PERFECT HIDEAWAY ที่แท้จริง ณ ทะเลเวียดนาม

เราบินจากกรุงเทพฯ เพียงชั่วโมงกว่าๆ ด้วยสายการบิน Bangkok Airways ที่เปิดเส้นทางการบินระหว่าง กรุงเทพฯ-คัมรัน จากนั้นก็ตรงมายังเมืองญาจาง (Nha Trang) เมืองตากอากาศชายทะเลที่มีชื่อเสียงเวียดนามได้อย่างสะดวกสบาย เมื่อเรือมุ่งตรงสู่รีสอร์ทและกำลังจะเทียบท่า ณ Six Senses Ninh Van Bay เราก็รู้สึกหลุดเข้าสู่ช่วงเวลาการพักผ่อนที่ห่างไกลจากความวุ่นวายในทันที อาจจะเพราะแลนด์สเคปอันสมบูรณ์แบบที่ทำให้ที่นี่ตั้งอยู่บนอ่าวที่สวยงามซึ่งมาพร้อมทัศนียภาพของท้องทะเลและโขดหินรูปทรงต่าง ๆ หาดทรายสีทองและทิวเขาสูงตระหง่านที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดราวกับทุกอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างไม่ต้องพยายามโดยทั้งหมดเกิดขึ้นจากคอนเซ็ปต์การออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายตรงไปตรงมา ผสมผสานกับชั้นเชิงทางสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านของเวียดนามได้อย่างกลมกลืน

 

 

ดังนั้นเราจะได้เห็นสถาปัตยกรรมพื้นบ้านเวียดนามผสมผสานกับสไตล์ของSix Sensesที่เราคุ้นเคยสะท้อนออกมากับออกแบบตกแต่งภายในวิลล่า ตั้งแต่ฉากกั้นรอบห้องน้ำ หลังคา พื้นยกระดับ รวมถึงวัสดุที่ใช้ก็เน้นผลิตภัณฑ์จากพื้นบ้านที่ยังคงความหรูหรามีระดับตามแบบฉบับของSix Sensesนอกจากนี้ที่เราชอบที่สุดคือแนวคิดการก่อสร้างที่เน้นการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน อาทิ ไม้ที่ผ่านการรับรองถูกต้อง วัสดุจากท้องถิ่น วัสดุรีไซเคิล และผลิตภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก วิลล่าทุกหลังออกแบบให้รับลมเย็นธรรมชาติ หลังคามุงจากที่ห้อยลงมานั้นเปรียบเสมือนม่านบังแดด ช่วยลดความจำเป็นของการใช้เครื่องปรับอากาศ

 

 

บริเวณโดยรอบออกแบบให้อากาศถ่ายเทเย็นสบายเป็นการประหยัดพลังงานไปในตัว ดังนั้นวิลล่าทั้ง59 หลังมีสระว่ายน้ำส่วนตัว ศาลากลางแจ้ง ระเบียงอาบแดดกว้างขวาง มีให้เลือกทั้งทิวทัศน์ป่าเขตร้อนเขียวขจีหรือทัศนียภาพอ่าวนินห์แวนที่สวยงามราวภาพฝัน แต่ละหลังแยกเป็นสัดส่วนด้วยแนวรั้วต้นไม้ธรรมชาติเพื่อความเป็นส่วนตัวอย่างสูงสุด นอกจากการออกแบบรีสอร์ตเน้นคอนเซ็ปต์ความเรียบง่ายที่ไม่หวือหวาจนเกินไปเพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสเข้าถึงเสน่ห์แห่งธรรมชาติอย่างแท้จริงแล้ว ในขณะเดียวกันที่นี่ก็เล็งเห็นได้รับความสะดวกสบายจากการบริการต่าง ๆ ภายในรีสอร์ต ด้วยสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและสะดวกสบายเหมือนอยู่บ้าน โดยรบกวนธรรมชาติดั้งเดิมให้น้อยที่สุด ทำให้รีสอร์ตได้รับการยกย่องในฐานะสถานประกอบการอันดับต้น ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

 

