เมนูอร่อยโลกไม่จำ The forgotten delicious meals

เคยกินของอร่อยเมื่อนานมาแล้วจนจำชื่อไม่ได้บ้างไหม? นั่นเป็นไอเดียแรกของการร่วมกันระหว่างเชฟบัส – ธวัชชัย อัครวงศ์วัฒนา Top 4 จากรายการ Top Chef Thailand และเชฟลัท - นลัท จิรวีรกูล รองแชมป์จากรายการ MasterChef Thailand Season 2 ซึ่งทั้งคู่หยิบเอาเมนูที่ตัวเองเคยรับประทานสมัยเด็ก เมนูที่หากินได้ยากในปัจจุบัน ไปจนถึงเมนูธรรมดาที่นำมาปัดฝุ่นใหม่ให้เข้ายุคสมัย จนออกมาเป็นมื้ออาหาร 6 คอร์ส ที่อร่อยจนน่าลอกกลับไปทำกินเองที่บ้าน

 

 

เชฟบัสและเชฟลัทออกมาแนะนำตัวเองก่อนเริ่มเมนูมื้อค่ำของวันนี้ที่ร้าน Vela ซึ่งตัวเชฟบัสเองเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเมนูอาหารไทยทวิสต์ประจำร้านนี้อยู่แล้ว ส่วนเชฟลัทที่มีโอกาสมาร่วมจอยข้ามรายการ แถมยังหยิบยกเมนูอาหารเหนือที่อาศัยวัตถุดิบฟังชื่อแล้วอาจต้องบอกซ้ำมาทำให้คนกินกินง่ายขึ้น

 

หอยทอด

 

ประเดิมด้วย 'หอยทอด' ขนาดพอดีคำ เชฟบัสทำซอสศรีราชาสูตรพิเศษที่รสชาติไม่จัดจ้านเท่าต้นฉบับ ผสมผสานกับซอสผักชี ทานคู่กับไข่ปลาแซมอน เป็นคำแรกที่ชอบมาก กัดแล้วรู้สึกชุ่มฉ่ำและอยากมีคำต่อๆ ไป

 

ย่างมันกุ้ง

 

จานสตาร์ตเตอร์เชฟบัสยก 'ย่างมันกุ้ง' ซึ่งเปลี่ยนไอเดียของทอดมันกุ้งโดยนำมาย่างแทน ทานคู่กับถั่วพลู ซอสแตงกวาไว้กินตัดเลี่ยน สำหรับคนที่ชอบทานมันกุ้งอยู่แล้วจะรู้ว่าส่วนหัวคือของเด็ด แต่เชฟนำมันมาโปะบริเวณตัวกุ้งจนแอบคิดว่าเชฟให้มันกุ้งเยอะไปไหม ที่ไหนได้เชฟแค่แทรกมันกุ้งไว้ระหว่างตัวกุ้ง (ตัวกุ้งแอบแกะยากนิดนึง) เท่านั้น

 

ต๋ำบ่าม่วงปล๋าแห้ง

 

มาพร้อมกับจาน 'ต๋ำบ่าม่วงปล๋าแห้ง' ของเชฟลัท ซึ่งน้อยครั้งที่ตำมะม่วงจะใส่ปลาแห้งมาให้เราทานด้วย เชฟลัทเสิร์ฟคู่กับหอยเชลล์ที่ราดด้วยปลาร้า ทีเด็ดของจานนี้เลยก็ว่าได้ เชฟลัทเล่าว่าปลาร้าเป็นปลาร้าทางเหนือ (รสเปรี้ยวหวานไม่เหมือนปลาร้าอีสาน) ซึ่งเป็นปลากระดี่ที่นำมาหมักกับข้าวคั่ว ท็อปด้วยพริกแห้งที่เผ็ดมาก

 

ข้ามต้มปลา

 

