ไปลองให้ได้กับ 10 คอร์ส ‘STAGE Experience’

แม้ร้านอาหาร Stage (สตาช) จะตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ กลางใจเมืองย่านเอกมัย แต่ทันทีที่เดินเข้าไปเราก็รู้สึกถึงฟีลลิ่งของไฟน์ไดน์นิ่งชั้นสูงภายใต้บรรยากาศสบายๆ ที่ไม่ทำให้รู้สึกกระอั่กกระอ่วน ที่นี่เป็นร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสร่วมสมัยที่หยิบจับวัตถุดิบที่ดีที่สุดที่มีในมือมาผสมผสานกับเทคนิคการปรุงอาหารหลากหลายรูปแบบไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

 

 

โดยมีเชฟผู้มากประสบการณ์อย่าง เชฟเจย์ -สายนิสาแสงสิงแก้ว (chef / owner) และอดีตทีมเชฟเบื้องหลัง L’Atelier de Joel Robuchon กรุงเทพฯ มารังสรรค์เมนูต่างๆ ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในทุกๆ สองเดือนและในช่วงนี้ที่เอสไควร์ไปเยือนนี้ เราจึงมีโอกาสได้ชิมเมนูใหม่ในคอนเซปต์นอร์ดิกที่ได้แรงบันดาลใจจากความเรียบง่ายและความโมเดิร์นของสแกนดิเนเวียซึ่งเชฟนำมาดัดแปลงแลสร้าสรรค์เป็นเมนูแปลกใหม่ (แต่อร่อยยอมใจ) ผ่านเทคนิคการทำอาหารสไตล์ฝรั่งเศสเช่นเคย

 

 

ครั้งนี้เอสไควร์ได้ลอง ‘STAGE Experience’ 10 คอร์ส โดยเริ่มสองคำแรกกับ Snacks ที่เป็น Seed cracker ท็อปด้วยมูสละมุนๆ ที่ซ่อนไข่แซลมอนไว้ด้านใน และ Smoke duck ที่ใส่เปลือกส้มตัดเลี่ยนไว้ให้เรียบร้อย จากนั้นกระดกเครื่องดื่มอย่างคอมบูชะเพื่อความสดชื่น

 

 

จากนั้นตามด้วย From the Sea ที่นำของจากทะเลอย่างปลาหมึกและสาหร่ายมาเสิร์ฟไว้บนหอยกระจุ๋มกระจิ๋มแต่รสชาติดีแถมมีเท็กเจอร์นุ่มๆ หนุบหนับ, Sea Urchin / Brown Crab / Milk Corn / Vanilla เมนูนี้อร่อยกลมๆ ในแบบฉบับที่เราตามหาเลยล่ะ เชฟนำจุดเด่นของวัตถุดิบทุกอย่างมาชูโรงได้อย่างลงตัว แถมยังใช้ความนุ่มของไข่หอยเม่นมาตัดกับเท็กเจอร์ของข้าวโพดได้อย่างไม่ขาดไม่เกิน

 

 

White Tuna Belly / Trout / Mackerel / White Asparagus / Horeradise Ice cream เป็นการนำปลาทั้ง 3 ชนิดมาปรุงรสคนละแบบ ตัดด้วยหน่อไม้ฝรั่งและไอศกรีมฮอร์สแรดิชที่รสขึ้นจมูกแบบเฟรชๆ แต่มันเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ ตามด้วยเมนู From the Land ที่มีเนื้อกระต่ายนุ่มๆ มาเสิร์ฟให้คุณได้ลิ้มรส (จนเราเองก็เผลอลืมความน่ารักของมันไปพักใหญ่)และเมนูที่เราชอบเป็นพิเศษอย่าง Carabineros / Hang Rice from “Sakon Nakorn” เพราะนอกจากข้าวมันกุ้งหนึบๆ และเปลือกกุ้งกรุบๆ แล้ว

 

 

 

เมนูนี้ยังเป็น zero waste recipes อีกด้วย, Caviar Bun ที่กัดแล้วมีครีมกับไข่คาเวียร์เยิ้มๆ ไหลลงมาให้ฟีลลาวาอะไรยังงั้น,Abalone เมนูหอยเป๋าฮื้อที่มีความอร่อยติดตัวมาอย่างที่เรารู้ๆ กันนั่นแหละ,Meat Loaf / Peach / Mashed Potatoes จานนี้กินกับเห็ดทรัฟเฟิลที่ท็อปมาด้านบนแล้วนับว่าจบจานของคาวได้อย่างสวยงาม

 

 

ปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง Granny Smith / Bee Pollen (เราชอบความสดชื่นทั้งหมดที่เป็นเมนูนี้) และ จากนั้นตบท้ายด้วยขนมชิ้นเล็กๆ อย่าง Dessert Trolley (อร่อยทุกชิ้นชนิดที่ถ้าคุณไม่กินจะต้องรู้สึกพลาดเหมือนอะไรไปยังไงยังงั้น)


 

 

STAGE

ที่ตั้ง:ถนนเอกมัย (อยู่ในซอยเล็กๆ ระหว่าง เอกมัย ซ.19 กับ ซ.21)

เปิดบริการ: เปิดบริการ วันพุธ- วันจันทร์18:00 – 24:00 น. (เปิดรับจองโต๊ะถึงเวลา21:30น.) และปิดบริการทุกวันอังคาร

โทร. 02-002-5253

www.restaurant-stage.co; FB & Instagram: @stagebkk




ไปลองให้ได้กับ 10 คอร์ส ‘STAGE Experience’

