ครั้งแรกกับการเปิดหีบฟิล์มเก่า 39 ปีก่อนของ

นี่คือภาพถ่ายขาว-ดำ ปี 2523 ของ เสนีย์ มงคล ที่ถูกทิ้งไว้ในหีบเหล็กขนาดใหญ่สีเงิน หีบเหล็กเก่าใบนี้เพิ่งถูกเปิดออกเป็นครั้งแรกนับจากเจ้าของได้เสียชีวิตลงแบบเฉียบพลันด้วยโรคหัวใจขณะมีอายุเพียง 33 ปี 9 เดือน เมื่อ 11 มีนาคม 2529 หรือกว่า 33 ปีมาแล้ว  ภายในหีบพบว่ามีฟิล์มเนกาทีฟสีและขาว-ดำ ประมาณ 50 ม้วน และฟิล์มสไลด์นับร้อยชิ้น ทั้งหมดอยู่ในสภาพเสื่อมสลาย เนื้อฟิล์มละลายติดซองพลาสติก บางชิ้นบิดงอและแตกหักทันทีที่หยิบมันขึ้นมาดู  ภาพถ่ายเหล่านี้โดยส่วนใหญ่เป็นภาพเหตุการณ์ผู้อพยพลี้ภัยสงครามชาวเขมรตามชายแดนไทย-เขมร

 

ความน่าสนใจของภาพถ่ายระหว่างปลายปี 2522 – 2526 ที่เสนีย์ มงคล ทิ้งไว้เบื้องหลังและยังไม่เคยถูกเผยแพร่มาก่อน คือมุมมองของช่างภาพคนหนึ่งที่มองโลกแบบเด็กใสซื่อ (Innocence) ผู้พยายามมองลึกลงไปสัมผัสจิตใจของคนเรา แม้จะอยู่ในสภาวะสงคราม ความเป็นความตาย มนุษย์ยังมีด้านที่อ่อนโยนงดงามแม้เพียงชั่ววินาทีหนึ่งสั้นๆก็ตาม เขาและเธอได้สะท้อนผ่านแววตาให้เสนีย์ได้จับภาพเอาไว้  ก่อนที่มันจะมลายหายไปเป็นความกลัวและหวาดระแวง ภาพถ่ายจำนวนนับร้อยชิ้นเหล่านี้ถูกเก็บบ่มในหีบเหล็กมายาวนาน  ทั้งความร้อนบวกความชื้น  ต่างช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมีของฟิล์ม 35 ม.ม.ให้มีสีสันผิดเพี้ยน  ตัวฟิล์มบิดงอ  และบางชิ้นแตกหักเป็นผง  เหมือนเหล้าเก่าเก็บบ่มจนได้ที่ ผลลัพธ์ของภาพที่ได้จึงเกิดสุนทรียภาพใหม่ที่ทรงพลัง และนี่คือความทรงจำของมนุษยชาติอันเสื่อมสลาย แต่งดงาม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประวัติ "เสนีย์ มงคล"

 

 

เสนีย์ มงคล เกิด 4 มิถุนายน 2495 มีเชื้อสายมอญเกาะเกร็ด นนทบุรี ขณะเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสตรีนนทบุรี  เขาสอบชิงทุน A.F.S. (American Fellowship Scholar) ไปเรียนที่อเมริกา 1 ปี เมื่อกลับมาเมืองไทยเสนีย์ตัดสินใจยุติการเรียนในระบบและผจญชีวิตในโลกกว้างแบบเสรีชน เขาสมัครเข้าทำงานกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย  เป็นทั้งนักข่าวและช่างภาพ  ภาพธงดำชักครึ่งเสาเหนือยอดโดม ม.ธรรมศาสตร์ เมื่อเช้ามืดของวันที่ 9 ตุลาคม 2516 ของเขาถูกตีพิมพ์หน้าหนึ่งของนสพ.ประชาธิปไตย ทำให้ชื่อเสียงของเขาเริ่มเป็นที่กล่าวถึง จากนั้นทางหนังสือพิมพ์ได้ส่งเสนีย์เข้าไปเป็นนักข่าวต่างประเทศคนเดียวของไทยในลาว, เขมร และเวียดนามอยู่หลายปี - - น่าเสียดายชีวิตพเนจรของเขา  ทำให้ไม่หลงเหลือผลงานเอาไว้ให้เห็น

