Galaxy Fold สมาร์ตโฟนที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องหน้าจอพับได้

จริงๆ แล้วโทรศัพท์พับได้เครื่องแรกของโลกไม่ใช่ซัมซุงแต่เป็น FlexPai (ราคาเริ่มต้นประมาณ 40000 บาท ไม่ได้ขายในไทย) ที่ผลิตโดยบริษัท Royole ผู้ผลิตหน้าจอและระบบเซนเซอร์โค้งงอเปลี่ยนรูปได้ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

 

แต่ก้าวแรกก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องรอดเสมอไป เพราะด้วยวัสดุของหน้าจอที่ไม่สามารถใช้ Gorilla Glass ได้ จึงต้องอาศัยความยืดหยุ่นของพลาสติกที่มาพร้อมความเปราะบาง ไม่ทนทานต่อการขีดข่วน (แค่เล็บขูดก็ไม่รอดแล้ว) ยังไม่รวมข้อเสียในการพับหน้าจอที่ถ้าพับผิดด้านก็พังได้ FlexPai จึงตกไป เป็นทีของซัมซุงบ้างกับนวัตกรรมพับได้ที่สานต่อเรื่อยมา จนได้ชื่อใหม่ว่า 'Galaxy Fold'

 

 

ภาพลักษณ์ของกาแลคซี่ โฟลด์พยายามดึงเอาดีไซน์ คุณภาพ นวัตกรรมและความล้ำของเทคโนโลยีเข้ามาในเครื่องด้วยกัน ออกจะไปทางเรียบหรูเสียด้วยซ้ำ ต่างจากภาพลักษณ์ของ Galaxy S และ Note ค่อนข้างชัดเจน นั่นเป็นจุดขายอย่างนึงของโฟลด์และทำให้ราคาเปิดตัวสูงถึง 69,900 บาท เทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์ดีๆ สักเครื่องหรือมอเตอร์ไซค์สักคัน

 

 

สิ่งที่ซัมซุงทำได้ดีกว่าคือเปลี่ยนวัสดุหน้าจอพับเป็นพอลิเมอร์ซึ่งมีความยืดหยุ่นและเหนียวมากกว่า (แต่ยังไม่รับประกันเรื่องรอยขีดข่วน) เขาการันตีกว่าสามารถเปิดปิดได้สูงสุด 200,000 ครั้ง คือถ้าเทียบวันละ 100 ครั้งก็ใช้ได้นานถึง 5 ปีเลยทีเดียว คำถามคือนอกจากนวัตกรรมพับได้ (ที่เอาไว้ใช้อวดคนในลิฟต์เวลาเปิดปิดหน้าจอ) แล้วมีอะไรให้เราใช้อีกบ้าง?

 

 

จุดเด่นแรกของกาแลคซี่ โฟลด์คือการที่มีกล้อง 6 ตัว ถึง 3 ด้านด้วยกัน ประกอบด้วย

- กล้องหลัง 3 ตัว (ใช้งานทั้งตอนกางและพับหน้าจอ)

- กล้องหน้า 2 ตัว (เวลากางหน้าจอและยังมีที่ว่างให้ใส่ได้อีก 2-3 ตัว)

- กล้องหน้า 1 ตัว (เวลาพับหน้าจอ)

ซึ่งสามารถใช้งานกล้องถ่ายรูปต่อเนื่องได้ไม่ว่าเปิดหรือปิดหน้าจอ พูดง่ายๆ ว่าหากคุณกำลังถ่ายรูปอยู่ขณะกางหน้าจอ เวลาพับหน้าจอก็ยังค้างอยู่ในโหมดถ่ายรูปโดยไม่ต้องเปิดแอปใหม่ เราชอบใช้งานตอนพับมากกว่าตอนกางหน้าจอเสียอีก ถึงแม้จะสัมผัสได้ถึงความมีน้ำหนักแต่เวลาพับกลับรู้สึกพอดีมือ

 

 

นอกจากนี้ยังผสานการทำงานพร้อมๆ กันด้วย Multi-Active Window เมื่อขนาดหน้าจอกว้างขึ้นคุณสามารถทำงานพร้อมๆ กันได้สูงสุดถึง 3 แอปพลิเคชันบนหน้าจอขนาด 7.3 นิ้ว ซึ่งถ้าคุณเป็นพวกอ่าน จดและดูในเวลาเดียวกันคงหลงรักฟังก์ชันนี้หัวปักหัวปำ แต่เราว่าหน้าจอใหญ่ๆ เวลาทำอะไรทีละอย่างมันก็อิ่มดีนะ (โดยเฉพาะเวลาดู Netflix หรือสไลด์ Instagram)

