BALBLAIR วิสกี้เจ้าของดีกรี 46% แห่งไฮแลนด์

ไฮแลนด์ เป็นชื่อเขตเทือกเขาสูงทางตอนเหนือของสกอตแลนด์ หนึ่งในแหล่งนิยมก่อตั้งโรงกลั่นวิสกี้ที่มีคาแรกเตอร์โดดเด่นไม่แพ้เขตอื่นๆ ซึ่งบัลแบลร์ (Balblair) เองก็มีโรงกลั่นที่เก่าแก่ที่สุด ก่อตั้งเมื่อปี 1790 ในเขต Dornoch Firth และมีปณิธานแน่วแน่ว่าจะไม่ทำวิสกี้ที่มีดีกรีต่ำกว่า 46%

 

 

ความโชคดีของคือได้ชิมซิงเกิล มอลต์จากโรงกลั่นเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งนำเข้ามาทำตลาดในบ้านเราทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน ได้แก่ Balblair 12 ปี, Balblair 15 ปี, Balblair 18 ปี และ Balblair 25 ปี และมีคาแรกเตอร์แตกต่างกันไปตามกระบวนการผลิต แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือจิตวิญญาณของผู้ผลิตในแบบ house style ตามสไตล์ของเขตไฮแลนด์

 

 

ชื่อ Balblair มีความหมายถึงทุ่งหญ้าซึ่งเป็นบรรยากาศของโรงกลั่นทางตอนเหนือ ตั้งอยู่ในเมือง Edderton โดยผู้ให้กำเนิดคือ Michael John Ross เขาเป็นผู้ริเริ่มธุรกิจครอบครัว โดยเริ่มจากเป็นคอมมูนนิตี้เล็กๆ ก่อนที่จะขยายตัวเป็นธุรกิจครอบครัวที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ตัวตนของผู้คนและสถานที่จากรุ่นสู่รุ่นมานานกว่า 200 ปี และเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมโรงกลั่นบนเทือกเขาของสกอตแลนด์จนถึงทุกวันนี้

 

 

การเปิดตัวในประเทศไทยนำโดยลูคัส ดิโนวิแอค (Lukasz Dynowiak) ซึ่งเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ของ Balblair เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่ปี 1790 ของโรงกลั่นทางตอนเหนือของไฮแลนด์ ด้วยทีมงานของคนในครอบครัวและกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างน้ำจากภูเขาธรรมชาติ Allt Dearg Burn และข้าวบาร์เลย์สายพันธุ์ Concerto และ Laureate ที่อยู่ในละแวกเดียวกับโรงกลั่น

 

ในส่วนของกระบวนการผลิตนั้นเริ่มจากการอบข้าวและนำไปบดให้น้ำตาลในข้าวออกมา จากนั้นจึงนำไปต้มจนเกิดเป็นวอร์ดข้นสีน้ำตาล แล้วจึงนำไปพักน้ำในถังไม้เพื่อเติมยีสต์ให้แอลกอฮอล์ออกมา ขั้นตอนการหมักของ Balblair ใช้เวลาหมักนานกว่าปกติเพื่อดึงรสชาติ กลิ่นและคาแรคเตอร์ออกมาให้มากที่สุด ซึ่งทุกคนที่ได้ลิ้มลองจะเข้าใจถึงความพิถีพิถันของซิงเกิล มอลต์ดีกรี 46% อย่างถ่องแท้ยิ่งขึ้น โดยในมาสเตอร์คลาสนี้ประกอบไปด้วย

 

 

Balblair 12 ปี ผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊กอเมริกัน ex-bourbon และถังไม้โอ๊กอเมริกัน double-fired ภายนอกมีสีทอง รสออกไปทางสวีตและฟรุตตี้ มีกลิ่นวานิลลา หลังจากดื่มเข้าไปยังตามมาด้วยความสไปซี่และครีมมี่ ความพิเศษในมาสเตอร์คลาสนี้คือคุณลูคัสให้นำซิงเกิล มอลต์มาถูกที่มือแล้วลองดมดูจะได้กลิ่นเหมือนถั่ว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ Balblair 12 ปี นอกจากนี้ยังเสิร์ฟมาคู่กับแซมอน ทาร์ทาร์ด้วย

 

 

