HUAWEI MediaPad M6 แท็บเล็ตเพื่ออรรถรสของคนชอบดูหนัง

ทุกวันนี้แกตเจตต่างๆ ออกมาเพื่อทำให้ชีวิตของคนง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องการทำงาน ความบันเทิง ไปจนถึงความปลอดภัย อยู่ที่ใครหยิบเอาแกตเจดไหนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เรามีสมาร์ตโฟนและโซเชียลช่วยให้การทำงานและติดต่อสื่อสารสะดวกขึ้น เรามีเซ็นเซอร์หรือกล้องวงจรปิดที่ช่วยให้ความปลอดภัยอยู่ใกล้ตัวมากขึ้น แม้กระทั่งความบันเทิงก็มีทางเลือกหลากหลาย อย่างการใช้แท็บเล็ตในการทำงานและเสพข่าวสาร ไปจนถึงชมสตรีมมิ่ง ยูทูป ฟังเพลงและดูภาพยนตร์ได้ แม้ตัวจะอยู่นอกบ้าน ถือว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับคนยุคใหม่ที่มีติดกระเป๋าไว้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

 

 

 ชิปแรงที่สุดในรุ่น

HUAWEI เปิดตัว MediaPad M6 แท็บเล็ตรุ่นใหม่ที่เรียกว่ายกเครื่องจากรุ่นก่อนเป็นเท่าตัว ซึ่งจุดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้นชิปเซ็ต Kirin 980 ถือว่าแรงที่สุดในแท็ปเล็ตรุ่นเดียวกันก็ว่าได้ (ชิปตัวเดียวกับ Huawei Mate 20)

 

จอใหญ่เสียงกระหึ่มจุใจ

มาพร้อมหน้าจอขนาด 10.8 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1600 IPS สามารถรับชมวิดีโอแบบ HD ได้สูงสุดนานติดต่อ 11 ชั่วโมง พูดได้เต็มปากว่าเป็นแท็บเล็ตที่เหมาะกับการชมภาพยนตร์ที่สุดแล้ว แต่สิ่งที่ช่วยเต็มเติมความบันเทิงได้ดียิ่งกว่าคือลำโพงติดเครื่องจาก Harman Kardon ถึง 4 จุด รับประกันในเรื่องคุณภาพเสียงที่คุณจะได้รับแบบจุใจ เสมือนกำลังชมในโรงภาพยนตร์ส่วนตัว

 

 

คีย์บอร์ดและปากกาอำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับคีย์บอร์ดและปากกา M-Pen Lite ที่ช่วยพิมพ์งานและวาดภาพ แถมยังทำหน้าที่เป็นเคสในตัวเวลาพกพาใส่กระเป๋า ซึ่งมีโหมด window mode เวลาติดคีย์บอร์ดเข้ากับตัวเครื่องขึ้น ทำให้ผู้ใช้คุ้นหน้าคุ้นตากับอินเทอร์เฟสเดียวกับตอนใช้งานคอมพิวเตอร์

 

ระบบปฏิบัติการณ์เจ้าปัญหา

อย่างไรก็ตามปัญหาเดิมของ Huawei ก็ยังไม่หายไปไหน นั่นคือระบบปฏิบัติการของตัวเอง ที่ไม่รองรับ google play แบบเครื่องแอนดรอยทั่วไป ทำให้การใช้งานเป็นไปได้ยาก (ดาวโหลดแอปทั่วไปอย่าง Facebook, Line หรือเกมส์ทั่วไปไม่ได้เลย) ถึงแม้ว่าทางแบรนด์จะออกตัวว่าสามารถนำไปติดตั้งระบบปฏิบัติการณ์ของกูเกิ้ลทีหลังได้ก็ตาม

 

ราคาไม่เป็นมิตร

รวมถึงคีย์บอร์ดแม้มาช่วยในเรื่องการพิมพ์ แต่ระบบปฏิบัติการณ์ที่ค่อนข้างไม่เป็นมิตร จึงทำให้อะไรที่น่าจะสะดวกขึ้นกลับลำบากยิ่งกว่าเดิม ทั้งการเปลี่ยนภาษาหรือฟีเจอร์ช่วยสะกดคำก็มารบกวนการใช้งานอยู่เนืองๆ น่าจะเป็นสิ่งที่ทางแบรนด์ควรกลับไปพิจารณาเรื่องนี้ด้วย เพราะราคาที่เปิดตัวมาสูงถึง 14,990 บาท (เทียบกับคู่แข่งอย่าง iPad gen 7 ราคาเพียง 10,900 บาท ) กลับไม่สามารถสร้างความเป็นมิตรต่อผู้ใช้ได้เท่าที่ควร 

 

