หลงอินเล เทใจให้เจดีย์และโซฟิเทลริมน้ำสุดตระการตา

พม่าในความคิดหลายๆ คนคงมีแต่คำว่า ‘ไหว้พระ’, ‘เข้าวัดเข้าวา’ หรือ ‘ชเวดากอง’ ตอนผมกำลังอยู่บนเครื่องบินบางกอกแอร์เวย์สก็คิดถึงแต่เรื่องพวกนี้ ทว่าจุดหมายปลายทางของเราหาใช่เจดีย์องค์ใหญ่ (ถึงแม้เราก็ไปอยู่ดี) หรือตระเวนไหว้พระอย่างเดียว เพราะครั้งนี้เราได้โอกาสพิเศษจากโรงแรมในเครือ Accor พาไปล่องทะเลสาบใหญ่เป็นอันดับสองของพม่า เยี่ยมชมวัฒนธรรมของคนริมน้ำ ไปจนถึงเข้าพักรีสอร์ตไม้ตัดกับผนังสีขาวสะอาดตาสไตล์ยุโรป มีชื่อว่า Sofitel Inle Lake Myat Min

 

 


 

THE LAKE

 

ทะเลสาบอินเลเป็นอีกหมุดหมายของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สามารถพบนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ตลอดทาง บ้างปั่นจักรยาน บ้างเดินเท้าแบกกระเป๋าใบโต บรรยากาศรายทางคล้ายคลึงกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ความเจริญยังเข้าไปไม่มากนัก สามารถพบเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านและงานฝีมือต่างๆ ที่ยังคงสืบสานจนถึงทุกวันนี้

 

 

แน่นอนว่าสายน้ำอยู่คู่กับชีวิต ทะเลสาบอินเลจึงสามารถพบเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านได้สองฝั่ง โดยเฉพาะการจับปลาที่ใช้ขาข้างหนึ่งหนีบสุ่มจับปลาไว้ ในขณะที่ขาอีกข้างใช้รองรับน้ำหนัก ส่วนมือจับไม้พายไว้คอยควบคุมทิศทางของเรือ ซึ่งเป็นภาพคุ้นตาที่เราสามารถเห็นได้ในอินเล (โดยเฉพาะช่วงเย็นๆ)

 

 


 

THE HOTEL

 

รถตู้จอดส่งเราหน้า Sofitel Inle Lake Myat Min มีทีมงานของโรงแรมออกมาต้อนรับด้วยขบวนเครื่องเสียงต่างๆ เป็นบรรยากาศน่ารักๆ ที่เราพบได้ในเครือ Accor ทุกแห่ง ซึ่งจุดไฮไลต์คือบันไดสูงชันพาเราไต่ขึ้นไปสู่วิวพาโนราม่าที่เปิดให้เห็นห้องพักและทะเลสาบอินเลทอดยาวไปจนสุดสายตา

 

 

ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 101 ห้อง แบ่งเป็น 5 ประเภท ได้แก่ Luxury Room, Junior Suite, Prestige Suite, Opera Suite, Imperial Suite เราได้เข้ามาพักในห้อง Opera Suite ซึ่งอยู่บนชั้นสองตั้งอยู่ริมทะเลสาบ มีจุดเด่นของระเบียงที่เปิดออกไปเจอวิวทะเลสาบอินเลแบบ 180 องศา หันหน้าเข้าทิศตะวันตก ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งที่จะมานั่งชมพระอาทิตย์ตกยกแก้วเครื่องดื่มเย็นๆ ดับกระหาย

 

ห้อง Imperial Suite

 

อาคารตกแต่งด้วยไม้สลับกับผนังสีขาว เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ถูกจัดวางให้เหมาะกับภูมิประเทศร้อนชื้น (โดยเฉพาะมุ้งคลุมเตียงนอน) เปิดไปเจอระเบียงวิวของทะเลสาบอินเล กลิ่นของธรรมชาติโชยเข้ามาตั้งแต่ประตูทางเข้า มีสระว่ายน้ำ 2 แห่ง ติดริมทะเลสาบและส่วนกลางใกล้ห้องอาหาร พร้อมด้วยยิมและสปาครบครัน

