Galaxy Z Flip โทรศัพท์พับได้ไซซ์ตลับแป้ง

กาแลคซี ซี ฟลิบ (Galaxy Z Flip) สมาร์ตโฟนพับได้ ไซซ์มินิขนาดพอดีมือ ถือว่าเป็นรุ่นที่สองของซัมซุงถัดจาก Galaxy Fold (ย้อนอ่านเรื่อง Galazy Fold ได้ที่ http://www.esquire.co.th/style/Samsung-Galaxy-Fold-2019/1878) ที่เปลี่ยนจากการพับด้านข้างมาเป็นพับจากบนลงล่าง มีลักษณะเหมือนตลับแป้ง ที่สำคัญกว่านั้น Z Flip ยังแก้ปัญหาเดิมคือหน้าจอพลาสติก โดยเปลี่ยนเป็นกระจกขนาด 6.7 นิ้วแล้ว ดูจากภาพรวมคร่าวๆ คงพอเห็นแล้วว่าสิ่งที่ซัมซุงพยายามนำเสนอคือ พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ใหม่ที่ไม่ได้มีแค่รับ โทร สไลด์อีกต่อไป

 

 

หลังจากเราได้ลองเอามาลองใช้อยู่ 2-3 วัน ก็พบว่ามันแก้ปัญหาครั้งก่อนได้จริงๆ แต่บางอย่างก็ยังเหมือนเดิม ซึ่งเราสรุปได้ตามการใช้งานไว้คร่าวๆ เป็นหัวข้อย่อยๆ เผื่อใครกำลังสนใจ หรืออยากลองซื้อไปพับเล่นก็ไม่มีใครว่า 

 

พับได้สนุกขึ้นกว่ารุ่นก่อน หลังจากได้ลองจาก Galaxy Fold มาก่อน ที่เรารู้สึกว่ากลัวพังมากกว่ากล้าใช้ ด้วยราคาที่เปิดตัวมาสูงมาก จึงไม่ค่อยอยากพับบ่อย ทำให้ Fold รู้สึกไม่ได้เป็นมิตรกับผู้ใช้มากนัก แต่การแก้มือครั้งนี้ของซัมซุงทำให้คนใช้ Z Flip รู้สึกอยากพับมากขึ้น

 

นึกย้อนไปถึงโทรศัพท์พับได้ในยุคก่อน เวลาฟังเสียงหน้าจอกระทบกันแล้วรู้สึกดีกว่าเยอะ แถมเวลาพับแล้วขนาดยังกะทัดรัด พอดีมือจับ นี่ถ้ามีหน้าจออยู่ด้านนอกด้วยเราคงพับกดเล่นทั้งวัน แต่เหมือนซัมซุงอาจตั้งใจทำให้ได้อย่างนั้นในอนาคต เพราะคราวนี้ก็ยังแอบใส่หน้าจอไซซ์มินิ มาให้ดูเล่นเวลาข้อความเข้า หรือคนที่ถูกถ่ายรูปดูได้ว่าหน้าตาตัวเองเป็นอย่างไร (เลือกเปิดที่สัญลักษณ์มุมขวาเวลาใช้กล้องหลัง) แม้จะเล็กไปหน่อยก็ตาม

 

 

 

การถ่ายรูปและวิดีโอที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากสามารถพับงอสมาร์ตโฟนได้ ทำให้เกิดมิติใหม่ในการถ่ายรูปและวิดีโอ โดยเฉพาะการเปิดหน้าจอให้ตั้งฉากในการถ่ายเซลฟี่หรือ V-log ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และสามารถหาที่ตั้งให้โทรศัพท์ของคุณทำหน้าที่เหมือนขาตั้งกล้องในการถ่ายภาพกลางคืนหรือ Time-Lapse โดยไม่ต้องพึ่งแฟลช ไปจนถึงรูปแบบการสื่อสารที่สามารถคุยผ่านสมาร์ตโฟนโดยพับหน้าจอแล้วนำไปตั้งไว้บนโต๊ะเสมือนกล้องและไมค์ตัวนึงก็ทำได้ นี่น่าจะเป็นความสนุก สำหรับคนชอบถ่ายภาพอย่างแน่นอน  

