Music Review

MUSIC REVIEW

 

 

JAMILA WOODS

Albam “Heavn”

Record Label (Jagjaguwar/ Closed Sessions)

โปรเจ็คอัลบั้มของสาวผิวสีจากชิคาโกคนนี้ออกขายในรูปแบบของดิจิตอลเมื่อกลางปี 2016 และก็ได้รับคำชื่นขมอย่างล้นหลาม จนกระทั่งค่าย JAGJAGUWAR นำมาออกขายใหม่ในปีกลายในรูปแบบกายภาพทั้งไวนิลและซีดี  “Heavn” ยังคงครบถ้วนด้วยความดีงาม แม้ว่าโต๊ะดนตรี Esquire จะฟังช้าไปหนึ่งปีก็ตามที ความชัดเจนในคำพูดและความกล้าที่จะเป็นกระบอกเสียงให้ผู้หญิงผิวสีในยุคที่คนอเมริกันกำลังหลงทางและหมดหวังกับอนาคต ล้วนเป็นธีมหลักๆใน “Heavn” สาวเจมิล่ามักจะเอ่ยถึงเรื่องราวตัวเองผ่านบทกลอน รวมทั้งการเรียกร้องผูกพลังสามัคคีของพี่สาวน้องสาวชาวอเมริกันไว้ โปรดิวเซอร์อย่าง Oddcouple และ Kweky Collins สร้างบีทที่น่าสนใจ ก๊วนแรปเปอร์เพื่อนๆ กันแบบ Chance The Rapper, Noname หรือ Saba ล้วนสร้างสีสัน แต่ “Heavn” มีความเป็นเจมิล่าทั้งตัวและใจอย่างเต็มร้อย หากคุณศึกษาประวัติสิทธิมนุษยชนและรู้จักบุคคลอย่าง Rosa Parks หรือ Angela Davis อัลบั้ม “Heavn” เป็นซาวด์แทรคประกอบเส้นทางการต่อสู้ที่ยังอีกห่างไกลจากคำว่าสิ้นสุด

 

 

KING KRULE

Album “The Ooz”

Record Label (XL Recordings)

เช่นเดียวกับยารักษาโรค นี่คือภาวะรวมของคุณค่าในความโหดร้ายภายใต้กายๆ เดียว “The Ooz” เป็นเหมือนความซาบซ่านเวลายาเม็ดแรง ๆ หลาย ๆ เม็ดตกลงไปในแก้วน้ำ ตัวยาค่อย ๆ แตกตัวออกช้า  ๆ เป็นเกล็ดเล็ก ๆ จนเปลี่ยนสีของน้ำในแก้วจนหมดสิ้น จากนั้นคุณก็ยกดื่มด้วยมือที่สั่นเครือ การกลืนแต่ละอึกมีความปวดแสบไม่ต่างจากการถูกชกที่หน้าท้องหรือถูกบีบที่คอหอย เกล็ดยาที่ไหลกระทบลิ้น การกัดเซาะตามท่อลำคอ และการซัดพาโหมซึมสายเลือดทำให้คุณรู้สึกตัวสั่นหนาว น้ำตาไหลรินอย่างไม่อาจบังคับได้ ขนลุกซู่ขึ้นอย่างปราศจากเหตุผล กะเพาะอาหารถูกบดขยี้ราวกับก้อนกรวดร้อนเดือดกำลังย่อยอยู่ในลำไส้ นี่คงเป็นการเริ่มส่งสัญญาณของการทรมานอันเนิ่นนาน “The Ooz” ไร้ความปราณี ไร้กาลเวลา และไร้แบบแผนโดยสิ้นเชิง สรรพเสียงที่อลม่านในอัลบั้มเหมือนเป็นการขยำรวมของดนตรีโบราณก่อนร็อคแอนด์โรลกับงานอีเลคโทรนิคในวันพรุ่งนี้ น่าประหลาดใจที่ความรู้สึกที่ออกมาใน “The Ooz” เป็นดนตรีของวันเวลาแห่งปัจจุบันนี้โดยแท้