ในส่วนของอาหารการกิน ที่นี่ประกอบไปด้วยห้องอาหารที่หลายหลายให้เลือกสรร ในที่นี้หากใครใคร่อยากจะกินมื้อเช้าหรือดินเนอร์ในบรรยากาศสบายๆ มองเห็นทิวทัศน์ทั่วอ่าว เราแนะนำห้องอาหาร “Dinning by the Bay” นอกจากเมนูอาหารนานาชาติอร่อยแล้ว อาหารพื้นบ้านที่ขึ้นชื่อก็ทำให้คุณกินอาหารเวียดนามได้อย่างไม่มีเบื่อเลยล่ะ แต่หากอยากลิ้มรสเมนูอาหารตะวันตกชั้นเลิศจากวัตถุดิบในท้องถิ่นที่ริมผา นั่งทอดสายตามองวิวเหนืออ่าวนินห์แวนและทะเลเวียดนามตะวันออกไปจนถึงภูเขาฮอนแฮวสูงตระหง่านแล้วล่ะก็ แนะนำห้องอาหาร “Dinning by theRocks” เชื่อว่าคุณก็คงจะต้องชอบมากเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี “Dinning by thePool” ที่เป็นห้องอาหารที่ตั้งอยู่ติดกับสระว่ายน้ำหลัก ให้บรรยากาศชิลล์ระหว่างวัน มีบริการทั้งอาหารเวียดนามและอาหารตะวันตกเลยล่ะ สำหรับคอดื่มทั้งหลายคุณมีบาร์ดีๆ ที่ไม่ควรพลาดอย่าง “Drinks by the Bay” และ “Drinks by the Beach” ส่วนตัวเราชอบ “Drinks by the Beach” มากเพราะตั้งอยู่ด้านหน้าหาดติดกับท่าเทียบเรือ แค่คิดว่านอนจิบค็อกเทลบนเตียงเดย์เบดขนาดใหญ่ มองวิวทะเลแบบพาโนรามา พร้อมมีลมเบาๆ ปะทะหน้า แค่นี้ก็ไม่อยากขยับตัวไปไหนแล้วจริงๆ

 

 

นอกจากความลงตัวของธรรมชาติ ที่พัก และอาหารแล้ว เราไม่อยากให้พลาดการทำสปาของที่นี่ด้วยประการทั้งปวง ไม่ใช่แค่โปรแกรมบำบัดแบบดั้งเดิมของเวียดนามเท่านั้นที่นาสนใจ แต่ที่นี่ยังมีโปรแกรมบำบัดตั้งแต่ 3 วัน ไปจนถึง 21 วัน ในรูปแบบโยคะบำบัดรวมถึงโปรแกรมฟื้นฟูอื่นๆ แบบครบวงจร ลองเลือกดูแล้วคุณจะได้รับการผ่อนคลายที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตในรูปแบบของคุณ สำหรับใครที่เป็นนักกิจกรรมตัวยง ที่นี่มีกิจกรรมมากมายให้คุณได้เลือกลอง ไม่ว่าจะเป็นการคลาสเรียนทำอาหารเวียดนาม แล่นเรือใบ ดำน้ำ สกีน้ำ ปีนเขา สนอร์เกิล พายเรือ ตกปลา นั่งเรือชมเกาะ ไปจนถึงการล่องเรือเพื่อชมทัศนียภาพรอบอ่าวเนียฟูบนเรือไม้โบราณ เราชอบโมเม้นท์นี้มากยามได้มองท้องฟ้าแบบ Vanilla Skyพร้อมจิบสปาร์คกลิงไวน์เย็นฉ่ำคู่กับแกล้มแสนอร่อย ดื่มด่ำกับวิวพระอาทิตย์ตกดินเหนือทะเลเวียดนามใต้ (เรียกว่านั่งนานแค่ไหนก็ได้แหละเพราะมันเป็นบรรยากาศที่ดีจริงๆ)

 

 

สุดท้ายนี้ไม่ใช่แค่ความสมบูรณ์แบบแห่งSix Senses Ninh Van Bayที่ประกอบกันจนทำให้เราหลงรัก แต่ที่นี่ยังเป็นรีสอร์ทที่น่าชื่มชมในเรื่องนโยบายความเป็นมิตรกับระบบนิเวศน์และให้ความสำคัญกับการลดภาวะโลกร้อน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ โดยจะมีการทบทวนแบบแผนและนโยบายดังกล่าวนี้อย่างน้อยปีละครั้งเพื่อยึดหลักแนวคิดการพัฒนาสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญอันดับแรกกับการจ้างแรงงานท้องถิ่นซึ่งอาศัยในบริเวณอ่าวนินห์แวน และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์การบริการจากภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานของรีสอร์ทเพื่อส่งผลกระทบแง่ลบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด แล้วแบบนี้คุณจะไม่รักที่นี่เหมือนอย่างที่เรารักได้ยังไงกันล่ะ

………………………………………………….

 

Six Senses Ninh Van Bay

ที่อยู่ Ninh Van bay, Ninh Hoa,Khanh Hoa, Vietnam

โทร +84 258 3524 268, +84 258 7307 788
Email: reservations-ninhvan@sixsenses.com

 

Bangkok Airways

กรุงเทพฯ-คัมรัน

สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน (จันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์)

PG993 กรุงเทพฯ -คัมรัน เวลา 10.20 น. - 12.05 น.

PG994 คัมรัน -กรุงเทพฯ เวลา 12.55 น.-14.40น.

