UNVEILING OF BALTIC CULINARY

“บอลติก บลูโนส” คือการเปิดตัวของร้านอาหารบอลติกร้านแรกในกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้ หลังจากที่เชฟมาร์ติน บลูโนส สุดยอดเชฟระดับสองดาวมิชลินผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการอาหารมานานกว่า 30 ปีได้ประสบความสำเร็จกับร้านอาหารร้านแรกในเมืองไทยอย่าง “บลูโนส” ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ เขาจึงตัดสินใจจับมือกับเชฟ อเล็กซ์ซานเดอร์ นาซิไคลอฟส์ เพื่อร่วมกันนำเสนอและรังสรรค์อาหารในสไตล์บอลติกที่เน้นความลึกลับและน่าค้นหาในแบบฉบับประเทศลัตเวีย

 

 

“บอลติก”คือการผสมผสานกันของธาตุทั้งสี่ ซึ่งประกอบด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ ดังนั้นที่นี่คือการนำเสนอเสน่ห์ของอาหารบอลติกที่ใช้วิธีการปรุงแต่งที่น้อยแต่เน้นชูรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบเป็นหลัก นอกจากความน่าตื่นตาตื่นใจของการนำเสนออาหารและการนำวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยมาผสมผสานให้เข้ากันกับอาหารสไตล์บอลติกแล้ว เชฟมาร์ติน บลูโนส คือหนึ่งในเชฟที่เราเทคะแนนให้เรื่องชั้นเชิงการทำอาหารที่ไม่ซ้ำใคร ไม่เลียนแบบใครมีแนวทางที่ชัดเจน และรังสรรค์ทุกขั้นตอนการทำได้อย่างแตกต่างแต่น่าสนใจมากๆ

 

 

เริ่มคำแรกกับ Amuse Bouche ที่เสิร์ฟมาในโดมน้ำแข็งเชฟซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเมี่ยงคำแบบไทย โดยใช้ใบชะพลูห่อเยลลี่ดาชิ ด้านในเป็นหอยแมลงภู่สีน้ำเงิน พร้อมท้อปด้วยวาซาบิ จากนั้นจึงเริ่มคอร์สแรก “Sea Urchin” ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Baltic Sea ยามคลื่นกระทบฝั่งจึงเกิดเป็นฟอง เชฟจึงอยากทำจานที่แสดงถึงความเป็นทะเลกับฟองคลื่นโดยเลือกใช้ไข่หอยเม่นผสมกับช็อกโกแลตขาวทำออกมาเป็นมูส ด้านบนคือสาหร่ายดอง และโฟมมะกรูด ยอมรับว่าตอนเสิร์ฟมาจานนี้ดูหน้าตาพิลึก แต่ยามตักเข้าปากเมื่อใดคุณจะเข้าใจความนุ่มละมุนทั้งหมดแบบไร้ข้อกังขา

 

 

ต่อด้วยคอร์สสอง “Moon Flower” คอร์สนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากต้มข่าแต่เลือกใช้ดอกจันทน์ดอง หัวปลี และไชเท้า สอดไส้ด้วยไทยอัลมอนด์บด คอร์สที่สาม “Crab” เป็นเมนูที่ใช้ King Crab นำเข้าจากญี่ปุ่น เนื้อปูห่อด้วยอะโวคาโด ส้มโอ และส้มยูซุ ด้านบนใช้ไลม์โยเกิร์ตและ Fingerlimeเป็นซอสให้รสชาติเปรี้ยว เราชอบคอร์สนี้มากเลยล่ะ ส่วนคอร์สที่สี่ “Mackerel” เชฟนำ mackerel ปลาที่นิยมแถบลัตเวียมา cure ไว้ประมาณ 8 นาทีกับวอดก้า น้ำตาล และน้ำส้มสายชู ก่อนจะนำมาเผากับไฟให้หนังปลาด้านนอกสุก เสิร์ฟมากับซอสบีทรูท และครีมที่ทำจากฮอร์สแรดิช สำหรับเราแล้วเมนูนี้แสดงตัวตนของลัตเวียได้ชัดเจนทีเดียวเชียวล่ะ

 

 

