ร่ำสุราเคล้าอาหารไทยย่านตรอกท่าเตียนที่ "เมรัย ผัดไทย ไวน์ บาร์" โดยเชฟต้น จาก Le Du

04/02/2020

 

บนถนนมหาราชย่านเมืองเก่าตรงข้ามกับด้านข้างของวัดโพธิ์ภายในตรอกท่าเตียนจะพบกับป้ายไฟนีออนแดงเขียนว่า “เมรัย” อยู่ด้านหน้าตึกแถวโบราณตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องสีแดงสลัว หลังม่านสีน้ำเงินดูโคซี่ มีบาร์ตั้งตระหง่าน พร้อมกับโต๊ะนั่งอีก 4-5 ตัว บนพื้นลายฉลุดั้งเดิม ที่นี่คือเนเชอร์รัล ไวน์บาร์ ที่โชว์ไวน์หลากหลายประเภทไว้อย่างชัดเจน

 

 

ผู้มาเยือนสามารถเลือกดื่มได้ตามอัธยาศัยที่ผสมผสานระหว่างไวน์ไบโอไดนามิก, ไวน์ธรรมชาติ (Natural Wine) และไวน์ออร์แกนิก คุณภาพเยี่ยมมากมายจากทั้งออสเตรเลีย ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ และแถบอเมริกาใต้ โดยจับคู่กับอาหารไทยระดับเวิลด์ไวด์อย่าง “ผัดไทย” ซึ่งเกิดขึ้นจากความชอบดื่มไวน์กันทั้งครอบครัวแถมยังเติบโตมากับอาหารเมนูเส้นของเชฟต้น ผู้อยู่เบื้องหลัง Le Du และ Baan และคุณตาม น้องชาย จึงกลายเป็นบาร์นามว่า “เมรัย” ที่ครอบคลุมน้ำเมาซึ่งได้จากการหมักหรือแช่ ที่นี่จึงมียาดอง น้ำเมาสุดคลาสสิกของชาติให้ได้ลิ้มลองกันด้วย

 

 

เริ่มต้นมื้อเย็นด้วย คอหมูย่าง น้ำจิ้มแจ่ว เนื้อนุ่ม ที่หมักข้ามคืนแล้วจึงนำไปย่างด้วยไฟความร้อนต่ำ มาพร้อมกับน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ด รองท้องได้เป็นอย่างดี ก่อนจะมีเมนูซิกเนเจอร์มาวางตรงหน้าในอีกไม่กี่นาทีถัดมา

 

 

ผัดไทยเมรัย ซึ่งใช้วุ้นเส้นแทนเส้นจันทร์ เคี้ยวแล้วมีความหนึบ ใช้กุ้งแห้งจากมหาชัยนำมาตากแห้งเอง คลุกเคล้ากับส่วนผสมอื่นๆ ออกมาเผ็ดนิดๆ แบบพอมีรสชาติ โดยจิบคู่กับไวน์ขาว chenin blance ปี 2015 จากแอฟริกาใต้ เป็น dry ไวน์ ความแรงอยู่ระดับปานกลาง จึงส่งเสริมกันออกมาจนได้รสชาติที่กลมกล่อม

 

 

ส่วนอีกเมนูหนึ่งคือ ข้าวซอยเนื้อ เสิร์ฟมาในจานที่เป็นเนื้อครก นำไปเบิร์นไฟจนร้อนได้ที่ และจัดการเทน้ำซุปลงไปบนเนื้อวากิว แม้จะมาวางตรงหน้าแล้วน้ำก็ยังเดือดปุดๆ ควันโขมงราวกับจานหม้อไฟเลยทีเดียว ความมันของน้ำซุปน้อยกว่า รสชาติเข้มข้นชนิดที่เราไม่เคยได้สัมผัสจากข้าวซอยทั่วไป ก่อนยกแก้วไวน์แดง shiraz ปี 2013 จากออสเตรเลีย ที่เข้มทั้งเฉดสีและรสชาติ มีความเปรี้ยวเฝื่อนอยู่ด้วยขึ้นมาจิบตาม เสมือนมวยถูกคู่อุ้มชูรสชาติให้ลงตัว โดยเมนูนี้ใช้การเคี่ยวน้ำซุปกระดูกวัวกว่า 12 ชั่วโมง จึงสามารถเสิร์ฟได้เพียง 10 จานต่อวัน (ควรโทรไปสำรองที่นั่งก่อน)

