ทดลองขับขี่ The All-New Volvo S60 และ V60 “Protect What Matters, Drive Your Desire”

03/23/2020

 

นับตั้งแต่ปี 2017 ที่วอลโว่เริ่มขยายตลาดด้วยการผลิตรุ่นรถออกมาหลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ โดยเปิดตัว The All-New Volvo S60 สปอร์ตซีดาน ในคอนเซ็ปต์ “Your Signature Drive” และ The All-New Volvo V60 รถยนต์อเนกประสงค์ 5 ประตู เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งวันนี้เราได้มาร่วมกิจกรรมทดสอบสมรรถนะ Volvo Driving Experience ภายใต้คอนเซ็ปต์ Protect What Matters, Drive Your Desire” ที่สนามแข่งรถ ปทุมธานี สปีดเวย์

 

 

 

โดยการทดสอบถูกแบ่งออกเป็นสถานีต่างๆ สัมผัสการขับขี่จริง ทั้งด้านอัตราเร่ง การตอบสนองช่วงล่าง การควบคุมพวงมาลัย หรือระบบเบรก

สถานีแรก slalom มีไพลอน 3 ตัว วางไว้เป็นแถวยาวในแนวลึก ทิ้งระยะให้บังคับพวงมาลัยหลบซ้ายขวาสลับกัน ในโหมดการขับขี่แบบไฮบริดทั้ง Volvo S60 ใหม่ และ Volvo V60 ใหม่ ความเร็วอยู่ที่ 40-50 กม./ชม. ความรู้สึกไม่ค่อยแตกต่างกันมากคือ ควบคุมง่าย และแม่นยำ ไม่ค่อยมีอาการเหวี่ยง ตัว S60 อาจจะได้เปรียบเรื่องความคล่องตัวเล็กน้อย เนื่องจากเป็นรถยนต์ซีดาน

 

 

สถานีต่อมาเป็นการจำลองเส้นทางแคบ (เหมือนขับขี่อยู่ในซอย) เส้นทางถูกตีกรอบไว้เป็นลักษณะตัว L ต่อเนื่องกัน ใช้ความเร็วไม่มาก เน้นการทดสอบเรื่องวงเลี้ยว และมุมมอง จุดอับสายตา ซึ่งทั้ง S60 และ V60 ก็ทำได้อย่างดีไม่มีติดขัด วิสัยทัศน์โดยรอบก็ชัดเจนดี

 

 

สถานีทดสอบการเข้าโค้ง เป็นการขับขี่แบบเข้าโค้งขวา และซ้ายในระยะใกล้เคียงกันก่อนจะไปหยุดเพื่อรอสัญญาณออกตัวไปสถานีต่อไป ใช้ความเร็วประมาณ 60 กม./ชม. ในโหมดการขับขี่เดียวกัน ทางด้านของ S60 ดูจะให้ความมั่นใจได้มากกว่า V60 ซึ่งอาจจะมีน้ำด้านท้ายทำให้ความรู้สึกขณะเข้าโค้งของสองรุ่นนี้แตกต่างกันอยู่บ้าง ส่วนระบบเบรกแบบ brake by wire ที่สามารถรองรับน้ำหนักการกดเบรกที่แตกต่างของผู้ขับขี่แต่ละคนได้ ทั้งสองรุ่นก็ทำงานได้ดีไม่แตกต่างกัน

 

 

สถานีทดสอบอันตราเร่ง ตั้งแต่รถหยุดนิ่งจนถึงจุดเบรก เมื่อสตาฟให้สัญญาณออกตัว เรากดคันเร่งจนมิด เพื่อทดสอบความแรงของขุมกำลัง Plug-in Hybrid T8 Twin Engine 2.0 ลิตร ผสานการทำงานของเทอร์โบชาร์จ (Turbocharger) ซูเปอร์ชาร์จ (Supercharger) และมอเตอร์ไฟฟ้า รวมกันแล้วให้แรงม้าสูงสุดที่ 407 แรงม้า แรงบิดที่ 640 นิวตันเมตร โดยการออกตัวลักษณะนี้ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์จะทำงานร่วมกัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ล้อหน้าขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า และล้อหลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียว ผลลัพธ์ออกมาก็หลังติดเบาะกันไปตามระเบียบ

