"Apple Special Event 2018" แอปเปิ้ลลูกใหญ่ที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

iPhone Xs และ iPhone Xs MAX

 

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเสียทีสำหรับ iPhone รุ่นใหม่ในชื่อ iPhone Xs ในขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้ว และ iPhone Xs MAX ในขนาดหน้าจอ 6.5 นิ้ว ซึ่งทั้งคู่มาพร้อมกับกล้องคู่ที่ดีขึ้นและชิพ A12 Bionic ที่เร็วขึ้นกว่าใน iPhone X พร้อมทั้งรองรับระบบสองรุ่น และ Apple ยังส่งน้องเล็กอย่าง iPhone Xr ที่ใช้ชิพเซ็ตเดียวกันกันสองตัวข้างบนแต่มีกล้องหลังเพียงตัวเดียว มีให้เลือกหกสีและไม่รองรับสองซิมเหมือนอย่างพี่ๆ แต่สิ่งที่เหมือนกันจาก iPhone ทั้งสามรุ่นคือ Apple ได้บอกลาปุ่ม Home และต้อนรับระบบ Face ID อย่างเต็มตัวแล้ว

 

iPhone Xr

 

แม้ทุกคนจะตื่นตาตื่นกับ iPhone รุ่นใหม่ทั้งสาม แต่สิ่งที่เราคิดว่าน่าสนใจกว่านั้นกลับเป็น Apple Watch Series 4 ที่มาพร้อมขนาดจอที่ใหญ่ขึ้น 30 เปอร์เซนต์ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยฟังก์ชั่นเพื่อสุขภาพเช่นเซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบไฟฟ้าที่สามารถวัดคลื่นหัวใจ (ECG) ได้ ด้วยแอพ ECG ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐาน De Novo จาก FDA เรียบร้อยแล้วหรือฟังก์ชั่นตรวจจับการล้มที่สามารถตรวจวัดระดับความรุนแรงของการล้มได้พร้อมทั้งมันจะส่งสัญญาณเตือนหลังการล้มและจะโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้หากตรวจพบว่าไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลา 60 วินาทีหลังมีการแจ้งเตือน

 

 

 

การเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ทั้ง 4 ชิ้นนี้ดูเหมือนเจ้า Apple Watch Series 4 จะดูน่าตื่นเต้นที่สุดหากดูในเรื่องของฟังก์ชั่นและหน้าตาซึ่ง Apple เองคงวางเกมไว้แล้วเพราะมีรายงานว่ายอดการขาย Medical Wearable นั้นกำลังจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนไปแตะมูลค่าตลาดรวมที่ 14.6 ล้านล้าน USD ภายในปี 2023 ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.5 จากมูลค่าตลาดในปี 2017 ที่มีมูลค่า 5.5 ล้านล้าน USD โดยในปี 2017 นั้น Apple Watch ก็ยังเป็น Wearable ที่ขายดีที่สุดในโลกด้วยยอดขายกว่า 4.7 ล้านเครื่องในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วซึ่งคิดเป็น 17 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าตลาดรวม

 

 

ในขณะที่ตลาด Smartphone นั้นมียอดการขายที่ตกลงถึง 9 เปอร์เซ็นต์ซึ่ง Apple เองก็ได้รับผลกระทบโดยตรงเพราะผู้ใช้อยู่กับ iPhone รุ่นเดิมนานขึ้นจนยอดขายลดลงไป 1 เปอร์เซ็นต์ และการที่ตลาด Wearable เติบโตอย่างมากนั้นก็ไม่แปลกหากพวกเขาหันมาจริงจังกับมันมากขึ้น

 


 

 

เรื่อง: KANT

ภาพ: Courtesy of Apple


YOU MIGHT LIKE !



"Apple Special Event 2018" แอปเปิ้ลลูกใหญ่ที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

iPhone Xs และ iPhone Xs MAX

 

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเสียทีสำหรับ iPhone รุ่นใหม่ในชื่อ iPhone Xs ในขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้ว และ iPhone Xs MAX ในขนาดหน้าจอ 6.5 นิ้ว ซึ่งทั้งคู่มาพร้อมกับกล้องคู่ที่ดีขึ้นและชิพ A12 Bionic ที่เร็วขึ้นกว่าใน iPhone X พร้อมทั้งรองรับระบบสองรุ่น และ Apple ยังส่งน้องเล็กอย่าง iPhone Xr ที่ใช้ชิพเซ็ตเดียวกันกันสองตัวข้างบนแต่มีกล้องหลังเพียงตัวเดียว มีให้เลือกหกสีและไม่รองรับสองซิมเหมือนอย่างพี่ๆ แต่สิ่งที่เหมือนกันจาก iPhone ทั้งสามรุ่นคือ Apple ได้บอกลาปุ่ม Home และต้อนรับระบบ Face ID อย่างเต็มตัวแล้ว

 

iPhone Xr

 

แม้ทุกคนจะตื่นตาตื่นกับ iPhone รุ่นใหม่ทั้งสาม แต่สิ่งที่เราคิดว่าน่าสนใจกว่านั้นกลับเป็น Apple Watch Series 4 ที่มาพร้อมขนาดจอที่ใหญ่ขึ้น 30 เปอร์เซนต์ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยฟังก์ชั่นเพื่อสุขภาพเช่นเซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบไฟฟ้าที่สามารถวัดคลื่นหัวใจ (ECG) ได้ ด้วยแอพ ECG ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐาน De Novo จาก FDA เรียบร้อยแล้วหรือฟังก์ชั่นตรวจจับการล้มที่สามารถตรวจวัดระดับความรุนแรงของการล้มได้พร้อมทั้งมันจะส่งสัญญาณเตือนหลังการล้มและจะโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้หากตรวจพบว่าไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลา 60 วินาทีหลังมีการแจ้งเตือน

 

 

 

การเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ทั้ง 4 ชิ้นนี้ดูเหมือนเจ้า Apple Watch Series 4 จะดูน่าตื่นเต้นที่สุดหากดูในเรื่องของฟังก์ชั่นและหน้าตาซึ่ง Apple เองคงวางเกมไว้แล้วเพราะมีรายงานว่ายอดการขาย Medical Wearable นั้นกำลังจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนไปแตะมูลค่าตลาดรวมที่ 14.6 ล้านล้าน USD ภายในปี 2023 ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.5 จากมูลค่าตลาดในปี 2017 ที่มีมูลค่า 5.5 ล้านล้าน USD โดยในปี 2017 นั้น Apple Watch ก็ยังเป็น Wearable ที่ขายดีที่สุดในโลกด้วยยอดขายกว่า 4.7 ล้านเครื่องในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วซึ่งคิดเป็น 17 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าตลาดรวม

 

 

ในขณะที่ตลาด Smartphone นั้นมียอดการขายที่ตกลงถึง 9 เปอร์เซ็นต์ซึ่ง Apple เองก็ได้รับผลกระทบโดยตรงเพราะผู้ใช้อยู่กับ iPhone รุ่นเดิมนานขึ้นจนยอดขายลดลงไป 1 เปอร์เซ็นต์ และการที่ตลาด Wearable เติบโตอย่างมากนั้นก็ไม่แปลกหากพวกเขาหันมาจริงจังกับมันมากขึ้น

 


 

 

เรื่อง: KANT

ภาพ: Courtesy of Apple



LAST UPDATE