 

 

KAITLYN AURELIA SMITH

“The Kid”

(Western Vinyl)

ก่อนที่เธอจะย้ายเข้ามาในเมืองใหญ่ Kaitlyn Aurelia Smith เติบโตจากเมืองเล็กๆ ที่อุดมไปด้วยป่าเขียงขจีและล้อมรอบด้วยธรรมชาติ รากฐานในวัยเยาว์ของเธอฝังอยู่ในกระบวนการทางความคิดและการสร้างสรรค์ดนตรีเป็นอย่างมาก อัลบั้มใหม่ชุดนี้ “The Kid” เธอพิมพ์รายชื่อเครื่องโมดูลาร์ซินธิ์มากมายหลายรูปแบบในปกหลัง รวมทั้งเครื่องดนตรีคลาสสิค (ฟลุ๊ท, ทรัมเปต, เชลโล่, แบซซูน) โดยที่ทั้งหมดเรียบเรียงโดยเคทลิน “The Kid” มีซาวด์อลังการเอิกเกริกงามสง่า และลอยล่องอย่างน่าประทับใจคล้ายเป็น Cocteau Twins ยามเมื่อถูกโปรดิวซ์โดย Visible Cloaks และรีมิกซ์โดย Floating Points กับ The Knife ความเป็นคอนเซปท์อัลบั้มที่ว่าด้วยการเกิด การเติบโต การก้าวผ่านของวัย การเรียนรู้และจบที่มรณะ บอกมุมมองที่น่าสนใจ แต่ละเพลงล้วนเป็นตัวแทนของบางช่วงในการเติบโตของชีวิตหนึ่ง คุณอาจนึกถึงภาคการอุบัติชีวิตที่แสดงออกอย่างในหนัง UNDER THE SKIN เมื่อ 4 ปีก่อน “The Kid” ความเฉพาะตัวและแสนล้ำค่า ไม่น่าแปลกใจที่อัลบั้มนี้จะเป็นหนึ่งในงานสำคัญของปีนี้

 

 

VARIOUS ARTISTS

“The Sound of Mercury Rising”

(Pikes)

            อัลบั้มรวมเพลงเต้นรำสำหรับนักเที่ยววัยกลางคนที่ยังเพ้อพกอยู่กับความฝันบนฟลอร์เต้นรำ และความสุขล้นพ้นที่เกาะสวรรค์อิบิซ่าในช่วงวันวาน (หมายถึงปลายปี 80 ต่อต้น 90) โรงแรม PIKES ที่นั่นยังคงเปิดบริการและแม้จะเปลี่ยนโปรโมชั่นแพคเกจมากมาย แต่ความทรงจำของวันชื่นคืนสุขยังคงปรากฏ โรงแรมที่ Freddie Mercury, Grace Jones และ Bianca Jagger เคยเข้าพัก และที่แห่งนี้ดีเจอังกฤษ DJ Harvey ก็ได้รับเลือกเป็น “ทูตวัฒนธรรม” นำเสียงดนตรีและความหรรษามาสู่แขกเหรื่อผู้มีอันจะกินจากทั่วโลก สไตล์การเปิดเพลงของดีเจฮาร์วีย์เป็นที่เลื่องชื่อในการคัดสรรซากปรักหักพังของดนตรี ดิสโก้รุงรังจากยุค 70 มาขัดเกลารวมไว้กับขวดโหลใบเดียวกับงานยูโรเปี้ยนพ็อพ และเรฟคลาสสิคมากมาย อัลบั้มแผ่นนี้สะท้อนบทเพลงที่เขาเคยเล่นในคลับ Mercury Rising ที่โรงแรม PIKES ความสำเริงสำราญกับเสียงหัวเราะเคล้าเคลียไปกับเสียงเปิดแชมเปญ และเครื่องดื่มมึนเมามากมาย เสียงเปียโนกรู๊ฟกับมอเตอริคซินธ์ตัดฉวัดเฉวียนกับกีตาร์ฟลาแมนโก้ และความฟู่ฟ่าเกินจริงของบูกี้พีเพิล อีกหนึ่งความปิติทางดนตรีสายเต้นรำ

