THE KHAO LAK JOURNAL

การไปทริปแต่ละครั้งย่อมให้ประสบการณ์แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะขึ้นเขา ลงน้ำ บุกป่า ฝ่าดงที่ไหนสุดท้ายเราก็ได้ความทรงจำกลับไปไม่ซ้ำกัน แต่คงไม่มีครั้งไหนจะสมใจมากไปกว่าการได้ทะยานบนเกลียวคลื่น กลืนร่างกายไปกับท้องทะเล เร่ร่อนอยู่บนกระดานริมชายหาด เพราะหนนี้เราได้รับโอกาสจากควิกซิลเวอร์ ไทยแลนด์และบางกอก แอร์เวย์ บินลัดฟ้าแบบบูทีคไปร่วมกิจกรรมโต้คลื่นบนหาดลึกลับบริเวณเขาหลัก ในจังหวัดพังงา ก่อนจะพาชาวแก๊งไปลุยธรรมชาติและปิดท้ายภาพความทรงจำในโรงแรมสุดชิคที่ลา เวล่า เขาหลัก

 

 

 

SURFER

เป็นครั้งที่สองที่เราได้มาโต้คลื่นร่วมกับทีมงานควิกซิลเวอร์ ไทยแลนด์ โดยครั้งแรกเราไปเซิร์ฟกันที่หาดกะตะ จังหวัดภูเก็ต แต่หนนี้เปลี่ยนมาบริเวณเขาหลักบนหาดลึกลับนามว่า ปะการัง อันเป็นที่ตั้งของ Memories Beach Bar หมู่บ้านเซิร์ฟเฟอร์ของไทย โดยนักท่องเที่ยวมาอาศัยเกลียวคลื่นของที่นี่ในการฝึกสกิลเหนือน้ำ ครูฝึกเซิร์ฟเล่าว่านอกจากหาดกะตะและหาดปะการังแล้ว ประเทศไทยยังมีหาดสำหรับโตคลื่นอีกหนึ่งหาดอยู่ที่จังหวัดระยองคือ หาดแม่รำพึง ซึ่งทั้งสามหาดล้วนมีลักษณะคลื่นแตกต่างกันไป โดยหาดกะตะจะมีคลื่นขนาดเล็กและถี่ เหมาะสำหรับเซิร์ฟเฟอร์มือใหม่ โต้ง่าย ในขณะที่หาดปะการังคลื่นจะมีขนาดสูงและใหญ่กว่า รวมถึงเป็นหาดกว้าง ทรายนุ่มสวย เหมาะสำหรับมาทิ้งตัวเรียนเซิร์ฟแบบม้วนเดียวจบ ส่วนหาดแม่รำพึงเรายังไม่เคยลอง ไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังอีกรอบ

 

NATURE

นอกจากเรื่องเซิร์ฟเขาหลักยังอุดมไปด้วยแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด ควิกซิลเวอร์พาเราไปเยือนคลองสังเน่ห์ ที่ได้รับฉายาว่า Little Amazon ของไทย ตั้งอยู่ในอำเภอตะกั่วป่า เป็นสถานที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมธรรมชาติโดยการล่องเรือขนาดเล็กนั่งได้สองคน แต่ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่บรรดาสัตว์เลื้อยคลานโดยเฉพาะงู (อาจมีตัวเงินตัวทองว่ายน้ำให้ดูด้วย) ที่ซ่อนตัวอยู่ในแมกไม้เขตร้อนชื้นแบบใกล้ชิด เสน่ห์ของที่นี่คงเป็นธรรมชาติที่ทางจังหวัดพยายามรักษาเอาไว้ให้คงเดิมมากที่สุด ซึ่งสังเกตได้จากบ้านเรือนริมคลองของชนเผ่ามอแกนที่ยังคงตั้งตระหง่านไว้ แม้เจ้าตัวจะย้ายถิ่นฐานไปแล้ว

 

 

 

