d’Orsay ร้านอาหารฝรั่งเศสสุดคลาสสิคใจกลางกรุง

ชื่อร้านมีที่มาจากพิพิธภัณฑ์ Orsay ซึ่งเคยเป็นสถานีรถไฟเก่าแก่ในปารีสก่อนที่จะกลายเป็นพิพิธภัณฑ์แรกที่อุทิศตนเพื่อศิลปะ d'Orsay ในที่นี้จึงเป็นภาพสะท้อนของสถานที่ที่ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนจะต้องไปดื่มกินและพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงโลก

 

การตกแต่งร้านเป็นไปแบบเรียบง่ายและสบายตา แต่ในขณะเดียวกันก็มีความทันสมัยผสมผสานอยู่กับความคลาสสิคในยุคที่ปารีสเดินทางมาถึงศตวรรษที่ 19 โดยรอบๆ ร้านเลือกใช้โทนสีเข้มตัดกับสีแดงซึ่งทำให้ร้านดูอบอุ่นและนั่งสบาย นอกจากนี้ตัวร้านยังถูกแบ่งออกเป็นรูปแบบต่างๆ ทั้งในส่วนของบาร์กลางร้าน โต๊ะรับประทานอาหารที่มีพนักกั้นเป็นส่วนตัว หรือจะเพลิดเพลินไปกับงานปาร์ตี้อยู่ในมุมของตัวเองกับภาพวาดของ Egon Schiele บนผนังที่ไม่ซ้ำกับมุมอื่นๆ  แต่เราโปรดปรานการหย่อนก้นลงนั่งในช่วงเย็นย่ำมากที่สุดในโซนลานระเบียงเล็กๆ กับสวนสีเขียว   เอ้าท์ดอร์ ที่นี่เน้นเมนูคลาสสิกฝรั่งเศสด้วยการสัมผัสถึงความทันสมัยในการนำเสนอ แต่ไม่เน้นรูปแบบฟิวชั่นใดๆ ทั้งสิ้น

 

เมนูแนะนำเริ่มต้นด้วย "Soupe a l'oignon facon d'Orsay" ซุปหัวหอมที่ใช้น้ำสต๊อกล็อปสเตอร์ เราคอนเฟิร์มว่าอร่อยมาก ด้านบนปิดด้วยพัพบางๆ เพื่อทำให้ซุปร้อนอยู่เสมอ จากนั้นจึงต่อด้วยจานสลัด "Salade Mangetout" กับสลัดที่หน้าตาคล้ายซีซ่าร์แต่เป็นแบบฉบับของฝรั่งเศส โดยเชฟใช้ถั่วแขกขนาดอวบๆ เคี้ยวแล้วกรุบๆ มาคลุกกับน้ำสลัด gribiche ที่รสชาติเปรี้ยวเล็กๆ แต่ยังคงลงตัวยามเข้าปากพร้อมเบคอนชิ้นจิ๋ว ส่วนไฮไลท์คงหนีไม่พ้น "Moules au Pernod en persillade" ที่นำหอยแมลงภู่จากไอร์แลนด์มาปรุงรสกับเนยและไวน์ขาว พร้อมผสมเหล้า Pernod (ยิ่งเอาขนมปังจิ้มน้ำซอสหอยกินไปคุยไป ขนมปังหลายชิ้นตรงหน้าจะหมดไปอย่างรวดเร็ว) ส่วนคนรักเนื้อขอแนะนำ "Bavette de boeuf grillee" กับสเต็กส์เนื้อออสเตรเลียซึ่งเป็นเนื้อวากิวเบอร์ 5 ราดด้วยซอส Parisien เสิร์ฟพร้อมสลัดและเฟรนซ์ฟรายร้อนๆ พร้อมปิดมื้อด้วย "Rose Apple Tart" ขนมหวานจานนี้สวยและอร่อยจริงๆ ด้วยเนื้อแอ๊ปเปิ้ลที่ถูกแล่ออกมาอย่างบางเบาและอบจนกรุบๆ ที่สำคัญรสชาติไม่หวานมาก ดีงามอย่างยิ่งยามตักเข้าปากพร้อมทาร์ต เป็นจานที่เพิ่มความสุขสำหรับอาหารตาและความสุขในการกินอย่างเพอร์เฟ็ค

 

ด้วยการตกแต่งร้านสไตล์คลาสสิค บรรยากาศสบายๆ ประกอบกับรสชาติอาหารชั้นยอดทำให้ d’Orsay เป็นอีกหนึ่งร้านโปรดของคออาหารฝรั่งเศสอย่างไม่ต้องสงสัย

 

d'Orsay - Moules Steak Frites

ตั้งอยู่ที่ ชั้น 3 โครงการ The Portico ซ.หลังสวน

เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 – 22.30 น. โทร. 02 6504747

 