 

 

 

30/70

“Elevate”

(Rhythem Section)

            ส่วนหนึ่งในแวดวงโมเดิร์นแจ๊สโซลรุ่นใหม่ที่ก่อกำเนิดในเมลเบิร์นแถวๆ ร้านแผ่นเสียง Northside Records ก่อนจะกระเพื่อมไปทั่วโลก จากแกนนำอย่าง Hiatus Coyote, Tulalah, Harvey Sutherland, Jordan Rakei ผ่าน Sampa The Great งานของกลุ่มนักดนตรีทั้ง 5 ในนาม 30/70 ที่ได้ตรา Rhythm Section จากอังกฤษมาดูแลออกผลงานมินิอัลบั้มชุดแรก “Elevate” งานที่เปี่ยมล้นไปด้วยกลิ่นอาย     คอสมิคโซล จรุงใจไปกับแจ๊สฟังค์พร้อมลีลาการร้องสลับร่ายบทกวีผสมกับการแรปของนักร้องนำสาว Allysha Joy การมาถึงในยุคที่ดนตรีแจ๊สได้รับเลือดใหม่ ๆ จากนักดนตรีรุ่นใหม่นับการต่ออายุขัยแนวดนตรีสำคัญของอเมริกันให้มีชีวิตต่ออีกยาวนาน อัลบั้ม “Elevate” อาจทำให้คอดนตรีนีโอโซลคิดถึงวงอย่าง Build An Ark เมื่อ 10 กว่าปีก่อน คิดถึงงานเดี่ยวของ Dwight Trible สมาชิกของวงจากแอลเอวงนั้น มินิอัลบั้มนี้มี 8 แทรค โดยแผ่นซีดีในญี่ปุ่นแถมงานบันทึกการแสดงสดอีก 1 แทรค เพลงโปรดของเรามี “Misrepresented”, “Breaking (For This World to Change)” และ “Slangin”

 

 

CHANTAE CANN

“Sol Empowered”

(Atlanta Records)

            เสียงที่สวยงามและแสนรัญจวนของ Chantae Cann เป็นสิ่งทีทำให้โลกของเราอิ่มเอม และส่งแสงสว่างขึ้น หลายๆ เพลงในอัลบั้มเต็มชุดแรกของเธอ “Sol Empowered” มองชีวิตในด้านบวก เปี่ยมไปด้วยความหวังเรืองรองและจิตศรัทธาในการก้าวต่ออันแรงกล้า ประโยคในเนื้อเพลง “If you’re looking for sunshine, you know it doesn’t always have to be daylight” จาก “The Light” บ่งชี้ไอเดียนี้ เพลงอย่าง “Reason to Live” เพลงเปิดอัลบั้มที่ชื่อ “U Gotta Love Ya” เพลงติดหูแสนไพเราะ “Happy Song” หรือเพลงปิดอัลบั้ม “IRise” ที่ทำงานกับ Snarky Puppy ล้วนแต่น่าพึงใจ ทำนองดนตรีโมเดิร์นโซลเจือกลิ่นบอสซ่าช่างมีชีวิตชีวา สาวจากแอตแลนต้าผู้นี้เคยเป็นนักร้องแบ็คอัพให้กับหลายศิลปินเช่น India Arie และ PJ Morton ผู้ซึ่งมาร้องคู่กับเธอในเพลงเยี่ยม “Craters” โดยรวมโปรดักชั่นในอัลบั้มนี้ทำออกมาอย่างน่าปลาบปลื้ม “Sol Empowered” เป็นอีกหนึ่งงานดีที่สุดของปี 2017

 