 

 

สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คืออุปกรณ์ในกล่องที่แถมมาให้ ถึงแม้ว่าราคาจะสูงแต่ซัมซุงก็ใส่ออปชันมาแบบจัดเต็ม ทั้ง Galaxy Buds (หูฟังแบบ true wireless ราคา 4,990 บาท), ชุดสายชาร์จและหัวชาร์จ, หัวแปลงจาก USB-C เป็น USB-A และเคสโทรศัพท์ 2 ส่วนทำจากวัสดุ Aramid Fiber ซึ่งความพิเศษมันอยู่ตรงที่กาแลคซี่ โฟลด์มีให้เลือก 2 สีคือ Space Silver และ Cosmos Black โดยอุปกรณ์ภายในกล่องจะมาในโทนเดียวกับสีของตัวเครื่องคือสี Space Silver อุปกรณ์จะเป็นสีขาว (อย่างในรูป) และ Cosmos Black อุปกรณ์จะเป็นสีดำล้วน

 

 

 

ภาพถ่ายจาก Galaxy Fold

 

แน่นอนว่าราคาระดับนี้ย่อมมีบริการพิเศษกว่ารุ่นอื่นคือ กาแลคซี่ โฟลด์ พรีเมียร์ เซอร์วิส (Galaxy Fold Premier Service) ช่วยรับส่งเครื่องซ่อมถึงสถานที่ที่ลูกค้าสะดวก หรือ Exclusive Lounge บริการห้องรับรองระหว่างนำเครื่องมาซ่อม มีเครื่องสำรองรุ่นเดียวกันระหว่างรอซ่อมให้ใช้ พร้อมทั้งการติดต่อช่วยเหลือผ่านทางออนไลน์หรือโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ข้อสังเกต
- เมื่อโลกของเสียงเพลงก้าวเข้าไปสู่ยุค bluetooth และ true wireless โทรศัพท์ก็ตัดช่องเสียบ aux ออกและไม่คิดจะใส่หัวแปลงมาให้ด้วย (บางคนเขาก็ยังอินกับหูฟังมีสายอยู่นะ)
- หูฟัง Galaxy Buds ไม่มีปัญหากับการเชื่อมต่อ iPhone ในขณะที่ AirPods กลับนำมาใช้ร่วมกับ Galaxy Fold ได้ไม่เต็มที่ (แค่หาสัญญาณบลูทูธยังไม่เจอเลย)
- ความลื่นไหลของหน้าจอไม่ได้สมูทเท่ากับ iPhone แต่โดยรวมก็ไม่มีปัญหา

- ฟังก์ชันกล้องมีให้เลือกใช้หลากหลาย ถ้าคุณเป็นสายถ่ายรูปน่าจะสนุก มือใหม่อย่างเราอาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจสักหน่อย (ส่วนตัวยังรู้สึกว่า iPhone สะดวกและง่ายกว่า)

- กล้องเก็บแสงในที่มืดได้ดี เอาไปถ่ายงานไฟที่ Awakening Bangkok กล้อง iPhone ถ่ายไม่ได้เลย แต่ Galaxy Fold เอาอยู่ อย่างไรก็ตามคุณภาพไฟล์รูปกลับไม่คมชััดเท่าที่ควร

- แม้จะใช้งานได้พร้อมกันถึง 3 แอปพลิเคชัน แต่ส่วนตัวยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องใช้ จะไปลดขนาดหน้าจอใหญ่ๆ ให้เล็กทำไม สู้เปลี่ยนแอปฯไปมาแล้วเพลิดเพลินไปกับหน้าจอขนาดใหญ่ไม่ดีกว่าหรอ (คิดดูสิว่าถ้าคุณกำลังดู Netflix แล้วเปิดหน้าจอเฟซบุ้คไปด้วยมันใช่เหรอ?)

