แกะกล่องไดสันเทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

เราเชื่อว่าถ้าคุณมีเทคโนโลยีดีๆ อยู่ใกล้ตัว โอกาสที่จะมีคุณภาพชีวิตดีย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะเทคโนโลยีหลายๆ ชิ้นออกแบบมาเพื่อให้มนุษย์ใช้ชีวิตได้สะดวกสบายขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกบ้าน ถ้ารู้จักเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เชื่อได้เลยครับว่าชีวิตคุณจะง่ายขึ้นอีกเยอะ

 

 

หนึ่งในบริษัทที่สนใจทั้งในเรื่องดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน เราขอยกให้กับไดสัน (Dyson) โดยเฉพาะผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเทคโนโลยีที่รวมหัวกะทิทางด้านวิศวกรกว่า 1,000 คน เจ้าของต้นแบบโปรดักต์หน้าตาล้ำยุค ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดฝุ่น พัดลมกรองอากาศ ไดร์เป่าผม ไปจนถึงโคมไฟอัจฉริยะ โดยเขาเน้นย้ำถึงประสิทธิภาพการใช้งานที่สำคัญกว่าหน้าตาหรือราคาที่ติดป้ายอยู่ เพราะเราเชื่อว่าถ้าคุณมีของดี (และถูกจริต) อยู่ในมือต่อให้แพงแค่ไหนคุณก็ซื้อแน่นอน

 

 

เราขอแนะนำไอเทมสามัญประจำบ้านอย่างเครื่องดูดฝุ่น Dyson V11  ที่หน้าตาละม้ายคล้ายรุ่นก่อนแต่ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ทุกคนน่าจะประสบปัญหาฝุ่น เศษผงหรือขยะชิ้นเล็กๆ กันดีอยู่แล้ว (ไม่ว่าจะเกิดเองหรือมีคนอื่นสร้างขึ้นมาแล้วยังไม่มีใครสะสาง) ซึ่งเจ้าเครื่องนี้จะช่วยสร้างพลังดูดมากกว่ารุ่นก่อนถึง 20% ด้วยไมโครโปรเซสเซอร์ถึง 3 ตัว แถมยังใช้งานง่าย เพียงกดปุ่มเดียวก็มีให้เลือกโหมดพลังดูดถึง 3 แบบ คือ ecoสำหรับวันสบายๆ ดูดไปฟังเพลงไปชิลๆ,  med เพิ่มความแรงขึ้นมาหน่อยสำหรับพื้นที่ที่ต้องการเน้นเฉพาะจุดและโหมด boost ที่เราชอบมาก โดยเอาไปทดลองดูดฟูกที่นอนแล้วพบว่ามีฝุ่นละเอียดแบบที่ตามองไม่เห็นเยอะมาก หลังทำความสะอาดด้วยเจ้าเครื่องนี้แล้วรู้สึกนอนหลับสบายไม่มีอาการฟึดฟัดกลางคืนเลยทีเดียว

คุณสามารถเลือกปรับระดับความแรงได้ตามต้องการ ผสานการทำงานของเซ็นเซอร์บริเวณลูกกลิ้งที่ปลายเครื่องดูดฝุ่นที่ช่วยปรับความแรงของการหมุนได้ตามสภาพพื้นผิว พูดง่ายๆ ว่ายิ่งพื้นที่ต้องใช้ความแรงในการดูดมากอย่างพรม เราลูกกลิ้งจะปรับพลังดูดโดยเพิ่มแรงหมุนแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้คุณไดสันยังใส่ใจว่าพ่อบ้านอย่างเราไม่ควรทำงานบ้านนานจนเกินไป จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมแบตเตอรี่ใช้งานแค่ 60 นาที (ลองชาร์จเต็มดูแล้วใช้โหมด eco ได้จริงเกือบ 80 นาทีเลยล่ะ) ก็เพียงพอ

 

โดยราคาอยู่ที่ 27,900 บาท รวมหัวเปลี่ยนครบชุด (สามารถแลกซื้อ Dyson V11 Dog หรือแท่นวางพิเศษได้ในราคา 2,000 บาทจากปกติ 3,500 บาท) กับราคาที่หลายคนคิดว่าค่อนข้างสูงนี้แลกมาด้วยนวัตกรรมที่ทำให้การทำความสะอาดภายในบ้าน (นอกบ้านก็ทำได้นะ) ง่ายขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยที่ต้องประสบกับปัญหาฝุ่นและขยะเป็นเรื่องธรรมดา ผมว่ามีเครื่องนี้ติดบ้านไว้ก็ไม่เลวนะครับ

 

 

