Benicio Del Toro ชายผู้เป็นตัวตายตัวแทนเหล่ารุ่นเก๋าแห่งโลกฮอลลีวูด

 

อยู่วงการมากว่าสามสิบปี มีผลงานเกิน 40 เรื่อง เบนิซิโอ เดล โทโร่ สั่งสมชื่อเสียงจนถูกยอมรับว่าเป็นนักแสดงที่เล่นหนังได้น่าดูที่สุดคนหนึ่งเช่นเดียวกับการเป็นตัวตายตัวแทนดารารุ่นเก่าของฮอลลีวูด ทรงพลัง จับทางยาก เท่เกินบรรยาย ในหนังใหม่ Sicario 2: Soldado เขารับบทมือปืนที่ต้องหนีการไล่ล่าจากทั้งซีไอเอและแก๊งค้ายานรก เอสไควร์จะมาสนทนากับยอดนักแสดงแห่งยุคผู้นี้

 

เสื้อเชิ้ตโปโลผ้าฝ้ายสีขาวจาก Ermenegillo Zegna Couture เสื้อเชิ้ตโปโลผ้าฝ้ายสีขาว (£435) by Ermenegildo Zegna Couture

 

เขาเป็นผู้ชายตัวใหญ่ บึกบึน แต่ไม่ได้ถึกทึนเหมือนชื่อ ท่าทางทะมัดทะแมง ประเปรียว เดินเหินว่องไว ขยับทำอะไรก็ดูกระฉับกระเฉง ผลุบตรงนี้เดี๋ยวไปโผล่ตรงนั้น เขาทำได้ไง? ดอดมาทางด้านหลัง ป้วนเปี้ยนอยู่ข้างๆ ก่อนจะอันตรธานหายจ้อย แน่ใจนะว่าใช่คน? เจอกันแต่ละที ตลอดสามวันติดในลอสแองเจลิสช่วงเดือนเมษายน เขาจะมาแล้วก็แวบหายไปราวกับสายลม ทำตัวผลุบๆ โผล่ๆ ยังกับนินจา

 

ตัวจริงเขาก็เป็นคนพูดน้อย แต่ไม่ถึงกับเงียบเป็นเป่าสาก บทจะพูดเขาก็พูดไม่หยุดเหมือนกัน ช่างคิด ตลก อบอุ่น มีเสน่ห์และเท่มาก

 

การพูดคุยของผมกับเบโน่ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ ณ มุมๆ หนึ่งใต้แสงแดดรำไรที่ส่องผ่านร่มเงาต้นปาล์มของโรงแรมซันเซ็ตมาร์ควิสในเวสต์ฮอลลีวูด ระหว่างมื้อเที่ยงเป็นไก่คาจันกับน้ำผลไม้รวมบนซุ้มโต๊ะใกล้ร้านอาหารที่ตกแต่งสไตล์โบราณ ที่เจ้าตัวมักแวะมาฝากท้องความที่ใกล้บ้านแถมยังอยู่ห่างจากสตูดิโอที่เอสไควร์ใช้ถ่ายภาพไปแค่นิดเดียว

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้พบกับเบโน่ หนแรกย้อนไปเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ในฤดูร้อนปี 2001 สมัยสัมภาษณ์เขาที่นิวยอร์ค ต่อหน้าแก้วว็อดก้าและน้ำแครนเบอร์รี่ในบาร์โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ช่วงที่เจ้าตัวกำลังบินหลังเพิ่งคว้าออสการ์จากบทตำรวจเม็กซิกันจนตรอกในหนังสงครามค้ายาผลงานกำกับของสตีเว่น โซเดอร์เบิร์กเรื่อง Traffic (จังหวะที่เบโน่เดินผ่านโต๊ะๆ หนึ่งเขาได้รับการปรบมือจากกลุ่มสุภาพบุรุษอิตาเลียน-อเมริกันพุงพลุ้ยแต่งสูทเนี้ยบ หนึ่งในนั้นลุกขึ้นขอเขาจับมือ แสดงได้ดีมาก แสดงได้ดีมาก คนๆ นั้นคือสตีเว่น แวน แซนด์ทมือกีตาร์วงอี สตรีท แบนด์และนักแสดงจากซีรีส์ The Sopranos)

 

มันเป็นเวลานานมากและหลายอย่างก็เปลี่ยนไป โลกเปลี่ยนไป แต่บางอย่างก็ไม่เปลี่ยน ผมยังเที่ยวสัมภาษณ์ดาราคนโน้นคนนี้ ส่วนเขาก็ยังรับบทชายเก็บกดผู้สับสนที่ชีวิตผูกคาอยู่กลางสมรภูมิยาเสพติดบนชายแดนสหรัฐฯ ในผลงานเรื่องล่าสุด Sicario 2: Soldado หนังภาคต่อของ Sicario ที่ออกฉายเมื่อปี 2015 เจ้าตัวรับบทเป็นนักฆ่าที่ตั้งหน้าตั้งตาตามล่าล้างแค้นเจ้าพ่อค้ายาที่สั่งฆ่าลูกเมียของเขา

