THE CHAMBER OF FOOD & FLAVOUR

Pirate Chambre (ไพเรต แชมเบอร์) เกิดจากความตั้งใจที่อยากรวบรวมสูตรอาหารเลิศรสจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ในห้องลับของโจรสลัด ซึ่งความพิเศษของร้านนี้คือการออกแบบบรรยากาศภายในร้านให้สัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืนได้อย่างชัดเจน ที่นี่จึงเป็นร้านอาหารสองสไตล์ในชั่วยามที่แตกต่างกันออกไป โดยในช่วงกลางวันบรรยากาศร้านจะเน้นความสบายในแบบฉบับร้านอาหารใจกลางเมืองใหญ่ ในขณะที่หลังพลบค่ำไปแล้วจะให้ความรู้สึกของการเป็นสถานที่ดินเนอร์และแหล่งแฮงก์เอาท์ได้เป็นอย่างดี

 

เริ่มต้นด้วยเมนูแนะนำ 2 เมนูแรก 

- ไก่ย่างโบราณส้มตำข้าวเหนียว ที่เสิร์ฟไก่ย่างเนื้อนุ่มบนกระทะร้อนฉ่าหอมกลิ่นขมิ้น เครื่องเทศและสมุนไพรเคียงคู่ด้วยส้มตำรสเด็ดที่สามารถเลือกประเภทของส้มตำได้ (ไม่ว่าคุณจะเลือกตำไทยหรือปูปลาร้า) แกล้มด้วยข้าวเหนียวร้อนๆ 

- ซี่โครงหมูย่างอบซอสมิโสะมัสตาร์ด เสิร์ฟพร้อมผักย่างนานาชนิดสามารถเลือกทานกับเครื่องเคียงหนึ่งอย่างทั้ง นิวโปเตโต้ซอเต้ หมั่นโถว ข้าวอบเนยหญ้าฝรั่น

 

ส่วนเมนูอาหารจานเดียวแบบไทยๆ เราขอแนะนำ

- ข้าวผัดนายหญิง ซึ่งเป็นข้าวผัดมันกุ้งสูตรพิเศษที่มาพร้อมกุ้งแม่น้ำไซส์จัมโบ้รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมโรยหน้าด้วยไข่กุ้ง จานนี้หอมอร่อยกลิ่นไหม้เล็กๆ จากก้นกระทะจนเราติดอกติดใจ

 

เมนูต่อไปคนรักสุขภาพอย่าพลาดเมนูนี่เป็นอันขาด

- สลัดบีทรูทกับผักร็อคเก็ต เพราะจานรักสุขภาพจานนี้เสิร์ฟบีทรูทและส้มสดที่โรยหน้าด้วยร็อคเก็ตสลัด แถมยังใส่เฟต้าชีสและพิสทาชิโอ้มาเพื่อเพิ่มเท็กเจอร์ในอาหารให้อร่อยลงตัว

 

แต่หากว่าใครอยากลองลิ้มค็อกเทลสไตล์คู่รัก อย่าลืมสั่งซิกเนเจอร์ค็อกเทลอันเลื่องชื่อของร้าน

- Pirate G สำหรับคุณผู้ชายที่ทั้งคมเข้มและสตรอง! และ

- Princess P สำหรับคุณผู้หญิงที่หอมดอกไม้อ่อนๆ ทว่าซ่อนความเปรี้ยวไว้เป็นเอกลักษณ์ เหมาะจะนัดเดทสาวมาดินเนอร์นักแล

 

Pirate Chambre

ชั้น 3 อาคารมณียา ติดกับ BTS สถานีชิดลม

เปิดบริการทุกวัน 11.00 – 15.00 น. (ช่วงกลางวัน) และ 17.00 – 24.00น. (ช่วงกลางคืน) โทร. 02-2525131–3

 