 

 

อีกหนึ่งไฮไลต์ของการถ่ายภาพคือฟีเจอร์ ฟิลเตอร์ส่วนตัว โดยอ้างอิงจากรูปภาพที่เรามีแล้ว ใช้สีตามรูปภาพนั้นในการถ่ายรูปต่อๆ ไป ซึ่งเราว่าสะดวกในการที่ไม่ต้องไปแต่งเพิ่มทีหลัง แต่ใช้งานได้รวดเดียวในสภาพแสงคล้ายๆ กัน

 

 

ใช้งานพร้อมกันได้หลายแอปพลิเคชัน ส่วนที่ดีบางอย่างก็ยังคงเก็บไว้คือระบบมัลติทาสกิ้ง ที่แบ่งหน้าจอการทำงานได้ แต่ปรับขนาดไม่ได้แล้ว แถบใช้ได้สูงสุดแค่ 2 หน้าจอเท่านั้น (รุ่น Fold ใช้ได้ 3 หน้าจอ) แต่เราว่าทำถูกแล้ว ยิ่งเวลาใช้งานขณะพับหน้าจอ ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกม portable อยู่ ทำให้รู้สึกเหมือนตอนที่ Nintendo DS เปิดตัวใหม่ๆ แบบนั้นเลย

 

 

แบตเตอรี่กลับน้อยลง ของบางอย่างอะไรที่มันดีอยู่แล้วก็ไม่ต้องไปเปลี่ยนมัน สำนวนนี้ใช้ได้กับทุกเรื่อง เพราะ Z Flip กลับลดแบตเตอรี่ลงเหลือแต่ 3,300 mAh (รุ่น Fold ใช้แบตเตอรี่ 4,000 mAh) ซึ่งเข้าใจว่าด้วยขนาดที่เล็กลงและฟังก์ชันที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานหนักเท่าเดิม แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งในเมื่อมีของดีในมืออยู่แล้ว น่าเสียดายจริงๆ

 


 

สรุป สิ่งที่เราชอบที่สุดของ Galaxy Z Flip คือการถ่ายรูปสนุกเหมือนเดิม โดยเฉพาะกล้องอัลตร้าไวด์ ซึ่งมีมาตั้งแต่ Galaxy Fold แล้ว แต่น่าเสียดายที่ ไหนๆ อุตสาเปิดตัวพร้อมกับ Galazy S20 ที่มาพร้อมกล้องตัวใหม่แล้ว น่าจะใส่มาถึงรุ่นนี้บ้าง คงสนุกยิ่งกว่าเดิม

 

 

อีกอย่างที่เราชอบคือด้วยขนาดหน้าจอ 6.7 นิ้ว (กว้างมากๆ พอๆ กับจอหนังไซซ์มินิเลย) ทำให้คนที่ชอบดูหนัง เล่นเกมน่าจะปรบมือให้เลยทีเดียว แต่ก็นั่นแหละครับ Z Flip กลับลดแบตเตอรี่ลงเหลือแค่ 3,000 mAh ทั้งๆ ที่สมาร์ตโฟนเดี๋ยวนี้เขามี 4,000 mAh ขั้นต่ำกันไปแล้ว น่าเสียดาย แถมเราแอบเอาไปเล่นเกมแล้วรู้สึกว่าเครื่องร้อนไวมาก คงน่าจะมีการอัพเดตซอร์ฟแวร์ในส่วนที่เป็นปัญหาให้ดีขึ้นกว่านี้ตามมาแน่ๆ แต่ด้วยราคาที่เปิดตัวออกมา ถือว่าเป็นสมาร์ตโฟนอีกรุ่นที่น่าใช้ 

 

Galaxy Z Flip ราคา 44,900 บาท


 

text & photo Neighbor Indy Market 

 