Text: Zatia

Photography: Nithikarn Janeputtipun

Edit: Pingchawin




d’Orsay ร้านอาหารฝรั่งเศสสุดคลาสสิคใจกลางกรุง

ชื่อร้านมีที่มาจากพิพิธภัณฑ์ Orsay ซึ่งเคยเป็นสถานีรถไฟเก่าแก่ในปารีสก่อนที่จะกลายเป็นพิพิธภัณฑ์แรกที่อุทิศตนเพื่อศิลปะ d'Orsay ในที่นี้จึงเป็นภาพสะท้อนของสถานที่ที่ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนจะต้องไปดื่มกินและพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงโลก

 

การตกแต่งร้านเป็นไปแบบเรียบง่ายและสบายตา แต่ในขณะเดียวกันก็มีความทันสมัยผสมผสานอยู่กับความคลาสสิคในยุคที่ปารีสเดินทางมาถึงศตวรรษที่ 19 โดยรอบๆ ร้านเลือกใช้โทนสีเข้มตัดกับสีแดงซึ่งทำให้ร้านดูอบอุ่นและนั่งสบาย นอกจากนี้ตัวร้านยังถูกแบ่งออกเป็นรูปแบบต่างๆ ทั้งในส่วนของบาร์กลางร้าน โต๊ะรับประทานอาหารที่มีพนักกั้นเป็นส่วนตัว หรือจะเพลิดเพลินไปกับงานปาร์ตี้อยู่ในมุมของตัวเองกับภาพวาดของ Egon Schiele บนผนังที่ไม่ซ้ำกับมุมอื่นๆ  แต่เราโปรดปรานการหย่อนก้นลงนั่งในช่วงเย็นย่ำมากที่สุดในโซนลานระเบียงเล็กๆ กับสวนสีเขียว   เอ้าท์ดอร์ ที่นี่เน้นเมนูคลาสสิกฝรั่งเศสด้วยการสัมผัสถึงความทันสมัยในการนำเสนอ แต่ไม่เน้นรูปแบบฟิวชั่นใดๆ ทั้งสิ้น

 

เมนูแนะนำเริ่มต้นด้วย "Soupe a l'oignon facon d'Orsay" ซุปหัวหอมที่ใช้น้ำสต๊อกล็อปสเตอร์ เราคอนเฟิร์มว่าอร่อยมาก ด้านบนปิดด้วยพัพบางๆ เพื่อทำให้ซุปร้อนอยู่เสมอ จากนั้นจึงต่อด้วยจานสลัด "Salade Mangetout" กับสลัดที่หน้าตาคล้ายซีซ่าร์แต่เป็นแบบฉบับของฝรั่งเศส โดยเชฟใช้ถั่วแขกขนาดอวบๆ เคี้ยวแล้วกรุบๆ มาคลุกกับน้ำสลัด gribiche ที่รสชาติเปรี้ยวเล็กๆ แต่ยังคงลงตัวยามเข้าปากพร้อมเบคอนชิ้นจิ๋ว ส่วนไฮไลท์คงหนีไม่พ้น "Moules au Pernod en persillade" ที่นำหอยแมลงภู่จากไอร์แลนด์มาปรุงรสกับเนยและไวน์ขาว พร้อมผสมเหล้า Pernod (ยิ่งเอาขนมปังจิ้มน้ำซอสหอยกินไปคุยไป ขนมปังหลายชิ้นตรงหน้าจะหมดไปอย่างรวดเร็ว) ส่วนคนรักเนื้อขอแนะนำ "Bavette de boeuf grillee" กับสเต็กส์เนื้อออสเตรเลียซึ่งเป็นเนื้อวากิวเบอร์ 5 ราดด้วยซอส Parisien เสิร์ฟพร้อมสลัดและเฟรนซ์ฟรายร้อนๆ พร้อมปิดมื้อด้วย "Rose Apple Tart" ขนมหวานจานนี้สวยและอร่อยจริงๆ ด้วยเนื้อแอ๊ปเปิ้ลที่ถูกแล่ออกมาอย่างบางเบาและอบจนกรุบๆ ที่สำคัญรสชาติไม่หวานมาก ดีงามอย่างยิ่งยามตักเข้าปากพร้อมทาร์ต เป็นจานที่เพิ่มความสุขสำหรับอาหารตาและความสุขในการกินอย่างเพอร์เฟ็ค

 

ด้วยการตกแต่งร้านสไตล์คลาสสิค บรรยากาศสบายๆ ประกอบกับรสชาติอาหารชั้นยอดทำให้ d’Orsay เป็นอีกหนึ่งร้านโปรดของคออาหารฝรั่งเศสอย่างไม่ต้องสงสัย

 

d'Orsay - Moules Steak Frites

ตั้งอยู่ที่ ชั้น 3 โครงการ The Portico ซ.หลังสวน

เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 – 22.30 น. โทร. 02 6504747

 

Text: Zatia

Photography: Nithikarn Janeputtipun

Edit: Pingchawin