Balblair 15 ปี มีคาแรกเตอร์คล้ายตัว 12 ปี แต่มีความดาร์คและความเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากการบ่มในถังไม้โอ๊กอเมริกัน ex-bourbon และตามด้วยถังไม้โอ๊กสเปน first-fill จนได้สีเหลืองอำพัน กลิ่นหอมและมีรสของดาร์คช็อคโกแลต แต่ทิ้งสัมผัสสุดท้ายด้วยครีมวานิลลา ทานคู่กับฟัวกลาขนาดพอดีคำ

 

 

Balblair 18 ปี เริ่มบ่มในถังไม้โอ๊กอเมริกัน ex-bourbon ตามด้วยถังไม้โอ๊กสเปน first-fill มาพร้อมกลิ่นท็อฟฟี่และมีกลิ่นโอ๊กบางๆ รวมถึงดาร์คช็อคโกแลต ให้สัมผัสลุ่มลึก ตามด้วยสไปซ์และวานิลลา ทานคู่กับสเต็กเนื้อ Tenderloin การันตีความดีงามจากเหรียญทองของ International Spirit International Spirits Challenge 2019 และเหรียญทอง 95 point จากInternational Wine & Spirits Competition 2019

 

Balblair 25 ปี บ่มในถังไม้โอ๊กอเมริกัน ex-bourbon และบ่มใหม่ในถังไม้โอ๊ก Oloroso จากสเปน ให้รสชาติของซิตรัส สลับกับช็อคโกแลต ปิดท้ายด้วยของหวานคือลูกแพรเชื่อม ซึ่งตัว 25 ปีมีจำหน่ายที่ประเทศไทยในจำนวนจำกัดเพียง 25 ขวดเท่านั้น แน่นอนว่ามีรางวัลการันตีคือ เหรียญทอง 98 point จาก International Wine & Spirits Competition 2019

 

 

ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำค่าจากวิสกี้ที่สะท้อนจิตวิญญาณของความเป็นไฮแลนด์อย่างแท้จริงได้แล้ว

คาแรคเตอร์ วิสกี้ แอนด์ ซิการ์ บาร์ และตัวแทนจำหน่ายต่างๆ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/balblair/

 


 

text / photo NM 




BALBLAIR วิสกี้เจ้าของดีกรี 46% แห่งไฮแลนด์

ไฮแลนด์ เป็นชื่อเขตเทือกเขาสูงทางตอนเหนือของสกอตแลนด์ หนึ่งในแหล่งนิยมก่อตั้งโรงกลั่นวิสกี้ที่มีคาแรกเตอร์โดดเด่นไม่แพ้เขตอื่นๆ ซึ่งบัลแบลร์ (Balblair) เองก็มีโรงกลั่นที่เก่าแก่ที่สุด ก่อตั้งเมื่อปี 1790 ในเขต Dornoch Firth และมีปณิธานแน่วแน่ว่าจะไม่ทำวิสกี้ที่มีดีกรีต่ำกว่า 46%

 

 

ความโชคดีของคือได้ชิมซิงเกิล มอลต์จากโรงกลั่นเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งนำเข้ามาทำตลาดในบ้านเราทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน ได้แก่ Balblair 12 ปี, Balblair 15 ปี, Balblair 18 ปี และ Balblair 25 ปี และมีคาแรกเตอร์แตกต่างกันไปตามกระบวนการผลิต แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือจิตวิญญาณของผู้ผลิตในแบบ house style ตามสไตล์ของเขตไฮแลนด์

 

 

ชื่อ Balblair มีความหมายถึงทุ่งหญ้าซึ่งเป็นบรรยากาศของโรงกลั่นทางตอนเหนือ ตั้งอยู่ในเมือง Edderton โดยผู้ให้กำเนิดคือ Michael John Ross เขาเป็นผู้ริเริ่มธุรกิจครอบครัว โดยเริ่มจากเป็นคอมมูนนิตี้เล็กๆ ก่อนที่จะขยายตัวเป็นธุรกิจครอบครัวที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ตัวตนของผู้คนและสถานที่จากรุ่นสู่รุ่นมานานกว่า 200 ปี และเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมโรงกลั่นบนเทือกเขาของสกอตแลนด์จนถึงทุกวันนี้

 

 