 

 




HUAWEI MediaPad M6 แท็บเล็ตเพื่ออรรถรสของคนชอบดูหนัง

ทุกวันนี้แกตเจตต่างๆ ออกมาเพื่อทำให้ชีวิตของคนง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องการทำงาน ความบันเทิง ไปจนถึงความปลอดภัย อยู่ที่ใครหยิบเอาแกตเจดไหนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เรามีสมาร์ตโฟนและโซเชียลช่วยให้การทำงานและติดต่อสื่อสารสะดวกขึ้น เรามีเซ็นเซอร์หรือกล้องวงจรปิดที่ช่วยให้ความปลอดภัยอยู่ใกล้ตัวมากขึ้น แม้กระทั่งความบันเทิงก็มีทางเลือกหลากหลาย อย่างการใช้แท็บเล็ตในการทำงานและเสพข่าวสาร ไปจนถึงชมสตรีมมิ่ง ยูทูป ฟังเพลงและดูภาพยนตร์ได้ แม้ตัวจะอยู่นอกบ้าน ถือว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับคนยุคใหม่ที่มีติดกระเป๋าไว้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

 

 

 ชิปแรงที่สุดในรุ่น

HUAWEI เปิดตัว MediaPad M6 แท็บเล็ตรุ่นใหม่ที่เรียกว่ายกเครื่องจากรุ่นก่อนเป็นเท่าตัว ซึ่งจุดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้นชิปเซ็ต Kirin 980 ถือว่าแรงที่สุดในแท็ปเล็ตรุ่นเดียวกันก็ว่าได้ (ชิปตัวเดียวกับ Huawei Mate 20)

 

จอใหญ่เสียงกระหึ่มจุใจ

มาพร้อมหน้าจอขนาด 10.8 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1600 IPS สามารถรับชมวิดีโอแบบ HD ได้สูงสุดนานติดต่อ 11 ชั่วโมง พูดได้เต็มปากว่าเป็นแท็บเล็ตที่เหมาะกับการชมภาพยนตร์ที่สุดแล้ว แต่สิ่งที่ช่วยเต็มเติมความบันเทิงได้ดียิ่งกว่าคือลำโพงติดเครื่องจาก Harman Kardon ถึง 4 จุด รับประกันในเรื่องคุณภาพเสียงที่คุณจะได้รับแบบจุใจ เสมือนกำลังชมในโรงภาพยนตร์ส่วนตัว

 

 

คีย์บอร์ดและปากกาอำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับคีย์บอร์ดและปากกา M-Pen Lite ที่ช่วยพิมพ์งานและวาดภาพ แถมยังทำหน้าที่เป็นเคสในตัวเวลาพกพาใส่กระเป๋า ซึ่งมีโหมด window mode เวลาติดคีย์บอร์ดเข้ากับตัวเครื่องขึ้น ทำให้ผู้ใช้คุ้นหน้าคุ้นตากับอินเทอร์เฟสเดียวกับตอนใช้งานคอมพิวเตอร์

 

ระบบปฏิบัติการณ์เจ้าปัญหา

อย่างไรก็ตามปัญหาเดิมของ Huawei ก็ยังไม่หายไปไหน นั่นคือระบบปฏิบัติการของตัวเอง ที่ไม่รองรับ google play แบบเครื่องแอนดรอยทั่วไป ทำให้การใช้งานเป็นไปได้ยาก (ดาวโหลดแอปทั่วไปอย่าง Facebook, Line หรือเกมส์ทั่วไปไม่ได้เลย) ถึงแม้ว่าทางแบรนด์จะออกตัวว่าสามารถนำไปติดตั้งระบบปฏิบัติการณ์ของกูเกิ้ลทีหลังได้ก็ตาม

 

ราคาไม่เป็นมิตร

รวมถึงคีย์บอร์ดแม้มาช่วยในเรื่องการพิมพ์ แต่ระบบปฏิบัติการณ์ที่ค่อนข้างไม่เป็นมิตร จึงทำให้อะไรที่น่าจะสะดวกขึ้นกลับลำบากยิ่งกว่าเดิม ทั้งการเปลี่ยนภาษาหรือฟีเจอร์ช่วยสะกดคำก็มารบกวนการใช้งานอยู่เนืองๆ น่าจะเป็นสิ่งที่ทางแบรนด์ควรกลับไปพิจารณาเรื่องนี้ด้วย เพราะราคาที่เปิดตัวมาสูงถึง 14,990 บาท (เทียบกับคู่แข่งอย่าง iPad gen 7 ราคาเพียง 10,900 บาท ) กลับไม่สามารถสร้างความเป็นมิตรต่อผู้ใช้ได้เท่าที่ควร