กรุงเทพฯ สนไหม? เรือแท็กซี่ไฟฟ้า SeaBubbles ทดสอบแล่น Final Test ในปารีสก่อนเตรียมขออนุญาตใช้จริง

อีกหนึ่งในเทคโนโลยีที่ดูเหมาะสมกับเมืองเวนิสตะวันออกอย่างกรุงเทพมหานครของเราจริง เทคโนโลยีที่ว่าคือเรือไฟฟ้ารูปแบบใหม่ “SeaBubbles” ผลงาน Startup ของ Alain Thébault นักแข่งเรือยอชต์ชาวฝรั่งเศส และ Anders Bringdal นักแข่งวินด์เซิร์ฟชาวสวีเดนที่ผลิตเรือไฟฟ้านี้มาโดยใช้เทคโนโลยีการออกแบบที่เรียกว่า Hydrofoil หรือการสร้างปีกแบบเดียวกับปีกเครื่องบินไว้ใต้ท้องเรือ 

 

 

 

การทดสอบ SeaBubbles ในแม่น้ำแซนเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา (ภาพ: AFP News Agency)

 

 

เมื่อเรือวิ่งด้วยความเร็วระดับหนึ่ง (ของ SeaBubbles อยู่ที่ 12 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ปีกใต้น้ำจะช่วยยกเรือให้ลอยเหนือผิวน้ำ ทำให้ลดแรงเสียดทานลงไปได้มากกว่าเดิม เพิ่มความเร็วได้อย่างมากกว่าเรือปกติที่ท้องเรือจะมีส่วนกินน้ำอยู่มากทำให้ไม่สามารถทำความเร็วได้สูงนักและถูกใจคนที่ชอบเมารถเมาเรือบ่อยๆ เพราะทางแบรนด์บอกว่ามันแล่นนุ่มมาก ไม่โคลงเคลงเหมือนเรือธรรมดาแน่นอน และยังสร้างคลื่นกระทบฝั่งน้อยมากๆ จนเคลมว่า Zero Wave เลยล่ะ แล้วเมื่อจะจอดเทียบท่า SeaBubbles ก็จะค่อยๆ ลดความเร็วลงจนเรือกลับสู่ผิวน้ำอีกครั้งอย่างนุ่มนวลเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

 

 

 

ภาพเรนเดอร์ของเรือ SeaBubbles

 

ล่าสุดเรือไฟฟ้า SeaBubbles นี้ได้ทำการทดสอบแล่นอีกครั้งในแม่น้ำแซน (Seine River) ก่อนจะทำเรื่องจดทะเบียนทางการค้าเพื่อใช้เป็นเรือแท็กซี่ทางน้ำให้ทันภายในปีหน้า โดยแท็กซี่น้ำ SeaBubbles สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 4 คนและคนขับเรือ 1 คน ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 18 นอตหรือราว 33 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแผนให้บริการตลอดแม่น้ำแซนที่ไหลผ่านกรุงปารีสจากตะวันไปสู่ตะวันออก รวมระยะทางราว 13 กิโลเมตร ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอร์รี่ลิเธียมไอออนจึงเงียบและไม่สร้างมลพิษ ควบคุมการทำงานของปีกใต้ท้องเรือด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการเดินทาง

 

 

ภาพเรนเดอร์ท่าเทียบเรือของ SeaBubbles

 

ทาง SeaBubblesยังได้ออกแบบท่าเทียบเรือรักษ์โลกไว้ด้วย โดยท่าเทียบเรือนี้จะเป็นทั้งที่ชาร์จไฟฟ้าให้กับเรือของ SeaBubbles และเป็นที่เทียบเรืออื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งท่าเทียบเรือนี้จะใช้ทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมด ทั้งแสงอาทิตย์ พลังงานลมและพลังงานคื่นใต้น้ำ มาเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้าแล้วเก็บเข้าสู่แบตเตอร์รี่ใหญ่ของท่าเพื่อใช้งานต่อไป และทางแบรนด์ยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจเรือแท็กซี่ไฟฟ้าไปอีก 50 ประเทศทั่วโลกภายในระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้ด้วย เราก็ขอให้มาเมืองไทยไวๆ นะครับ


 