จานซุบเชฟบัสเสิร์ฟด้วย 'ข้ามต้มปลา' ฟังดูเป็นเมนูธรรมดาแต่หน้าตาไม่ธรรมดาเลย เพราะเชฟนำข้าวสวยไปปั่นและต้ม จากนั้นกรองข้าวออกให้เหลือแต่น้ำที่ยังคงกลิ่นของข้าวอยู่ นำมาราดบนชิ้นปลาเก๋า ซดล้างปากรอจากหลัก ต้องบอกก่อนว่าไอเดียของจานนี้ไม่ธรรมดา แต่เชฟใช้ความไม่ธรรมดาจนลืมความสามัญของเมนูข้ามต้มไปว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความร้อน แน่นอนว่าข้าวต้มที่ไร้ความร้อนย่อมไร้พลัง แต่สิ่งที่เป็นพระเอกขี่ม้าขาวของจานนี้คือขิงทอดกรอบ ทานคู่กับเนื้อปลาเก๋าแล้วอร่อยเหาะ

 

ยำบ่าถั่วบ่าเขือ จิ้นปิ้ง

 

จานก่อนเมนคอร์สเชฟลัทเสิร์ฟ 'ยำบ่าถั่วบ่าเขือ จิ้นปิ้ง' อย่างแรกคือการนำมะเขือกับถั่วมาตำด้วยกัน หน้าตาคล้ายน้ำพริกหนุ่ม เชฟจึงเสิร์ฟแครกเกอร์มาให้เคี้ยวเล่น ทานคู่กับหมูย่างที่โรยด้วยมะแขว่นบดจนกลายเป็นเม็ด ราดซอสผักชี เมนูนี้เชฟทำมะเขือให้คนไม่กินมะเขือกินหมด ไม่ต้องบอกว่าดีหรือไม่ดี แต่ถ้าเชฟเสิร์ฟหมูติดมันและเกรียมหน่อยๆ จะดีมาก

 

แตงโมลำ (รูปบน), เนื้อซี่โครงกอและ (รูปล่าง)

 

ก่อนไปถึงจานหลักเชฟบัสยก 'แตงโมลำ' มาล้างปาก เป็นชิ้นแตงโมที่ราดด้วยอีสานรัม ให้อารมณ์เหมือนกินเชอร์เบต แต่เข้าปากแล้วคนละความรู้สึก มาถึงจานหลักของเราจริงๆ แล้วเป็น 'เนื้อซี่โครงกอและ' แต่ผมทานเนื้อวัวไม่ได้เชฟเลยเปลี่ยนเป็นเนื้อแกะให้ ซึ่งคนที่กินเนื้อหลายเสียงเห็นตรงกันว่าเนื้อแกะดีมาก เชฟทำออกมานุ่มและไม่มีกลิ่นจนนึกว่ากำลังชิมขาหมูอยู่ ทานคู่กับข้าวผัดทรัฟเฟิล จากที่รู้สึกเบาๆ ก็เหมือนโดนเชฟฮุคเข้าใส่รวดเดียวจบ

 

ลูกหม่อน

 

ปิดท้ายด้วยจานของหวานของเชฟลัท เชฟเสิร์ฟ 'ลูกหม่อน' ที่หาได้ง่ายกว่าผลไม้ต่างประเทศ แต่คนไม่ค่อยได้มีโอกาสกินเท่าไหร่ เชฟทำแป้งด้วยสูตรของตัวเอง (เชฟลัทกำลังจะเปิดร้านขนมของตัวเอง เราแอบลุ้นอยู่นะ) ที่ออกมาได้อร่อยยมา ทั้งกรอบและหอม เข้ากันดีกับตัวครีมด้านบน คนไม่ชอบกินของหวานยังหมดจาน

 

ถึงแม้ว่า 'เมนูอร่อยโลกไม่จำ' จะครีเอทออกมาแค่ 2 วัน และผ่านพ้นไปแล้ว

แต่คุณยังสามารถมาชิมอาหารฝีมือของเชฟบัสได้ที่ร้าน Vela

เดินลงจากบีทีเอสสนามเป้าไม่กี่ก้าวก็ถึงร้าน กดลิฟต์ขึ้นมาชั้น 5 'เวลา' ยินดีให้บริการ