 

 วิวระเบียงห้อง Opera Suite

 

ร้านอาหาร Kwee Zeen เปิดต้อนรับแขกตลอดทั้งวัน หรือลงจะมาดื่มที่ Element bar ชั้นล่างก็แล้วแต่สะดวก นอกจากนี้ยังมีโซนร้านอาหารและบาร์อยู่ริมน้ำ สำหรับใครที่ชอบบรรยากาศยามค่ำคืนไม่ควรพลาด แนะนำให้มาช่วงเย็นๆ เพราะมีจุดกองไฟไว้ไล่ลมหนาว ขับด้วยฉากสีฟ้าตัดเหลืองของพระอาทิตย์ตกเบื้องหน้าคงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้วล่ะ

 

 


  

THE PAGODA

 

เราล่องเรือออกมาจากโรงแรมไปยังจุดหมายแรกคือวัดผ่องตองอู (Phaung Daw Oo Pagoda) บังเอิญว่าช่วงที่เราไปมีงานเทศกาลพอดี จึงได้พบกับชาวบ้านจำนวนมากในพื้นที่ทะเลสาบอินเล (บางคนนั่งเรือมาเป็นชั่วโมงก็มี) แวะเวียนเข้ามาสักการะพระพุทธรูปทองคำขนาดเล็ก 5 องค์ ที่ชาวไทยเรียกกันว่า ‘พระบัวเข็ม’ ซึ่งชาวบ้านจะนำพระพุทธรูปบางส่วนนี้ไปล่องเรือแห่รอบๆ หมู่บ้านอินเลในภายหลัง

 

พระบัวเข็มอนุญาตให้ผู้ชายเท่านั้นขึ้นไปถ่ายรูปได้

 

ระหว่างทางเราแวะไปหมู่บ้าน Ywa-ma ซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่ที่สุดในทะเลสาบอินเล ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพหลากหลาย ไม่ว่าจะทอผ้า หล่อเงินเป็นเครื่องประดับและของที่ระลึกต่างๆ ไปจนถึงพันใบยาสูบขายก็มี ซึ่งมีกลิ่นแปลกๆ ที่เราไม่เคยเห็นอย่างกล้วยหรือมิ้นต์ให้ลองด้วย

 

 

ล่องเรือต่อมาถึงหมู่บ้านอินเดอิน (Indein) อยู่ติดกับศาสนสถานสำคัญคือหมู่เจดีย์สูงเรียงราย ก่อสร้างตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 16 ถึงแม้จะสู้ทะเลเจดีย์ของเมืองพุกามไม่ได้ แต่ที่นี่รายล้อมไปด้วยเจดีย์ทรงต่างๆ มากมาย ซึ่งชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์สีทองอร่าม รูปแบบเดียวกับเจดีย์ชเวดากอง แต่ขนาดเล็กกว่ามาก เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่นับจำนวนผู้มาเยือนได้หลายสิบคน

 

 

บรรยากาศริมน้ำทุกหลังล้วนเต็มไปด้วยบ้านไม้ไผ่สองข้างทางที่สายน้ำลัดเลาะเข้าไปหา มีสีสันจากป้ายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ท้องถิ่นที่ชาวบ้านนำมาใช้บังแสงแดดกันเกือบทุกหลัง ถือว่าเป็นวิถีชีวิตที่สดใสร่าเริงไม่แพ้คนลุ่มน้ำที่ใดในโลกจริงๆ

 

 


 

Sofitel Inle Lake Myat Min

THALAE OO VILLAGE INLE LAKE 140102 NYAUNG SHWE, MYANMAR

โทร. (+95) 9443474200

 

การเดินทางโดยสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส

จากกรุงเทพฯ – ย่างกุ้ง ทุกวัน วันละ 4 เที่ยวบิน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 55 นาที

โดยไฟลท์เช้าสุดจากสนามบินสุวรรณภูมิเริ่มต้นเวลา 8.45 น. ไปจนถึงไฟลท์สุดท้ายเวลา 20.30 น.