สำรองที่นั่งได้ที่www.bangkokair.com




PERFECT HIDEAWAY ที่แท้จริง ณ ทะเลเวียดนาม

เราบินจากกรุงเทพฯ เพียงชั่วโมงกว่าๆ ด้วยสายการบิน Bangkok Airways ที่เปิดเส้นทางการบินระหว่าง กรุงเทพฯ-คัมรัน จากนั้นก็ตรงมายังเมืองญาจาง (Nha Trang) เมืองตากอากาศชายทะเลที่มีชื่อเสียงเวียดนามได้อย่างสะดวกสบาย เมื่อเรือมุ่งตรงสู่รีสอร์ทและกำลังจะเทียบท่า ณ Six Senses Ninh Van Bay เราก็รู้สึกหลุดเข้าสู่ช่วงเวลาการพักผ่อนที่ห่างไกลจากความวุ่นวายในทันที อาจจะเพราะแลนด์สเคปอันสมบูรณ์แบบที่ทำให้ที่นี่ตั้งอยู่บนอ่าวที่สวยงามซึ่งมาพร้อมทัศนียภาพของท้องทะเลและโขดหินรูปทรงต่าง ๆ หาดทรายสีทองและทิวเขาสูงตระหง่านที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดราวกับทุกอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างไม่ต้องพยายามโดยทั้งหมดเกิดขึ้นจากคอนเซ็ปต์การออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายตรงไปตรงมา ผสมผสานกับชั้นเชิงทางสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านของเวียดนามได้อย่างกลมกลืน

 

 

ดังนั้นเราจะได้เห็นสถาปัตยกรรมพื้นบ้านเวียดนามผสมผสานกับสไตล์ของSix Sensesที่เราคุ้นเคยสะท้อนออกมากับออกแบบตกแต่งภายในวิลล่า ตั้งแต่ฉากกั้นรอบห้องน้ำ หลังคา พื้นยกระดับ รวมถึงวัสดุที่ใช้ก็เน้นผลิตภัณฑ์จากพื้นบ้านที่ยังคงความหรูหรามีระดับตามแบบฉบับของSix Sensesนอกจากนี้ที่เราชอบที่สุดคือแนวคิดการก่อสร้างที่เน้นการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน อาทิ ไม้ที่ผ่านการรับรองถูกต้อง วัสดุจากท้องถิ่น วัสดุรีไซเคิล และผลิตภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก วิลล่าทุกหลังออกแบบให้รับลมเย็นธรรมชาติ หลังคามุงจากที่ห้อยลงมานั้นเปรียบเสมือนม่านบังแดด ช่วยลดความจำเป็นของการใช้เครื่องปรับอากาศ

 

 

บริเวณโดยรอบออกแบบให้อากาศถ่ายเทเย็นสบายเป็นการประหยัดพลังงานไปในตัว ดังนั้นวิลล่าทั้ง59 หลังมีสระว่ายน้ำส่วนตัว ศาลากลางแจ้ง ระเบียงอาบแดดกว้างขวาง มีให้เลือกทั้งทิวทัศน์ป่าเขตร้อนเขียวขจีหรือทัศนียภาพอ่าวนินห์แวนที่สวยงามราวภาพฝัน แต่ละหลังแยกเป็นสัดส่วนด้วยแนวรั้วต้นไม้ธรรมชาติเพื่อความเป็นส่วนตัวอย่างสูงสุด นอกจากการออกแบบรีสอร์ตเน้นคอนเซ็ปต์ความเรียบง่ายที่ไม่หวือหวาจนเกินไปเพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสเข้าถึงเสน่ห์แห่งธรรมชาติอย่างแท้จริงแล้ว ในขณะเดียวกันที่นี่ก็เล็งเห็นได้รับความสะดวกสบายจากการบริการต่าง ๆ ภายในรีสอร์ต ด้วยสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและสะดวกสบายเหมือนอยู่บ้าน โดยรบกวนธรรมชาติดั้งเดิมให้น้อยที่สุด ทำให้รีสอร์ตได้รับการยกย่องในฐานะสถานประกอบการอันดับต้น ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

 