 


text / photo NM




เมนูอร่อยโลกไม่จำ The forgotten delicious meals

เคยกินของอร่อยเมื่อนานมาแล้วจนจำชื่อไม่ได้บ้างไหม? นั่นเป็นไอเดียแรกของการร่วมกันระหว่างเชฟบัส – ธวัชชัย อัครวงศ์วัฒนา Top 4 จากรายการ Top Chef Thailand และเชฟลัท - นลัท จิรวีรกูล รองแชมป์จากรายการ MasterChef Thailand Season 2 ซึ่งทั้งคู่หยิบเอาเมนูที่ตัวเองเคยรับประทานสมัยเด็ก เมนูที่หากินได้ยากในปัจจุบัน ไปจนถึงเมนูธรรมดาที่นำมาปัดฝุ่นใหม่ให้เข้ายุคสมัย จนออกมาเป็นมื้ออาหาร 6 คอร์ส ที่อร่อยจนน่าลอกกลับไปทำกินเองที่บ้าน

 

 

เชฟบัสและเชฟลัทออกมาแนะนำตัวเองก่อนเริ่มเมนูมื้อค่ำของวันนี้ที่ร้าน Vela ซึ่งตัวเชฟบัสเองเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเมนูอาหารไทยทวิสต์ประจำร้านนี้อยู่แล้ว ส่วนเชฟลัทที่มีโอกาสมาร่วมจอยข้ามรายการ แถมยังหยิบยกเมนูอาหารเหนือที่อาศัยวัตถุดิบฟังชื่อแล้วอาจต้องบอกซ้ำมาทำให้คนกินกินง่ายขึ้น

 

หอยทอด

 

ประเดิมด้วย 'หอยทอด' ขนาดพอดีคำ เชฟบัสทำซอสศรีราชาสูตรพิเศษที่รสชาติไม่จัดจ้านเท่าต้นฉบับ ผสมผสานกับซอสผักชี ทานคู่กับไข่ปลาแซมอน เป็นคำแรกที่ชอบมาก กัดแล้วรู้สึกชุ่มฉ่ำและอยากมีคำต่อๆ ไป

 

ย่างมันกุ้ง

 

จานสตาร์ตเตอร์เชฟบัสยก 'ย่างมันกุ้ง' ซึ่งเปลี่ยนไอเดียของทอดมันกุ้งโดยนำมาย่างแทน ทานคู่กับถั่วพลู ซอสแตงกวาไว้กินตัดเลี่ยน สำหรับคนที่ชอบทานมันกุ้งอยู่แล้วจะรู้ว่าส่วนหัวคือของเด็ด แต่เชฟนำมันมาโปะบริเวณตัวกุ้งจนแอบคิดว่าเชฟให้มันกุ้งเยอะไปไหม ที่ไหนได้เชฟแค่แทรกมันกุ้งไว้ระหว่างตัวกุ้ง (ตัวกุ้งแอบแกะยากนิดนึง) เท่านั้น

 

ต๋ำบ่าม่วงปล๋าแห้ง

 

มาพร้อมกับจาน 'ต๋ำบ่าม่วงปล๋าแห้ง' ของเชฟลัท ซึ่งน้อยครั้งที่ตำมะม่วงจะใส่ปลาแห้งมาให้เราทานด้วย เชฟลัทเสิร์ฟคู่กับหอยเชลล์ที่ราดด้วยปลาร้า ทีเด็ดของจานนี้เลยก็ว่าได้ เชฟลัทเล่าว่าปลาร้าเป็นปลาร้าทางเหนือ (รสเปรี้ยวหวานไม่เหมือนปลาร้าอีสาน) ซึ่งเป็นปลากระดี่ที่นำมาหมักกับข้าวคั่ว ท็อปด้วยพริกแห้งที่เผ็ดมาก

 

ข้ามต้มปลา

 

