล่าผม ถึงว่าทำไมผมให้สัมภาษณ์ไม่ค่อยเก่ง เพราะเวลาคุยผมจะชอบเผลอพลั้งปากออกมา ผมเป็นคนเก็บความลับไม่อยู่” ขนาดความลับของลูกเขายังเก็บไว้ไม่ได้เลย จนทุกวันนี้ลูกๆ ไม่กล้าเล่าอะไรให้เขาฟังแล้ว “มีอะไรผมจะเอาไปเล่าให้แม่พวกเขาฟังหมด” เขาเล่าไปขำไป “ความลับไม่มีในโลกอันนี้จริงเลยสำหรับผม” แต่ตลอดการพูดคุยก็ต้องถือว่าเขาเหยียบเรื่องซีรีส์ See ไว้ได้มิดนะ

 

ช่วงที่แวะไปเยี่ยมกองถ่ายเมื่อตอนเช้าก่อนเจอเจสัน (ระหว่างนั้นเขากำลังนอนคลุมโปงอยู่กับเจ้ารามาอยู่ที่โรงแรม หลักฐานคาตาอยู่ในไอจี) ฉันถึงได้รู้ว่าทำไมแอปเปิลถึงอยากให้เขาเก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับ เมื่อทางบริษัททุ่มทุนไปกับการสร้างโปรเจ็กต์นี้แบบสุดตัวจริงๆ หนึ่งในนั้นคือการเอาโรงบาลบ้าเก่ามาดัดแปลงทำเป็นฉากโรงเรียนร้าง ถ่ายน้ำออกจากสระแล้วก็เอาเศษหินเศษกระเบื้องถมลงไปแทน แต่งฉากเสียจนระหว่างเดินผ่านฉันยังรู้สึกได้ถึงความวังเวง ตรงส่วนที่ทำเป็นห้องสมุดก็ทั้งมืด เต็มไปด้วยหนังสือฝุ่นเขรอะ ซึ่งทางทีมงานออกแบบต้องการให้มันดูเก่าและทรุดโทรมเหมือนผ่านเวลามาเป็นร้อยๆ ปี

 

เรื่องราวใน See เกิดโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนไปจนเกือบจะสูญพันธุ์ โลกฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาใหม่ ถึงเวลาธรรมชาติทวงคืน พวกมันแพร่พันธุ์ เขียวชอุ่ม และดุร้าย เลาะเลื้อยไปตามฐานรากของตึกรามบ้านช่อง มนุษย์ที่เหลืออยู่ในจำนวนน้อยนิดจะตาบอด อาศัยรวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่ม สื่อสารผ่านเสียงและการสัมผัส โดยเจสันรับบทเป็นบาบา วอสส์หัวหน้าเผ่ามนุษย์ดั้งเดิมที่ปักหลักอยู่บนยอดเขาสูง สวมชุดที่ทำจากหนังสัตว์ ถือไม้เท้า กับพกดาบซามูไร ซึ่งมนุษย์ในอนาคตจะถูกเรียกว่า “God bone” กระทั่งมีหญิงท้องแก่พลัดเข้ามาในหมู่บ้านและให้กำเนิดทารกสองคนที่ตามองเห็น จึงเป็นหน้าที่ของบาบาที่จะต้องปกป้องเด็กน้อยทั้งสองพร้อมกับนำบรรดาสมาชิกในเผ่าออกอพยพเดินทางสู่แดนไกล

 

นี่คือเจสันในมาดใหม่ ในฐานะสามีและพ่อผู้อ่อนไหว แถมตาบอดอีกต่างหาก โจทย์ยากที่เจ้าตัวต้องเล่นภายใต้เงื่อนไขแสนจำกัด เขาทำงานร่วมกับโจ สเตรเคย์ (ซึ่งหน้าตาถอดแบบเจสันราวกับแกะจนคนในกองตั้งฉายาให้ว่ามินิเจสัน) ครูสอนคนตาบอดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คนดูเชื่อสนิทว่าเขาคือมนุษย์ผู้บกพร่องทางสายตากับเพื่อให้ดำเนินกิจกรรมทุกอย่างได้เหมือนคนตาบอดจริงๆ ในความเห็นของครูโจ (ซึ่งตาบอดจริง) น้อยมากที่จะมีนักแสดงคนไหนเล่นบทคนตาบอดได้เหมือน “ที่เห็นบ่อยคือฉากประเภททำเป็นเอามือขึ้นมาลูบๆ จับๆ เพื่อรับรู้สีหน้าคน บอกตรงๆ ถ้าไม่สนิทจริงพวกเราไม่ค่อยทำแบบนั้นกับใครนะ”