Text: Zatia

Photography: Kittipoj Tantrakulsiri

Edit: MEOWSAMI




THE CHAMBER OF FOOD & FLAVOUR

Pirate Chambre (ไพเรต แชมเบอร์) เกิดจากความตั้งใจที่อยากรวบรวมสูตรอาหารเลิศรสจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ในห้องลับของโจรสลัด ซึ่งความพิเศษของร้านนี้คือการออกแบบบรรยากาศภายในร้านให้สัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืนได้อย่างชัดเจน ที่นี่จึงเป็นร้านอาหารสองสไตล์ในชั่วยามที่แตกต่างกันออกไป โดยในช่วงกลางวันบรรยากาศร้านจะเน้นความสบายในแบบฉบับร้านอาหารใจกลางเมืองใหญ่ ในขณะที่หลังพลบค่ำไปแล้วจะให้ความรู้สึกของการเป็นสถานที่ดินเนอร์และแหล่งแฮงก์เอาท์ได้เป็นอย่างดี

 

เริ่มต้นด้วยเมนูแนะนำ 2 เมนูแรก 

- ไก่ย่างโบราณส้มตำข้าวเหนียว ที่เสิร์ฟไก่ย่างเนื้อนุ่มบนกระทะร้อนฉ่าหอมกลิ่นขมิ้น เครื่องเทศและสมุนไพรเคียงคู่ด้วยส้มตำรสเด็ดที่สามารถเลือกประเภทของส้มตำได้ (ไม่ว่าคุณจะเลือกตำไทยหรือปูปลาร้า) แกล้มด้วยข้าวเหนียวร้อนๆ 

- ซี่โครงหมูย่างอบซอสมิโสะมัสตาร์ด เสิร์ฟพร้อมผักย่างนานาชนิดสามารถเลือกทานกับเครื่องเคียงหนึ่งอย่างทั้ง นิวโปเตโต้ซอเต้ หมั่นโถว ข้าวอบเนยหญ้าฝรั่น

 

ส่วนเมนูอาหารจานเดียวแบบไทยๆ เราขอแนะนำ

- ข้าวผัดนายหญิง ซึ่งเป็นข้าวผัดมันกุ้งสูตรพิเศษที่มาพร้อมกุ้งแม่น้ำไซส์จัมโบ้รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมโรยหน้าด้วยไข่กุ้ง จานนี้หอมอร่อยกลิ่นไหม้เล็กๆ จากก้นกระทะจนเราติดอกติดใจ

 

เมนูต่อไปคนรักสุขภาพอย่าพลาดเมนูนี่เป็นอันขาด

- สลัดบีทรูทกับผักร็อคเก็ต เพราะจานรักสุขภาพจานนี้เสิร์ฟบีทรูทและส้มสดที่โรยหน้าด้วยร็อคเก็ตสลัด แถมยังใส่เฟต้าชีสและพิสทาชิโอ้มาเพื่อเพิ่มเท็กเจอร์ในอาหารให้อร่อยลงตัว

 

แต่หากว่าใครอยากลองลิ้มค็อกเทลสไตล์คู่รัก อย่าลืมสั่งซิกเนเจอร์ค็อกเทลอันเลื่องชื่อของร้าน

- Pirate G สำหรับคุณผู้ชายที่ทั้งคมเข้มและสตรอง! และ

- Princess P สำหรับคุณผู้หญิงที่หอมดอกไม้อ่อนๆ ทว่าซ่อนความเปรี้ยวไว้เป็นเอกลักษณ์ เหมาะจะนัดเดทสาวมาดินเนอร์นักแล

 

Pirate Chambre

ชั้น 3 อาคารมณียา ติดกับ BTS สถานีชิดลม

เปิดบริการทุกวัน 11.00 – 15.00 น. (ช่วงกลางวัน) และ 17.00 – 24.00น. (ช่วงกลางคืน) โทร. 02-2525131–3

 

Text: Zatia

Photography: Kittipoj Tantrakulsiri

Edit: MEOWSAMI