ดื่มด่ำกับแสงสีของกรุงเทพฯยามค่ำคืนที่ 22 Kitchen & Bar

ท่ามกลางเมืองกรุงอันคึกคัก ที่นี่เหมาะนักแก่การฝากท้องและผ่อนคลาย “22 คิทเช่น แอนด์ บาร์”
ห้องอาหารบนชั้น 22 ที่มองลงมาจะได้สบายตาไปกับวิวทิวทัศน์ของสวนลุมพินี พร้อมดื่มด่ำกับแสงสี
ของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนได้โดยไม่มีสิ่งใดบดบังสายตา

 

ที่นี่นำเสนอเมนูอาหารทะเลจากแถบมหาสมุทรแปซิฟิก รังสรรค์โดยเชฟนิโคลัส รามิเรซ ซึ่งก่อนหน้านี้ประจำอยู่ที่


El Encanto by Orient Express และ Wine Cask ที่โด่งดังในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา


ตัวร้าน 22 Kitchen & Bar ออกแบบโดยใช้ผนังห้องสีเงินขับโซฟาสีเทอร์ควอยซ์ให้ดูโดดเด่นสะดุดตาไปโดยปริยาย
ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และบาร์ด้วยสีไม้สีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายภายใต้ความหรูหรา ในส่วนของ
ห้องอาหารสามารถรับรองลูกค้าได้มากถึง 100 คน และในส่วนของบาร์สามารถรองรับได้ 40 คน (หรือหาก
อยากกินดื่มแบบส่วนตัวก็มีห้องรับรองพิเศษสำหรับ 16 คน) บรรยากาศร้านเหมาะสำหรับการสังสรรค์ในทุกโอกาส
ไม่ว่าจะเป็นดินเนอร์กับคนรัก ครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน ไปจนถึงการนั่งดื่มคนเดียวเพื่อคลายเครียดสักแก้วหลังเลิกงาน

 

ส่วนเมนูแนะนำมีตั้งแต่อาหารทานเล่นอร่อย ๆ อย่าง “ราเมนเบอร์เกอร์เนื้อวากิว” ที่เชฟครีเอทโดยการนำเส้นราเมง
มาทอดกรอบ วางประกบเนื้อวากิวแทนขนมปัง แถมราดด้วยซอสคัทซึเอโอลี ที่ไม่ต้องบรรยายว่าจะอร่อยขนาดไหน
ตามด้วยจานเรียกน้ำย่อยที่แปลกตาแต่ถูกใจเรากับเมนู “เฟตตูชินียอดมะพร้าวอ่อนผัดเนย” ที่เสิร์ฟมาพร้อมเสจ
และฟักทองที่เข้ากันอย่างลงตัว (จานนี้รับรองรสเลิศในแบบที่คุณจะคาดไม่ถึงเลยล่ะ) ส่วนจานหลักที่ไม่สั่งไม่ได้ของที่นี่
ก็คือ “หอยเชลล์กับมะเขือม่วงย่างบนเตาถ่าน” ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าของไทย ๆ อย่างมะเขือม่วงย่างจะเข้ากับหอยเชลล์นุ่ม ๆ
ได้เป็นอย่างดี ยิ่งทานคู่กับซอสหอยเชลล์สูตรเฉพาะของเชฟ ก็ยิ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเข้าท่าเอามาก ๆ สำหรับคนรัก
เมนูย่างๆ แบบหนักท้อง เราขอแนะนำ “น่องแกะย่าง” จานนี้ไม่ได้มีดีแค่เนื้อแกะนุ่ม แต่ยังอร่อยด้วยเครื่องเคียง
ที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน ทั้งสับประรดและมันบดหวานที่ราดด้วยซอสโสมหอมๆ อ้อ!...ก่อนอิ่มเกินไปอย่าลืมเผื่อท้องไว้สักนิด
สำหรับของหวานอย่าง “บอนบอนมะม่วง” (จานนี้ถ้าพลาดคือน่าเสียดายอย่างแรง) เสิร์ฟมาพร้อมเซอร์เบท์
มะม่วงเขียว มาการูนสไตล์ฝรั่งเศส และโยเกิร์ตที่ยิ่งกินพร้อมกันก็ยิ่งไม่อยากให้หมดจาน ส่วนนักดื่มขอให้ลอง
ค็อกเทลซิกเนเจอร์อย่าง “View over Lumpini” หรือ “Butterfly Pea Mojito” ก็น่าจะเป็นการปิดท้ายมื้อค่ำ
ที่สมบูรณ์แบบอย่าบอกใครเลยล่ะ!