- ถึงแม้ว่าโทรศัพท์จะกางและพับหน้าได้ แต่ส่วนตัวชอบใช้เวลาพับมากกว่า รู้สึกจับถนัดมือกว่า และแม้จะใส่กล้องมาหลายด้านแต่ยังไม่สามารถใช้งานพร้อมกันทั้งกล้องหน้า-หลังได้ ถ้าทำได้ซัมซุงจะโหดมาก

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ผ่านทาง https://www.samsung.com/th/galaxy-fold/


text NM

 




Galaxy Fold สมาร์ตโฟนที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องหน้าจอพับได้

จริงๆ แล้วโทรศัพท์พับได้เครื่องแรกของโลกไม่ใช่ซัมซุงแต่เป็น FlexPai (ราคาเริ่มต้นประมาณ 40000 บาท ไม่ได้ขายในไทย) ที่ผลิตโดยบริษัท Royole ผู้ผลิตหน้าจอและระบบเซนเซอร์โค้งงอเปลี่ยนรูปได้ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

 

แต่ก้าวแรกก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องรอดเสมอไป เพราะด้วยวัสดุของหน้าจอที่ไม่สามารถใช้ Gorilla Glass ได้ จึงต้องอาศัยความยืดหยุ่นของพลาสติกที่มาพร้อมความเปราะบาง ไม่ทนทานต่อการขีดข่วน (แค่เล็บขูดก็ไม่รอดแล้ว) ยังไม่รวมข้อเสียในการพับหน้าจอที่ถ้าพับผิดด้านก็พังได้ FlexPai จึงตกไป เป็นทีของซัมซุงบ้างกับนวัตกรรมพับได้ที่สานต่อเรื่อยมา จนได้ชื่อใหม่ว่า 'Galaxy Fold'

 

 

ภาพลักษณ์ของกาแลคซี่ โฟลด์พยายามดึงเอาดีไซน์ คุณภาพ นวัตกรรมและความล้ำของเทคโนโลยีเข้ามาในเครื่องด้วยกัน ออกจะไปทางเรียบหรูเสียด้วยซ้ำ ต่างจากภาพลักษณ์ของ Galaxy S และ Note ค่อนข้างชัดเจน นั่นเป็นจุดขายอย่างนึงของโฟลด์และทำให้ราคาเปิดตัวสูงถึง 69,900 บาท เทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์ดีๆ สักเครื่องหรือมอเตอร์ไซค์สักคัน

 

 

สิ่งที่ซัมซุงทำได้ดีกว่าคือเปลี่ยนวัสดุหน้าจอพับเป็นพอลิเมอร์ซึ่งมีความยืดหยุ่นและเหนียวมากกว่า (แต่ยังไม่รับประกันเรื่องรอยขีดข่วน) เขาการันตีกว่าสามารถเปิดปิดได้สูงสุด 200,000 ครั้ง คือถ้าเทียบวันละ 100 ครั้งก็ใช้ได้นานถึง 5 ปีเลยทีเดียว คำถามคือนอกจากนวัตกรรมพับได้ (ที่เอาไว้ใช้อวดคนในลิฟต์เวลาเปิดปิดหน้าจอ) แล้วมีอะไรให้เราใช้อีกบ้าง?

 

 

จุดเด่นแรกของกาแลคซี่ โฟลด์คือการที่มีกล้อง 6 ตัว ถึง 3 ด้านด้วยกัน ประกอบด้วย

- กล้องหลัง 3 ตัว (ใช้งานทั้งตอนกางและพับหน้าจอ)

- กล้องหน้า 2 ตัว (เวลากางหน้าจอและยังมีที่ว่างให้ใส่ได้อีก 2-3 ตัว)

- กล้องหน้า 1 ตัว (เวลาพับหน้าจอ)

ซึ่งสามารถใช้งานกล้องถ่ายรูปต่อเนื่องได้ไม่ว่าเปิดหรือปิดหน้าจอ พูดง่ายๆ ว่าหากคุณกำลังถ่ายรูปอยู่ขณะกางหน้าจอ เวลาพับหน้าจอก็ยังค้างอยู่ในโหมดถ่ายรูปโดยไม่ต้องเปิดแอปใหม่ เราชอบใช้งานตอนพับมากกว่าตอนกางหน้าจอเสียอีก ถึงแม้จะสัมผัสได้ถึงความมีน้ำหนักแต่เวลาพับกลับรู้สึกพอดีมือ

 

 

นอกจากนี้ยังผสานการทำงานพร้อมๆ กันด้วย Multi-Active Window เมื่อขนาดหน้าจอกว้างขึ้นคุณสามารถทำงานพร้อมๆ กันได้สูงสุดถึง 3 แอปพลิเคชันบนหน้าจอขนาด 7.3 นิ้ว ซึ่งถ้าคุณเป็นพวกอ่าน จดและดูในเวลาเดียวกันคงหลงรักฟังก์ชันนี้หัวปักหัวปำ แต่เราว่าหน้าจอใหญ่ๆ เวลาทำอะไรทีละอย่างมันก็อิ่มดีนะ (โดยเฉพาะเวลาดู Netflix หรือสไลด์ Instagram)