 

วิธีฝึก (เป็นคนตาบอด) ของเจสันคือสวมผ้าคาดตาอยู่เป็นอาทิตย์ๆ “มันเหลือเชื่อตรงพอปิดตาประสาทสัมผัสอย่างอื่นในร่างกายคุณจะตื่น” เขาเล่าถึงผลที่ได้จากการฝึก “ตาคุณมันหลอก ต่อให้มองไม่เห็นคุณก็ยังสัมผัส ดมกลิ่น ได้ยิน กับอาศัยเสียงสะท้อนจับตำแหน่งเอาได้” อันหลังคือวิธีที่เจสันนำมาใช้กับตัวละครที่เขาแสดง

 

 

เชิ้ต Dolce & Gabbana, ผ้ารัดผม Fendi, สร้อยมุก Rainbow Gems, สร้อยกับแหวนลูกปัด Red Rabbit Trading Co., แหวนเงินรูปกะโหลก Book of Alchemy

 

เจสันชวนฉัน ไปงานเลี้ยงปิดกล้อง See ที่ร้านพิซซ่าหรูชื่อ The Parlour ซึ่งเขาจองห้องไว้สำหรับทีมงานนักแสดงโดยเฉพาะโดยบอกว่าถ้าอยากไปเห็นเขา “หลุดโลก” ก็เชิญได้เลย เราลงลิฟต์ (ซ่อมเสร็จแล้ว รอดไป) เดินไปขึ้นรถ Suburban คันสีดำกับพวกเพื่อนๆ เขา เขาเปลี่ยนมานุ่งยีนส์กับเสื้อยืดเพนต์คำว่า Harley Davidson Museum แต่ยังใช้ผ้ายืดกำมะหยี่สีชมพูเส้นเดิมมัดผมเส้นเดียวกับที่เจ้าตัวมัดพร้อมกับชุดสูทสั่งตัด Karl Lagerfeld and Fendi ไปงานแจกรางวัลออสการ์เมื่อปีกลาย

 

เขาสวมบทไกด์ทัวร์ไปตลอดทางที่ขับไปย่าน Yaletown นี่ไม่ใช่หนแรกที่เจสันมาถ่ายหนังในแวนคูเวอร์แต่ชีวิตเขาก็เปลี่ยนไปจากหนหลังสุดที่มาแบบสิ้นเชิง ครั้งนั้นเขาอายุยี่สิบเจ็ด มาเช่าอพาร์ทเม้นต์ห้องเล็กๆ อยู่เพื่อถ่าย Stargate Atlantis ซีรีส์ไซไฟว่าด้วยหน่วยทหารทะลุจักรวาลซึ่งเขาร่วมแสดงอยู่เจ็ดสิบแปดตอน เขาไม่ค่อย ชอบ งานนั้นสักเท่าไหร่แต่ยอมรับว่ามั่นคงกับถือเป็นการได้ศึกษาหาความรู้ในตัว “ผมได้เรียนรู้เทคนิคการถ่ายทำ เขียน กระบวนการทุกขั้นทุกตอน เราถ่ายยี่สิบสองตอนในเวลาเก้าเดือน ถ่ายกันหามรุ่งหามค่ำ ยังกะเครื่องจักร”

 

เขาแบ่งเวลาตัวเองเทียวไปเทียวมาอยู่ระหว่างแวนคูเวอร์กับลอสแองเจลิส ที่ที่เขาใช้ชีวิตอยู่กับนางในฝัน อย่างที่เจ้าตัวใช้คำ แล้วเขาก็อยากให้ฉันรู้ด้วยว่าเมื่อพูดถึงนางในฝันเขาหมายความแบบนั้นจริงๆ ลิซ่า โบเน็ตไม่ได้เป็นแค่ผู้หญิงที่เขาบังเอิญพบที่คลับแจ๊ซแห่งหนึ่งในแอล.เอ. แต่เธอคือ “คนที่จะมาเป็นแม่ของลูกผม” เขาพูดแบบเขินๆ หน้ารกๆ เริ่มแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด “ผมไม่ได้เล่าให้เธอฟัง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมแอบปิ๊งเธอมาตลอด”

