แรพเตอร์ กระบะพันธุ์แกร่งทั้งบนถนน ออฟโรดและทะเลทราย

ฟอร์ด ประเทศไทยชวนเราออกไปขับฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์ กระบะรุ่นใหญ่ในเส้นทางออฟโรดและทะเลทรายภายในธีม Ranger Raptor: Arabian in Mui Ne ที่มุยเน่ ประเทศเวียดนาม ความฝันจะได้เห็นภาพตัวเองจับพวงมาลัยตะลุยเนินทรายก็ได้เป็นจริงสักครั้ง

 

 

การขับรถกลางทะเลไม่ง่ายและไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ควรพึงระวังก่อนคือรถยนต์ของคุณสมรรถนะถึงหรือเปล่า แม้แต่ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์เองก็ต้องอาศัยโหมดขับขี่แบบ 4 ล้อเท่านั้น อย่างที่สองการขับขี่บนทะเลทรายไม่ใช่ว่าขับลุยๆ ออกไปได้เลย เพราะทะเลทรายมีหลายประเภท มุยเน่เป็น White Sand Dunes ซึ่งเป็นทะเลทรายขาว มีลมพัดทรายมากองรวมเป็นสัน เม็ดทรายละเอียดจึงมีทั้งส่วนแน่นและนุ่มยวบพอที่จะทำให้รถติดได้ รวมถึงจุดที่ต้องระมัดระวังมากที่สุดคือสันทรายที่ทำให้รถพลิกคว่ำมานักต่อนัก อย่างที่กล่าวไปว่าถ้ารถสมรรถนะถึง การขับขี่พอใช้ได้ รู้ว่าเส้นทางเป็นอย่างไรก็เปลี่ยนเรื่องยากๆ (ที่คงหาในเมืองไม่เจอ) ให้กลายเป็นเรื่องง่ายๆ แบบใครก็สามารถผ่านไปได้แน่นอน

 


 

OFF ROAD DAY

 

 

ก่อนจะจะไปถึงทะเลทรายเรามีบททดสอบจำนวน 7 ด่านบริเวณจุดชมวิวโด่ย ก่อ ฮอง (Doi Co Hong) เมืองดาลัต ที่มีลักษณะเป็นเนินเขาและป่าสนเรียงราย เพื่อให้เราได้ทดสอบโหมดการขับขี่ทั้ง 6 รูปแบบ โดยเฉพาะโหมดบาฮา (Baja mode) ที่ช่วยในการขับขี่บนพื้นลื่นแบบทะเลทรายและพื้นขรุขระด้วยความเร็วสูง (เกิน 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง) รวมถึงระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา Hill Descent Control (HDC) ช่วยให้ผู้ขับขี่โฟกัสอยู่ที่พวงมาลัย โดยไม่ต้องเหยียบเบรกหรือคันเร่งเลยแม้แต่น้อย รถจะเคลื่อนตัวลงทางลาดชันด้วยความเร็วแบบพอดี สามารถปรับความเร็วได้ที่พวงมาลัย

 

 

ทางทีมอินสตักเตอร์ยังสอนการควบคุมรถบนพื้นลาดเอียง จนถึงขนาดที่ล้อข้างนึงยกขึ้นจากพื้นแต่ก็อาศัยระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า (Diff lock) ช่วยให้รถสามารถส่งแรงไปยังล้อที่เหลือและผ่านพ้นอุปสรรคมาได้ง่ายๆ รวมถึงการขับรถขึ้นจากหลุมกว่า 2 เมตร ที่ออกแรงส่งด้วยการเหยียบคันเร่งแบบเพียวๆ ก็สามารถพารถโผล่จากหลุมได้ง่ายเหมือนขึ้นสะพาน ซึ่งงานนี้นอกจากเราจะได้เห็นว่ารถมันช่วยคนขับอย่างไรแล้ว ยังทำให้เห็นอีกว่าฟังก์ชันต่างๆ ที่ใส่มาในแรพเตอร์นั้นใช้ได้จริง สมกับชื่อที่การันตีว่า ‘เกิดมาแกร่ง’ ทุกสถาบัน

 


 

DESERT DAY

 

 