คอร์สที่ห้า “Foie Gras” โดยนำฟัวกราส์มาห่อด้วยแป้งเกี๊ยว เสิร์ฟกับเห็ดถอบของไทยและท้อปด้วยโฟมเห็ดทรัฟเฟิล อร่อยและแปลกใหม่ไม่จำเจ คอร์สที่หก “Scallops” ซึ่งนำหอยเชลล์ไปย่างถ่าน เสิร์ฟกับ Hollandaiseซอส สาหร่ายพวงองุ่นและ Montra Caviar ที่นำเข้าจากลัตเวีย เชฟภูมิใจนำเสนอคาเวียร์อันนี้เพราะเป็นฟาร์มคาเวียร์ที่ใช้วิธีการรูดไข่ออกจากปลาแทนที่จะต้องฆ่าเพื่อเอาไข่ ต่อด้วยเมนคอร์สอย่าง “Lamb” ที่เป็นมัสหมั่นแกะ เราชอบตรงที่เชฟย่างแกะแบบไม่สุกจนเกินไป เข้ากันดีกับซอสมัสหมั่นและถั่วGrey peas ที่บดให้ทานคู่กัน เพิ่มความกรุบกรอบด้วยเปลือกอาร์ติโชคทอดกรอบและถั่วเฮเซลนัทบด

 

 

ตบท้ายด้วยคอร์สที่แปด “Snow Ball” ไอศกรีมข้าว เสิร์ฟกับ ไวท์ช็อคโกแลต ลำไย และ เจลมะตูม ที่อร่อยลงตัวยามตักทุกอย่างเข้าปากพร้อมๆ กัน ทุกคอร์สโดดเด่นตามแบบฉบับบอลติก และความพิเศษกว่านั้นคือทุกคอร์สจะแพร์กับน้ำหมักที่ทางร้านทำเอง อาทิ น้ำสมุนไพรหมัก, ชาที่อินฟิวส์กับเห็ด Porcini ไปจนถึงชาที่หมักจากขนมปังไรย์ ซึ่งนี่คือสิ่งที่การันตีได้ดีว่าห้องอาหารแห่งนี้ ใส่ใจในการเสิร์ฟในแต่ละคอร์สมากแค่ไหน


 

Baltic Blunos

ที่ตั้ง: ทองหล่อ ซ.9

เปิดบริการทุกวันเวลา: 18.00 – 22.00 น.

โทร. 02 117 1255,095 879 9075

 




UNVEILING OF BALTIC CULINARY

“บอลติก บลูโนส” คือการเปิดตัวของร้านอาหารบอลติกร้านแรกในกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้ หลังจากที่เชฟมาร์ติน บลูโนส สุดยอดเชฟระดับสองดาวมิชลินผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการอาหารมานานกว่า 30 ปีได้ประสบความสำเร็จกับร้านอาหารร้านแรกในเมืองไทยอย่าง “บลูโนส” ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ เขาจึงตัดสินใจจับมือกับเชฟ อเล็กซ์ซานเดอร์ นาซิไคลอฟส์ เพื่อร่วมกันนำเสนอและรังสรรค์อาหารในสไตล์บอลติกที่เน้นความลึกลับและน่าค้นหาในแบบฉบับประเทศลัตเวีย

 

 

“บอลติก”คือการผสมผสานกันของธาตุทั้งสี่ ซึ่งประกอบด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ ดังนั้นที่นี่คือการนำเสนอเสน่ห์ของอาหารบอลติกที่ใช้วิธีการปรุงแต่งที่น้อยแต่เน้นชูรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบเป็นหลัก นอกจากความน่าตื่นตาตื่นใจของการนำเสนออาหารและการนำวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยมาผสมผสานให้เข้ากันกับอาหารสไตล์บอลติกแล้ว เชฟมาร์ติน บลูโนส คือหนึ่งในเชฟที่เราเทคะแนนให้เรื่องชั้นเชิงการทำอาหารที่ไม่ซ้ำใคร ไม่เลียนแบบใครมีแนวทางที่ชัดเจน และรังสรรค์ทุกขั้นตอนการทำได้อย่างแตกต่างแต่น่าสนใจมากๆ

 

 