 

โดยเนื้องานอาจดูเหมือนเราสองคนไม่มีอะไรก้าวหน้า ซึ่งในส่วนของผมผมยอมรับ แต่ในส่วนของเบโน่ ยิ่งเมื่อมันเกี่ยวพันกับประเด็นเรื่องยานรก สงครามปราบยาเสพติด ผลกระทบของพวกมันที่มีต่อผู้คนและสังคม มันดูจะมีน้ำหนักความสำคัญ ความซับซ้อน และส่งอิทธิพลอย่างมาก

 

กระนั้น พอได้มาเจอกันอีกครั้ง เบโน่ในสายตาผมก็ยังคงความเยือกเย็นเหมือนเช่นชายวัย 34 ที่ผมเจอเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน นักแสดงเจ้าบทบาทนัยน์ตาโรเบิร์ต มิทชัมผู้ฉายประกายเจิดจรัสและทุกจังหวะการเยื้องย่างดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาด

 

สูทสีดำผ้าวูล-ไหม (£2,695), เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีดำจาก Dolce & Gabbana  (£345), แว่นกันแดดกับแหวนเงินรูปหัวสิงห์ของนายแบบ

สูทสีดำผ้าวูล-ไหม (£2,695), เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีดำ (£345) By Dolce & Gabbana

แว่นกันแดดกับแหวนเงินรูปหัวสิงห์ของนายแบบ

 

คนเรามันเลือกเกิดกันได้ที่ไหน เบโน่ตอบผมเมื่อถูกถามว่าชาติกำเนิด ความเป็นเปอร์โตริกัน มีผลต่อการแสดงของเขาแค่ไหน ผมบอกได้แค่ว่าผมใส่ชีวิตผมลงไปในตัวละครทุกตัวที่ผมเล่น ทุกๆ เรื่องราว ประสบการณ์ การอบรมสั่งสอน สิ่งต่างๆ ที่ผมเคยผ่านและพานพบในฐานะมนุษย์คนนึง... นั่นคือสิ่งแรกที่ผมใส่ลงไปกับทุกบทบาทที่แสดง เริ่มต้นด้วยแม่ พ่อ แล้วก็ครอบครัว โรงเรียน ศาสนา ความเชื่อเรื่องโชคลาง วัฒนธรรม ความเป็นเปอร์โตริกัน! ละติน สแปนิช อเมริกันก็ด้วย ทุกอย่างล้วนมาจากชีวิตผม

 

ที่บ้านของเบโน่เป็นครอบครัวทนาย แม่ของเขา (ฟอสต้า) มาจากตระกูลใหญ่ในซาน ฮวนเมืองหลวงของเปอร์โตริโก ส่วนพ่อ (กุสตาโว) เคยอยู่กองทัพก่อนจะออกมาเป็นทนาย ตระกูลของพ่อไม่สูงส่งเท่าของแม่ เป็นลูกตาสีตาสาชาวนาชาวไร่ ตัวลูกชายบอก ในซาน เจอร์แมนซึ่งอยู่อีกฟากเกาะ

 

เบโน่ใช้ชีวิตช่วงเด็กอยู่ที่มิรามาร์ชานกรุงซานฮวน เรียนหนังสือที่อะเคเดมี่ ออฟ เอาเวอร์ เลดี้ ออฟ เพอร์เพช่วล เฮลพ์โรงเรียนคาธอลิคของพวกลูกคุณหนู พออายุได้เก้าขวบ แม่ก็ตาย จากโรคตับอักเสบเรื้อรัง

 

วัยเด็กของผมมีแต่ความสับสนเจ้าตัวเผย มันเป็นวัยเด็กที่แสนเศร้าเพราะเรารู้ว่าแม่กำลังจะตายเขานิ่งเงียบไปรู้ว่าทุกคนเกิดมาต้องตาย แต่เราก็รู้แม่กำลังจะจากไปในไม่ช้า เรารู้ว่าแม่ป่วยหนัก แล้วตอนนั้นที่บ้านเราก็มีแต่ความสุข แม่ผมเป็นคนตลก มันเหมือนชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขแต่ลึกๆ ก็รู้ว่าข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไรเพราะคนเราทุกคนเกิดมาต้องตาย และไม่แปลกที่คุณจะกลัวโอ้ว ไม่นะ ฉันกำลังจะตายเสร็จก็เอาแต่นอนรอความตาย แต่แม่ผมไม่เคยกลัว ไม่เลย แม่ผมเธอเป็นคนเข้มแข็ง

 