อีกหนึ่งไอเทมสุดคูลประจำซีซั่นนี้อย่าง PURE COOL ME  (แค่ชื่อก็คูลแล้ว) พัดลมกรองอากาศที่ศักราชนี้ใครไม่มีติดบ้านหรือหรือออฟฟิศนับว่าเชยมาก เจ้าพัดลมกรองอากาศตัวนี้ทำหน้าที่พร้อมกันสองส่วน โดยผสมผสานการทำงานของ Dyson Pure Cool ซึ่งเป็นเครื่องกรองอากาศอัจฉริยะและ Dyson Cool หรือพัดลมไร้ใบพัด โดยทำหน้าที่กรองอนุภาคขนาดเล็กกว่า 0.1 ไมครอน (ดักจับได้ตั้งแต่เกสรดอกไม้ แบคทีเรียยันกลิ่นในครัวเรือน) ไปพร้อมๆ กับมอบลมเย็นสบายหลายระดับ

 

 

PURE COOL ME มาพร้อมนวัตกรรม Core Flow ที่ช่วยผลิตกระแสลมในทิศทางตรง ซึ่งเจมส์ ไดสันได้แรงบันดาลใจมาจากหลักพลศาสตร์ของเครื่องบิน Harrier Jump Jet ไม่ต้องพูดถึงความแรงของลมที่พุ่งออกจากช่องทั้งสองฝั่งมาบรรจบเป็นเส้นตรง ผู้ใช้สามารถเลื่อนโดมเปลี่ยนทิศทางลมได้ หรือปรับโหมดสวิงไปมา นอกจากเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังเผื่อแผ่ไปถึงคนรอบข้างอีกด้วย (ถึงแม้เขาจะออกแบบมาเพื่อเป็นพัดลมส่วนตัวก็ตามเถอะ)

 

 

ขนาดของ PURE COOL ME  มีความกว้างประมาณ 24.5 เซนติเมตร และสูง 40.1 เซนติเมตร เทียบง่ายๆ ว่าสูงประมาณหนังสือเล่มหนาๆ ซ้อนกัน 12 เล่ม ซึ่งก็ถือว่าขนาดกำลังพอดีที่จะวางไว้ข้างโต๊ะทำงานหรือข้างเตียง ด้วยน้ำหนัก 2.8 กิโลกรัมอาจจะมากเกินไปหน่อยสำหรับผู้หญิง แต่ก็หยิบจับถนัดสองมือ ในราคาเริ่มต้นที่ 13,900 บาท อาจทำให้หลายคนคิดหนัก แต่หากลองเลื่อนไปดูราคาพัดลมกรองอากาศของค่ายอื่นคุณจะพบว่า เพิ่มเงินอีกไม่เท่าไหร่แต่ได้เทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าเป็นเท่าตัว มีหรือจะไม่คุ้ม 

 

 


 TEXT NM

 




แกะกล่องไดสันเทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

เราเชื่อว่าถ้าคุณมีเทคโนโลยีดีๆ อยู่ใกล้ตัว โอกาสที่จะมีคุณภาพชีวิตดีย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะเทคโนโลยีหลายๆ ชิ้นออกแบบมาเพื่อให้มนุษย์ใช้ชีวิตได้สะดวกสบายขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกบ้าน ถ้ารู้จักเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เชื่อได้เลยครับว่าชีวิตคุณจะง่ายขึ้นอีกเยอะ

 

 

หนึ่งในบริษัทที่สนใจทั้งในเรื่องดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน เราขอยกให้กับไดสัน (Dyson) โดยเฉพาะผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเทคโนโลยีที่รวมหัวกะทิทางด้านวิศวกรกว่า 1,000 คน เจ้าของต้นแบบโปรดักต์หน้าตาล้ำยุค ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดฝุ่น พัดลมกรองอากาศ ไดร์เป่าผม ไปจนถึงโคมไฟอัจฉริยะ โดยเขาเน้นย้ำถึงประสิทธิภาพการใช้งานที่สำคัญกว่าหน้าตาหรือราคาที่ติดป้ายอยู่ เพราะเราเชื่อว่าถ้าคุณมีของดี (และถูกจริต) อยู่ในมือต่อให้แพงแค่ไหนคุณก็ซื้อแน่นอน

 

 

เราขอแนะนำไอเทมสามัญประจำบ้านอย่างเครื่องดูดฝุ่น Dyson V11  ที่หน้าตาละม้ายคล้ายรุ่นก่อนแต่ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ทุกคนน่าจะประสบปัญหาฝุ่น เศษผงหรือขยะชิ้นเล็กๆ กันดีอยู่แล้ว (ไม่ว่าจะเกิดเองหรือมีคนอื่นสร้างขึ้นมาแล้วยังไม่มีใครสะสาง) ซึ่งเจ้าเครื่องนี้จะช่วยสร้างพลังดูดมากกว่ารุ่นก่อนถึง 20% ด้วยไมโครโปรเซสเซอร์ถึง 3 ตัว แถมยังใช้งานง่าย เพียงกดปุ่มเดียวก็มีให้เลือกโหมดพลังดูดถึง 3 แบบ คือ ecoสำหรับวันสบายๆ ดูดไปฟังเพลงไปชิลๆ,  med เพิ่มความแรงขึ้นมาหน่อยสำหรับพื้นที่ที่ต้องการเน้นเฉพาะจุดและโหมด boost ที่เราชอบมาก โดยเอาไปทดลองดูดฟูกที่นอนแล้วพบว่ามีฝุ่นละเอียดแบบที่ตามองไม่เห็นเยอะมาก หลังทำความสะอาดด้วยเจ้าเครื่องนี้แล้วรู้สึกนอนหลับสบายไม่มีอาการฟึดฟัดกลางคืนเลยทีเดียว