 

ช่วงเดือนตุลาคม 2521 เขาย้ายไปทำงานให้กับ บิสซิเนสส์ ไทมส์ (Business Times) แต่แล้วต้นปี 2522 หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ก็ปิดตัวลง นับเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาทำงานให้กับหนังสือพิมพ์ ก่อนที่จะผันตัวเองมาทำงานให้กับสื่อทีวีต่างประเทศในฐานะผู้บันทึกเสียง (Soundman)ส่วนงานถ่ายภาพถือเป็นงานส่วนตัว ที่ทำด้วยใจรักและหัวใจอิสระ ไม่ใช่ในฐานะสื่อมวลชนที่ต้องรายงานสถานการณ์  ผลงานนับแต่ปลายปี 2522 จนถึงวาระสุดท้ายของเสนีย์ จึงเป็นมุมมองของมนุษย์คนหนึ่งที่สังเกตความเป็นไปต่อชะตากรรมเพื่อนมนุษย์ในช่วงสงครามและความขัดแย้ง  และไม่ว่าสถานการณ์นั้นจะเลวร้ายน่าห่วงกังวลสักเพียงใด  สายตาอันอ่อนโยนกับรอยยิ้มง่ายๆ ของเสนีย์ก็สามารถทำให้ทหารเขมรแดงที่ว่าดุร้ายและผู้อพยพตามค่ายลี้ภัยต่างๆ ลดความหวาดระแวง และฉายไมตรีจิตกลับคืนสู่กล้องของช่างภาพแปลกหน้าได้อย่างน่าอัศจรรย์ 


 

ขอขอบคุณ คุณมานิต ศรีวานิชภูมิ ภัณฑารักษ์นิทรรศการและผู้ดูแลภาพและฟิล์มทั้งหมดของ "เสนีย์ มงคล"


YOU MIGHT LIKE !



ครั้งแรกกับการเปิดหีบฟิล์มเก่า 39 ปีก่อนของ

นี่คือภาพถ่ายขาว-ดำ ปี 2523 ของ เสนีย์ มงคล ที่ถูกทิ้งไว้ในหีบเหล็กขนาดใหญ่สีเงิน หีบเหล็กเก่าใบนี้เพิ่งถูกเปิดออกเป็นครั้งแรกนับจากเจ้าของได้เสียชีวิตลงแบบเฉียบพลันด้วยโรคหัวใจขณะมีอายุเพียง 33 ปี 9 เดือน เมื่อ 11 มีนาคม 2529 หรือกว่า 33 ปีมาแล้ว  ภายในหีบพบว่ามีฟิล์มเนกาทีฟสีและขาว-ดำ ประมาณ 50 ม้วน และฟิล์มสไลด์นับร้อยชิ้น ทั้งหมดอยู่ในสภาพเสื่อมสลาย เนื้อฟิล์มละลายติดซองพลาสติก บางชิ้นบิดงอและแตกหักทันทีที่หยิบมันขึ้นมาดู  ภาพถ่ายเหล่านี้โดยส่วนใหญ่เป็นภาพเหตุการณ์ผู้อพยพลี้ภัยสงครามชาวเขมรตามชายแดนไทย-เขมร

 