แม้ร้านอาหาร Stage (สตาช) จะตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ กลางใจเมืองย่านเอกมัย แต่ทันทีที่เดินเข้าไปเราก็รู้สึกถึงฟีลลิ่งของไฟน์ไดน์นิ่งชั้นสูงภายใต้บรรยากาศสบายๆ ที่ไม่ทำให้รู้สึกกระอั่กกระอ่วน ที่นี่เป็นร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสร่วมสมัยที่หยิบจับวัตถุดิบที่ดีที่สุดที่มีในมือมาผสมผสานกับเทคนิคการปรุงอาหารหลากหลายรูปแบบไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

 

 

โดยมีเชฟผู้มากประสบการณ์อย่าง เชฟเจย์ -สายนิสาแสงสิงแก้ว (chef / owner) และอดีตทีมเชฟเบื้องหลัง L’Atelier de Joel Robuchon กรุงเทพฯ มารังสรรค์เมนูต่างๆ ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในทุกๆ สองเดือนและในช่วงนี้ที่เอสไควร์ไปเยือนนี้ เราจึงมีโอกาสได้ชิมเมนูใหม่ในคอนเซปต์นอร์ดิกที่ได้แรงบันดาลใจจากความเรียบง่ายและความโมเดิร์นของสแกนดิเนเวียซึ่งเชฟนำมาดัดแปลงแลสร้าสรรค์เป็นเมนูแปลกใหม่ (แต่อร่อยยอมใจ) ผ่านเทคนิคการทำอาหารสไตล์ฝรั่งเศสเช่นเคย

 

 

ครั้งนี้เอสไควร์ได้ลอง ‘STAGE Experience’ 10 คอร์ส โดยเริ่มสองคำแรกกับ Snacks ที่เป็น Seed cracker ท็อปด้วยมูสละมุนๆ ที่ซ่อนไข่แซลมอนไว้ด้านใน และ Smoke duck ที่ใส่เปลือกส้มตัดเลี่ยนไว้ให้เรียบร้อย จากนั้นกระดกเครื่องดื่มอย่างคอมบูชะเพื่อความสดชื่น

 

 

จากนั้นตามด้วย From the Sea ที่นำของจากทะเลอย่างปลาหมึกและสาหร่ายมาเสิร์ฟไว้บนหอยกระจุ๋มกระจิ๋มแต่รสชาติดีแถมมีเท็กเจอร์นุ่มๆ หนุบหนับ, Sea Urchin / Brown Crab / Milk Corn / Vanilla เมนูนี้อร่อยกลมๆ ในแบบฉบับที่เราตามหาเลยล่ะ เชฟนำจุดเด่นของวัตถุดิบทุกอย่างมาชูโรงได้อย่างลงตัว แถมยังใช้ความนุ่มของไข่หอยเม่นมาตัดกับเท็กเจอร์ของข้าวโพดได้อย่างไม่ขาดไม่เกิน

 

 

White Tuna Belly / Trout / Mackerel / White Asparagus / Horeradise Ice cream เป็นการนำปลาทั้ง 3 ชนิดมาปรุงรสคนละแบบ ตัดด้วยหน่อไม้ฝรั่งและไอศกรีมฮอร์สแรดิชที่รสขึ้นจมูกแบบเฟรชๆ แต่มันเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ ตามด้วยเมนู From the Land ที่มีเนื้อกระต่ายนุ่มๆ มาเสิร์ฟให้คุณได้ลิ้มรส (จนเราเองก็เผลอลืมความน่ารักของมันไปพักใหญ่)และเมนูที่เราชอบเป็นพิเศษอย่าง Carabineros / Hang Rice from “Sakon Nakorn” เพราะนอกจากข้าวมันกุ้งหนึบๆ และเปลือกกุ้งกรุบๆ แล้ว

 

 

 

เมนูนี้ยังเป็น zero waste recipes อีกด้วย, Caviar Bun ที่กัดแล้วมีครีมกับไข่คาเวียร์เยิ้มๆ ไหลลงมาให้ฟีลลาวาอะไรยังงั้น,Abalone เมนูหอยเป๋าฮื้อที่มีความอร่อยติดตัวมาอย่างที่เรารู้ๆ กันนั่นแหละ,Meat Loaf / Peach / Mashed Potatoes จานนี้กินกับเห็ดทรัฟเฟิลที่ท็อปมาด้านบนแล้วนับว่าจบจานของคาวได้อย่างสวยงาม

 

 

ปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง Granny Smith / Bee Pollen (เราชอบความสดชื่นทั้งหมดที่เป็นเมนูนี้) และ จากนั้นตบท้ายด้วยขนมชิ้นเล็กๆ อย่าง Dessert Trolley (อร่อยทุกชิ้นชนิดที่ถ้าคุณไม่กินจะต้องรู้สึกพลาดเหมือนอะไรไปยังไงยังงั้น)


 

 

STAGE

ที่ตั้ง:ถนนเอกมัย (อยู่ในซอยเล็กๆ ระหว่าง เอกมัย ซ.19 กับ ซ.21)

เปิดบริการ: เปิดบริการ วันพุธ- วันจันทร์18:00 – 24:00 น. (เปิดรับจองโต๊ะถึงเวลา21:30น.) และปิดบริการทุกวันอังคาร

โทร. 02-002-5253

www.restaurant-stage.co; FB & Instagram: @stagebkk