ในส่วนของอาหารการกิน ที่นี่ประกอบไปด้วยห้องอาหารที่หลายหลายให้เลือกสรร ในที่นี้หากใครใคร่อยากจะกินมื้อเช้าหรือดินเนอร์ในบรรยากาศสบายๆ มองเห็นทิวทัศน์ทั่วอ่าว เราแนะนำห้องอาหาร “Dinning by the Bay” นอกจากเมนูอาหารนานาชาติอร่อยแล้ว อาหารพื้นบ้านที่ขึ้นชื่อก็ทำให้คุณกินอาหารเวียดนามได้อย่างไม่มีเบื่อเลยล่ะ แต่หากอยากลิ้มรสเมนูอาหารตะวันตกชั้นเลิศจากวัตถุดิบในท้องถิ่นที่ริมผา นั่งทอดสายตามองวิวเหนืออ่าวนินห์แวนและทะเลเวียดนามตะวันออกไปจนถึงภูเขาฮอนแฮวสูงตระหง่านแล้วล่ะก็ แนะนำห้องอาหาร “Dinning by theRocks” เชื่อว่าคุณก็คงจะต้องชอบมากเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี “Dinning by thePool” ที่เป็นห้องอาหารที่ตั้งอยู่ติดกับสระว่ายน้ำหลัก ให้บรรยากาศชิลล์ระหว่างวัน มีบริการทั้งอาหารเวียดนามและอาหารตะวันตกเลยล่ะ สำหรับคอดื่มทั้งหลายคุณมีบาร์ดีๆ ที่ไม่ควรพลาดอย่าง “Drinks by the Bay” และ “Drinks by the Beach” ส่วนตัวเราชอบ “Drinks by the Beach” มากเพราะตั้งอยู่ด้านหน้าหาดติดกับท่าเทียบเรือ แค่คิดว่านอนจิบค็อกเทลบนเตียงเดย์เบดขนาดใหญ่ มองวิวทะเลแบบพาโนรามา พร้อมมีลมเบาๆ ปะทะหน้า แค่นี้ก็ไม่อยากขยับตัวไปไหนแล้วจริงๆ

 

 

นอกจากความลงตัวของธรรมชาติ ที่พัก และอาหารแล้ว เราไม่อยากให้พลาดการทำสปาของที่นี่ด้วยประการทั้งปวง ไม่ใช่แค่โปรแกรมบำบัดแบบดั้งเดิมของเวียดนามเท่านั้นที่นาสนใจ แต่ที่นี่ยังมีโปรแกรมบำบัดตั้งแต่ 3 วัน ไปจนถึง 21 วัน ในรูปแบบโยคะบำบัดรวมถึงโปรแกรมฟื้นฟูอื่นๆ แบบครบวงจร ลองเลือกดูแล้วคุณจะได้รับการผ่อนคลายที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตในรูปแบบของคุณ สำหรับใครที่เป็นนักกิจกรรมตัวยง ที่นี่มีกิจกรรมมากมายให้คุณได้เลือกลอง ไม่ว่าจะเป็นการคลาสเรียนทำอาหารเวียดนาม แล่นเรือใบ ดำน้ำ สกีน้ำ ปีนเขา สนอร์เกิล พายเรือ ตกปลา นั่งเรือชมเกาะ ไปจนถึงการล่องเรือเพื่อชมทัศนียภาพรอบอ่าวเนียฟูบนเรือไม้โบราณ เราชอบโมเม้นท์นี้มากยามได้มองท้องฟ้าแบบ Vanilla Skyพร้อมจิบสปาร์คกลิงไวน์เย็นฉ่ำคู่กับแกล้มแสนอร่อย ดื่มด่ำกับวิวพระอาทิตย์ตกดินเหนือทะเลเวียดนามใต้ (เรียกว่านั่งนานแค่ไหนก็ได้แหละเพราะมันเป็นบรรยากาศที่ดีจริงๆ)

 

 

สุดท้ายนี้ไม่ใช่แค่ความสมบูรณ์แบบแห่งSix Senses Ninh Van Bayที่ประกอบกันจนทำให้เราหลงรัก แต่ที่นี่ยังเป็นรีสอร์ทที่น่าชื่มชมในเรื่องนโยบายความเป็นมิตรกับระบบนิเวศน์และให้ความสำคัญกับการลดภาวะโลกร้อน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ โดยจะมีการทบทวนแบบแผนและนโยบายดังกล่าวนี้อย่างน้อยปีละครั้งเพื่อยึดหลักแนวคิดการพัฒนาสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญอันดับแรกกับการจ้างแรงงานท้องถิ่นซึ่งอาศัยในบริเวณอ่าวนินห์แวน และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์การบริการจากภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานของรีสอร์ทเพื่อส่งผลกระทบแง่ลบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด แล้วแบบนี้คุณจะไม่รักที่นี่เหมือนอย่างที่เรารักได้ยังไงกันล่ะ

………………………………………………….

 

Six Senses Ninh Van Bay

ที่อยู่ Ninh Van bay, Ninh Hoa,Khanh Hoa, Vietnam

โทร +84 258 3524 268, +84 258 7307 788
Email: reservations-ninhvan@sixsenses.com

 

Bangkok Airways

กรุงเทพฯ-คัมรัน

สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน (จันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์)

PG993 กรุงเทพฯ -คัมรัน เวลา 10.20 น. - 12.05 น.

PG994 คัมรัน -กรุงเทพฯ เวลา 12.55 น.-14.40น.

สำรองที่นั่งได้ที่www.bangkokair.com