 

เจสันเคยอยู่แคนาดา เขาบอกตอนเราขับไปถึงร้านซึ่งอยู่ตรงข้ามอพาร์ทเม้นต์เก่าของเขาพอดี ที่สำคัญเขาเคยเกือบไปไม่ทันเมียคลอดลูกคนแรกเพราะดันหลับอุตุ “วันนั้นอากาศร้อนมากครับ วันที่ 20 กรกฎา” เขาเล่า ชี้ไปที่ชั้นสองของตึกอพาร์ทเม้นต์สีน้ำตาลหลังนั้น เมียเขาเกิดน้ำเดินก่อนกำหนดเขาเลยไม่ทันเตรียมตัว “แอร์ก็ไม่มีผมเลยไปนอนริมหน้าต่าง มิสคอลไปเจ็ดสิบสาย ตื่นมาอ้าวฉิบหายล่ะ”

 

เขายังเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นต่อ “ผมเลยโทรไปที่ออฟฟิศ Stargate โปรดิวเซอร์อยู่พอดี เขาบอก ‘เจสันเอ็งรีบหารถไปสนามบินเดี๋ยวนี้เลยไป!’ เครื่องเหลือซีทสุดท้ายตรงท้ายลำพอดี... ผมบอกกับน้องที่เป็นแอร์ว่า ‘ฟังนะน้อง เมียพี่กำลังจะคลอดลูก ถ้าถึงแล้วพี่ขอลงเครื่องก่อนคนแรกนะ’”

 

ทุกคนลงจากรถเดินตรงไปที่ร้าน “ผมรีบแจ้นออกจากสนามบิน เหมือนตัวพรีเดเตอร์ ปากก็ตะโกน ‘หลีกทางหน่อยครับ หลีกทางหน่อยครับ!’” เขาทำเสียงตะโกนซะเหมือนจนเด็กๆ แถวนั้นสะดุ้งตกใจกันหมด เจสันมาหยุดดมช่อดอกไม้ตรงโต๊ะรับจอง (“ช่วยไม่ได้ ผมคนฮาวาย”) ก่อนจะวกกลับมาเล่าต่อ

 

“พอออกจากสนามบินปุ้บผมก็เรียกแท็กซี่ทันที บอกโชเฟอร์ ‘จะแดงจะเหลืองจะไฟอะไรก็ช่าง เหยียบมิดไปเลยเพ่... มีอะไรผมรับผิดชอบเอง’ แล้วผมก็ไปถึงทันเวลาแบบเฉียดฉิว ผมอยู่กับเมียเกือบสองชั่วโมง แล้วลูกสาวผมก็คลอดออกมา โอ้ะ ที่สุดของชีวิตแล้วครับ! เบนจามิน แบร็ตต์ก็นั่งไปไฟลต์เดียวกับผมนะ! เขาอยู่เฟิร์สคลาส แล้วพอวิ่งผ่านเขาผมก็ เฮ้ย เบนจามิน แบร็ตต์! แล้วเขาก็ตะโกนไล่หลัง ‘วิ่ง วิ่ง วิ่ง’”

 

เบนจามิน แบร็ตต์คือนักแสดงที่ดังมาจากบทนักสืบในภาพยนตร์ชุดเรื่อง Law & Order ไม่ถึงกับดังมากแต่เจสันชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ทุกวันนี้ก็ยังชื่นชอบอยู่ ตลอดวันเขาจะเอ่ยชมแต่นักแสดงคนอื่น... ยกเว้นตัวเอง คล้ายคนมีปมอะไรในใจบางอย่าง หลายครั้งระหว่างที่คุยกันเขาจะบอกว่าเขาอยู่ “เหมือนสตันท์มากกว่า” นักแสดง

 

บางทีอาจเพราะเขายังไม่รู้สึกว่าตัวเองมืออาชีพพอ บทแรกที่เขาได้รับคือ Baywatch Hawaii ซึ่งเจ้าตัวไปออดิชั่นแบบงั้นๆ ตอนอายุยี่สิบแต่ดันชนะคู่แข่งที่มาสมัครร่วมพัน ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยการเดินทางค้นหา เกิดฮาวาย โตในไอโอวา พ่อแม่หย่ากันตั้งแต่ตอนเขายังแบเบาะ ไปเป็นเด็กสโนว์บอร์ดอยู่โคโลราโดช่วงหนึ่ง ย้ายกลับมาฮาวายทำงานร้านเซิร์ฟช้อปกับรับช่วง “คลื่นยักษ์” ต่อจากตระกูลเซิร์ฟของพ่อ