 

 

สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คืออุปกรณ์ในกล่องที่แถมมาให้ ถึงแม้ว่าราคาจะสูงแต่ซัมซุงก็ใส่ออปชันมาแบบจัดเต็ม ทั้ง Galaxy Buds (หูฟังแบบ true wireless ราคา 4,990 บาท), ชุดสายชาร์จและหัวชาร์จ, หัวแปลงจาก USB-C เป็น USB-A และเคสโทรศัพท์ 2 ส่วนทำจากวัสดุ Aramid Fiber ซึ่งความพิเศษมันอยู่ตรงที่กาแลคซี่ โฟลด์มีให้เลือก 2 สีคือ Space Silver และ Cosmos Black โดยอุปกรณ์ภายในกล่องจะมาในโทนเดียวกับสีของตัวเครื่องคือสี Space Silver อุปกรณ์จะเป็นสีขาว (อย่างในรูป) และ Cosmos Black อุปกรณ์จะเป็นสีดำล้วน

 

 

 

ภาพถ่ายจาก Galaxy Fold

 

แน่นอนว่าราคาระดับนี้ย่อมมีบริการพิเศษกว่ารุ่นอื่นคือ กาแลคซี่ โฟลด์ พรีเมียร์ เซอร์วิส (Galaxy Fold Premier Service) ช่วยรับส่งเครื่องซ่อมถึงสถานที่ที่ลูกค้าสะดวก หรือ Exclusive Lounge บริการห้องรับรองระหว่างนำเครื่องมาซ่อม มีเครื่องสำรองรุ่นเดียวกันระหว่างรอซ่อมให้ใช้ พร้อมทั้งการติดต่อช่วยเหลือผ่านทางออนไลน์หรือโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ข้อสังเกต
- เมื่อโลกของเสียงเพลงก้าวเข้าไปสู่ยุค bluetooth และ true wireless โทรศัพท์ก็ตัดช่องเสียบ aux ออกและไม่คิดจะใส่หัวแปลงมาให้ด้วย (บางคนเขาก็ยังอินกับหูฟังมีสายอยู่นะ)
- หูฟัง Galaxy Buds ไม่มีปัญหากับการเชื่อมต่อ iPhone ในขณะที่ AirPods กลับนำมาใช้ร่วมกับ Galaxy Fold ได้ไม่เต็มที่ (แค่หาสัญญาณบลูทูธยังไม่เจอเลย)
- ความลื่นไหลของหน้าจอไม่ได้สมูทเท่ากับ iPhone แต่โดยรวมก็ไม่มีปัญหา

- ฟังก์ชันกล้องมีให้เลือกใช้หลากหลาย ถ้าคุณเป็นสายถ่ายรูปน่าจะสนุก มือใหม่อย่างเราอาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจสักหน่อย (ส่วนตัวยังรู้สึกว่า iPhone สะดวกและง่ายกว่า)

- กล้องเก็บแสงในที่มืดได้ดี เอาไปถ่ายงานไฟที่ Awakening Bangkok กล้อง iPhone ถ่ายไม่ได้เลย แต่ Galaxy Fold เอาอยู่ อย่างไรก็ตามคุณภาพไฟล์รูปกลับไม่คมชััดเท่าที่ควร

- แม้จะใช้งานได้พร้อมกันถึง 3 แอปพลิเคชัน แต่ส่วนตัวยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องใช้ จะไปลดขนาดหน้าจอใหญ่ๆ ให้เล็กทำไม สู้เปลี่ยนแอปฯไปมาแล้วเพลิดเพลินไปกับหน้าจอขนาดใหญ่ไม่ดีกว่าหรอ (คิดดูสิว่าถ้าคุณกำลังดู Netflix แล้วเปิดหน้าจอเฟซบุ้คไปด้วยมันใช่เหรอ?)

- ถึงแม้ว่าโทรศัพท์จะกางและพับหน้าได้ แต่ส่วนตัวชอบใช้เวลาพับมากกว่า รู้สึกจับถนัดมือกว่า และแม้จะใส่กล้องมาหลายด้านแต่ยังไม่สามารถใช้งานพร้อมกันทั้งกล้องหน้า-หลังได้ ถ้าทำได้ซัมซุงจะโหดมาก

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ผ่านทาง https://www.samsung.com/th/galaxy-fold/


text NM