เรื่อง: KANt

ภาพ: Courtesy of SeaBubbles, AFP

วีดีโอ: Courtesy of AFP




กรุงเทพฯ สนไหม? เรือแท็กซี่ไฟฟ้า SeaBubbles ทดสอบแล่น Final Test ในปารีสก่อนเตรียมขออนุญาตใช้จริง

อีกหนึ่งในเทคโนโลยีที่ดูเหมาะสมกับเมืองเวนิสตะวันออกอย่างกรุงเทพมหานครของเราจริง เทคโนโลยีที่ว่าคือเรือไฟฟ้ารูปแบบใหม่ “SeaBubbles” ผลงาน Startup ของ Alain Thébault นักแข่งเรือยอชต์ชาวฝรั่งเศส และ Anders Bringdal นักแข่งวินด์เซิร์ฟชาวสวีเดนที่ผลิตเรือไฟฟ้านี้มาโดยใช้เทคโนโลยีการออกแบบที่เรียกว่า Hydrofoil หรือการสร้างปีกแบบเดียวกับปีกเครื่องบินไว้ใต้ท้องเรือ 

 

 

 

การทดสอบ SeaBubbles ในแม่น้ำแซนเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา (ภาพ: AFP News Agency)

 

 

เมื่อเรือวิ่งด้วยความเร็วระดับหนึ่ง (ของ SeaBubbles อยู่ที่ 12 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ปีกใต้น้ำจะช่วยยกเรือให้ลอยเหนือผิวน้ำ ทำให้ลดแรงเสียดทานลงไปได้มากกว่าเดิม เพิ่มความเร็วได้อย่างมากกว่าเรือปกติที่ท้องเรือจะมีส่วนกินน้ำอยู่มากทำให้ไม่สามารถทำความเร็วได้สูงนักและถูกใจคนที่ชอบเมารถเมาเรือบ่อยๆ เพราะทางแบรนด์บอกว่ามันแล่นนุ่มมาก ไม่โคลงเคลงเหมือนเรือธรรมดาแน่นอน และยังสร้างคลื่นกระทบฝั่งน้อยมากๆ จนเคลมว่า Zero Wave เลยล่ะ แล้วเมื่อจะจอดเทียบท่า SeaBubbles ก็จะค่อยๆ ลดความเร็วลงจนเรือกลับสู่ผิวน้ำอีกครั้งอย่างนุ่มนวลเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

 

 

 

ภาพเรนเดอร์ของเรือ SeaBubbles

 

ล่าสุดเรือไฟฟ้า SeaBubbles นี้ได้ทำการทดสอบแล่นอีกครั้งในแม่น้ำแซน (Seine River) ก่อนจะทำเรื่องจดทะเบียนทางการค้าเพื่อใช้เป็นเรือแท็กซี่ทางน้ำให้ทันภายในปีหน้า โดยแท็กซี่น้ำ SeaBubbles สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 4 คนและคนขับเรือ 1 คน ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 18 นอตหรือราว 33 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแผนให้บริการตลอดแม่น้ำแซนที่ไหลผ่านกรุงปารีสจากตะวันไปสู่ตะวันออก รวมระยะทางราว 13 กิโลเมตร ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอร์รี่ลิเธียมไอออนจึงเงียบและไม่สร้างมลพิษ ควบคุมการทำงานของปีกใต้ท้องเรือด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการเดินทาง

 

 

ภาพเรนเดอร์ท่าเทียบเรือของ SeaBubbles

 

ทาง SeaBubblesยังได้ออกแบบท่าเทียบเรือรักษ์โลกไว้ด้วย โดยท่าเทียบเรือนี้จะเป็นทั้งที่ชาร์จไฟฟ้าให้กับเรือของ SeaBubbles และเป็นที่เทียบเรืออื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งท่าเทียบเรือนี้จะใช้ทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมด ทั้งแสงอาทิตย์ พลังงานลมและพลังงานคื่นใต้น้ำ มาเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้าแล้วเก็บเข้าสู่แบตเตอร์รี่ใหญ่ของท่าเพื่อใช้งานต่อไป และทางแบรนด์ยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจเรือแท็กซี่ไฟฟ้าไปอีก 50 ประเทศทั่วโลกภายในระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้ด้วย เราก็ขอให้มาเมืองไทยไวๆ นะครับ


 

เรื่อง: KANt

ภาพ: Courtesy of SeaBubbles, AFP

วีดีโอ: Courtesy of AFP