Galaxy Z Flip โทรศัพท์พับได้ไซซ์ตลับแป้ง

กาแลคซี ซี ฟลิบ (Galaxy Z Flip) สมาร์ตโฟนพับได้ ไซซ์มินิขนาดพอดีมือ ถือว่าเป็นรุ่นที่สองของซัมซุงถัดจาก Galaxy Fold (ย้อนอ่านเรื่อง Galazy Fold ได้ที่ http://www.esquire.co.th/style/Samsung-Galaxy-Fold-2019/1878) ที่เปลี่ยนจากการพับด้านข้างมาเป็นพับจากบนลงล่าง มีลักษณะเหมือนตลับแป้ง ที่สำคัญกว่านั้น Z Flip ยังแก้ปัญหาเดิมคือหน้าจอพลาสติก โดยเปลี่ยนเป็นกระจกขนาด 6.7 นิ้วแล้ว ดูจากภาพรวมคร่าวๆ คงพอเห็นแล้วว่าสิ่งที่ซัมซุงพยายามนำเสนอคือ พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ใหม่ที่ไม่ได้มีแค่รับ โทร สไลด์อีกต่อไป

 

 

หลังจากเราได้ลองเอามาลองใช้อยู่ 2-3 วัน ก็พบว่ามันแก้ปัญหาครั้งก่อนได้จริงๆ แต่บางอย่างก็ยังเหมือนเดิม ซึ่งเราสรุปได้ตามการใช้งานไว้คร่าวๆ เป็นหัวข้อย่อยๆ เผื่อใครกำลังสนใจ หรืออยากลองซื้อไปพับเล่นก็ไม่มีใครว่า 

 

พับได้สนุกขึ้นกว่ารุ่นก่อน หลังจากได้ลองจาก Galaxy Fold มาก่อน ที่เรารู้สึกว่ากลัวพังมากกว่ากล้าใช้ ด้วยราคาที่เปิดตัวมาสูงมาก จึงไม่ค่อยอยากพับบ่อย ทำให้ Fold รู้สึกไม่ได้เป็นมิตรกับผู้ใช้มากนัก แต่การแก้มือครั้งนี้ของซัมซุงทำให้คนใช้ Z Flip รู้สึกอยากพับมากขึ้น

 

นึกย้อนไปถึงโทรศัพท์พับได้ในยุคก่อน เวลาฟังเสียงหน้าจอกระทบกันแล้วรู้สึกดีกว่าเยอะ แถมเวลาพับแล้วขนาดยังกะทัดรัด พอดีมือจับ นี่ถ้ามีหน้าจออยู่ด้านนอกด้วยเราคงพับกดเล่นทั้งวัน แต่เหมือนซัมซุงอาจตั้งใจทำให้ได้อย่างนั้นในอนาคต เพราะคราวนี้ก็ยังแอบใส่หน้าจอไซซ์มินิ มาให้ดูเล่นเวลาข้อความเข้า หรือคนที่ถูกถ่ายรูปดูได้ว่าหน้าตาตัวเองเป็นอย่างไร (เลือกเปิดที่สัญลักษณ์มุมขวาเวลาใช้กล้องหลัง) แม้จะเล็กไปหน่อยก็ตาม

 

 

 

การถ่ายรูปและวิดีโอที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากสามารถพับงอสมาร์ตโฟนได้ ทำให้เกิดมิติใหม่ในการถ่ายรูปและวิดีโอ โดยเฉพาะการเปิดหน้าจอให้ตั้งฉากในการถ่ายเซลฟี่หรือ V-log ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และสามารถหาที่ตั้งให้โทรศัพท์ของคุณทำหน้าที่เหมือนขาตั้งกล้องในการถ่ายภาพกลางคืนหรือ Time-Lapse โดยไม่ต้องพึ่งแฟลช ไปจนถึงรูปแบบการสื่อสารที่สามารถคุยผ่านสมาร์ตโฟนโดยพับหน้าจอแล้วนำไปตั้งไว้บนโต๊ะเสมือนกล้องและไมค์ตัวนึงก็ทำได้ นี่น่าจะเป็นความสนุก สำหรับคนชอบถ่ายภาพอย่างแน่นอน  

