Sombat Bar เปิดกรุสมบัติ พร้อมดื่มด่ำไทยค็อกเทลสะท้อนรสชาติชีวิต

หากเอ่ยถึงย่านห้วยขวาง น้อยคนนักจะนึกถึงแหล่งแฮงค์เอ้าต์ แต่เราได้ไปสัมผัสบาร์เปิดใหม่ภายใน MESTYLE MUSEUM HOTEL” เดินผ่านประตูด้านหน้าเข้ามาเหลือบซ้ายจะเห็นล็อบบี้ แต่ที่สะดุดตาคงไม่พ้นของตกแต่งเก่าเก็บตลอดสองฝั่งกำแพง

 

 

ตรงไปอีกนิดก็จะเห็นบันไดเข้าสู่ “สมบัติบาร์” บรรยากาศเสมือนอยู่ในพื้นที่ของกรุสมบัติเก่าแก่ ทั้งหนังสือ เฟอร์นิเจอร์ ภาพวาด โมเดลรถ และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วนล้วนแต่เป็นของสะสมส่วนตัวของผู้บุกเบิกโรงแรมแห่งนี้ที่ตั้งใจจะให้เป็นโรงแรมของนักสะสม หรือจุดแลกเปลี่ยนประสบการณ์แก่ผู้มาพักอาศัย

 

 

หลังจากชื่นชมกับสิ่งของจากกรุสมบัติที่ประดับไปทั่วทุกมุมบาร์ ก็ถึงเวลาของการลิ้มลองไทยค็อกเทลที่ได้ คุณบอส นพบุรีบาร์ จากเชียงใหม่มาช่วยรังสรรค์เครื่องดื่มโดยเน้นเหล้าไทยเป็นตัวชูโรงคู่ขนานไปกับเรื่องราวที่อิงจากเหตุการณ์ที่พบเจอมาตลอดชีวิตจนตกผลึกออกมาเป็นเมนูเครื่องดื่มทั้งหลาย 

 

 

ก็ถึงเวลาแก้วแรกอย่าง วนิดา (julia) ชื่อของเพื่อนสาวสมัยเรียนชาวจันทบุรี ซึ่งหลังปิดเทอมเธอมักจะนำลิ้นจี่กลับมาฝากเขาเสมอ ยืนพื้นด้วยเหล้ารัมอย่าง หงส์ทอง, จิน, เหล้าดอกไม้ (elder flower liqueur), คาราเมลไซรัป และน้ำจิ้นจี่ รวมถึงผลลิ้นจี่ที่เสียบก้านไม้วางพาดบนปากแก้วแชมเปญ กลิ่นลิ้นจี่โชยหอม รสชาติเปรี้ยวอมหวาน จิบเผินๆ อาจจะดูไม่แรง แต่ก็มีฤทธิ์พอควร ถือเป็นตัวสตาร์ตเตอร์ที่ดี

 

วนิดา (julia)

 

แก้วที่สอง หวานละมุน (TLC) แค่ชื่อก็สัมผัสได้ถึงความ “อบอุ่นเหมือนความรัก หอมหวานเหมือนความรู้สึก” ตามเรื่องราวบันดาลใจ บรั่นดี, อัลมอนด์ ลิเคียว,น้ำมะนาว, ไซรัปใบเตย และใบเตย พร้อมไข่ขาวเชคจนได้ที่สัมผัสนุ่มไร้กลิ่นคาวเป็นเลเยอร์ด้านบนภายในแก้วร็อก รสชาติเปรี้ยวและหวานกลมกล่อม ไม่แรง ได้ความละมุนสมชื่อ

 

หวานละมุน (TLC)

 

แก้วที่สามมาในชื่ออาหารไทยอันคุ้นหู ต้มยำ (tom-yum) ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนไทยในต่างแดนจะคิดถึงรสชาติอาหารที่คุ้นเคย จึงกำเนิดเป็นเมนูนี้ โดยมีบางยี่ขันรัม, อเปรอล สปริตซ์ (เหล้าสมุนไพรจากอิตาลี), ลิ้นจี่ลิเคียว, น้ำมะนาว แอปเปิ้ล และอบเชย รสชาติเหมือนถอดแบบมาจากอาหารเป๊ะๆ เปรี้ยวนำ เผ็ดร้อนควบคู่กับรสและกลิ่นสมุนไพร ไม่แรง แต่เข้มข้นถึงใจ ให้ความรู้สึกโล่งสบาย เสิร์ฟพร้อมถาดเครื่องเคียงต้มยำ กุ้ง พริก ตะไคร้ ใบมะกรูด (กินได้จริง)