 

 

สูทและเชิ้ต Gucci, ผ้ารัดผม Fendi, สร้อยมุกกับสร้อยลูกปัด Rainbow Gems, แหวนลูกปัด Red Rabbit Trading Co., แหวนเงิน Lucifer, แหวนเงินรูปกะโหลกติดปีกกับแหวนเงินรูปกะโหลก Book of Alchemy, แหวนหัวกะโหลก Leroy’s Wooden Tattoos

 

ก่อนมาเริ่มเป็นที่รู้จักจากบทไลฟ์การ์ดตัวเลื่อมแต่ (เจ้าตัวบอก) ไม่ได้อะไร “ผมรักในศิลปะการแสดงนะ แต่ดันไม่มีใครเห็น Baywatch ไม่ได้เป็นหนังที่เน้นเรื่อง... คุณภาพการแสดง เอเย่นต์เลยไม่เข้าหา” เขาติดสินใจย้ายไปแอล.เอด้วยมาดแบบเจสัน โมโมอา ซื้อรถบ้าน Airstream ไว้ผมทรงเดรดล็อคจากนั้นก็ “ทำตัวร่อนเร่” อย่างที่เขาใช้คำ ออกเดินทางไปเรื่อย ที่แคลิฟอร์เนียเขาใช้ชีวิตอยู่ในรถเทรเลอร์กับทำงานเป็นเด็กเฝ้าหน้าร้านกระทั่งได้งานแสดงทางช่อง Lifetime ซึ่งนำเขาไปสู่การผจญภัยข้ามดวงดาวหาพระแสงเลเซอร์ตลอดสี่ปีกับซีรีส์ Stargate เป็นเส้นทางที่ผันผวนท่ามกลางการตั้งคำถามกับตัวเอง แต่สุดท้ายความมุมานะของเขาก็ก่อผลแถมไม่ใช่แค่ในด้านอาชีพการงานอย่างเดียว “ถ้ามีคนมาพูดว่ามันอิมพอสสิเบิล” เจสันยกตัวอย่าง “ผมก็จะตอบกลับไปว่า ‘ฟังนะ ถ้าอั้วได้แต่งงานกับลิซ่า โบเน็ต ห่าอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น’”

 

ที่ร้านพิซซ่าซึ่งคนแน่นมาก เจสันพาเราไปห้องที่จองไว้ ภายในตกแต่งด้วยแสงไฟสลัว เก้าอี้นวมบุหนังสีคาราเมล กับมีบาร์กินดื่มพร้อม ทีมงาน See มากันครบทั้งช่างแต่งหน้า ทำผม คอสตูม รวมถึงสตันท์และครูสอนฟันดาบของเขาขนาดลงทุนสั่งเหล้าเลี้ยงทุกคนที่ขวางหน้า ทุกคนที่มีงานทำได้เพราะเขายอมตกลงรับเล่นซีรีส์ เจสันก็ยังไม่ยอมรับตัวเองอยู่ดี “ผมไม่ได้ดังจากการแสดง” เขาบอก “ผมดังจากแอ็คชั่น ผมไม่เคยได้พูดบทยาวๆ หรือมีวรรคทองกับเขาเลย” ก่อนจะพูดขึ้นลอยๆ เป็นทำนองประชด “ก็คนมัน ‘ฉลาด’ ซะยังงี้”

 

ทีแรกฉันมองว่าที่เจสันถล่มตัวแบบนั้นคงแค่เพื่อแก้เขิน แน่ล่ะ เขาเคยพลาดรับงานผิดมาก่อนอย่าง Conan the Barbarian ฉบับรีเมค 2011 รวมถึงพวกบทงุ้งงิ้งทิ้งเปล่าที่เผลอไปรับตอนเป็นวัยรุ่น แต่พอย่างเข้าสามสิบความเป็นดาวของเขาก็เริ่มเจิดจรัสหลังได้รับบทสำคัญในซีรีส์มหากาพย์แห่งยุค คาห์ล โดรโก้แห่ง Game of Thrones แต่ถึงขั้นนั้นแล้วเจ้าตัวก็ยังไม่ยอมรับอยู่ดี “แบบว่า คุณจะเอาโดรโก้ไปใส่ไว้ตรงไหน หนังโรแมนติค-คอมดี้เรอะ คนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมพูดอังกฤษได้”