เขาเสียแม่ไปตั้ง 40 กว่าปีซึ่งนั่นทำให้ผมสงสัยว่าเขาจำแม่ตัวเองได้มากแค่ไหน โดยเฉพาะเวลาที่เขาคิดถึงแม่ เบโน่เล่าว่าเขามีโอกาสได้พบกับคาเนโตะ ชินโดะตำนานผู้กำกับหนังชาวญี่ปุ่นก่อนหน้าที่ท่านจะจากไปด้วยวัย 99 เพียงไม่นาน ตอนอายุ 75 เขาทำหนังเรื่องนึงอุทิศให้แม่ตัวเอง ผมถามเขาว่าทำแล้วมันเปลี่ยนอะไรได้?’ เขาตอบว่าไม่เลยสักนิดเขาบอกว่าผมอายุ 99 แล้ว ผมคิดถึงแม่ทุกวัน’” เหมือนเขาเปี๊ยบมันบ้า มันวิเศษ มันคือเหตุผลสำหรับการฉลอง

 

ไม่นานหลังจากแม่ตาย พี่ชายกับพ่อก็แต่งงานใหม่ พอย่างเข้าช่วงวัยรุ่นเบโน่ก็เริ่มทำตัวมีปัญหา

 

ผมเสียแม่ พ่อแต่งงานใหม่ ผมรู้สึกแย่ เขาบอก ผมเปล่ารู้สึกเก็บกด แต่ถ้ามองย้อนกลับไป ผลการเรียนผมแย่ลง ผมเริ่มโดนเพื่อนๆ ตราหน้า กลายเป็นตัวตลกประจำชั้น

 

การเข้ามาของบุคคลภายนอกครอบครัวที่น่าจะมีส่วนสำคัญสุดกับชีวิตในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของเบโน่ ซาร่าห์ ตอร์เรส เปรัลต้าอดีตทนายความมือดี เพื่อนรักของแม่เขา และแม่ทูลหัวของเขานั่นเอง

 

แม่บุญของผมรับรู้ถึงความเจ็บปวดของพวกเราจากการสูญเสียแม่ เขาบอก เธอรับรู้ได้ว่าพี่กับผมรู้สึกยังไง ผมเชื่อว่าเธอรับรู้มันได้พอๆ กับพ่อกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น

 

วันหนึ่ง ตอนเขาอายุ 13 เธอเข้ามาถามเขาว่าอยากย้ายไปเรียนที่อเมริกาไหม เขาตอบว่าอยาก นั่นคือวันเดียวกับที่เขาจับเครื่องมุ่งหน้าไปเมอร์เซอร์สเบิร์ก อะเคเดมี่ โรงเรียนเอกชนกินนอนที่อยู่แถบชนบทในเพนซิลเวเนีย

 

เธอคือคนที่หยิบยื่นโอกาสให้กับเขา มันเป็นโรงเรียนที่แพงมาก เธอเป็นคนออกค่าเล่าเรียนให้ทั้งหมด แถมยังส่งเสียจนสองพี่น้องเรียนจนจบมหาวิทยาลัย

 

ผมโชคดีที่มีแม่บุญคนนี้ เบโน่รับ เธอคือคนที่บอกผมให้ไปให้สุด’” เขาพูดค่อยลงแต่ใส่อารมณ์ “‘ไปไม่สุดจะเป็นทำไม?’”

 

 

พอเรียนจบไฮสกูลเบโน่ก็ไม่รู้จะเอาไงต่อกับชีวิต ผมค่อนข้างเครียดนะ จะเอาดีทางบาส... มันก็ไม่คลิ๊ก ผมอยากวาดรูป เลยไปสมัครเรียน แต่...”

 

มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานดิเอโกรับเขาเข้าเรียนต่อ แต่ด้วยความที่ไม่รู้จะเรียนอะไร เขาเลยกะลงวิชาหลักเป็นบริหารธุรกิจ ก่อนมารู้ทีหลังว่าที่ยูซีเอสดีนั้นได้ชื่อว่ามีภาควิชาการละครที่ดีที่สุดในประเทศ เลยเปลี่ยนใจลงเรียนแบบเกือบๆ จะกระทันหัน ที่ผมงงก็คือมันดันสนุก ผมคิดมาตลอดว่าถ้าคุณอยากทำอะไรจริงๆ จังๆ มันควรต้องยาก

 

การแสดงดูจะเป็นอะไรที่คลิ๊กสำหรับเขา เขารู้สึกเหมือนเข้าใจมัน เหมือนมันมีเหตุผลของมัน ผมรู้สึกได้ว่าบางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่ผมควรทำ ผ่านไปหนึ่งปีเขาตัดสินใจย้ายจากซานดิเอโก ผมมั่นใจตัวเองเกินไป เขาอยากไปนิวยอร์ค ศูนย์กลางการละครของอเมริกา ไปแจ้งเกิดที่นั่น เขาอยู่ได้ห้าเดือน

 