 

ต้มยำ (tom-yum)

 

หลังลิ้มกลิ่นอายของอาหารไทยเลื่องชื่อไปแล้ว แก้วต่อมาก็ยังคงตราตรึงถึง “ความหอมหวานจากวันฮันนีมูนวันนั้น ยังตราตรึงจนถึงวันนี้” หอมกรุ่น (honeymoon) เหล้าไทยแสงโสม, คาโมมายล์ ลิเคียว, น้ำเสาวรส มะนาว น้ำผึ้ง และไข่ขาวเบิร์นเป็นเลเยอร์บนสุด กลิ่นหอมจากไฟที่แผดเผาลงบนไข่ขาวในระยะเวลาที่สมควร รสชาติหวานอมเปรี้ยว ไม่แรง และมีสัมผัสจากไข่ขาวเบิร์นนุ่มๆ ชวนให้หวนนึกถึงรสชาติในคืนฮันนีมูนอันหอมกรุ่นมิรู้ลืม

 

หอมกรุ่น (honeymoon)

 

เชื่อว่าถ้าหยาดฝนโปรยลงมา แล้วเราเผอิญได้อยู่กับคนรักนั้นช่างเป็นบรรยากาศอันแสนพิเศษ ละออง (september) แก้วนี้พรรณนาถึง “กลิ่นฝนตกใหม่ที่เชียงใหม่ในเดือนกันยายน” จิน, ลิเคียว, น้ำมะนาว วิโอเลต และดอกมะลิไซรัป พร้อมหย่อนกลีบมะลิลงบนน้ำค็อกเทลสีฟ้าอ่อนๆ กับมะนาวที่รูดตามขอบแก้วมาร์ตินี หอมมะลิตั้งแต่ยกแก้ว สัมผัสถึงรสเปรี้ยว หวาน กลมกล่อม ลื่นคอ

 

ละออง (september)

 

อีกหนึ่งแก้วที่ยังสลัดเรื่องของกลิ่นไม่หลุดจาก “กลิ่นหอมของเธอในวันนั้น” ดลใจให้เกิดเป็น ธาดา (kiss me) ที่ใช้เบอร์เบินวิสกี้, ราสเบอร์รี ลิเคียว, น้ำมะนาว, วานิลลาไซรัป, และก้านตะไคร้ปักตะหง่านพาดขอบแก้ว กลิ่นชัดเจน ผสานรสชาติเปรี้ยวนำ ตามด้วยหวาน เฝื่อนๆ ที่ปลายลิ้น แต่ปิดท้ายด้วยความนุ่มอย่างลงตัวในค็อกเทลแก้วสีแดงสด

 

ธาดา (kiss me)

 

แก้วต่อมานามว่า รัญจวน (toxin) ที่หยิบวลี “ความรักไม่ให้สิ่งอื่นใดนอกจากตนเอง และก็ไม่รับเอาสิ่งใดนอกจากตนเอง ความรักไม่ครอบครอง และก็ไม่ยอมถูกครอบครอง เพราะความรักนั้นพอเพียงแล้วสำหรับตอบความรัก” ของคาลิล ยิบราน มาเป็นคอนเซ็ปต์ มีรัมหงส์ทอง, วานิลลาลิเคียว, น้ำดอกไวโอเลต สับปะรด บลูเบอร์รี และกุหลาบ ที่ผสมในเครื่องดื่มแล้วยังโรยกลีบกุหลาบแห้งไว้ในแก้วไวน์ รสชาติหวาน เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง แฝงความโรแมนติก คิดว่าคล้อยตามได้ทั้งชายและหญิง

 

รัญจวน (toxin)

 

แก้วนี้มีชื่อเดียวกับบาร์ สมบัติ (treasure) ได้เพลง ‘อยู่ที่เรียนรู้’ ของคุณกมลา สุโกศล เป็นแรงบันดาลใจ ใช้เหล้ารัมแสงโสม, คาโมมายล์ลิเคียว, ช็อกโกแลตบิทเทอร์ส,ใบโหระพา,แผ่นทอง (กินได้) และน้ำผึ้ง เสมือนดื่มเหล้าสามตัวเพียวๆ จากแก้วร็อกแต่ติดรสของน้ำผึ้งบางๆ แรง และหนัก แต่ก็ไม่ถึงตาย (อย่างมากก็สลบ) คงคล้ายๆ กับที่ในเนื้อเพลงได้ว่าไว้

 

สมบัติ (treasure)

 