 

เขาพูดจาดูถูกตัวเองเสียจนฉันอยากเข้าไปโอ๋ ยิ่งนึกถึงสิ่งที่เขาพูดที่ระเบียงห้องด้วยแล้ว “สำหรับผมแบร็ด พิตต์คือดาราหนัง นึกออกปะ? จอร์จ คลูนี่ย์ก็ใช่ สองคนนี้ยังไงก็ บู้ม” เขาเพิ่งได้ร่วมงานกับทิโมธี ชาลาเมต์ในภาพยนตร์เรื่อง Dune ของผู้กำกับเดนิส วิลเนิฟ (กำหนดฉายธันวาคม 2020) “จ้างให้ผมก็ไม่มีทางทำได้แบบน้องเขา” เจสันพูดถึงเด็กมีของรายนี้ ซึ่งโตในเส้นทางอาชีพเร็วกว่าเขาเห็นๆ “เขาโคตรเก่ง ก็ไม่รู้สิ ผมมันทึ่มมั้งเลยต้องใช้เวลาหน่อย แต่ก็ดีแล้วล่ะ เพราะถ้าขืนมันเกิดตั้งแต่ตอนผมยังหนุ่มๆ คงแย่ ผมคงทำทุกอย่างพัง”

 

เจสันมาดังเอาตอนสามสิบเพราะอย่างนั้นกระมังเขาเลยพยายามหาทางชดเชยเวลาที่เสียไป ด้วยการทำบางสิ่งที่นอกเหนือไปจากงานแสดง ธุรกิจเสริมเล็กๆ น้อยๆ จับมันทุกช่องทางโอกาส เรื่อง เครื่องหมายการค้า ขอให้บอก (ไลน์เสื้อผ้า Aloha J นั่นก็หนึ่งล่ะ) ดูเขาเป็นคนชอบค้าขาย ลงทุนเปิดโปรดักใหม่เป็นว่าเล่น อะไรบ้างล่ะ กางเกงเซิร์ฟ, รองเท้าปีนผาสีชมพู, กระเป๋าใส่ชอล์ค, เป้แบ็คแพ็ค, มีดทำมือ, กระเป๋าหนังลา ยันขวดน้ำดื่มรียูส

 

เหนือกว่านั้นคือเขาเป็นคนที่ได้ดีแล้ว “ไม่ลืมคน” ยิ่งคนที่มีส่วนสำคัญในชีวิตแล้วด้วย ถ้าเขาได้ดีเพื่อนๆ ก็ต้องได้เหมือนกัน อย่างมาดา อับเดลฮามิดมือขวาคนปัจจุบันของเขา (เพื่อนเดินทาง/ผู้ช่วย/พี่เลี้ยงหมาคนใหม่) ทั้งคู่สนิทกันตอนที่เขาจ้างมาดา (หนุ่มอียิปต์ หัวโล้น กล้ามเป็นมัด ตัวสูงกว่าเจสัน) ให้มาเป็นเทรเนอร์ส่วนตัว และเป็นอดีตนักมวยปล้ำคนนี้ล่ะที่ช่วยให้หุ่นของเจสันล่ำบึกอย่างที่เห็นใน Aquaman เขาเป็นคนแบบนั้นและจะเป็นไปตลอด คนอย่างเจสัน โมโมอาไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลัง “อย่างเทรเนอร์คนแรกของผม (ก่อนหน้ามาดา) ตอนนี้ก็กลายมาเป็นหุ้นส่วนไปแล้ว” เขายกตัวอย่าง “ก้าวหน้ากันทุกคน” ถ้าจะรุ่งก็ต้องรุ่งไปด้วยกัน

 