มันหนักเกินไป ผมสู้ไม่ไหว เลยโยนผ้าขาว แต่แพ้อยู่ได้ไม่นานเขาก็ยอมกลับมาเรียนต่อ ระหว่างทางเขาแอบแวะแอล.เอ.เพื่อเยี่ยมพี่ชายซึ่งกำลังเรียนหมออยู่ที่ยูซีแอลเอ จนได้เจอกับเอเย่นต์รายหนึ่งที่ยุให้เขาไปสมัครเรียนที่สถาบันชื่อดังสเตลล่า แอดเลอร์ อะเคเดมี่ ออฟ แอ็คติ้งก์แอนด์เธียร์เตอร์ ซึ่งที่นั่นเขาได้รับการเสนอทุนให้เรียนยาวไปจนจบ แถมยังได้ตัวเจ้าของสถาบันลงมาเป็นคนเทรนเองกับมือ ผู้หญิงคนเดียวกับที่ค้นพบมาร์ลอน แบรนโด เช่นเดียวกับนักแสดงในตำนานอีกหลายต่อหลายคน บรรยากาศมันเหมือนอยู่ในห้องวิจัยทดลองเขาเล่า ผมจริงจังกับมัน ผมทำมันเพื่อตัวของผมเอง

 

เบโน่ก็มีความเป็นศิลปินพอๆ กับผู้สร้างความบันเทิง เขาสามารถเล่นได้ทั้งหนังปั่นกระแส (บทลูกสมุนเจ้าแม่ค้ายาในหนังของโอลิเวอร์ สโตนเรื่อง Savages) หนังเอาใจนักวิจารณ์ (Inherent Vice ผลงานสุดเท่ของพอล โธมัส แอนเดอร์สัน) รวมถึงหนังตลาดๆ (กับบทเธอะคอลเลคเตอร์ในหนังมาร์เวลสองเรื่อง) ปีกลายเขาก็เพิ่งไปโผล่ใน Star Wars: the Last Jedi กับบทดีเจตัวละครจอมตลบหลัง เป็นการแสดงที่โชว์ความเจ้าเล่ห์และเพี้ยนสตึในแบบที่เราเคยเห็นจากหนังเรื่องก่อนๆ ของเขา

 

หนังของเบโน่แต่ละเรื่องล้วนแต่น่าประทับใจและได้รับการซูฮกจากนักแสดงด้วยกัน กระนั้นเขาก็ยังบอกว่ามันไม่ได้ง่ายเสมอไป

 

ขึ้นชื่อว่างานมันไม่ง่ายหรอก เจ้าตัวบอก มันเป็นแบบนั้นและยังคงเป็นมาตลอด มันยากตรงการหาวัตถุดิบที่ดี... ผมหมายถึงผมทำ งาน ได้แต่สุดท้ายคุณก็ต้องเลือก ถ้าผมเป็นนักเขียนหรือจิตรกรคงเป็นอีกเรื่อง แต่หนังคุณไม่ได้ทำคนเดียว ในฐานะนักแสดง คุณต้องทำงานร่วมกับสิ่งต่างๆ เยอะแยะมากมาย ถ้ามีคุณมุมมองหรือเทสต์คุณจะกลายเป็นคนเรื่องเยอะ คุณต้องรู้จักรอ

 

เขายังไม่รู้ว่าโปรเจ็กต์ต่อไปจะเป็นอะไร แต่ร่ำๆ ว่าน่าจะเป็นหนังชื่อเรื่อง The Corporation ที่สร้างจากหนังสือชีวประวัติของโฆเซ่ มิเกล บาเทล ซีเนียร์หัวหน้าแก๊งมาเฟียชาวคิวบันในอเมริกาที่รู้จักกันในฉายาเอล ปาดริโน (เจ้าพ่อ) ขณะที่เทย์เลอร์ เชอริแดนก็กำลังขลุกอยู่กับการเขียนบท Sicario ภาคสาม เขาสนเล่นมั้ย? เขาน่าจะสน

 

คิดจะเล่นหนังตลกกับเขาสักเรื่องมั้ย?

 

หนังรัก เขาตอบ

 

จริงด้วย! หนังรัก เหมาะเลย แสดงเป็นผู้ชายธรรมดาๆ ชายวัยกลางคนใส่สูทเชยๆ ทำงานออฟฟิศกับขับรถวอลโว่ หาเงินจ่ายบิล ขนขยะออกไปทิ้งนอกบ้าน ไปเก็บเสื้อผ้าส่งซัก เครียดเรื่องน้ำหนักตัว กับ...

 

เขายกมือขึ้นปรามให้ผมพอได้แล้ว

 

ผมเบื่อ เขาบอก

 

ไม่ เดี๋ยวสิ ฟังผมพูดให้จบก่อน! หรือจะบทออกาไนเซอร์งานแต่งจอมจู้จี้ไม่ก็หมอนวดขี้ใจน้อยดี?