แก้วต่อมาสง่าอย่างชาติชาย สุขุม (James) บรั่นดี (meridian), เวอร์มุท (caparno bianco), เหล้าสมุนไพร (campari) และส้มฝานซีกกับน้ำแข็งทรงเหลี่ยมสองก้อนในแก้วร็อก หนักหน่วงแต่ไม่โวยวาย เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งเหมือนได้นั่งนึกทวนความคิดตัวเอง สูบซิการ์ ฟังดนตรีกับหมวกใบโปรดที่วางไว้ข้างๆ ตัวตามเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจ

 

สุขุม (James)

 

ส่วนแก้วถัดมาเปลี่ยนคาแร็กเตอร์อย่างสิ้นเชิง แฟนสวย (sweet dreams) คอนเซ็ปต์เพียงแค่ว่า “อยากจะบอกเธอว่าฝันดี” เหล้าหงส์ทอง, จิน,วานิลลาลิเคียว, นมจืด, ช็อกโกแลตบิทเทอร์ส และไอศกรีมดาร์กช็อกโกแลต หวานปนขมบางๆ สดชื้นขึ้นมาพอตัว เป็นอันกล่าวฝันดีแก่สาวๆ อันยอดเยี่ยม

 

แฟนสวย (sweet dreams) 

 

แต่หากคิดว่าคืนนี้ยังจบแบบไม่สมมบูรณ์เราแนะนำ วัลลภา (A girl from panama) ที่ได้แรงบันดาลใจจากการไปเยือนต่างถิ่น “วันนั้นในปานามา” บางยี่ขันรัม, เหล้าดอกไม้, อเปรอล, น้ำมะนาว, ไซรัปดอกไม้ และแก้วมังกร ในแก้ว highball รสแก้วมังกรชูโรง refreshing ให้สดชื่นขึ้นทันตาเห็น เอาเป็นว่าพร้อมสำหรับทุกกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นหลังจิบหรือกระดกจนหมดแก้วนี้อย่างแน่นอน

 

วัลลภา (A girl from panama)

 

Sombat Bar ตั้งอยู่ชั้น 1 MeStyle Museum Hotel

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 00.00 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม FB: Sombat Bar สมบัติบาร์, IG: sombatbar

โทร. 02 690 8899


 

 

เรื่อง PRAN

ภาพ KITTIPOJ TANTRAKULSIRI




Sombat Bar เปิดกรุสมบัติ พร้อมดื่มด่ำไทยค็อกเทลสะท้อนรสชาติชีวิต

หากเอ่ยถึงย่านห้วยขวาง น้อยคนนักจะนึกถึงแหล่งแฮงค์เอ้าต์ แต่เราได้ไปสัมผัสบาร์เปิดใหม่ภายใน MESTYLE MUSEUM HOTEL” เดินผ่านประตูด้านหน้าเข้ามาเหลือบซ้ายจะเห็นล็อบบี้ แต่ที่สะดุดตาคงไม่พ้นของตกแต่งเก่าเก็บตลอดสองฝั่งกำแพง

 

 

ตรงไปอีกนิดก็จะเห็นบันไดเข้าสู่ “สมบัติบาร์” บรรยากาศเสมือนอยู่ในพื้นที่ของกรุสมบัติเก่าแก่ ทั้งหนังสือ เฟอร์นิเจอร์ ภาพวาด โมเดลรถ และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วนล้วนแต่เป็นของสะสมส่วนตัวของผู้บุกเบิกโรงแรมแห่งนี้ที่ตั้งใจจะให้เป็นโรงแรมของนักสะสม หรือจุดแลกเปลี่ยนประสบการณ์แก่ผู้มาพักอาศัย

 

 

หลังจากชื่นชมกับสิ่งของจากกรุสมบัติที่ประดับไปทั่วทุกมุมบาร์ ก็ถึงเวลาของการลิ้มลองไทยค็อกเทลที่ได้ คุณบอส นพบุรีบาร์ จากเชียงใหม่มาช่วยรังสรรค์เครื่องดื่มโดยเน้นเหล้าไทยเป็นตัวชูโรงคู่ขนานไปกับเรื่องราวที่อิงจากเหตุการณ์ที่พบเจอมาตลอดชีวิตจนตกผลึกออกมาเป็นเมนูเครื่องดื่มทั้งหลาย 

 

 