จากดาลัตมายังมุยเน่เป็นระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ไม่ได้ราบเรียบ เต็มไปด้วยอุปสรรค ไม่ว่าการจราจร (ขึ้นชื่อว่าเวียดนาม) ลัดเลาะไปตามหุบเขาและสภาพพื้นถนนที่เข้าข่ายออฟโรด เรียกได้ว่าออกแบบเส้นทางมาเพื่อทดสอบสมรรถนะของตัวรถจริงๆ เพราะถ้าคุณขับมาด้วยรถเก๋งผมรับรองได้ว่ามีไส้แตกหรือนั่งตัวเกร็งจนกว่าจะถึงจุดหมายเป็นแน่ ถึงเราจะยอมแพ้กับหลายโค้งบนหุบเขาที่รถคันไหนก็เอาไม่อยู่ แต่การได้แรพเตอร์มาเป็นตัวเลือกในวันนี้ถือเป็นความคิดที่ไม่ผิด

 

 

การขับขี่บนทะเลทราย ทีมอินสตักเตอร์แนะนำให้ใช้เพียงโหมดทะเลทรายหรือบาฮาเท่านั้น (โหมดทะเลทรายจะใช้ความเร็วได้ต่ำกว่า แต่ขับได้เหมือนกัน) แนะนำว่าใช้บาฮาจะขับได้สนุกกว่า การทดสอบในทะเลทรายเริ่มตั้งแต่การปล่อยรถไหลลงมาจากสันทรายสูงชัน เสมือนได้เล่นโรลเลอร์โคสเตอร์ที่มีรางเป็นทะเลทรายก็ว่าได้ การควบคุมรถให้โฟกัสอยู่ที่พวงมาลัย โดยตั้งพวงมาลัยตรงและปล่อยคันเร่งให้รถไหลลงมาดื้อๆ (บอกได้เลยว่าคนขับมัน คนนั่งเสียว)

 

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของความสนุกเท่านั้น ติดตามเนื้อหาเต็มๆ ได้ในคอลัมน์ Wheels ในนตยสาร Esquire Thailand ฉบับเดือนเมษยน 2563 นี้ หรือใครอยากชมภาพแบบเคลื่อนไหว สามารถเข้าชมได้ทางแชลแนลยูทูปได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=ObaAduQ-reo


 


 

Special Thank Ford Thailand




แรพเตอร์ กระบะพันธุ์แกร่งทั้งบนถนน ออฟโรดและทะเลทราย

ฟอร์ด ประเทศไทยชวนเราออกไปขับฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์ กระบะรุ่นใหญ่ในเส้นทางออฟโรดและทะเลทรายภายในธีม Ranger Raptor: Arabian in Mui Ne ที่มุยเน่ ประเทศเวียดนาม ความฝันจะได้เห็นภาพตัวเองจับพวงมาลัยตะลุยเนินทรายก็ได้เป็นจริงสักครั้ง

 

 

การขับรถกลางทะเลไม่ง่ายและไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ควรพึงระวังก่อนคือรถยนต์ของคุณสมรรถนะถึงหรือเปล่า แม้แต่ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์เองก็ต้องอาศัยโหมดขับขี่แบบ 4 ล้อเท่านั้น อย่างที่สองการขับขี่บนทะเลทรายไม่ใช่ว่าขับลุยๆ ออกไปได้เลย เพราะทะเลทรายมีหลายประเภท มุยเน่เป็น White Sand Dunes ซึ่งเป็นทะเลทรายขาว มีลมพัดทรายมากองรวมเป็นสัน เม็ดทรายละเอียดจึงมีทั้งส่วนแน่นและนุ่มยวบพอที่จะทำให้รถติดได้ รวมถึงจุดที่ต้องระมัดระวังมากที่สุดคือสันทรายที่ทำให้รถพลิกคว่ำมานักต่อนัก อย่างที่กล่าวไปว่าถ้ารถสมรรถนะถึง การขับขี่พอใช้ได้ รู้ว่าเส้นทางเป็นอย่างไรก็เปลี่ยนเรื่องยากๆ (ที่คงหาในเมืองไม่เจอ) ให้กลายเป็นเรื่องง่ายๆ แบบใครก็สามารถผ่านไปได้แน่นอน

 


 

OFF ROAD DAY

 

 