Text : Arthit Promprasit

Photography : Courtesy of Record Label




Music Review

MUSIC REVIEW

 

 

JAMILA WOODS

Albam “Heavn”

Record Label (Jagjaguwar/ Closed Sessions)

โปรเจ็คอัลบั้มของสาวผิวสีจากชิคาโกคนนี้ออกขายในรูปแบบของดิจิตอลเมื่อกลางปี 2016 และก็ได้รับคำชื่นขมอย่างล้นหลาม จนกระทั่งค่าย JAGJAGUWAR นำมาออกขายใหม่ในปีกลายในรูปแบบกายภาพทั้งไวนิลและซีดี  “Heavn” ยังคงครบถ้วนด้วยความดีงาม แม้ว่าโต๊ะดนตรี Esquire จะฟังช้าไปหนึ่งปีก็ตามที ความชัดเจนในคำพูดและความกล้าที่จะเป็นกระบอกเสียงให้ผู้หญิงผิวสีในยุคที่คนอเมริกันกำลังหลงทางและหมดหวังกับอนาคต ล้วนเป็นธีมหลักๆใน “Heavn” สาวเจมิล่ามักจะเอ่ยถึงเรื่องราวตัวเองผ่านบทกลอน รวมทั้งการเรียกร้องผูกพลังสามัคคีของพี่สาวน้องสาวชาวอเมริกันไว้ โปรดิวเซอร์อย่าง Oddcouple และ Kweky Collins สร้างบีทที่น่าสนใจ ก๊วนแรปเปอร์เพื่อนๆ กันแบบ Chance The Rapper, Noname หรือ Saba ล้วนสร้างสีสัน แต่ “Heavn” มีความเป็นเจมิล่าทั้งตัวและใจอย่างเต็มร้อย หากคุณศึกษาประวัติสิทธิมนุษยชนและรู้จักบุคคลอย่าง Rosa Parks หรือ Angela Davis อัลบั้ม “Heavn” เป็นซาวด์แทรคประกอบเส้นทางการต่อสู้ที่ยังอีกห่างไกลจากคำว่าสิ้นสุด

 

 

KING KRULE

Album “The Ooz”

Record Label (XL Recordings)

เช่นเดียวกับยารักษาโรค นี่คือภาวะรวมของคุณค่าในความโหดร้ายภายใต้กายๆ เดียว “The Ooz” เป็นเหมือนความซาบซ่านเวลายาเม็ดแรง ๆ หลาย ๆ เม็ดตกลงไปในแก้วน้ำ ตัวยาค่อย ๆ แตกตัวออกช้า  ๆ เป็นเกล็ดเล็ก ๆ จนเปลี่ยนสีของน้ำในแก้วจนหมดสิ้น จากนั้นคุณก็ยกดื่มด้วยมือที่สั่นเครือ การกลืนแต่ละอึกมีความปวดแสบไม่ต่างจากการถูกชกที่หน้าท้องหรือถูกบีบที่คอหอย เกล็ดยาที่ไหลกระทบลิ้น การกัดเซาะตามท่อลำคอ และการซัดพาโหมซึมสายเลือดทำให้คุณรู้สึกตัวสั่นหนาว น้ำตาไหลรินอย่างไม่อาจบังคับได้ ขนลุกซู่ขึ้นอย่างปราศจากเหตุผล กะเพาะอาหารถูกบดขยี้ราวกับก้อนกรวดร้อนเดือดกำลังย่อยอยู่ในลำไส้ นี่คงเป็นการเริ่มส่งสัญญาณของการทรมานอันเนิ่นนาน “The Ooz” ไร้ความปราณี ไร้กาลเวลา และไร้แบบแผนโดยสิ้นเชิง สรรพเสียงที่อลม่านในอัลบั้มเหมือนเป็นการขยำรวมของดนตรีโบราณก่อนร็อคแอนด์โรลกับงานอีเลคโทรนิคในวันพรุ่งนี้ น่าประหลาดใจที่ความรู้สึกที่ออกมาใน “The Ooz” เป็นดนตรีของวันเวลาแห่งปัจจุบันนี้โดยแท้