ความน่าสนใจของภาพถ่ายระหว่างปลายปี 2522 – 2526 ที่เสนีย์ มงคล ทิ้งไว้เบื้องหลังและยังไม่เคยถูกเผยแพร่มาก่อน คือมุมมองของช่างภาพคนหนึ่งที่มองโลกแบบเด็กใสซื่อ (Innocence) ผู้พยายามมองลึกลงไปสัมผัสจิตใจของคนเรา แม้จะอยู่ในสภาวะสงคราม ความเป็นความตาย มนุษย์ยังมีด้านที่อ่อนโยนงดงามแม้เพียงชั่ววินาทีหนึ่งสั้นๆก็ตาม เขาและเธอได้สะท้อนผ่านแววตาให้เสนีย์ได้จับภาพเอาไว้  ก่อนที่มันจะมลายหายไปเป็นความกลัวและหวาดระแวง ภาพถ่ายจำนวนนับร้อยชิ้นเหล่านี้ถูกเก็บบ่มในหีบเหล็กมายาวนาน  ทั้งความร้อนบวกความชื้น  ต่างช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมีของฟิล์ม 35 ม.ม.ให้มีสีสันผิดเพี้ยน  ตัวฟิล์มบิดงอ  และบางชิ้นแตกหักเป็นผง  เหมือนเหล้าเก่าเก็บบ่มจนได้ที่ ผลลัพธ์ของภาพที่ได้จึงเกิดสุนทรียภาพใหม่ที่ทรงพลัง และนี่คือความทรงจำของมนุษยชาติอันเสื่อมสลาย แต่งดงาม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประวัติ "เสนีย์ มงคล"

 

 

เสนีย์ มงคล เกิด 4 มิถุนายน 2495 มีเชื้อสายมอญเกาะเกร็ด นนทบุรี ขณะเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสตรีนนทบุรี  เขาสอบชิงทุน A.F.S. (American Fellowship Scholar) ไปเรียนที่อเมริกา 1 ปี เมื่อกลับมาเมืองไทยเสนีย์ตัดสินใจยุติการเรียนในระบบและผจญชีวิตในโลกกว้างแบบเสรีชน เขาสมัครเข้าทำงานกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย  เป็นทั้งนักข่าวและช่างภาพ  ภาพธงดำชักครึ่งเสาเหนือยอดโดม ม.ธรรมศาสตร์ เมื่อเช้ามืดของวันที่ 9 ตุลาคม 2516 ของเขาถูกตีพิมพ์หน้าหนึ่งของนสพ.ประชาธิปไตย ทำให้ชื่อเสียงของเขาเริ่มเป็นที่กล่าวถึง จากนั้นทางหนังสือพิมพ์ได้ส่งเสนีย์เข้าไปเป็นนักข่าวต่างประเทศคนเดียวของไทยในลาว, เขมร และเวียดนามอยู่หลายปี - - น่าเสียดายชีวิตพเนจรของเขา  ทำให้ไม่หลงเหลือผลงานเอาไว้ให้เห็น

 

ช่วงเดือนตุลาคม 2521 เขาย้ายไปทำงานให้กับ บิสซิเนสส์ ไทมส์ (Business Times) แต่แล้วต้นปี 2522 หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ก็ปิดตัวลง นับเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาทำงานให้กับหนังสือพิมพ์ ก่อนที่จะผันตัวเองมาทำงานให้กับสื่อทีวีต่างประเทศในฐานะผู้บันทึกเสียง (Soundman)ส่วนงานถ่ายภาพถือเป็นงานส่วนตัว ที่ทำด้วยใจรักและหัวใจอิสระ ไม่ใช่ในฐานะสื่อมวลชนที่ต้องรายงานสถานการณ์  ผลงานนับแต่ปลายปี 2522 จนถึงวาระสุดท้ายของเสนีย์ จึงเป็นมุมมองของมนุษย์คนหนึ่งที่สังเกตความเป็นไปต่อชะตากรรมเพื่อนมนุษย์ในช่วงสงครามและความขัดแย้ง  และไม่ว่าสถานการณ์นั้นจะเลวร้ายน่าห่วงกังวลสักเพียงใด  สายตาอันอ่อนโยนกับรอยยิ้มง่ายๆ ของเสนีย์ก็สามารถทำให้ทหารเขมรแดงที่ว่าดุร้ายและผู้อพยพตามค่ายลี้ภัยต่างๆ ลดความหวาดระแวง และฉายไมตรีจิตกลับคืนสู่กล้องของช่างภาพแปลกหน้าได้อย่างน่าอัศจรรย์ 


 

ขอขอบคุณ คุณมานิต ศรีวานิชภูมิ ภัณฑารักษ์นิทรรศการและผู้ดูแลภาพและฟิล์มทั้งหมดของ "เสนีย์ มงคล"