CULTURE

เสร็จจากการล่องน้ำชมธรรมชาติ เราพากันเข้าไปเยี่ยมชมเมืองตะกั่วป่า ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่มีอายุมากกว่า 140 ปี ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าสำหรับค้าขายเครื่องเทศและลูกปัดต่างๆ (เห็นได้จากการนำมาประดับในโรงแรมลา เวล่า) รวมถึงอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่สำคัญ ‘ตะโกลา’ ‘กากัวลา’ หรือ ‘โกกูโล’ ล้วนเป็นชื่อเดิมของเมืองตะกั่วป่าทั้งสิ้น ซึ่งเอกลักษณ์ของเมืองนี้นอกจากได้อิทธิพลจากโปรตุเกสผ่านอาคารแบบชิโนโปรตุกีสแล้ว ภายในเมืองยังเข้มข้นไปด้วยวัฒนธรรมจีน โดยเฉพาะช่วงเวลากินเจที่ผ่านมา เมืองตะกั่วป่ามีงานแห่ที่สำคัญและยิ่งใหญ่ไม่แพ้เมืองภูเก็ตเลยทีเดียว

 

ARCHITECTURE

ลา เวล่า เขาหลัก เป็นรีสอร์ทในเครือลา ฟลอร่า กรุ๊ป อ้างอิงมาจากชื่อของกลุ่มดาวใบเรือ (Vela) ที่ใช้ในการเดินทาง ทำให้ไม่แปลกใจว่าทำไมภายในห้องพักถึงมีภาพแผนที่ขนาดใหญ่อยู่ด้วย นอกจากนี้ลา เวล่ายังมาจากชื่อเมืองตะกั่วป่าในอดีต หรือ ‘ตะโกลา’ ซึ่งเคยเป็นเมืองท่า ค้าขายและอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่สำคัญมาก่อน

 

คอนเซ็ปต์ของที่นี่จึงเป็นการเติมเต็มประสบการณ์เดินทางของผู้อาศัยผ่านห้องพัก 181ห้อง ทั้งติดสระว่ายน้ำ วิวทะเล หรือชมบรรยากาศห้องพักในมุมมองต่างๆ มีให้เลือกมากถึง 8 รูปแบบ แต่ถ้าจะให้แนะนำขอให้ลองห้องติดสระ ด้วยความที่เขาการันตีว่าเลียนแบบมาจากสีของน้ำทะเลบนเกาะตาชัยแสนใสและบริสุทธิ์

รีสอร์ทน้องใหม่แห่งนี้เพิ่งจะเปิดตัวเมื่อกลางปีที่ผ่านมา และค่อนข้างจะแปลกตากว่าที่อื่นๆ บนเขาหลัก สังเกตได้จากคอนเซ็ปต์ตั้งแต่วางผังอาคาร ให้สอดรับกับความต้องการของผู้พักอาศัยและแฝงไปด้วยบริบททางประวัติศาสตร์อย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นอาคารรูปเรือที่มีส่วนหัวเป็นจุดชมวิว ใต้อาคารเป็นที่ตั้งของห้องอาหารเช้า Spice หรืออ้างอิงมาจากเครื่องเทศที่นิยมเก็บไว้ใต้ท้องเรือ อีกไฮไลต์ของที่นี่คือเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน คุณจะได้พบกับลา เวล่าในอีกมิติที่งดงามไม่แพ้ตอนกลางวัน แต่ประดับประดาด้วยสีฟ้าของสระว่ายน้ำตัดสลับกับสีเหลืองของไฟที่ลัดเลาะไปตามเหลี่ยมมุมของอาคารฉาบพื้นหลังด้วยความมืด หลังจากเอาร่างมาทิ้งไว้ที่เขาหลักสองคืนก็รู้สึกรักและอยากกลับมาเยือนเขาหลักไวๆ อีกครั้ง

 

 


 

TEXT NOPARAT

PHOTOGRAPHY COURTESY OF QUIKSILVER THAILAND & LA VELA KHAO LAK

 


YOU MIGHT LIKE !



