Upstairs Mikkeller เมื่อเบียร์ที่หาดื่มยาก เสิร์ฟคู่กับอาหารชั้นเลิศ

Upstairs Mikkeller เกิดขึ้นบนชั้นสองของร้าน Mikkeller โดยหุ้นส่วนของร้านเกิดไอเดียที่จะต่อยอดการนำอาหารมาจับคู่กับเบียร์ดีๆ ที่หาดื่มได้ยาก ด้วยการทำอาหารแบบ Progressive American ที่ผสมผสานความทันสมัยและแตกต่างทางวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน

 

ชั้นบนร้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายจนอดรู้สึกไม่ได้ว่ากำลังมาดินเนอร์ที่บ้านเพื่อน สิ่งที่คุณควรรู้คือที่นี่รองรับลูกค้าเพียง 14 ท่าน (ตามแบบฉบับความพิถีพิถันในสไตล์ Chef’s Table) และยังต้องโทรจองล่วงหน้าเพื่อที่เชฟจะได้เตรียมวัตถุดิบในการทำอาหารให้พอดีกับจำนวนแขก

 

เมนูทั้งหมดมีประมาณ 9 ถึง 10 คอร์ส โดยทุกคอร์สเชฟจะเป็นผู้สร้างสรรค์เมนูตามวัตถุดิบที่หามาได้ ทั้ง Starter ต่อด้วย Main Dish และของหวาน ดังต่อไปนี้

 

1. “IKURA” ที่เต็มไปด้วยเท็กซ์เจอร์อันแตกต่างและหลากหลาย แต่สดชื่น กรุบกรอบและเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

2. “ROOTS” เป็นการผสมผสานความลงตัวของผักทั้งไทยและเทศ รับประทานกับทรัฟเฟิลพูเรที่อร่อยลืมโลก

3. “KING CRAB” ที่นำปูยักษ์มาทำอาหารร่วมกับมะพร้าว แมงลัก ข้าวพองและซุปแตงกวาสุดสดชื่น (เหมือนกำลังกินน้ำแข็งในฤดูร้านก็ไม่ปาน)

4. “PATATO LEEK” ซุปครีมกลมกล่อมและหอมกลิ่มไหม้น้อยๆ จิบคู่กับเบียร์ที่แรงขึ้นตามลำดับ

5. “SALMON” จานเฮลธี้ที่ปลาแซลมอนมาปรุงกับคีนัว โยเกิร์ต สาหร่ายพวงองุ่น แจมด้วยแตงกวาพูเรและคีนัง ชิฟส์ (เรากัดช้าๆ ราวกับไม่อยากให้หมดคำ) 

6. “DUCK” เมนูหลักที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากก๋วยเตี๋ยวรสชาติไม่ขาดไม่เกินเพราะหวานน้ำซุป อมเปรี้ยวจากแครนเบอร์รี่ และเคี้ยวกรุบๆ กับเมล็ดทานตะวัน (ให้ตายเหอะ...มันเข้ากันมาก) 

7. “WAGYU BEEF” ที่นำวากิวมาจากวัวที่รับประทานแต่มะกอกเพียงอย่างเดียว ปรุงกับงาขาวและงาดำพูเร รับประทานคู่กับมันฝรั่ง, ยอดบล็อคโคลีย่าง และคีนัวกรอบ

8. “CORN” ที่อร่อยจนลืมไม่ลงกับไอศกรีมผักชีและคัสตาร์ดข้าวโพด เพิ่มรสชาติด้วยผักชีพูเรและองุ่น (สาบานว่านี่คือหนึ่งในขนมที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา!) 

9. “SANTA”S” ขนมอีกจานที่ไม่วายจะนำเบียร์มาใส่ไว้ในแท่งน้ำขิง ขบเคี้ยวไปพร้อมๆ กับอัลมอนด์และสับประรดอบแห้งที่จะทำให้คุณต้องทึ่ง (จานนี้ขอให้ลองจิบพร้อมเบียร์รุ่นใหญ่ที่มีแอลกอฮอล์สูงถึง 10.9% เข้มข้นแต่เข้ากันเหลือเชื่อ)

 

เอาล่ะทั้งหมดที่ว่ามานี้นอกจากความอร่อย คุ้มค่าและประทับใจแล้ว เรายังการันตรีว่าทุกจานที่เสิร์ฟ เชฟจะซ่อนเท็กซ์เจอร์มาให้เราเซอร์ไพรส์ได้เสมอ...ไม่เชื่อไปลอง!

