“เทอเรซ ริมน้ำ” กับ CONTEMPORARY THAI CUISINE ที่ดีที่สุด

ในที่สุดก็ถึงคราที่ห้องอาหารไทยสุดคลาสสิคที่ตั้งอยู่กลางแจ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยารายล้อมด้วยความร่มรื่นย์เขียวขจีอย่าง“เทอเรซ ริมน้ำ” โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯได้มีโอกาสต้อนรับเชฟระดับดาวมิชลินอย่าง “เชฟป้อมพัชรา พิระภาค” เข้ามาทำหน้าที่หัวหน้าเชฟประจำห้องอาหารอย่างเป็นทางการ ซึ่งความสามารถและฝีมืออันโดดเด่นในด้านการปรุงอาหารไทยโบราณของเชฟป้อมเราคงไม่จำเป็นต้องอธิบายกันให้ยืดยาว

 

 

 

นอกจากเธอกลายเป็นเชฟระดับดาวมิชลินมาตั้งแต่อายุ 27 ปีแล้ว เธอยังคงมุ่งมั่นเพื่อพัฒนาทักษะของเธอเองอย่างต่อเนื่อง โดยคอนเซ็ปหลักของการปรุงอาหารไทยของเชฟป้อมคือการนำเสนออาหารไทยโบราณเสิร์ฟในรูปลักษณ์ใหม่แนวร่วมสมัยประกอบกับการเลือกสรรวัตถุดิบแหล่งผู้ผลิตที่ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นน้ำปลาจากตราด กะปิจากระยอง ไปจนถึงเกลือสีชมพูหิมาลายันจากประเทศปากีสถานก็ตาม

 

 

 

เราขอเทใจให้ตั้งแต่เมนูเรียกน้ำย่อยเมนูแรกอย่าง “สาคูหน้าตั้ง” ที่เชฟได้นำสาคูมาทำเป็นแผ่นบางกรอบเสิร์ฟคู่กับแกงกะทิกุ้งสับและหมูสับหอมๆ หวานๆ เมนูนี้ไม่หนักท้องด้วยแป้งมากเกินไปอย่างข้าวตัง ให้เท็กเจอร์ที่แปลกใหม่และอร่อยมากยามทานกับแกงกะทิ จากนั้นต่อด้วยเมนูสลัดอย่าง “ยำส้มโอขาวน้ำผึ้งนครปฐมกับหอยเชลล์” ซึ่งเป็นความลงตัวในด้านรสชาติอย่างมากเพราะนอกจากน้ำยำที่อร่อยแล้ว ส้มโอขาวนครปฐมยังเป็นส้มโอที่ให้ทั้งรสเปรี้ยวและหวานในตัวมันเอง เมื่อตักเข้าปากพร้อมหอยเชลล์นุ่มๆ ก็ยิ่งลงตัว สำหรับคนที่โปรดปราณน้ำพริกไทยพื้นบ้าน เราขอให้ลอง “น้ำพริกกุ้งโจน” ที่นำกุ้งระยองมาปรุงรสเป็นน้ำพริกได้อย่างลงตัว เสิร์ฟพร้อมผักสดใหม่จากโครงการหลวงขนาดพอดิบพอดีคำ

 

 

ส่วนเมนูกับข้าวไฮไลท์ที่เราเทคะแนนให้แบบหมดหน้าตักเห็นทีจะหนีไม่พ้น “ต้มกะทิปลาสลิดย่างมะพร้าวคั้น” เชฟนำปลาสลิดมาต้มจนเนื้อนุ่ม รสเค็มเล็กๆ ของปลาสลิดตัดกันดีเหลือเกินกับความหอมหวานของน้ำกะทิ อีกเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ “แกงพริกเนื้อแก้มวัววากิว” เพราะนอกจากรสชาติเครื่องแกงจะกลมกล่อมแล้ว เนื้อแก้มวัววากิวจานนี้นุ่มละมุนลิ้นเป็นที่สุด (ยิ่งกินพร้อมข้าวสวยหอมๆ ของที่นี่ด้วยแล้ว เรายิ่งเติมข้าวไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว)

 

 

ท้ายสุดของมื้อนี้คือการปิดมื้อค่ำอย่างสมบูรณ์ด้วยของหวานไทยๆ อย่าง “ข้าวเม่ารางน้ำกะทิ” กับการนำไอศกรีมกะทิเข้มข้นมาเสิร์ฟพร้อมอะโวคาโดและเมลอนหวานๆ ทั้งหมดนี้ยิ่งเป็นการการันตีได้ว่าฝีมือเชฟป้อมและจุดยืนของห้องอาหาร “เทอเรซ ริมน้ำ” แห่งนี้ มุ่งสู่ความเป็นเลิศในด้านการปรุงอาหารไทยโบราณตำรับพื้นบ้านที่หารับประทานยากได้อย่างไร้ที่ติจริงๆ


 

 

Terrace Rim Naam

ที่ตั้ง: โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ  (ฝั่งถนนเจริญนคร)

เปิดบริการทุกวันเวลา: 17:00 – 22:30 น.