 

แต่ไม่ทันแล้ว พ่อนักแสดงใหญ่แวบหายไปอีกจนได้

 

เสื้อเชิ้ตโปโลแขนยาวผ้าฝ้าย-เจอร์ซี่สีเทา (£520) By Brunello Cucinelli

 

ติดตามบทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกทั้งหมดได้ในนิตยสาร Esquire Thailand ฉบับควบ July-August 2018 วางแผงแล้ววันนี้ และฉบับดิจิทัลทางแอปพลิเคชั่น OOKBEE รองรับทั้ง iOS และ Android


 

เรื่อง: Alex Bilmes

ภาพ: Simon Emmet

Stylish: Jeanne Yang

 

 




Benicio Del Toro ชายผู้เป็นตัวตายตัวแทนเหล่ารุ่นเก๋าแห่งโลกฮอลลีวูด

 

อยู่วงการมากว่าสามสิบปี มีผลงานเกิน 40 เรื่อง เบนิซิโอ เดล โทโร่ สั่งสมชื่อเสียงจนถูกยอมรับว่าเป็นนักแสดงที่เล่นหนังได้น่าดูที่สุดคนหนึ่งเช่นเดียวกับการเป็นตัวตายตัวแทนดารารุ่นเก่าของฮอลลีวูด ทรงพลัง จับทางยาก เท่เกินบรรยาย ในหนังใหม่ Sicario 2: Soldado เขารับบทมือปืนที่ต้องหนีการไล่ล่าจากทั้งซีไอเอและแก๊งค้ายานรก เอสไควร์จะมาสนทนากับยอดนักแสดงแห่งยุคผู้นี้

 

เสื้อเชิ้ตโปโลผ้าฝ้ายสีขาวจาก Ermenegillo Zegna Couture เสื้อเชิ้ตโปโลผ้าฝ้ายสีขาว (£435) by Ermenegildo Zegna Couture

 

เขาเป็นผู้ชายตัวใหญ่ บึกบึน แต่ไม่ได้ถึกทึนเหมือนชื่อ ท่าทางทะมัดทะแมง ประเปรียว เดินเหินว่องไว ขยับทำอะไรก็ดูกระฉับกระเฉง ผลุบตรงนี้เดี๋ยวไปโผล่ตรงนั้น เขาทำได้ไง? ดอดมาทางด้านหลัง ป้วนเปี้ยนอยู่ข้างๆ ก่อนจะอันตรธานหายจ้อย แน่ใจนะว่าใช่คน? เจอกันแต่ละที ตลอดสามวันติดในลอสแองเจลิสช่วงเดือนเมษายน เขาจะมาแล้วก็แวบหายไปราวกับสายลม ทำตัวผลุบๆ โผล่ๆ ยังกับนินจา

 

ตัวจริงเขาก็เป็นคนพูดน้อย แต่ไม่ถึงกับเงียบเป็นเป่าสาก บทจะพูดเขาก็พูดไม่หยุดเหมือนกัน ช่างคิด ตลก อบอุ่น มีเสน่ห์และเท่มาก

 

การพูดคุยของผมกับเบโน่ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ ณ มุมๆ หนึ่งใต้แสงแดดรำไรที่ส่องผ่านร่มเงาต้นปาล์มของโรงแรมซันเซ็ตมาร์ควิสในเวสต์ฮอลลีวูด ระหว่างมื้อเที่ยงเป็นไก่คาจันกับน้ำผลไม้รวมบนซุ้มโต๊ะใกล้ร้านอาหารที่ตกแต่งสไตล์โบราณ ที่เจ้าตัวมักแวะมาฝากท้องความที่ใกล้บ้านแถมยังอยู่ห่างจากสตูดิโอที่เอสไควร์ใช้ถ่ายภาพไปแค่นิดเดียว

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้พบกับเบโน่ หนแรกย้อนไปเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ในฤดูร้อนปี 2001 สมัยสัมภาษณ์เขาที่นิวยอร์ค ต่อหน้าแก้วว็อดก้าและน้ำแครนเบอร์รี่ในบาร์โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ช่วงที่เจ้าตัวกำลังบินหลังเพิ่งคว้าออสการ์จากบทตำรวจเม็กซิกันจนตรอกในหนังสงครามค้ายาผลงานกำกับของสตีเว่น โซเดอร์เบิร์กเรื่อง Traffic (จังหวะที่เบโน่เดินผ่านโต๊ะๆ หนึ่งเขาได้รับการปรบมือจากกลุ่มสุภาพบุรุษอิตาเลียน-อเมริกันพุงพลุ้ยแต่งสูทเนี้ยบ หนึ่งในนั้นลุกขึ้นขอเขาจับมือ แสดงได้ดีมาก แสดงได้ดีมาก คนๆ นั้นคือสตีเว่น แวน แซนด์ทมือกีตาร์วงอี สตรีท แบนด์และนักแสดงจากซีรีส์ The Sopranos)

 

มันเป็นเวลานานมากและหลายอย่างก็เปลี่ยนไป โลกเปลี่ยนไป แต่บางอย่างก็ไม่เปลี่ยน ผมยังเที่ยวสัมภาษณ์ดาราคนโน้นคนนี้ ส่วนเขาก็ยังรับบทชายเก็บกดผู้สับสนที่ชีวิตผูกคาอยู่กลางสมรภูมิยาเสพติดบนชายแดนสหรัฐฯ ในผลงานเรื่องล่าสุด Sicario 2: Soldado หนังภาคต่อของ Sicario ที่ออกฉายเมื่อปี 2015 เจ้าตัวรับบทเป็นนักฆ่าที่ตั้งหน้าตั้งตาตามล่าล้างแค้นเจ้าพ่อค้ายาที่สั่งฆ่าลูกเมียของเขา