 

 

KAITLYN AURELIA SMITH

“The Kid”

(Western Vinyl)

ก่อนที่เธอจะย้ายเข้ามาในเมืองใหญ่ Kaitlyn Aurelia Smith เติบโตจากเมืองเล็กๆ ที่อุดมไปด้วยป่าเขียงขจีและล้อมรอบด้วยธรรมชาติ รากฐานในวัยเยาว์ของเธอฝังอยู่ในกระบวนการทางความคิดและการสร้างสรรค์ดนตรีเป็นอย่างมาก อัลบั้มใหม่ชุดนี้ “The Kid” เธอพิมพ์รายชื่อเครื่องโมดูลาร์ซินธิ์มากมายหลายรูปแบบในปกหลัง รวมทั้งเครื่องดนตรีคลาสสิค (ฟลุ๊ท, ทรัมเปต, เชลโล่, แบซซูน) โดยที่ทั้งหมดเรียบเรียงโดยเคทลิน “The Kid” มีซาวด์อลังการเอิกเกริกงามสง่า และลอยล่องอย่างน่าประทับใจคล้ายเป็น Cocteau Twins ยามเมื่อถูกโปรดิวซ์โดย Visible Cloaks และรีมิกซ์โดย Floating Points กับ The Knife ความเป็นคอนเซปท์อัลบั้มที่ว่าด้วยการเกิด การเติบโต การก้าวผ่านของวัย การเรียนรู้และจบที่มรณะ บอกมุมมองที่น่าสนใจ แต่ละเพลงล้วนเป็นตัวแทนของบางช่วงในการเติบโตของชีวิตหนึ่ง คุณอาจนึกถึงภาคการอุบัติชีวิตที่แสดงออกอย่างในหนัง UNDER THE SKIN เมื่อ 4 ปีก่อน “The Kid” ความเฉพาะตัวและแสนล้ำค่า ไม่น่าแปลกใจที่อัลบั้มนี้จะเป็นหนึ่งในงานสำคัญของปีนี้

 

 

VARIOUS ARTISTS

“The Sound of Mercury Rising”

(Pikes)

            อัลบั้มรวมเพลงเต้นรำสำหรับนักเที่ยววัยกลางคนที่ยังเพ้อพกอยู่กับความฝันบนฟลอร์เต้นรำ และความสุขล้นพ้นที่เกาะสวรรค์อิบิซ่าในช่วงวันวาน (หมายถึงปลายปี 80 ต่อต้น 90) โรงแรม PIKES ที่นั่นยังคงเปิดบริการและแม้จะเปลี่ยนโปรโมชั่นแพคเกจมากมาย แต่ความทรงจำของวันชื่นคืนสุขยังคงปรากฏ โรงแรมที่ Freddie Mercury, Grace Jones และ Bianca Jagger เคยเข้าพัก และที่แห่งนี้ดีเจอังกฤษ DJ Harvey ก็ได้รับเลือกเป็น “ทูตวัฒนธรรม” นำเสียงดนตรีและความหรรษามาสู่แขกเหรื่อผู้มีอันจะกินจากทั่วโลก สไตล์การเปิดเพลงของดีเจฮาร์วีย์เป็นที่เลื่องชื่อในการคัดสรรซากปรักหักพังของดนตรี ดิสโก้รุงรังจากยุค 70 มาขัดเกลารวมไว้กับขวดโหลใบเดียวกับงานยูโรเปี้ยนพ็อพ และเรฟคลาสสิคมากมาย อัลบั้มแผ่นนี้สะท้อนบทเพลงที่เขาเคยเล่นในคลับ Mercury Rising ที่โรงแรม PIKES ความสำเริงสำราญกับเสียงหัวเราะเคล้าเคลียไปกับเสียงเปิดแชมเปญ และเครื่องดื่มมึนเมามากมาย เสียงเปียโนกรู๊ฟกับมอเตอริคซินธ์ตัดฉวัดเฉวียนกับกีตาร์ฟลาแมนโก้ และความฟู่ฟ่าเกินจริงของบูกี้พีเพิล อีกหนึ่งความปิติทางดนตรีสายเต้นรำ