 

 

สถานี Double Lane-Change ทดสอบการเปลี่ยนเลนกะทันหัน ในทางโค้งเบาๆ ความเร็วประมาณ 50-60 กม./ชม. ทั้งสองรุ่นทำงานได้อย่างดีในการควบคุมการทรงตัว ไม่มีอาการโยนแม้แต่น้อย

 

 

สถานีหักหลบกะทันหัน ด่านสุดท้ายของการทดสอบ เราต้องขับเข้าไปในไลน์ไพลอนซึ่งแบ่งเป็นสองทาง โดยจะมีสตาฟให้สัญญาณว่าเราต้องหักหลบไปทางซ้ายหรือขวาในระยะประชิด โดยเมื่อหักหลบไปแล้วต้องควบคุมรถไม่ให้ไถลไปโดนไพลอนที่วางอยู่เป็นรั้วรอบ ใช้ความเร็วราว 50 กม./ชม. ซึ่งการตอบสนองในสถานการณ์ฉุกเฉิน (แบบจำลอง) นี้ก็ถือว่าทำได้อย่างดีทั้งสองรุ่น ช่วงล่างหนึบไร้กังวล

 

 

 

ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นความรู้สึกหลังจากได้สัมผัสการขับขี่รถยนต์ชั้นดีจากแถบสแกนดิเนเวียนอย่าง The All-New Volvo S60 และ The All-New Volvo V60 ที่ทางวอลโว่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของขับขี่มากที่สุด ตามปรัชญาของแบรนด์ Designed Around You’


 

เรื่อง ปราณ

ภาพ COURTESY OF VOLVO




ทดลองขับขี่ The All-New Volvo S60 และ V60 “Protect What Matters, Drive Your Desire”

03/23/2020

 

นับตั้งแต่ปี 2017 ที่วอลโว่เริ่มขยายตลาดด้วยการผลิตรุ่นรถออกมาหลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ โดยเปิดตัว The All-New Volvo S60 สปอร์ตซีดาน ในคอนเซ็ปต์ “Your Signature Drive” และ The All-New Volvo V60 รถยนต์อเนกประสงค์ 5 ประตู เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งวันนี้เราได้มาร่วมกิจกรรมทดสอบสมรรถนะ Volvo Driving Experience ภายใต้คอนเซ็ปต์ Protect What Matters, Drive Your Desire” ที่สนามแข่งรถ ปทุมธานี สปีดเวย์

 

 

 

โดยการทดสอบถูกแบ่งออกเป็นสถานีต่างๆ สัมผัสการขับขี่จริง ทั้งด้านอัตราเร่ง การตอบสนองช่วงล่าง การควบคุมพวงมาลัย หรือระบบเบรก

สถานีแรก slalom มีไพลอน 3 ตัว วางไว้เป็นแถวยาวในแนวลึก ทิ้งระยะให้บังคับพวงมาลัยหลบซ้ายขวาสลับกัน ในโหมดการขับขี่แบบไฮบริดทั้ง Volvo S60 ใหม่ และ Volvo V60 ใหม่ ความเร็วอยู่ที่ 40-50 กม./ชม. ความรู้สึกไม่ค่อยแตกต่างกันมากคือ ควบคุมง่าย และแม่นยำ ไม่ค่อยมีอาการเหวี่ยง ตัว S60 อาจจะได้เปรียบเรื่องความคล่องตัวเล็กน้อย เนื่องจากเป็นรถยนต์ซีดาน

 

 