 

โดยเนื้องานอาจดูเหมือนเราสองคนไม่มีอะไรก้าวหน้า ซึ่งในส่วนของผมผมยอมรับ แต่ในส่วนของเบโน่ ยิ่งเมื่อมันเกี่ยวพันกับประเด็นเรื่องยานรก สงครามปราบยาเสพติด ผลกระทบของพวกมันที่มีต่อผู้คนและสังคม มันดูจะมีน้ำหนักความสำคัญ ความซับซ้อน และส่งอิทธิพลอย่างมาก

 

กระนั้น พอได้มาเจอกันอีกครั้ง เบโน่ในสายตาผมก็ยังคงความเยือกเย็นเหมือนเช่นชายวัย 34 ที่ผมเจอเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน นักแสดงเจ้าบทบาทนัยน์ตาโรเบิร์ต มิทชัมผู้ฉายประกายเจิดจรัสและทุกจังหวะการเยื้องย่างดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาด

 

สูทสีดำผ้าวูล-ไหม (£2,695), เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีดำจาก Dolce & Gabbana  (£345), แว่นกันแดดกับแหวนเงินรูปหัวสิงห์ของนายแบบ

สูทสีดำผ้าวูล-ไหม (£2,695), เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีดำ (£345) By Dolce & Gabbana

แว่นกันแดดกับแหวนเงินรูปหัวสิงห์ของนายแบบ

 

คนเรามันเลือกเกิดกันได้ที่ไหน เบโน่ตอบผมเมื่อถูกถามว่าชาติกำเนิด ความเป็นเปอร์โตริกัน มีผลต่อการแสดงของเขาแค่ไหน ผมบอกได้แค่ว่าผมใส่ชีวิตผมลงไปในตัวละครทุกตัวที่ผมเล่น ทุกๆ เรื่องราว ประสบการณ์ การอบรมสั่งสอน สิ่งต่างๆ ที่ผมเคยผ่านและพานพบในฐานะมนุษย์คนนึง... นั่นคือสิ่งแรกที่ผมใส่ลงไปกับทุกบทบาทที่แสดง เริ่มต้นด้วยแม่ พ่อ แล้วก็ครอบครัว โรงเรียน ศาสนา ความเชื่อเรื่องโชคลาง วัฒนธรรม ความเป็นเปอร์โตริกัน! ละติน สแปนิช อเมริกันก็ด้วย ทุกอย่างล้วนมาจากชีวิตผม

 

ที่บ้านของเบโน่เป็นครอบครัวทนาย แม่ของเขา (ฟอสต้า) มาจากตระกูลใหญ่ในซาน ฮวนเมืองหลวงของเปอร์โตริโก ส่วนพ่อ (กุสตาโว) เคยอยู่กองทัพก่อนจะออกมาเป็นทนาย ตระกูลของพ่อไม่สูงส่งเท่าของแม่ เป็นลูกตาสีตาสาชาวนาชาวไร่ ตัวลูกชายบอก ในซาน เจอร์แมนซึ่งอยู่อีกฟากเกาะ

 

เบโน่ใช้ชีวิตช่วงเด็กอยู่ที่มิรามาร์ชานกรุงซานฮวน เรียนหนังสือที่อะเคเดมี่ ออฟ เอาเวอร์ เลดี้ ออฟ เพอร์เพช่วล เฮลพ์โรงเรียนคาธอลิคของพวกลูกคุณหนู พออายุได้เก้าขวบ แม่ก็ตาย จากโรคตับอักเสบเรื้อรัง

 

วัยเด็กของผมมีแต่ความสับสนเจ้าตัวเผย มันเป็นวัยเด็กที่แสนเศร้าเพราะเรารู้ว่าแม่กำลังจะตายเขานิ่งเงียบไปรู้ว่าทุกคนเกิดมาต้องตาย แต่เราก็รู้แม่กำลังจะจากไปในไม่ช้า เรารู้ว่าแม่ป่วยหนัก แล้วตอนนั้นที่บ้านเราก็มีแต่ความสุข แม่ผมเป็นคนตลก มันเหมือนชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขแต่ลึกๆ ก็รู้ว่าข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไรเพราะคนเราทุกคนเกิดมาต้องตาย และไม่แปลกที่คุณจะกลัวโอ้ว ไม่นะ ฉันกำลังจะตายเสร็จก็เอาแต่นอนรอความตาย แต่แม่ผมไม่เคยกลัว ไม่เลย แม่ผมเธอเป็นคนเข้มแข็ง

 