THE KHAO LAK JOURNAL

การไปทริปแต่ละครั้งย่อมให้ประสบการณ์แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะขึ้นเขา ลงน้ำ บุกป่า ฝ่าดงที่ไหนสุดท้ายเราก็ได้ความทรงจำกลับไปไม่ซ้ำกัน แต่คงไม่มีครั้งไหนจะสมใจมากไปกว่าการได้ทะยานบนเกลียวคลื่น กลืนร่างกายไปกับท้องทะเล เร่ร่อนอยู่บนกระดานริมชายหาด เพราะหนนี้เราได้รับโอกาสจากควิกซิลเวอร์ ไทยแลนด์และบางกอก แอร์เวย์ บินลัดฟ้าแบบบูทีคไปร่วมกิจกรรมโต้คลื่นบนหาดลึกลับบริเวณเขาหลัก ในจังหวัดพังงา ก่อนจะพาชาวแก๊งไปลุยธรรมชาติและปิดท้ายภาพความทรงจำในโรงแรมสุดชิคที่ลา เวล่า เขาหลัก

 

 

 

SURFER

เป็นครั้งที่สองที่เราได้มาโต้คลื่นร่วมกับทีมงานควิกซิลเวอร์ ไทยแลนด์ โดยครั้งแรกเราไปเซิร์ฟกันที่หาดกะตะ จังหวัดภูเก็ต แต่หนนี้เปลี่ยนมาบริเวณเขาหลักบนหาดลึกลับนามว่า ปะการัง อันเป็นที่ตั้งของ Memories Beach Bar หมู่บ้านเซิร์ฟเฟอร์ของไทย โดยนักท่องเที่ยวมาอาศัยเกลียวคลื่นของที่นี่ในการฝึกสกิลเหนือน้ำ ครูฝึกเซิร์ฟเล่าว่านอกจากหาดกะตะและหาดปะการังแล้ว ประเทศไทยยังมีหาดสำหรับโตคลื่นอีกหนึ่งหาดอยู่ที่จังหวัดระยองคือ หาดแม่รำพึง ซึ่งทั้งสามหาดล้วนมีลักษณะคลื่นแตกต่างกันไป โดยหาดกะตะจะมีคลื่นขนาดเล็กและถี่ เหมาะสำหรับเซิร์ฟเฟอร์มือใหม่ โต้ง่าย ในขณะที่หาดปะการังคลื่นจะมีขนาดสูงและใหญ่กว่า รวมถึงเป็นหาดกว้าง ทรายนุ่มสวย เหมาะสำหรับมาทิ้งตัวเรียนเซิร์ฟแบบม้วนเดียวจบ ส่วนหาดแม่รำพึงเรายังไม่เคยลอง ไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังอีกรอบ

 

NATURE

นอกจากเรื่องเซิร์ฟเขาหลักยังอุดมไปด้วยแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด ควิกซิลเวอร์พาเราไปเยือนคลองสังเน่ห์ ที่ได้รับฉายาว่า Little Amazon ของไทย ตั้งอยู่ในอำเภอตะกั่วป่า เป็นสถานที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมธรรมชาติโดยการล่องเรือขนาดเล็กนั่งได้สองคน แต่ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่บรรดาสัตว์เลื้อยคลานโดยเฉพาะงู (อาจมีตัวเงินตัวทองว่ายน้ำให้ดูด้วย) ที่ซ่อนตัวอยู่ในแมกไม้เขตร้อนชื้นแบบใกล้ชิด เสน่ห์ของที่นี่คงเป็นธรรมชาติที่ทางจังหวัดพยายามรักษาเอาไว้ให้คงเดิมมากที่สุด ซึ่งสังเกตได้จากบ้านเรือนริมคลองของชนเผ่ามอแกนที่ยังคงตั้งตระหง่านไว้ แม้เจ้าตัวจะย้ายถิ่นฐานไปแล้ว

 

 

 