 

 

เมื่อท้องเริ่มแน่น และบทสนทนาเริ่มเนือยลงไป ระหว่างตัดสินใจระหว่างกลับบ้านหรือไปต่อ อยากให้ลองยาดองสูตรซิกเนเจอร์ซึ่งใช้ชื่อเดียวกับร้าน เมรัย ซึ่งผสมผสานทั้งรากโสม เก๋ากี้ ตังกุย ตังเซียม และเครื่องยาจีนหายากอีกหลายตัวกับเหล้าขาวไทย ยกทีเดียวหมดถ้วย แล้วค่อยกลืนน้ำใบเตยที่เสิร์ฟคู่กันตามหลังเพื่อล้างคอ อย่าเผลอหยิบสลับกันนะ เพราะนั่นหมายถึงใบหน้าคุณจะแดงกร่ำลามไปยันลำคอ เท่านี้คงจะบอกฤทธิ์เดชของเมรัยได้อย่างดี

 

 

เมรัย (Mayrai) ตั้งอยู่ที่ 22 ซอยท่าเตียน ถนนมหาราช

เปิดบริการทุกวันพุธ-จันทร์ (หยุดทุกวันอังคาร)

ตั้งแต่เวลา 12.00 น. - 00.00 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม FB&IG: mayraibkk

โทร. 081 432 4050


เรื่อง PRAN

ภาพ KITTIPOJ TANTRAKULSIRI




ร่ำสุราเคล้าอาหารไทยย่านตรอกท่าเตียนที่ "เมรัย ผัดไทย ไวน์ บาร์" โดยเชฟต้น จาก Le Du

04/02/2020

 

บนถนนมหาราชย่านเมืองเก่าตรงข้ามกับด้านข้างของวัดโพธิ์ภายในตรอกท่าเตียนจะพบกับป้ายไฟนีออนแดงเขียนว่า “เมรัย” อยู่ด้านหน้าตึกแถวโบราณตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องสีแดงสลัว หลังม่านสีน้ำเงินดูโคซี่ มีบาร์ตั้งตระหง่าน พร้อมกับโต๊ะนั่งอีก 4-5 ตัว บนพื้นลายฉลุดั้งเดิม ที่นี่คือเนเชอร์รัล ไวน์บาร์ ที่โชว์ไวน์หลากหลายประเภทไว้อย่างชัดเจน

 

 

ผู้มาเยือนสามารถเลือกดื่มได้ตามอัธยาศัยที่ผสมผสานระหว่างไวน์ไบโอไดนามิก, ไวน์ธรรมชาติ (Natural Wine) และไวน์ออร์แกนิก คุณภาพเยี่ยมมากมายจากทั้งออสเตรเลีย ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ และแถบอเมริกาใต้ โดยจับคู่กับอาหารไทยระดับเวิลด์ไวด์อย่าง “ผัดไทย” ซึ่งเกิดขึ้นจากความชอบดื่มไวน์กันทั้งครอบครัวแถมยังเติบโตมากับอาหารเมนูเส้นของเชฟต้น ผู้อยู่เบื้องหลัง Le Du และ Baan และคุณตาม น้องชาย จึงกลายเป็นบาร์นามว่า “เมรัย” ที่ครอบคลุมน้ำเมาซึ่งได้จากการหมักหรือแช่ ที่นี่จึงมียาดอง น้ำเมาสุดคลาสสิกของชาติให้ได้ลิ้มลองกันด้วย