เขาเสียแม่ไปตั้ง 40 กว่าปีซึ่งนั่นทำให้ผมสงสัยว่าเขาจำแม่ตัวเองได้มากแค่ไหน โดยเฉพาะเวลาที่เขาคิดถึงแม่ เบโน่เล่าว่าเขามีโอกาสได้พบกับคาเนโตะ ชินโดะตำนานผู้กำกับหนังชาวญี่ปุ่นก่อนหน้าที่ท่านจะจากไปด้วยวัย 99 เพียงไม่นาน ตอนอายุ 75 เขาทำหนังเรื่องนึงอุทิศให้แม่ตัวเอง ผมถามเขาว่าทำแล้วมันเปลี่ยนอะไรได้?’ เขาตอบว่าไม่เลยสักนิดเขาบอกว่าผมอายุ 99 แล้ว ผมคิดถึงแม่ทุกวัน’” เหมือนเขาเปี๊ยบมันบ้า มันวิเศษ มันคือเหตุผลสำหรับการฉลอง

 

ไม่นานหลังจากแม่ตาย พี่ชายกับพ่อก็แต่งงานใหม่ พอย่างเข้าช่วงวัยรุ่นเบโน่ก็เริ่มทำตัวมีปัญหา

 

ผมเสียแม่ พ่อแต่งงานใหม่ ผมรู้สึกแย่ เขาบอก ผมเปล่ารู้สึกเก็บกด แต่ถ้ามองย้อนกลับไป ผลการเรียนผมแย่ลง ผมเริ่มโดนเพื่อนๆ ตราหน้า กลายเป็นตัวตลกประจำชั้น

 

การเข้ามาของบุคคลภายนอกครอบครัวที่น่าจะมีส่วนสำคัญสุดกับชีวิตในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของเบโน่ ซาร่าห์ ตอร์เรส เปรัลต้าอดีตทนายความมือดี เพื่อนรักของแม่เขา และแม่ทูลหัวของเขานั่นเอง

 

แม่บุญของผมรับรู้ถึงความเจ็บปวดของพวกเราจากการสูญเสียแม่ เขาบอก เธอรับรู้ได้ว่าพี่กับผมรู้สึกยังไง ผมเชื่อว่าเธอรับรู้มันได้พอๆ กับพ่อกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น

 

วันหนึ่ง ตอนเขาอายุ 13 เธอเข้ามาถามเขาว่าอยากย้ายไปเรียนที่อเมริกาไหม เขาตอบว่าอยาก นั่นคือวันเดียวกับที่เขาจับเครื่องมุ่งหน้าไปเมอร์เซอร์สเบิร์ก อะเคเดมี่ โรงเรียนเอกชนกินนอนที่อยู่แถบชนบทในเพนซิลเวเนีย

 

เธอคือคนที่หยิบยื่นโอกาสให้กับเขา มันเป็นโรงเรียนที่แพงมาก เธอเป็นคนออกค่าเล่าเรียนให้ทั้งหมด แถมยังส่งเสียจนสองพี่น้องเรียนจนจบมหาวิทยาลัย

 

ผมโชคดีที่มีแม่บุญคนนี้ เบโน่รับ เธอคือคนที่บอกผมให้ไปให้สุด’” เขาพูดค่อยลงแต่ใส่อารมณ์ “‘ไปไม่สุดจะเป็นทำไม?’”

 

 

พอเรียนจบไฮสกูลเบโน่ก็ไม่รู้จะเอาไงต่อกับชีวิต ผมค่อนข้างเครียดนะ จะเอาดีทางบาส... มันก็ไม่คลิ๊ก ผมอยากวาดรูป เลยไปสมัครเรียน แต่...”

 

มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานดิเอโกรับเขาเข้าเรียนต่อ แต่ด้วยความที่ไม่รู้จะเรียนอะไร เขาเลยกะลงวิชาหลักเป็นบริหารธุรกิจ ก่อนมารู้ทีหลังว่าที่ยูซีเอสดีนั้นได้ชื่อว่ามีภาควิชาการละครที่ดีที่สุดในประเทศ เลยเปลี่ยนใจลงเรียนแบบเกือบๆ จะกระทันหัน ที่ผมงงก็คือมันดันสนุก ผมคิดมาตลอดว่าถ้าคุณอยากทำอะไรจริงๆ จังๆ มันควรต้องยาก

 

การแสดงดูจะเป็นอะไรที่คลิ๊กสำหรับเขา เขารู้สึกเหมือนเข้าใจมัน เหมือนมันมีเหตุผลของมัน ผมรู้สึกได้ว่าบางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่ผมควรทำ ผ่านไปหนึ่งปีเขาตัดสินใจย้ายจากซานดิเอโก ผมมั่นใจตัวเองเกินไป เขาอยากไปนิวยอร์ค ศูนย์กลางการละครของอเมริกา ไปแจ้งเกิดที่นั่น เขาอยู่ได้ห้าเดือน

 