 

22 Kitchen & Bar

ตั้งอยู่ที่ชั้น 22 โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

เปิดทุกวัน เวลา16.00-24.00 น. (สำหรับบาร์และอาหารทานเล่น) และ 18.00-22.00 น. (สำหรับมื้อค่ำ)

โทร 02 200 9000 ต่อ 2345

 

Text: Zatia

Editor: MT:P

Photography: Duke_Kittipoj




ดื่มด่ำกับแสงสีของกรุงเทพฯยามค่ำคืนที่ 22 Kitchen & Bar

ท่ามกลางเมืองกรุงอันคึกคัก ที่นี่เหมาะนักแก่การฝากท้องและผ่อนคลาย “22 คิทเช่น แอนด์ บาร์”
ห้องอาหารบนชั้น 22 ที่มองลงมาจะได้สบายตาไปกับวิวทิวทัศน์ของสวนลุมพินี พร้อมดื่มด่ำกับแสงสี
ของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนได้โดยไม่มีสิ่งใดบดบังสายตา

 

ที่นี่นำเสนอเมนูอาหารทะเลจากแถบมหาสมุทรแปซิฟิก รังสรรค์โดยเชฟนิโคลัส รามิเรซ ซึ่งก่อนหน้านี้ประจำอยู่ที่


El Encanto by Orient Express และ Wine Cask ที่โด่งดังในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา


ตัวร้าน 22 Kitchen & Bar ออกแบบโดยใช้ผนังห้องสีเงินขับโซฟาสีเทอร์ควอยซ์ให้ดูโดดเด่นสะดุดตาไปโดยปริยาย
ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และบาร์ด้วยสีไม้สีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายภายใต้ความหรูหรา ในส่วนของ
ห้องอาหารสามารถรับรองลูกค้าได้มากถึง 100 คน และในส่วนของบาร์สามารถรองรับได้ 40 คน (หรือหาก
อยากกินดื่มแบบส่วนตัวก็มีห้องรับรองพิเศษสำหรับ 16 คน) บรรยากาศร้านเหมาะสำหรับการสังสรรค์ในทุกโอกาส
ไม่ว่าจะเป็นดินเนอร์กับคนรัก ครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน ไปจนถึงการนั่งดื่มคนเดียวเพื่อคลายเครียดสักแก้วหลังเลิกงาน

 

ส่วนเมนูแนะนำมีตั้งแต่อาหารทานเล่นอร่อย ๆ อย่าง “ราเมนเบอร์เกอร์เนื้อวากิว” ที่เชฟครีเอทโดยการนำเส้นราเมง
มาทอดกรอบ วางประกบเนื้อวากิวแทนขนมปัง แถมราดด้วยซอสคัทซึเอโอลี ที่ไม่ต้องบรรยายว่าจะอร่อยขนาดไหน
ตามด้วยจานเรียกน้ำย่อยที่แปลกตาแต่ถูกใจเรากับเมนู “เฟตตูชินียอดมะพร้าวอ่อนผัดเนย” ที่เสิร์ฟมาพร้อมเสจ
และฟักทองที่เข้ากันอย่างลงตัว (จานนี้รับรองรสเลิศในแบบที่คุณจะคาดไม่ถึงเลยล่ะ) ส่วนจานหลักที่ไม่สั่งไม่ได้ของที่นี่
ก็คือ “หอยเชลล์กับมะเขือม่วงย่างบนเตาถ่าน” ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าของไทย ๆ อย่างมะเขือม่วงย่างจะเข้ากับหอยเชลล์นุ่ม ๆ
ได้เป็นอย่างดี ยิ่งทานคู่กับซอสหอยเชลล์สูตรเฉพาะของเชฟ ก็ยิ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเข้าท่าเอามาก ๆ สำหรับคนรัก
เมนูย่างๆ แบบหนักท้อง เราขอแนะนำ “น่องแกะย่าง” จานนี้ไม่ได้มีดีแค่เนื้อแกะนุ่ม แต่ยังอร่อยด้วยเครื่องเคียง
ที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน ทั้งสับประรดและมันบดหวานที่ราดด้วยซอสโสมหอมๆ อ้อ!...ก่อนอิ่มเกินไปอย่าลืมเผื่อท้องไว้สักนิด
สำหรับของหวานอย่าง “บอนบอนมะม่วง” (จานนี้ถ้าพลาดคือน่าเสียดายอย่างแรง) เสิร์ฟมาพร้อมเซอร์เบท์
มะม่วงเขียว มาการูนสไตล์ฝรั่งเศส และโยเกิร์ตที่ยิ่งกินพร้อมกันก็ยิ่งไม่อยากให้หมดจาน ส่วนนักดื่มขอให้ลอง
ค็อกเทลซิกเนเจอร์อย่าง “View over Lumpini” หรือ “Butterfly Pea Mojito” ก็น่าจะเป็นการปิดท้ายมื้อค่ำ
ที่สมบูรณ์แบบอย่าบอกใครเลยล่ะ!

 

22 Kitchen & Bar

ตั้งอยู่ที่ชั้น 22 โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

เปิดทุกวัน เวลา16.00-24.00 น. (สำหรับบาร์และอาหารทานเล่น) และ 18.00-22.00 น. (สำหรับมื้อค่ำ)

โทร 02 200 9000 ต่อ 2345

 

Text: Zatia

Editor: MT:P

Photography: Duke_Kittipoj