จานซุบเชฟบัสเสิร์ฟด้วย 'ข้ามต้มปลา' ฟังดูเป็นเมนูธรรมดาแต่หน้าตาไม่ธรรมดาเลย เพราะเชฟนำข้าวสวยไปปั่นและต้ม จากนั้นกรองข้าวออกให้เหลือแต่น้ำที่ยังคงกลิ่นของข้าวอยู่ นำมาราดบนชิ้นปลาเก๋า ซดล้างปากรอจากหลัก ต้องบอกก่อนว่าไอเดียของจานนี้ไม่ธรรมดา แต่เชฟใช้ความไม่ธรรมดาจนลืมความสามัญของเมนูข้ามต้มไปว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความร้อน แน่นอนว่าข้าวต้มที่ไร้ความร้อนย่อมไร้พลัง แต่สิ่งที่เป็นพระเอกขี่ม้าขาวของจานนี้คือขิงทอดกรอบ ทานคู่กับเนื้อปลาเก๋าแล้วอร่อยเหาะ

 

ยำบ่าถั่วบ่าเขือ จิ้นปิ้ง

 

จานก่อนเมนคอร์สเชฟลัทเสิร์ฟ 'ยำบ่าถั่วบ่าเขือ จิ้นปิ้ง' อย่างแรกคือการนำมะเขือกับถั่วมาตำด้วยกัน หน้าตาคล้ายน้ำพริกหนุ่ม เชฟจึงเสิร์ฟแครกเกอร์มาให้เคี้ยวเล่น ทานคู่กับหมูย่างที่โรยด้วยมะแขว่นบดจนกลายเป็นเม็ด ราดซอสผักชี เมนูนี้เชฟทำมะเขือให้คนไม่กินมะเขือกินหมด ไม่ต้องบอกว่าดีหรือไม่ดี แต่ถ้าเชฟเสิร์ฟหมูติดมันและเกรียมหน่อยๆ จะดีมาก

 

แตงโมลำ (รูปบน), เนื้อซี่โครงกอและ (รูปล่าง)

 

ก่อนไปถึงจานหลักเชฟบัสยก 'แตงโมลำ' มาล้างปาก เป็นชิ้นแตงโมที่ราดด้วยอีสานรัม ให้อารมณ์เหมือนกินเชอร์เบต แต่เข้าปากแล้วคนละความรู้สึก มาถึงจานหลักของเราจริงๆ แล้วเป็น 'เนื้อซี่โครงกอและ' แต่ผมทานเนื้อวัวไม่ได้เชฟเลยเปลี่ยนเป็นเนื้อแกะให้ ซึ่งคนที่กินเนื้อหลายเสียงเห็นตรงกันว่าเนื้อแกะดีมาก เชฟทำออกมานุ่มและไม่มีกลิ่นจนนึกว่ากำลังชิมขาหมูอยู่ ทานคู่กับข้าวผัดทรัฟเฟิล จากที่รู้สึกเบาๆ ก็เหมือนโดนเชฟฮุคเข้าใส่รวดเดียวจบ

 

ลูกหม่อน

 

ปิดท้ายด้วยจานของหวานของเชฟลัท เชฟเสิร์ฟ 'ลูกหม่อน' ที่หาได้ง่ายกว่าผลไม้ต่างประเทศ แต่คนไม่ค่อยได้มีโอกาสกินเท่าไหร่ เชฟทำแป้งด้วยสูตรของตัวเอง (เชฟลัทกำลังจะเปิดร้านขนมของตัวเอง เราแอบลุ้นอยู่นะ) ที่ออกมาได้อร่อยยมา ทั้งกรอบและหอม เข้ากันดีกับตัวครีมด้านบน คนไม่ชอบกินของหวานยังหมดจาน

 

ถึงแม้ว่า 'เมนูอร่อยโลกไม่จำ' จะครีเอทออกมาแค่ 2 วัน และผ่านพ้นไปแล้ว

แต่คุณยังสามารถมาชิมอาหารฝีมือของเชฟบัสได้ที่ร้าน Vela

เดินลงจากบีทีเอสสนามเป้าไม่กี่ก้าวก็ถึงร้าน กดลิฟต์ขึ้นมาชั้น 5 'เวลา' ยินดีให้บริการ

 


text / photo NM