มันหนักเกินไป ผมสู้ไม่ไหว เลยโยนผ้าขาว แต่แพ้อยู่ได้ไม่นานเขาก็ยอมกลับมาเรียนต่อ ระหว่างทางเขาแอบแวะแอล.เอ.เพื่อเยี่ยมพี่ชายซึ่งกำลังเรียนหมออยู่ที่ยูซีแอลเอ จนได้เจอกับเอเย่นต์รายหนึ่งที่ยุให้เขาไปสมัครเรียนที่สถาบันชื่อดังสเตลล่า แอดเลอร์ อะเคเดมี่ ออฟ แอ็คติ้งก์แอนด์เธียร์เตอร์ ซึ่งที่นั่นเขาได้รับการเสนอทุนให้เรียนยาวไปจนจบ แถมยังได้ตัวเจ้าของสถาบันลงมาเป็นคนเทรนเองกับมือ ผู้หญิงคนเดียวกับที่ค้นพบมาร์ลอน แบรนโด เช่นเดียวกับนักแสดงในตำนานอีกหลายต่อหลายคน บรรยากาศมันเหมือนอยู่ในห้องวิจัยทดลองเขาเล่า ผมจริงจังกับมัน ผมทำมันเพื่อตัวของผมเอง

 

เบโน่ก็มีความเป็นศิลปินพอๆ กับผู้สร้างความบันเทิง เขาสามารถเล่นได้ทั้งหนังปั่นกระแส (บทลูกสมุนเจ้าแม่ค้ายาในหนังของโอลิเวอร์ สโตนเรื่อง Savages) หนังเอาใจนักวิจารณ์ (Inherent Vice ผลงานสุดเท่ของพอล โธมัส แอนเดอร์สัน) รวมถึงหนังตลาดๆ (กับบทเธอะคอลเลคเตอร์ในหนังมาร์เวลสองเรื่อง) ปีกลายเขาก็เพิ่งไปโผล่ใน Star Wars: the Last Jedi กับบทดีเจตัวละครจอมตลบหลัง เป็นการแสดงที่โชว์ความเจ้าเล่ห์และเพี้ยนสตึในแบบที่เราเคยเห็นจากหนังเรื่องก่อนๆ ของเขา

 

หนังของเบโน่แต่ละเรื่องล้วนแต่น่าประทับใจและได้รับการซูฮกจากนักแสดงด้วยกัน กระนั้นเขาก็ยังบอกว่ามันไม่ได้ง่ายเสมอไป

 

ขึ้นชื่อว่างานมันไม่ง่ายหรอก เจ้าตัวบอก มันเป็นแบบนั้นและยังคงเป็นมาตลอด มันยากตรงการหาวัตถุดิบที่ดี... ผมหมายถึงผมทำ งาน ได้แต่สุดท้ายคุณก็ต้องเลือก ถ้าผมเป็นนักเขียนหรือจิตรกรคงเป็นอีกเรื่อง แต่หนังคุณไม่ได้ทำคนเดียว ในฐานะนักแสดง คุณต้องทำงานร่วมกับสิ่งต่างๆ เยอะแยะมากมาย ถ้ามีคุณมุมมองหรือเทสต์คุณจะกลายเป็นคนเรื่องเยอะ คุณต้องรู้จักรอ

 

เขายังไม่รู้ว่าโปรเจ็กต์ต่อไปจะเป็นอะไร แต่ร่ำๆ ว่าน่าจะเป็นหนังชื่อเรื่อง The Corporation ที่สร้างจากหนังสือชีวประวัติของโฆเซ่ มิเกล บาเทล ซีเนียร์หัวหน้าแก๊งมาเฟียชาวคิวบันในอเมริกาที่รู้จักกันในฉายาเอล ปาดริโน (เจ้าพ่อ) ขณะที่เทย์เลอร์ เชอริแดนก็กำลังขลุกอยู่กับการเขียนบท Sicario ภาคสาม เขาสนเล่นมั้ย? เขาน่าจะสน

 

คิดจะเล่นหนังตลกกับเขาสักเรื่องมั้ย?

 

หนังรัก เขาตอบ

 

จริงด้วย! หนังรัก เหมาะเลย แสดงเป็นผู้ชายธรรมดาๆ ชายวัยกลางคนใส่สูทเชยๆ ทำงานออฟฟิศกับขับรถวอลโว่ หาเงินจ่ายบิล ขนขยะออกไปทิ้งนอกบ้าน ไปเก็บเสื้อผ้าส่งซัก เครียดเรื่องน้ำหนักตัว กับ...

 

เขายกมือขึ้นปรามให้ผมพอได้แล้ว

 

ผมเบื่อ เขาบอก

 

ไม่ เดี๋ยวสิ ฟังผมพูดให้จบก่อน! หรือจะบทออกาไนเซอร์งานแต่งจอมจู้จี้ไม่ก็หมอนวดขี้ใจน้อยดี?

 

แต่ไม่ทันแล้ว พ่อนักแสดงใหญ่แวบหายไปอีกจนได้

 

เสื้อเชิ้ตโปโลแขนยาวผ้าฝ้าย-เจอร์ซี่สีเทา (£520) By Brunello Cucinelli

 

ติดตามบทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกทั้งหมดได้ในนิตยสาร Esquire Thailand ฉบับควบ July-August 2018 วางแผงแล้ววันนี้ และฉบับดิจิทัลทางแอปพลิเคชั่น OOKBEE รองรับทั้ง iOS และ Android


 

เรื่อง: Alex Bilmes

ภาพ: Simon Emmet

Stylish: Jeanne Yang

 

 



LAST UPDATE