 

 

เริ่มต้นมื้อเย็นด้วย คอหมูย่าง น้ำจิ้มแจ่ว เนื้อนุ่ม ที่หมักข้ามคืนแล้วจึงนำไปย่างด้วยไฟความร้อนต่ำ มาพร้อมกับน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ด รองท้องได้เป็นอย่างดี ก่อนจะมีเมนูซิกเนเจอร์มาวางตรงหน้าในอีกไม่กี่นาทีถัดมา

 

 

ผัดไทยเมรัย ซึ่งใช้วุ้นเส้นแทนเส้นจันทร์ เคี้ยวแล้วมีความหนึบ ใช้กุ้งแห้งจากมหาชัยนำมาตากแห้งเอง คลุกเคล้ากับส่วนผสมอื่นๆ ออกมาเผ็ดนิดๆ แบบพอมีรสชาติ โดยจิบคู่กับไวน์ขาว chenin blance ปี 2015 จากแอฟริกาใต้ เป็น dry ไวน์ ความแรงอยู่ระดับปานกลาง จึงส่งเสริมกันออกมาจนได้รสชาติที่กลมกล่อม

 

 

ส่วนอีกเมนูหนึ่งคือ ข้าวซอยเนื้อ เสิร์ฟมาในจานที่เป็นเนื้อครก นำไปเบิร์นไฟจนร้อนได้ที่ และจัดการเทน้ำซุปลงไปบนเนื้อวากิว แม้จะมาวางตรงหน้าแล้วน้ำก็ยังเดือดปุดๆ ควันโขมงราวกับจานหม้อไฟเลยทีเดียว ความมันของน้ำซุปน้อยกว่า รสชาติเข้มข้นชนิดที่เราไม่เคยได้สัมผัสจากข้าวซอยทั่วไป ก่อนยกแก้วไวน์แดง shiraz ปี 2013 จากออสเตรเลีย ที่เข้มทั้งเฉดสีและรสชาติ มีความเปรี้ยวเฝื่อนอยู่ด้วยขึ้นมาจิบตาม เสมือนมวยถูกคู่อุ้มชูรสชาติให้ลงตัว โดยเมนูนี้ใช้การเคี่ยวน้ำซุปกระดูกวัวกว่า 12 ชั่วโมง จึงสามารถเสิร์ฟได้เพียง 10 จานต่อวัน (ควรโทรไปสำรองที่นั่งก่อน)

 

 

เมื่อท้องเริ่มแน่น และบทสนทนาเริ่มเนือยลงไป ระหว่างตัดสินใจระหว่างกลับบ้านหรือไปต่อ อยากให้ลองยาดองสูตรซิกเนเจอร์ซึ่งใช้ชื่อเดียวกับร้าน เมรัย ซึ่งผสมผสานทั้งรากโสม เก๋ากี้ ตังกุย ตังเซียม และเครื่องยาจีนหายากอีกหลายตัวกับเหล้าขาวไทย ยกทีเดียวหมดถ้วย แล้วค่อยกลืนน้ำใบเตยที่เสิร์ฟคู่กันตามหลังเพื่อล้างคอ อย่าเผลอหยิบสลับกันนะ เพราะนั่นหมายถึงใบหน้าคุณจะแดงกร่ำลามไปยันลำคอ เท่านี้คงจะบอกฤทธิ์เดชของเมรัยได้อย่างดี

 

 

เมรัย (Mayrai) ตั้งอยู่ที่ 22 ซอยท่าเตียน ถนนมหาราช

เปิดบริการทุกวันพุธ-จันทร์ (หยุดทุกวันอังคาร)

ตั้งแต่เวลา 12.00 น. - 00.00 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม FB&IG: mayraibkk

โทร. 081 432 4050


เรื่อง PRAN

ภาพ KITTIPOJ TANTRAKULSIRI