 

Upstairs Mikkeller

ที่ตั้ง เอกมัย ซ.10 แยก 2

เปิดบริการทุกวันศุกร์-เสาร์ เวลา18.00 ถึง 23.00 น. โทร.02-381-9891

 

Text: Zatia

Photography: Kittipoj Tantrakulsiri

Edit: Meowsami




Upstairs Mikkeller เมื่อเบียร์ที่หาดื่มยาก เสิร์ฟคู่กับอาหารชั้นเลิศ

Upstairs Mikkeller เกิดขึ้นบนชั้นสองของร้าน Mikkeller โดยหุ้นส่วนของร้านเกิดไอเดียที่จะต่อยอดการนำอาหารมาจับคู่กับเบียร์ดีๆ ที่หาดื่มได้ยาก ด้วยการทำอาหารแบบ Progressive American ที่ผสมผสานความทันสมัยและแตกต่างทางวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน

 

ชั้นบนร้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายจนอดรู้สึกไม่ได้ว่ากำลังมาดินเนอร์ที่บ้านเพื่อน สิ่งที่คุณควรรู้คือที่นี่รองรับลูกค้าเพียง 14 ท่าน (ตามแบบฉบับความพิถีพิถันในสไตล์ Chef’s Table) และยังต้องโทรจองล่วงหน้าเพื่อที่เชฟจะได้เตรียมวัตถุดิบในการทำอาหารให้พอดีกับจำนวนแขก

 

เมนูทั้งหมดมีประมาณ 9 ถึง 10 คอร์ส โดยทุกคอร์สเชฟจะเป็นผู้สร้างสรรค์เมนูตามวัตถุดิบที่หามาได้ ทั้ง Starter ต่อด้วย Main Dish และของหวาน ดังต่อไปนี้

 

1. “IKURA” ที่เต็มไปด้วยเท็กซ์เจอร์อันแตกต่างและหลากหลาย แต่สดชื่น กรุบกรอบและเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

2. “ROOTS” เป็นการผสมผสานความลงตัวของผักทั้งไทยและเทศ รับประทานกับทรัฟเฟิลพูเรที่อร่อยลืมโลก

3. “KING CRAB” ที่นำปูยักษ์มาทำอาหารร่วมกับมะพร้าว แมงลัก ข้าวพองและซุปแตงกวาสุดสดชื่น (เหมือนกำลังกินน้ำแข็งในฤดูร้านก็ไม่ปาน)

4. “PATATO LEEK” ซุปครีมกลมกล่อมและหอมกลิ่มไหม้น้อยๆ จิบคู่กับเบียร์ที่แรงขึ้นตามลำดับ

5. “SALMON” จานเฮลธี้ที่ปลาแซลมอนมาปรุงกับคีนัว โยเกิร์ต สาหร่ายพวงองุ่น แจมด้วยแตงกวาพูเรและคีนัง ชิฟส์ (เรากัดช้าๆ ราวกับไม่อยากให้หมดคำ) 

6. “DUCK” เมนูหลักที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากก๋วยเตี๋ยวรสชาติไม่ขาดไม่เกินเพราะหวานน้ำซุป อมเปรี้ยวจากแครนเบอร์รี่ และเคี้ยวกรุบๆ กับเมล็ดทานตะวัน (ให้ตายเหอะ...มันเข้ากันมาก) 

7. “WAGYU BEEF” ที่นำวากิวมาจากวัวที่รับประทานแต่มะกอกเพียงอย่างเดียว ปรุงกับงาขาวและงาดำพูเร รับประทานคู่กับมันฝรั่ง, ยอดบล็อคโคลีย่าง และคีนัวกรอบ

8. “CORN” ที่อร่อยจนลืมไม่ลงกับไอศกรีมผักชีและคัสตาร์ดข้าวโพด เพิ่มรสชาติด้วยผักชีพูเรและองุ่น (สาบานว่านี่คือหนึ่งในขนมที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา!) 

9. “SANTA”S” ขนมอีกจานที่ไม่วายจะนำเบียร์มาใส่ไว้ในแท่งน้ำขิง ขบเคี้ยวไปพร้อมๆ กับอัลมอนด์และสับประรดอบแห้งที่จะทำให้คุณต้องทึ่ง (จานนี้ขอให้ลองจิบพร้อมเบียร์รุ่นใหญ่ที่มีแอลกอฮอล์สูงถึง 10.9% เข้มข้นแต่เข้ากันเหลือเชื่อ)

 

เอาล่ะทั้งหมดที่ว่ามานี้นอกจากความอร่อย คุ้มค่าและประทับใจแล้ว เรายังการันตรีว่าทุกจานที่เสิร์ฟ เชฟจะซ่อนเท็กซ์เจอร์มาให้เราเซอร์ไพรส์ได้เสมอ...ไม่เชื่อไปลอง!

 

Upstairs Mikkeller

ที่ตั้ง เอกมัย ซ.10 แยก 2

เปิดบริการทุกวันศุกร์-เสาร์ เวลา18.00 ถึง 23.00 น. โทร.02-381-9891

 

Text: Zatia

Photography: Kittipoj Tantrakulsiri

Edit: Meowsami