โทร: 0-2 659 9000

Text:ZATIA / Photography: Courtesy of Terrace Rim Naam




“เทอเรซ ริมน้ำ” กับ CONTEMPORARY THAI CUISINE ที่ดีที่สุด

ในที่สุดก็ถึงคราที่ห้องอาหารไทยสุดคลาสสิคที่ตั้งอยู่กลางแจ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยารายล้อมด้วยความร่มรื่นย์เขียวขจีอย่าง“เทอเรซ ริมน้ำ” โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯได้มีโอกาสต้อนรับเชฟระดับดาวมิชลินอย่าง “เชฟป้อมพัชรา พิระภาค” เข้ามาทำหน้าที่หัวหน้าเชฟประจำห้องอาหารอย่างเป็นทางการ ซึ่งความสามารถและฝีมืออันโดดเด่นในด้านการปรุงอาหารไทยโบราณของเชฟป้อมเราคงไม่จำเป็นต้องอธิบายกันให้ยืดยาว

 

 

 

นอกจากเธอกลายเป็นเชฟระดับดาวมิชลินมาตั้งแต่อายุ 27 ปีแล้ว เธอยังคงมุ่งมั่นเพื่อพัฒนาทักษะของเธอเองอย่างต่อเนื่อง โดยคอนเซ็ปหลักของการปรุงอาหารไทยของเชฟป้อมคือการนำเสนออาหารไทยโบราณเสิร์ฟในรูปลักษณ์ใหม่แนวร่วมสมัยประกอบกับการเลือกสรรวัตถุดิบแหล่งผู้ผลิตที่ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นน้ำปลาจากตราด กะปิจากระยอง ไปจนถึงเกลือสีชมพูหิมาลายันจากประเทศปากีสถานก็ตาม

 

 

 

เราขอเทใจให้ตั้งแต่เมนูเรียกน้ำย่อยเมนูแรกอย่าง “สาคูหน้าตั้ง” ที่เชฟได้นำสาคูมาทำเป็นแผ่นบางกรอบเสิร์ฟคู่กับแกงกะทิกุ้งสับและหมูสับหอมๆ หวานๆ เมนูนี้ไม่หนักท้องด้วยแป้งมากเกินไปอย่างข้าวตัง ให้เท็กเจอร์ที่แปลกใหม่และอร่อยมากยามทานกับแกงกะทิ จากนั้นต่อด้วยเมนูสลัดอย่าง “ยำส้มโอขาวน้ำผึ้งนครปฐมกับหอยเชลล์” ซึ่งเป็นความลงตัวในด้านรสชาติอย่างมากเพราะนอกจากน้ำยำที่อร่อยแล้ว ส้มโอขาวนครปฐมยังเป็นส้มโอที่ให้ทั้งรสเปรี้ยวและหวานในตัวมันเอง เมื่อตักเข้าปากพร้อมหอยเชลล์นุ่มๆ ก็ยิ่งลงตัว สำหรับคนที่โปรดปราณน้ำพริกไทยพื้นบ้าน เราขอให้ลอง “น้ำพริกกุ้งโจน” ที่นำกุ้งระยองมาปรุงรสเป็นน้ำพริกได้อย่างลงตัว เสิร์ฟพร้อมผักสดใหม่จากโครงการหลวงขนาดพอดิบพอดีคำ

 

 

ส่วนเมนูกับข้าวไฮไลท์ที่เราเทคะแนนให้แบบหมดหน้าตักเห็นทีจะหนีไม่พ้น “ต้มกะทิปลาสลิดย่างมะพร้าวคั้น” เชฟนำปลาสลิดมาต้มจนเนื้อนุ่ม รสเค็มเล็กๆ ของปลาสลิดตัดกันดีเหลือเกินกับความหอมหวานของน้ำกะทิ อีกเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ “แกงพริกเนื้อแก้มวัววากิว” เพราะนอกจากรสชาติเครื่องแกงจะกลมกล่อมแล้ว เนื้อแก้มวัววากิวจานนี้นุ่มละมุนลิ้นเป็นที่สุด (ยิ่งกินพร้อมข้าวสวยหอมๆ ของที่นี่ด้วยแล้ว เรายิ่งเติมข้าวไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว)

 

 

ท้ายสุดของมื้อนี้คือการปิดมื้อค่ำอย่างสมบูรณ์ด้วยของหวานไทยๆ อย่าง “ข้าวเม่ารางน้ำกะทิ” กับการนำไอศกรีมกะทิเข้มข้นมาเสิร์ฟพร้อมอะโวคาโดและเมลอนหวานๆ ทั้งหมดนี้ยิ่งเป็นการการันตีได้ว่าฝีมือเชฟป้อมและจุดยืนของห้องอาหาร “เทอเรซ ริมน้ำ” แห่งนี้ มุ่งสู่ความเป็นเลิศในด้านการปรุงอาหารไทยโบราณตำรับพื้นบ้านที่หารับประทานยากได้อย่างไร้ที่ติจริงๆ


 

 

Terrace Rim Naam

ที่ตั้ง: โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ  (ฝั่งถนนเจริญนคร)

เปิดบริการทุกวันเวลา: 17:00 – 22:30 น.

โทร: 0-2 659 9000

Text:ZATIA / Photography: Courtesy of Terrace Rim Naam