การเปิดตัวในประเทศไทยนำโดยลูคัส ดิโนวิแอค (Lukasz Dynowiak) ซึ่งเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ของ Balblair เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่ปี 1790 ของโรงกลั่นทางตอนเหนือของไฮแลนด์ ด้วยทีมงานของคนในครอบครัวและกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างน้ำจากภูเขาธรรมชาติ Allt Dearg Burn และข้าวบาร์เลย์สายพันธุ์ Concerto และ Laureate ที่อยู่ในละแวกเดียวกับโรงกลั่น

 

ในส่วนของกระบวนการผลิตนั้นเริ่มจากการอบข้าวและนำไปบดให้น้ำตาลในข้าวออกมา จากนั้นจึงนำไปต้มจนเกิดเป็นวอร์ดข้นสีน้ำตาล แล้วจึงนำไปพักน้ำในถังไม้เพื่อเติมยีสต์ให้แอลกอฮอล์ออกมา ขั้นตอนการหมักของ Balblair ใช้เวลาหมักนานกว่าปกติเพื่อดึงรสชาติ กลิ่นและคาแรคเตอร์ออกมาให้มากที่สุด ซึ่งทุกคนที่ได้ลิ้มลองจะเข้าใจถึงความพิถีพิถันของซิงเกิล มอลต์ดีกรี 46% อย่างถ่องแท้ยิ่งขึ้น โดยในมาสเตอร์คลาสนี้ประกอบไปด้วย

 

 

Balblair 12 ปี ผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊กอเมริกัน ex-bourbon และถังไม้โอ๊กอเมริกัน double-fired ภายนอกมีสีทอง รสออกไปทางสวีตและฟรุตตี้ มีกลิ่นวานิลลา หลังจากดื่มเข้าไปยังตามมาด้วยความสไปซี่และครีมมี่ ความพิเศษในมาสเตอร์คลาสนี้คือคุณลูคัสให้นำซิงเกิล มอลต์มาถูกที่มือแล้วลองดมดูจะได้กลิ่นเหมือนถั่ว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ Balblair 12 ปี นอกจากนี้ยังเสิร์ฟมาคู่กับแซมอน ทาร์ทาร์ด้วย

 

 

Balblair 15 ปี มีคาแรกเตอร์คล้ายตัว 12 ปี แต่มีความดาร์คและความเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากการบ่มในถังไม้โอ๊กอเมริกัน ex-bourbon และตามด้วยถังไม้โอ๊กสเปน first-fill จนได้สีเหลืองอำพัน กลิ่นหอมและมีรสของดาร์คช็อคโกแลต แต่ทิ้งสัมผัสสุดท้ายด้วยครีมวานิลลา ทานคู่กับฟัวกลาขนาดพอดีคำ

 

 

Balblair 18 ปี เริ่มบ่มในถังไม้โอ๊กอเมริกัน ex-bourbon ตามด้วยถังไม้โอ๊กสเปน first-fill มาพร้อมกลิ่นท็อฟฟี่และมีกลิ่นโอ๊กบางๆ รวมถึงดาร์คช็อคโกแลต ให้สัมผัสลุ่มลึก ตามด้วยสไปซ์และวานิลลา ทานคู่กับสเต็กเนื้อ Tenderloin การันตีความดีงามจากเหรียญทองของ International Spirit International Spirits Challenge 2019 และเหรียญทอง 95 point จากInternational Wine & Spirits Competition 2019

 

Balblair 25 ปี บ่มในถังไม้โอ๊กอเมริกัน ex-bourbon และบ่มใหม่ในถังไม้โอ๊ก Oloroso จากสเปน ให้รสชาติของซิตรัส สลับกับช็อคโกแลต ปิดท้ายด้วยของหวานคือลูกแพรเชื่อม ซึ่งตัว 25 ปีมีจำหน่ายที่ประเทศไทยในจำนวนจำกัดเพียง 25 ขวดเท่านั้น แน่นอนว่ามีรางวัลการันตีคือ เหรียญทอง 98 point จาก International Wine & Spirits Competition 2019

 

 

ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำค่าจากวิสกี้ที่สะท้อนจิตวิญญาณของความเป็นไฮแลนด์อย่างแท้จริงได้แล้ว

คาแรคเตอร์ วิสกี้ แอนด์ ซิการ์ บาร์ และตัวแทนจำหน่ายต่างๆ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/balblair/

 


 

text / photo NM