ก็ถึงเวลาแก้วแรกอย่าง วนิดา (julia) ชื่อของเพื่อนสาวสมัยเรียนชาวจันทบุรี ซึ่งหลังปิดเทอมเธอมักจะนำลิ้นจี่กลับมาฝากเขาเสมอ ยืนพื้นด้วยเหล้ารัมอย่าง หงส์ทอง, จิน, เหล้าดอกไม้ (elder flower liqueur), คาราเมลไซรัป และน้ำจิ้นจี่ รวมถึงผลลิ้นจี่ที่เสียบก้านไม้วางพาดบนปากแก้วแชมเปญ กลิ่นลิ้นจี่โชยหอม รสชาติเปรี้ยวอมหวาน จิบเผินๆ อาจจะดูไม่แรง แต่ก็มีฤทธิ์พอควร ถือเป็นตัวสตาร์ตเตอร์ที่ดี

 

วนิดา (julia)

 

แก้วที่สอง หวานละมุน (TLC) แค่ชื่อก็สัมผัสได้ถึงความ “อบอุ่นเหมือนความรัก หอมหวานเหมือนความรู้สึก” ตามเรื่องราวบันดาลใจ บรั่นดี, อัลมอนด์ ลิเคียว,น้ำมะนาว, ไซรัปใบเตย และใบเตย พร้อมไข่ขาวเชคจนได้ที่สัมผัสนุ่มไร้กลิ่นคาวเป็นเลเยอร์ด้านบนภายในแก้วร็อก รสชาติเปรี้ยวและหวานกลมกล่อม ไม่แรง ได้ความละมุนสมชื่อ

 

หวานละมุน (TLC)

 

แก้วที่สามมาในชื่ออาหารไทยอันคุ้นหู ต้มยำ (tom-yum) ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนไทยในต่างแดนจะคิดถึงรสชาติอาหารที่คุ้นเคย จึงกำเนิดเป็นเมนูนี้ โดยมีบางยี่ขันรัม, อเปรอล สปริตซ์ (เหล้าสมุนไพรจากอิตาลี), ลิ้นจี่ลิเคียว, น้ำมะนาว แอปเปิ้ล และอบเชย รสชาติเหมือนถอดแบบมาจากอาหารเป๊ะๆ เปรี้ยวนำ เผ็ดร้อนควบคู่กับรสและกลิ่นสมุนไพร ไม่แรง แต่เข้มข้นถึงใจ ให้ความรู้สึกโล่งสบาย เสิร์ฟพร้อมถาดเครื่องเคียงต้มยำ กุ้ง พริก ตะไคร้ ใบมะกรูด (กินได้จริง)

 

ต้มยำ (tom-yum)

 

หลังลิ้มกลิ่นอายของอาหารไทยเลื่องชื่อไปแล้ว แก้วต่อมาก็ยังคงตราตรึงถึง “ความหอมหวานจากวันฮันนีมูนวันนั้น ยังตราตรึงจนถึงวันนี้” หอมกรุ่น (honeymoon) เหล้าไทยแสงโสม, คาโมมายล์ ลิเคียว, น้ำเสาวรส มะนาว น้ำผึ้ง และไข่ขาวเบิร์นเป็นเลเยอร์บนสุด กลิ่นหอมจากไฟที่แผดเผาลงบนไข่ขาวในระยะเวลาที่สมควร รสชาติหวานอมเปรี้ยว ไม่แรง และมีสัมผัสจากไข่ขาวเบิร์นนุ่มๆ ชวนให้หวนนึกถึงรสชาติในคืนฮันนีมูนอันหอมกรุ่นมิรู้ลืม

 

หอมกรุ่น (honeymoon)

 

เชื่อว่าถ้าหยาดฝนโปรยลงมา แล้วเราเผอิญได้อยู่กับคนรักนั้นช่างเป็นบรรยากาศอันแสนพิเศษ ละออง (september) แก้วนี้พรรณนาถึง “กลิ่นฝนตกใหม่ที่เชียงใหม่ในเดือนกันยายน” จิน, ลิเคียว, น้ำมะนาว วิโอเลต และดอกมะลิไซรัป พร้อมหย่อนกลีบมะลิลงบนน้ำค็อกเทลสีฟ้าอ่อนๆ กับมะนาวที่รูดตามขอบแก้วมาร์ตินี หอมมะลิตั้งแต่ยกแก้ว สัมผัสถึงรสเปรี้ยว หวาน กลมกล่อม ลื่นคอ

 

ละออง (september)

 