เทียบกับตัวเอกในซีรีส์ Entourage (HBO) ซึ่งถูกติดต่อให้เล่นเป็น Aquaman รอบข้างเขาจะมีแต่พวกประจบสอพลอ ขณะที่ Aquaman ตัวจริงรอบกายเขากลับมีแต่หมู่มิตรแท้ที่คอยช่วยเหลือและเติมเต็มเบียร์เย็นๆ ใส่ตู้ไว้ให้ตลอด พอฉันพูดแบบนี้ มาดาก็บอกว่าพวกเขาเองก็ขำเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ผิดกับวินซ์ใน Entourage ซึ่งเป็นหนุ่มโสดติดหล่อตรงเจสันคือหนุ่มใหญ่ติดลูก เขามักจะกระเตงลูกไปไหนมาไหนด้วย แถมยังชวนพวกเพื่อนให้ทำแบบเดียวกัน ซึ่งก็แปลว่าเมื่อเหล่าสมาชิกแก๊งไปไหนกันที พวกเขาจะยกขบวนแห่กันไปเป็นโขยง

 

เจสันอยากให้ลูกๆ ของเขาได้พบได้เห็นอะไรในชีวิตเยอะๆ เห็นว่าวันๆ พ่อทำอะไรบ้าง “พวกเขาโตในกอง Justice League” เขาบอก “ได้นั่งรถ Batmobile... สวมมงกุฎ Wonder Woman” แต่พร้อมกันนั้นเขาก็อยากให้ทั้งวูล์ฟและโลล่าได้รู้จักและเข้าถึงโลกความจริงที่อยู่ข้างนอกกองด้วย เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้วิธีรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเขากับลูกๆ ก็เพิ่งไปชุมนุม (โดยสงบ) ต่อต้านการสร้างหอดูดาวขนาดใหญ่บนยอดภูเขาไฟเมานาเคอาร่วมกับชาวบ้านบนเกาะบิ๊กไอส์แลนด์ เหตุเพราะคนพื้นเมืองแถบนี้ถือกันว่าเขาลูกนี้คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มีการเผยแพร่ข่าวสารลงในไอจีจนเกิดเป็นแนวร่วมจากบรรดาเพื่อนพ้องซึ่งหนึ่งในนั้นคือเธอะร็อค

 

การออกมาเคลื่อนไหวในเชิงอนุรักษ์ของเจสันถือเป็นกิจกรรมนอกเวลางานที่น่านับถือและปรบมือให้ ตอนหนุ่มๆ เขาเล่าว่าเขาเคยฝันอยากเป็นนักชีววิทยาทางทะเล สมัยเรียนไฮสกูลก็เคยใช้ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนเดินทางจากไอโอวาไปสำรวจแนวปะการังที่ฟลอริด้าสองหน กอปรกับเป็นคนฮาวายเลยยิ่งทำให้เขารู้ซึ้งถึงความเลวร้ายที่มนุษย์ทำไว้กับโลกใบนี้ “พวกคุณไม่อยู่เกาะไม่รู้หรอกว่าคนทำอะไรกับมันไว้มั่ง” เขาบอก “ขยะสิ่งสกปรกลอยเกร่อ ถึงเวลาต้องลุกชึ้นมาทำอะไรซักอย่าง”

 

ล่าสุดก็เพิ่งเปิดประเด็นเรื่องการกำจัดขยะพลาสติก เขาเห็นสัตว์น้ำมากมายต้องตายจากการมีขยะประเภทนี้เข้าไปอุดตันในร่างกาย โดยเฉพาะขวดน้ำพลาสติก และเขาต้องการหยุดมัน ปีนี้เขาเตรียมจะออกแบรนด์ผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นน้ำบรรจุกระป๋องยี่ห้อ Mananalu ซึ่งเจ้าตัวหวังใช้มันเป็นตัวกระตุ้นการรับรู้ถึงปัญหาปริมาณขยะพลาสติกในท้องทะเล ที่เจสันเกลียดที่สุดคือขวดน้ำใช้แล้วทิ้ง ฉันเห็นจะจะกับตัวเองตอนที่กำลังยืนอยู่หน้าร้าน Parlour แล้วเขาเดินทำหน้ายักษ์ไปหยิบขวดน้ำจากริมถนน บีบมันจนบี้ ก่อนเอาไปทิ้งลงถัง “ก็เป็นซะอย่างเงี้ย” เขาบ่นพึม

 