ก่อนจะจะไปถึงทะเลทรายเรามีบททดสอบจำนวน 7 ด่านบริเวณจุดชมวิวโด่ย ก่อ ฮอง (Doi Co Hong) เมืองดาลัต ที่มีลักษณะเป็นเนินเขาและป่าสนเรียงราย เพื่อให้เราได้ทดสอบโหมดการขับขี่ทั้ง 6 รูปแบบ โดยเฉพาะโหมดบาฮา (Baja mode) ที่ช่วยในการขับขี่บนพื้นลื่นแบบทะเลทรายและพื้นขรุขระด้วยความเร็วสูง (เกิน 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง) รวมถึงระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา Hill Descent Control (HDC) ช่วยให้ผู้ขับขี่โฟกัสอยู่ที่พวงมาลัย โดยไม่ต้องเหยียบเบรกหรือคันเร่งเลยแม้แต่น้อย รถจะเคลื่อนตัวลงทางลาดชันด้วยความเร็วแบบพอดี สามารถปรับความเร็วได้ที่พวงมาลัย

 

 

ทางทีมอินสตักเตอร์ยังสอนการควบคุมรถบนพื้นลาดเอียง จนถึงขนาดที่ล้อข้างนึงยกขึ้นจากพื้นแต่ก็อาศัยระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า (Diff lock) ช่วยให้รถสามารถส่งแรงไปยังล้อที่เหลือและผ่านพ้นอุปสรรคมาได้ง่ายๆ รวมถึงการขับรถขึ้นจากหลุมกว่า 2 เมตร ที่ออกแรงส่งด้วยการเหยียบคันเร่งแบบเพียวๆ ก็สามารถพารถโผล่จากหลุมได้ง่ายเหมือนขึ้นสะพาน ซึ่งงานนี้นอกจากเราจะได้เห็นว่ารถมันช่วยคนขับอย่างไรแล้ว ยังทำให้เห็นอีกว่าฟังก์ชันต่างๆ ที่ใส่มาในแรพเตอร์นั้นใช้ได้จริง สมกับชื่อที่การันตีว่า ‘เกิดมาแกร่ง’ ทุกสถาบัน

 


 

DESERT DAY

 

 

จากดาลัตมายังมุยเน่เป็นระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ไม่ได้ราบเรียบ เต็มไปด้วยอุปสรรค ไม่ว่าการจราจร (ขึ้นชื่อว่าเวียดนาม) ลัดเลาะไปตามหุบเขาและสภาพพื้นถนนที่เข้าข่ายออฟโรด เรียกได้ว่าออกแบบเส้นทางมาเพื่อทดสอบสมรรถนะของตัวรถจริงๆ เพราะถ้าคุณขับมาด้วยรถเก๋งผมรับรองได้ว่ามีไส้แตกหรือนั่งตัวเกร็งจนกว่าจะถึงจุดหมายเป็นแน่ ถึงเราจะยอมแพ้กับหลายโค้งบนหุบเขาที่รถคันไหนก็เอาไม่อยู่ แต่การได้แรพเตอร์มาเป็นตัวเลือกในวันนี้ถือเป็นความคิดที่ไม่ผิด

 

 

การขับขี่บนทะเลทราย ทีมอินสตักเตอร์แนะนำให้ใช้เพียงโหมดทะเลทรายหรือบาฮาเท่านั้น (โหมดทะเลทรายจะใช้ความเร็วได้ต่ำกว่า แต่ขับได้เหมือนกัน) แนะนำว่าใช้บาฮาจะขับได้สนุกกว่า การทดสอบในทะเลทรายเริ่มตั้งแต่การปล่อยรถไหลลงมาจากสันทรายสูงชัน เสมือนได้เล่นโรลเลอร์โคสเตอร์ที่มีรางเป็นทะเลทรายก็ว่าได้ การควบคุมรถให้โฟกัสอยู่ที่พวงมาลัย โดยตั้งพวงมาลัยตรงและปล่อยคันเร่งให้รถไหลลงมาดื้อๆ (บอกได้เลยว่าคนขับมัน คนนั่งเสียว)

 

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของความสนุกเท่านั้น ติดตามเนื้อหาเต็มๆ ได้ในคอลัมน์ Wheels ในนตยสาร Esquire Thailand ฉบับเดือนเมษยน 2563 นี้ หรือใครอยากชมภาพแบบเคลื่อนไหว สามารถเข้าชมได้ทางแชลแนลยูทูปได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=ObaAduQ-reo


 


 

Special Thank Ford Thailand