สถานีต่อมาเป็นการจำลองเส้นทางแคบ (เหมือนขับขี่อยู่ในซอย) เส้นทางถูกตีกรอบไว้เป็นลักษณะตัว L ต่อเนื่องกัน ใช้ความเร็วไม่มาก เน้นการทดสอบเรื่องวงเลี้ยว และมุมมอง จุดอับสายตา ซึ่งทั้ง S60 และ V60 ก็ทำได้อย่างดีไม่มีติดขัด วิสัยทัศน์โดยรอบก็ชัดเจนดี

 

 

สถานีทดสอบการเข้าโค้ง เป็นการขับขี่แบบเข้าโค้งขวา และซ้ายในระยะใกล้เคียงกันก่อนจะไปหยุดเพื่อรอสัญญาณออกตัวไปสถานีต่อไป ใช้ความเร็วประมาณ 60 กม./ชม. ในโหมดการขับขี่เดียวกัน ทางด้านของ S60 ดูจะให้ความมั่นใจได้มากกว่า V60 ซึ่งอาจจะมีน้ำด้านท้ายทำให้ความรู้สึกขณะเข้าโค้งของสองรุ่นนี้แตกต่างกันอยู่บ้าง ส่วนระบบเบรกแบบ brake by wire ที่สามารถรองรับน้ำหนักการกดเบรกที่แตกต่างของผู้ขับขี่แต่ละคนได้ ทั้งสองรุ่นก็ทำงานได้ดีไม่แตกต่างกัน

 

 

สถานีทดสอบอันตราเร่ง ตั้งแต่รถหยุดนิ่งจนถึงจุดเบรก เมื่อสตาฟให้สัญญาณออกตัว เรากดคันเร่งจนมิด เพื่อทดสอบความแรงของขุมกำลัง Plug-in Hybrid T8 Twin Engine 2.0 ลิตร ผสานการทำงานของเทอร์โบชาร์จ (Turbocharger) ซูเปอร์ชาร์จ (Supercharger) และมอเตอร์ไฟฟ้า รวมกันแล้วให้แรงม้าสูงสุดที่ 407 แรงม้า แรงบิดที่ 640 นิวตันเมตร โดยการออกตัวลักษณะนี้ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์จะทำงานร่วมกัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ล้อหน้าขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า และล้อหลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียว ผลลัพธ์ออกมาก็หลังติดเบาะกันไปตามระเบียบ

 

 

สถานี Double Lane-Change ทดสอบการเปลี่ยนเลนกะทันหัน ในทางโค้งเบาๆ ความเร็วประมาณ 50-60 กม./ชม. ทั้งสองรุ่นทำงานได้อย่างดีในการควบคุมการทรงตัว ไม่มีอาการโยนแม้แต่น้อย

 

 

สถานีหักหลบกะทันหัน ด่านสุดท้ายของการทดสอบ เราต้องขับเข้าไปในไลน์ไพลอนซึ่งแบ่งเป็นสองทาง โดยจะมีสตาฟให้สัญญาณว่าเราต้องหักหลบไปทางซ้ายหรือขวาในระยะประชิด โดยเมื่อหักหลบไปแล้วต้องควบคุมรถไม่ให้ไถลไปโดนไพลอนที่วางอยู่เป็นรั้วรอบ ใช้ความเร็วราว 50 กม./ชม. ซึ่งการตอบสนองในสถานการณ์ฉุกเฉิน (แบบจำลอง) นี้ก็ถือว่าทำได้อย่างดีทั้งสองรุ่น ช่วงล่างหนึบไร้กังวล

 

 

 

ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นความรู้สึกหลังจากได้สัมผัสการขับขี่รถยนต์ชั้นดีจากแถบสแกนดิเนเวียนอย่าง The All-New Volvo S60 และ The All-New Volvo V60 ที่ทางวอลโว่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของขับขี่มากที่สุด ตามปรัชญาของแบรนด์ Designed Around You’


 

เรื่อง ปราณ

ภาพ COURTESY OF VOLVO