CULTURE

เสร็จจากการล่องน้ำชมธรรมชาติ เราพากันเข้าไปเยี่ยมชมเมืองตะกั่วป่า ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่มีอายุมากกว่า 140 ปี ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าสำหรับค้าขายเครื่องเทศและลูกปัดต่างๆ (เห็นได้จากการนำมาประดับในโรงแรมลา เวล่า) รวมถึงอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่สำคัญ ‘ตะโกลา’ ‘กากัวลา’ หรือ ‘โกกูโล’ ล้วนเป็นชื่อเดิมของเมืองตะกั่วป่าทั้งสิ้น ซึ่งเอกลักษณ์ของเมืองนี้นอกจากได้อิทธิพลจากโปรตุเกสผ่านอาคารแบบชิโนโปรตุกีสแล้ว ภายในเมืองยังเข้มข้นไปด้วยวัฒนธรรมจีน โดยเฉพาะช่วงเวลากินเจที่ผ่านมา เมืองตะกั่วป่ามีงานแห่ที่สำคัญและยิ่งใหญ่ไม่แพ้เมืองภูเก็ตเลยทีเดียว

 

ARCHITECTURE

ลา เวล่า เขาหลัก เป็นรีสอร์ทในเครือลา ฟลอร่า กรุ๊ป อ้างอิงมาจากชื่อของกลุ่มดาวใบเรือ (Vela) ที่ใช้ในการเดินทาง ทำให้ไม่แปลกใจว่าทำไมภายในห้องพักถึงมีภาพแผนที่ขนาดใหญ่อยู่ด้วย นอกจากนี้ลา เวล่ายังมาจากชื่อเมืองตะกั่วป่าในอดีต หรือ ‘ตะโกลา’ ซึ่งเคยเป็นเมืองท่า ค้าขายและอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่สำคัญมาก่อน

 

คอนเซ็ปต์ของที่นี่จึงเป็นการเติมเต็มประสบการณ์เดินทางของผู้อาศัยผ่านห้องพัก 181ห้อง ทั้งติดสระว่ายน้ำ วิวทะเล หรือชมบรรยากาศห้องพักในมุมมองต่างๆ มีให้เลือกมากถึง 8 รูปแบบ แต่ถ้าจะให้แนะนำขอให้ลองห้องติดสระ ด้วยความที่เขาการันตีว่าเลียนแบบมาจากสีของน้ำทะเลบนเกาะตาชัยแสนใสและบริสุทธิ์

รีสอร์ทน้องใหม่แห่งนี้เพิ่งจะเปิดตัวเมื่อกลางปีที่ผ่านมา และค่อนข้างจะแปลกตากว่าที่อื่นๆ บนเขาหลัก สังเกตได้จากคอนเซ็ปต์ตั้งแต่วางผังอาคาร ให้สอดรับกับความต้องการของผู้พักอาศัยและแฝงไปด้วยบริบททางประวัติศาสตร์อย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นอาคารรูปเรือที่มีส่วนหัวเป็นจุดชมวิว ใต้อาคารเป็นที่ตั้งของห้องอาหารเช้า Spice หรืออ้างอิงมาจากเครื่องเทศที่นิยมเก็บไว้ใต้ท้องเรือ อีกไฮไลต์ของที่นี่คือเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน คุณจะได้พบกับลา เวล่าในอีกมิติที่งดงามไม่แพ้ตอนกลางวัน แต่ประดับประดาด้วยสีฟ้าของสระว่ายน้ำตัดสลับกับสีเหลืองของไฟที่ลัดเลาะไปตามเหลี่ยมมุมของอาคารฉาบพื้นหลังด้วยความมืด หลังจากเอาร่างมาทิ้งไว้ที่เขาหลักสองคืนก็รู้สึกรักและอยากกลับมาเยือนเขาหลักไวๆ อีกครั้ง

 

 


 

TEXT NOPARAT

PHOTOGRAPHY COURTESY OF QUIKSILVER THAILAND & LA VELA KHAO LAK

 


FOOD & DRINK


LAST UPDATE