 

text Neighbor Indy Market




หลงอินเล เทใจให้เจดีย์และโซฟิเทลริมน้ำสุดตระการตา

พม่าในความคิดหลายๆ คนคงมีแต่คำว่า ‘ไหว้พระ’, ‘เข้าวัดเข้าวา’ หรือ ‘ชเวดากอง’ ตอนผมกำลังอยู่บนเครื่องบินบางกอกแอร์เวย์สก็คิดถึงแต่เรื่องพวกนี้ ทว่าจุดหมายปลายทางของเราหาใช่เจดีย์องค์ใหญ่ (ถึงแม้เราก็ไปอยู่ดี) หรือตระเวนไหว้พระอย่างเดียว เพราะครั้งนี้เราได้โอกาสพิเศษจากโรงแรมในเครือ Accor พาไปล่องทะเลสาบใหญ่เป็นอันดับสองของพม่า เยี่ยมชมวัฒนธรรมของคนริมน้ำ ไปจนถึงเข้าพักรีสอร์ตไม้ตัดกับผนังสีขาวสะอาดตาสไตล์ยุโรป มีชื่อว่า Sofitel Inle Lake Myat Min

 

 


 

THE LAKE

 

ทะเลสาบอินเลเป็นอีกหมุดหมายของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สามารถพบนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ตลอดทาง บ้างปั่นจักรยาน บ้างเดินเท้าแบกกระเป๋าใบโต บรรยากาศรายทางคล้ายคลึงกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ความเจริญยังเข้าไปไม่มากนัก สามารถพบเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านและงานฝีมือต่างๆ ที่ยังคงสืบสานจนถึงทุกวันนี้

 

 

แน่นอนว่าสายน้ำอยู่คู่กับชีวิต ทะเลสาบอินเลจึงสามารถพบเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านได้สองฝั่ง โดยเฉพาะการจับปลาที่ใช้ขาข้างหนึ่งหนีบสุ่มจับปลาไว้ ในขณะที่ขาอีกข้างใช้รองรับน้ำหนัก ส่วนมือจับไม้พายไว้คอยควบคุมทิศทางของเรือ ซึ่งเป็นภาพคุ้นตาที่เราสามารถเห็นได้ในอินเล (โดยเฉพาะช่วงเย็นๆ)

 

 


 

THE HOTEL

 

รถตู้จอดส่งเราหน้า Sofitel Inle Lake Myat Min มีทีมงานของโรงแรมออกมาต้อนรับด้วยขบวนเครื่องเสียงต่างๆ เป็นบรรยากาศน่ารักๆ ที่เราพบได้ในเครือ Accor ทุกแห่ง ซึ่งจุดไฮไลต์คือบันไดสูงชันพาเราไต่ขึ้นไปสู่วิวพาโนราม่าที่เปิดให้เห็นห้องพักและทะเลสาบอินเลทอดยาวไปจนสุดสายตา

 

 

ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 101 ห้อง แบ่งเป็น 5 ประเภท ได้แก่ Luxury Room, Junior Suite, Prestige Suite, Opera Suite, Imperial Suite เราได้เข้ามาพักในห้อง Opera Suite ซึ่งอยู่บนชั้นสองตั้งอยู่ริมทะเลสาบ มีจุดเด่นของระเบียงที่เปิดออกไปเจอวิวทะเลสาบอินเลแบบ 180 องศา หันหน้าเข้าทิศตะวันตก ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งที่จะมานั่งชมพระอาทิตย์ตกยกแก้วเครื่องดื่มเย็นๆ ดับกระหาย

 

ห้อง Imperial Suite

 

อาคารตกแต่งด้วยไม้สลับกับผนังสีขาว เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ถูกจัดวางให้เหมาะกับภูมิประเทศร้อนชื้น (โดยเฉพาะมุ้งคลุมเตียงนอน) เปิดไปเจอระเบียงวิวของทะเลสาบอินเล กลิ่นของธรรมชาติโชยเข้ามาตั้งแต่ประตูทางเข้า มีสระว่ายน้ำ 2 แห่ง ติดริมทะเลสาบและส่วนกลางใกล้ห้องอาหาร พร้อมด้วยยิมและสปาครบครัน