คุณสามารถเลือกปรับระดับความแรงได้ตามต้องการ ผสานการทำงานของเซ็นเซอร์บริเวณลูกกลิ้งที่ปลายเครื่องดูดฝุ่นที่ช่วยปรับความแรงของการหมุนได้ตามสภาพพื้นผิว พูดง่ายๆ ว่ายิ่งพื้นที่ต้องใช้ความแรงในการดูดมากอย่างพรม เราลูกกลิ้งจะปรับพลังดูดโดยเพิ่มแรงหมุนแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้คุณไดสันยังใส่ใจว่าพ่อบ้านอย่างเราไม่ควรทำงานบ้านนานจนเกินไป จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมแบตเตอรี่ใช้งานแค่ 60 นาที (ลองชาร์จเต็มดูแล้วใช้โหมด eco ได้จริงเกือบ 80 นาทีเลยล่ะ) ก็เพียงพอ

 

โดยราคาอยู่ที่ 27,900 บาท รวมหัวเปลี่ยนครบชุด (สามารถแลกซื้อ Dyson V11 Dog หรือแท่นวางพิเศษได้ในราคา 2,000 บาทจากปกติ 3,500 บาท) กับราคาที่หลายคนคิดว่าค่อนข้างสูงนี้แลกมาด้วยนวัตกรรมที่ทำให้การทำความสะอาดภายในบ้าน (นอกบ้านก็ทำได้นะ) ง่ายขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยที่ต้องประสบกับปัญหาฝุ่นและขยะเป็นเรื่องธรรมดา ผมว่ามีเครื่องนี้ติดบ้านไว้ก็ไม่เลวนะครับ

 

 

อีกหนึ่งไอเทมสุดคูลประจำซีซั่นนี้อย่าง PURE COOL ME  (แค่ชื่อก็คูลแล้ว) พัดลมกรองอากาศที่ศักราชนี้ใครไม่มีติดบ้านหรือหรือออฟฟิศนับว่าเชยมาก เจ้าพัดลมกรองอากาศตัวนี้ทำหน้าที่พร้อมกันสองส่วน โดยผสมผสานการทำงานของ Dyson Pure Cool ซึ่งเป็นเครื่องกรองอากาศอัจฉริยะและ Dyson Cool หรือพัดลมไร้ใบพัด โดยทำหน้าที่กรองอนุภาคขนาดเล็กกว่า 0.1 ไมครอน (ดักจับได้ตั้งแต่เกสรดอกไม้ แบคทีเรียยันกลิ่นในครัวเรือน) ไปพร้อมๆ กับมอบลมเย็นสบายหลายระดับ

 

 

PURE COOL ME มาพร้อมนวัตกรรม Core Flow ที่ช่วยผลิตกระแสลมในทิศทางตรง ซึ่งเจมส์ ไดสันได้แรงบันดาลใจมาจากหลักพลศาสตร์ของเครื่องบิน Harrier Jump Jet ไม่ต้องพูดถึงความแรงของลมที่พุ่งออกจากช่องทั้งสองฝั่งมาบรรจบเป็นเส้นตรง ผู้ใช้สามารถเลื่อนโดมเปลี่ยนทิศทางลมได้ หรือปรับโหมดสวิงไปมา นอกจากเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังเผื่อแผ่ไปถึงคนรอบข้างอีกด้วย (ถึงแม้เขาจะออกแบบมาเพื่อเป็นพัดลมส่วนตัวก็ตามเถอะ)

 

 

ขนาดของ PURE COOL ME  มีความกว้างประมาณ 24.5 เซนติเมตร และสูง 40.1 เซนติเมตร เทียบง่ายๆ ว่าสูงประมาณหนังสือเล่มหนาๆ ซ้อนกัน 12 เล่ม ซึ่งก็ถือว่าขนาดกำลังพอดีที่จะวางไว้ข้างโต๊ะทำงานหรือข้างเตียง ด้วยน้ำหนัก 2.8 กิโลกรัมอาจจะมากเกินไปหน่อยสำหรับผู้หญิง แต่ก็หยิบจับถนัดสองมือ ในราคาเริ่มต้นที่ 13,900 บาท อาจทำให้หลายคนคิดหนัก แต่หากลองเลื่อนไปดูราคาพัดลมกรองอากาศของค่ายอื่นคุณจะพบว่า เพิ่มเงินอีกไม่เท่าไหร่แต่ได้เทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าเป็นเท่าตัว มีหรือจะไม่คุ้ม 

 

 


 TEXT NM