 

 

อีกหนึ่งไฮไลต์ของการถ่ายภาพคือฟีเจอร์ ฟิลเตอร์ส่วนตัว โดยอ้างอิงจากรูปภาพที่เรามีแล้ว ใช้สีตามรูปภาพนั้นในการถ่ายรูปต่อๆ ไป ซึ่งเราว่าสะดวกในการที่ไม่ต้องไปแต่งเพิ่มทีหลัง แต่ใช้งานได้รวดเดียวในสภาพแสงคล้ายๆ กัน

 

 

ใช้งานพร้อมกันได้หลายแอปพลิเคชัน ส่วนที่ดีบางอย่างก็ยังคงเก็บไว้คือระบบมัลติทาสกิ้ง ที่แบ่งหน้าจอการทำงานได้ แต่ปรับขนาดไม่ได้แล้ว แถบใช้ได้สูงสุดแค่ 2 หน้าจอเท่านั้น (รุ่น Fold ใช้ได้ 3 หน้าจอ) แต่เราว่าทำถูกแล้ว ยิ่งเวลาใช้งานขณะพับหน้าจอ ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกม portable อยู่ ทำให้รู้สึกเหมือนตอนที่ Nintendo DS เปิดตัวใหม่ๆ แบบนั้นเลย

 

 

แบตเตอรี่กลับน้อยลง ของบางอย่างอะไรที่มันดีอยู่แล้วก็ไม่ต้องไปเปลี่ยนมัน สำนวนนี้ใช้ได้กับทุกเรื่อง เพราะ Z Flip กลับลดแบตเตอรี่ลงเหลือแต่ 3,300 mAh (รุ่น Fold ใช้แบตเตอรี่ 4,000 mAh) ซึ่งเข้าใจว่าด้วยขนาดที่เล็กลงและฟังก์ชันที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานหนักเท่าเดิม แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งในเมื่อมีของดีในมืออยู่แล้ว น่าเสียดายจริงๆ

 


 

สรุป สิ่งที่เราชอบที่สุดของ Galaxy Z Flip คือการถ่ายรูปสนุกเหมือนเดิม โดยเฉพาะกล้องอัลตร้าไวด์ ซึ่งมีมาตั้งแต่ Galaxy Fold แล้ว แต่น่าเสียดายที่ ไหนๆ อุตสาเปิดตัวพร้อมกับ Galazy S20 ที่มาพร้อมกล้องตัวใหม่แล้ว น่าจะใส่มาถึงรุ่นนี้บ้าง คงสนุกยิ่งกว่าเดิม

 

 

อีกอย่างที่เราชอบคือด้วยขนาดหน้าจอ 6.7 นิ้ว (กว้างมากๆ พอๆ กับจอหนังไซซ์มินิเลย) ทำให้คนที่ชอบดูหนัง เล่นเกมน่าจะปรบมือให้เลยทีเดียว แต่ก็นั่นแหละครับ Z Flip กลับลดแบตเตอรี่ลงเหลือแค่ 3,000 mAh ทั้งๆ ที่สมาร์ตโฟนเดี๋ยวนี้เขามี 4,000 mAh ขั้นต่ำกันไปแล้ว น่าเสียดาย แถมเราแอบเอาไปเล่นเกมแล้วรู้สึกว่าเครื่องร้อนไวมาก คงน่าจะมีการอัพเดตซอร์ฟแวร์ในส่วนที่เป็นปัญหาให้ดีขึ้นกว่านี้ตามมาแน่ๆ แต่ด้วยราคาที่เปิดตัวออกมา ถือว่าเป็นสมาร์ตโฟนอีกรุ่นที่น่าใช้ 

 

Galaxy Z Flip ราคา 44,900 บาท


 

text & photo Neighbor Indy Market