อีกหนึ่งแก้วที่ยังสลัดเรื่องของกลิ่นไม่หลุดจาก “กลิ่นหอมของเธอในวันนั้น” ดลใจให้เกิดเป็น ธาดา (kiss me) ที่ใช้เบอร์เบินวิสกี้, ราสเบอร์รี ลิเคียว, น้ำมะนาว, วานิลลาไซรัป, และก้านตะไคร้ปักตะหง่านพาดขอบแก้ว กลิ่นชัดเจน ผสานรสชาติเปรี้ยวนำ ตามด้วยหวาน เฝื่อนๆ ที่ปลายลิ้น แต่ปิดท้ายด้วยความนุ่มอย่างลงตัวในค็อกเทลแก้วสีแดงสด

 

ธาดา (kiss me)

 

แก้วต่อมานามว่า รัญจวน (toxin) ที่หยิบวลี “ความรักไม่ให้สิ่งอื่นใดนอกจากตนเอง และก็ไม่รับเอาสิ่งใดนอกจากตนเอง ความรักไม่ครอบครอง และก็ไม่ยอมถูกครอบครอง เพราะความรักนั้นพอเพียงแล้วสำหรับตอบความรัก” ของคาลิล ยิบราน มาเป็นคอนเซ็ปต์ มีรัมหงส์ทอง, วานิลลาลิเคียว, น้ำดอกไวโอเลต สับปะรด บลูเบอร์รี และกุหลาบ ที่ผสมในเครื่องดื่มแล้วยังโรยกลีบกุหลาบแห้งไว้ในแก้วไวน์ รสชาติหวาน เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง แฝงความโรแมนติก คิดว่าคล้อยตามได้ทั้งชายและหญิง

 

รัญจวน (toxin)

 

แก้วนี้มีชื่อเดียวกับบาร์ สมบัติ (treasure) ได้เพลง ‘อยู่ที่เรียนรู้’ ของคุณกมลา สุโกศล เป็นแรงบันดาลใจ ใช้เหล้ารัมแสงโสม, คาโมมายล์ลิเคียว, ช็อกโกแลตบิทเทอร์ส,ใบโหระพา,แผ่นทอง (กินได้) และน้ำผึ้ง เสมือนดื่มเหล้าสามตัวเพียวๆ จากแก้วร็อกแต่ติดรสของน้ำผึ้งบางๆ แรง และหนัก แต่ก็ไม่ถึงตาย (อย่างมากก็สลบ) คงคล้ายๆ กับที่ในเนื้อเพลงได้ว่าไว้

 

สมบัติ (treasure)

 

แก้วต่อมาสง่าอย่างชาติชาย สุขุม (James) บรั่นดี (meridian), เวอร์มุท (caparno bianco), เหล้าสมุนไพร (campari) และส้มฝานซีกกับน้ำแข็งทรงเหลี่ยมสองก้อนในแก้วร็อก หนักหน่วงแต่ไม่โวยวาย เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งเหมือนได้นั่งนึกทวนความคิดตัวเอง สูบซิการ์ ฟังดนตรีกับหมวกใบโปรดที่วางไว้ข้างๆ ตัวตามเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจ

 

สุขุม (James)

 

ส่วนแก้วถัดมาเปลี่ยนคาแร็กเตอร์อย่างสิ้นเชิง แฟนสวย (sweet dreams) คอนเซ็ปต์เพียงแค่ว่า “อยากจะบอกเธอว่าฝันดี” เหล้าหงส์ทอง, จิน,วานิลลาลิเคียว, นมจืด, ช็อกโกแลตบิทเทอร์ส และไอศกรีมดาร์กช็อกโกแลต หวานปนขมบางๆ สดชื้นขึ้นมาพอตัว เป็นอันกล่าวฝันดีแก่สาวๆ อันยอดเยี่ยม

 

แฟนสวย (sweet dreams) 

 

แต่หากคิดว่าคืนนี้ยังจบแบบไม่สมมบูรณ์เราแนะนำ วัลลภา (A girl from panama) ที่ได้แรงบันดาลใจจากการไปเยือนต่างถิ่น “วันนั้นในปานามา” บางยี่ขันรัม, เหล้าดอกไม้, อเปรอล, น้ำมะนาว, ไซรัปดอกไม้ และแก้วมังกร ในแก้ว highball รสแก้วมังกรชูโรง refreshing ให้สดชื่นขึ้นทันตาเห็น เอาเป็นว่าพร้อมสำหรับทุกกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นหลังจิบหรือกระดกจนหมดแก้วนี้อย่างแน่นอน

 

วัลลภา (A girl from panama)

 

Sombat Bar ตั้งอยู่ชั้น 1 MeStyle Museum Hotel

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 00.00 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม FB: Sombat Bar สมบัติบาร์, IG: sombatbar

โทร. 02 690 8899


 

 

เรื่อง PRAN

ภาพ KITTIPOJ TANTRAKULSIRI