 

 วิวระเบียงห้อง Opera Suite

 

ร้านอาหาร Kwee Zeen เปิดต้อนรับแขกตลอดทั้งวัน หรือลงจะมาดื่มที่ Element bar ชั้นล่างก็แล้วแต่สะดวก นอกจากนี้ยังมีโซนร้านอาหารและบาร์อยู่ริมน้ำ สำหรับใครที่ชอบบรรยากาศยามค่ำคืนไม่ควรพลาด แนะนำให้มาช่วงเย็นๆ เพราะมีจุดกองไฟไว้ไล่ลมหนาว ขับด้วยฉากสีฟ้าตัดเหลืองของพระอาทิตย์ตกเบื้องหน้าคงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้วล่ะ

 

 


  

THE PAGODA

 

เราล่องเรือออกมาจากโรงแรมไปยังจุดหมายแรกคือวัดผ่องตองอู (Phaung Daw Oo Pagoda) บังเอิญว่าช่วงที่เราไปมีงานเทศกาลพอดี จึงได้พบกับชาวบ้านจำนวนมากในพื้นที่ทะเลสาบอินเล (บางคนนั่งเรือมาเป็นชั่วโมงก็มี) แวะเวียนเข้ามาสักการะพระพุทธรูปทองคำขนาดเล็ก 5 องค์ ที่ชาวไทยเรียกกันว่า ‘พระบัวเข็ม’ ซึ่งชาวบ้านจะนำพระพุทธรูปบางส่วนนี้ไปล่องเรือแห่รอบๆ หมู่บ้านอินเลในภายหลัง

 

พระบัวเข็มอนุญาตให้ผู้ชายเท่านั้นขึ้นไปถ่ายรูปได้

 

ระหว่างทางเราแวะไปหมู่บ้าน Ywa-ma ซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่ที่สุดในทะเลสาบอินเล ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพหลากหลาย ไม่ว่าจะทอผ้า หล่อเงินเป็นเครื่องประดับและของที่ระลึกต่างๆ ไปจนถึงพันใบยาสูบขายก็มี ซึ่งมีกลิ่นแปลกๆ ที่เราไม่เคยเห็นอย่างกล้วยหรือมิ้นต์ให้ลองด้วย

 

 

ล่องเรือต่อมาถึงหมู่บ้านอินเดอิน (Indein) อยู่ติดกับศาสนสถานสำคัญคือหมู่เจดีย์สูงเรียงราย ก่อสร้างตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 16 ถึงแม้จะสู้ทะเลเจดีย์ของเมืองพุกามไม่ได้ แต่ที่นี่รายล้อมไปด้วยเจดีย์ทรงต่างๆ มากมาย ซึ่งชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์สีทองอร่าม รูปแบบเดียวกับเจดีย์ชเวดากอง แต่ขนาดเล็กกว่ามาก เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่นับจำนวนผู้มาเยือนได้หลายสิบคน

 

 

บรรยากาศริมน้ำทุกหลังล้วนเต็มไปด้วยบ้านไม้ไผ่สองข้างทางที่สายน้ำลัดเลาะเข้าไปหา มีสีสันจากป้ายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ท้องถิ่นที่ชาวบ้านนำมาใช้บังแสงแดดกันเกือบทุกหลัง ถือว่าเป็นวิถีชีวิตที่สดใสร่าเริงไม่แพ้คนลุ่มน้ำที่ใดในโลกจริงๆ

 

 


 

Sofitel Inle Lake Myat Min

THALAE OO VILLAGE INLE LAKE 140102 NYAUNG SHWE, MYANMAR

โทร. (+95) 9443474200

 

การเดินทางโดยสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส

จากกรุงเทพฯ – ย่างกุ้ง ทุกวัน วันละ 4 เที่ยวบิน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 55 นาที

โดยไฟลท์เช้าสุดจากสนามบินสุวรรณภูมิเริ่มต้นเวลา 8.45 น. ไปจนถึงไฟลท์สุดท้ายเวลา 20.30 น.

 

text Neighbor Indy Market