เริ่มคำแรกกับ Amuse Bouche ที่เสิร์ฟมาในโดมน้ำแข็งเชฟซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเมี่ยงคำแบบไทย โดยใช้ใบชะพลูห่อเยลลี่ดาชิ ด้านในเป็นหอยแมลงภู่สีน้ำเงิน พร้อมท้อปด้วยวาซาบิ จากนั้นจึงเริ่มคอร์สแรก “Sea Urchin” ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Baltic Sea ยามคลื่นกระทบฝั่งจึงเกิดเป็นฟอง เชฟจึงอยากทำจานที่แสดงถึงความเป็นทะเลกับฟองคลื่นโดยเลือกใช้ไข่หอยเม่นผสมกับช็อกโกแลตขาวทำออกมาเป็นมูส ด้านบนคือสาหร่ายดอง และโฟมมะกรูด ยอมรับว่าตอนเสิร์ฟมาจานนี้ดูหน้าตาพิลึก แต่ยามตักเข้าปากเมื่อใดคุณจะเข้าใจความนุ่มละมุนทั้งหมดแบบไร้ข้อกังขา

 

 

ต่อด้วยคอร์สสอง “Moon Flower” คอร์สนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากต้มข่าแต่เลือกใช้ดอกจันทน์ดอง หัวปลี และไชเท้า สอดไส้ด้วยไทยอัลมอนด์บด คอร์สที่สาม “Crab” เป็นเมนูที่ใช้ King Crab นำเข้าจากญี่ปุ่น เนื้อปูห่อด้วยอะโวคาโด ส้มโอ และส้มยูซุ ด้านบนใช้ไลม์โยเกิร์ตและ Fingerlimeเป็นซอสให้รสชาติเปรี้ยว เราชอบคอร์สนี้มากเลยล่ะ ส่วนคอร์สที่สี่ “Mackerel” เชฟนำ mackerel ปลาที่นิยมแถบลัตเวียมา cure ไว้ประมาณ 8 นาทีกับวอดก้า น้ำตาล และน้ำส้มสายชู ก่อนจะนำมาเผากับไฟให้หนังปลาด้านนอกสุก เสิร์ฟมากับซอสบีทรูท และครีมที่ทำจากฮอร์สแรดิช สำหรับเราแล้วเมนูนี้แสดงตัวตนของลัตเวียได้ชัดเจนทีเดียวเชียวล่ะ

 

 

คอร์สที่ห้า “Foie Gras” โดยนำฟัวกราส์มาห่อด้วยแป้งเกี๊ยว เสิร์ฟกับเห็ดถอบของไทยและท้อปด้วยโฟมเห็ดทรัฟเฟิล อร่อยและแปลกใหม่ไม่จำเจ คอร์สที่หก “Scallops” ซึ่งนำหอยเชลล์ไปย่างถ่าน เสิร์ฟกับ Hollandaiseซอส สาหร่ายพวงองุ่นและ Montra Caviar ที่นำเข้าจากลัตเวีย เชฟภูมิใจนำเสนอคาเวียร์อันนี้เพราะเป็นฟาร์มคาเวียร์ที่ใช้วิธีการรูดไข่ออกจากปลาแทนที่จะต้องฆ่าเพื่อเอาไข่ ต่อด้วยเมนคอร์สอย่าง “Lamb” ที่เป็นมัสหมั่นแกะ เราชอบตรงที่เชฟย่างแกะแบบไม่สุกจนเกินไป เข้ากันดีกับซอสมัสหมั่นและถั่วGrey peas ที่บดให้ทานคู่กัน เพิ่มความกรุบกรอบด้วยเปลือกอาร์ติโชคทอดกรอบและถั่วเฮเซลนัทบด

 

 

ตบท้ายด้วยคอร์สที่แปด “Snow Ball” ไอศกรีมข้าว เสิร์ฟกับ ไวท์ช็อคโกแลต ลำไย และ เจลมะตูม ที่อร่อยลงตัวยามตักทุกอย่างเข้าปากพร้อมๆ กัน ทุกคอร์สโดดเด่นตามแบบฉบับบอลติก และความพิเศษกว่านั้นคือทุกคอร์สจะแพร์กับน้ำหมักที่ทางร้านทำเอง อาทิ น้ำสมุนไพรหมัก, ชาที่อินฟิวส์กับเห็ด Porcini ไปจนถึงชาที่หมักจากขนมปังไรย์ ซึ่งนี่คือสิ่งที่การันตีได้ดีว่าห้องอาหารแห่งนี้ ใส่ใจในการเสิร์ฟในแต่ละคอร์สมากแค่ไหน


 

Baltic Blunos

ที่ตั้ง: ทองหล่อ ซ.9

เปิดบริการทุกวันเวลา: 18.00 – 22.00 น.

โทร. 02 117 1255,095 879 9075