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เจสันตื่นเต้นที่ได้เล่น Aquaman ก็เพราะตัวเอกในเรื่องต่อสู้เพื่อปกป้องมหาสมุทร ซึ่งโดนจริตเขาอย่างจัง เขาบอกว่าเขายอมเซ็นสัญญารับเล่นแบบไม่คิดต่อให้จะต้องอยู่โยงรับบทนี้ไปอีกกี่ภาค “ผมเซ็นเมื่อห้าปีก่อนแล้วพวกเขาก็ถามย้ำ ‘ไม่คิดหน่อยเหรอ เราจับคุณเซ็นตั้งสี่ภาคเชียวนะ’” เขาถอนหายใจ “จะกี่ภาคก็มาเลยผมพร้อมอยู่แล้ว”

 

ปีหน้าทันทีที่ Aquaman ภาคต่อไปได้ฤกษ์เปิดกล้อง เขาจะสามารถใส่ไอเดียของตัวเองลงไปในหนังได้มากขึ้นโดยการทำงานร่วมกับฝ่ายครีเอทีฟอย่างใกล้ชิด “ผมมาพร้อมภาพใหญ่” เขาบอก “รายละเอียดยิบ แล้วพวกเขาก็ชอบมัน”

 

ต่อให้งานจะรัดตัวแค่ไหน (คิวเต็มยาวไปจนถึงสิ้นปี 2022) แต่เจสันก็ยังพยายามเจียดเวลาไปทำในสิ่งที่เขารัก เขาปีนผามาตั้งแต่อายุสิบสี่และเป็นกิจกรรมเดียวที่เจ้าตัวบอกว่าทำแล้วรู้สึกจดจ่อ แถมยังช่วยรักษาร่างกายของเขาให้คงสภาพความเป็นซูเปอร์ฮีโร่อยู่ได้ ถึงขั้นลงทุนสร้างหน้าผาจำลองไว้ที่บ้านรวมถึงกำลังสอนวิธีผูกเงื่อนให้ลูกๆ ซึ่งก็รวมโซ คราวิตซ์ ลูกสาวของลิซ่ากับเลนนี่ คราวิตซ์อดีตสามี/นักดนตรีร็อคเข้าไปด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อบอกให้รู้ว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งเธอและจะอยู่ดูแลเธอไปตลอด

 

ถึงอายุจะขึ้นหลักสี่แต่เจสันก็ได้ชื่อว่าเป็นคนที่ไม่หยุดนิ่ง พยายามทดลองทำสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอด ตั้งแต่รณรงค์ลดการใช้พลาสติก ลบคำสบประมาทเรื่องการแสดง ประท้วงการสร้างหอดูดาว ช่วยพวกเพื่อนๆ ให้มีงานทำ เป็นพ่อที่ดี เป็นสามีที่ประเสริฐ เป็นดาราหนังแอ็คชั่นและคนทำหนัง เป็นนักธุรกิจ เป็นนักปีนผา เป็นพลเมืองที่น่ารักของโลกใบนี้ เลยไม่แปลกที่เขาจะหัวเราะได้ทั้งที่เห็นหมาอึเลอะเทอะ อยู่ในถ้ำที่ในนั้นเต็มไปด้วยเครื่องหนัง กีตาร์รุ่นหายาก มีดสั่งทำ หลอดไฟเอดิสัน และแผ่นเสียงแนวเฮฟวี่ ซดเบียร์กับไล่กอดทุกคนในบาร์ ทั้งบ้านมีแต่ “ของเล่น” มอเตอร์ไซค์จอดเรียงเป็นตับ รถบ้าน Airstream อีกเจ็ดคันกับรถ Cadillac ปี 1955 สีชมพู มีความสุขอยู่กับการเป็นเจสัน โมโมอาและมีมันอยู่ทุกปัจจุบันขณะ ที่เป็นแบบนั้นได้ก็เพราะคนมันเคยผ่านร้อนและรู้หนาว เขาเลย ยืม ลูกหมาจากกองถ่ายมานอนกกบนเตียงแต่แค่ เดี๋ยวเดียวเท่านั้น (จนกว่าเมียจะอนุมัติให้เลี้ยง) แหม่... เป็นคุณจะไม่ทำแบบเดียวกันเหรอ

 

 

เสื้อโค้ท เชิ้ต กางเกง กับบูท Fendi, เฮดแบนด์สวมบนข้อมือ Ku Ke Kaila, สร้อยคอ Rainbow Gems, แหวนลูกปัด Red Rabbit Trading Co., แหวนเงินรูปหัวกะโหลก Book of Alchemy, ?