 

 

 

30/70

“Elevate”

(Rhythem Section)

            ส่วนหนึ่งในแวดวงโมเดิร์นแจ๊สโซลรุ่นใหม่ที่ก่อกำเนิดในเมลเบิร์นแถวๆ ร้านแผ่นเสียง Northside Records ก่อนจะกระเพื่อมไปทั่วโลก จากแกนนำอย่าง Hiatus Coyote, Tulalah, Harvey Sutherland, Jordan Rakei ผ่าน Sampa The Great งานของกลุ่มนักดนตรีทั้ง 5 ในนาม 30/70 ที่ได้ตรา Rhythm Section จากอังกฤษมาดูแลออกผลงานมินิอัลบั้มชุดแรก “Elevate” งานที่เปี่ยมล้นไปด้วยกลิ่นอาย     คอสมิคโซล จรุงใจไปกับแจ๊สฟังค์พร้อมลีลาการร้องสลับร่ายบทกวีผสมกับการแรปของนักร้องนำสาว Allysha Joy การมาถึงในยุคที่ดนตรีแจ๊สได้รับเลือดใหม่ ๆ จากนักดนตรีรุ่นใหม่นับการต่ออายุขัยแนวดนตรีสำคัญของอเมริกันให้มีชีวิตต่ออีกยาวนาน อัลบั้ม “Elevate” อาจทำให้คอดนตรีนีโอโซลคิดถึงวงอย่าง Build An Ark เมื่อ 10 กว่าปีก่อน คิดถึงงานเดี่ยวของ Dwight Trible สมาชิกของวงจากแอลเอวงนั้น มินิอัลบั้มนี้มี 8 แทรค โดยแผ่นซีดีในญี่ปุ่นแถมงานบันทึกการแสดงสดอีก 1 แทรค เพลงโปรดของเรามี “Misrepresented”, “Breaking (For This World to Change)” และ “Slangin”

 

 

CHANTAE CANN

“Sol Empowered”

(Atlanta Records)

            เสียงที่สวยงามและแสนรัญจวนของ Chantae Cann เป็นสิ่งทีทำให้โลกของเราอิ่มเอม และส่งแสงสว่างขึ้น หลายๆ เพลงในอัลบั้มเต็มชุดแรกของเธอ “Sol Empowered” มองชีวิตในด้านบวก เปี่ยมไปด้วยความหวังเรืองรองและจิตศรัทธาในการก้าวต่ออันแรงกล้า ประโยคในเนื้อเพลง “If you’re looking for sunshine, you know it doesn’t always have to be daylight” จาก “The Light” บ่งชี้ไอเดียนี้ เพลงอย่าง “Reason to Live” เพลงเปิดอัลบั้มที่ชื่อ “U Gotta Love Ya” เพลงติดหูแสนไพเราะ “Happy Song” หรือเพลงปิดอัลบั้ม “IRise” ที่ทำงานกับ Snarky Puppy ล้วนแต่น่าพึงใจ ทำนองดนตรีโมเดิร์นโซลเจือกลิ่นบอสซ่าช่างมีชีวิตชีวา สาวจากแอตแลนต้าผู้นี้เคยเป็นนักร้องแบ็คอัพให้กับหลายศิลปินเช่น India Arie และ PJ Morton ผู้ซึ่งมาร้องคู่กับเธอในเพลงเยี่ยม “Craters” โดยรวมโปรดักชั่นในอัลบั้มนี้ทำออกมาอย่างน่าปลาบปลื้ม “Sol Empowered” เป็นอีกหนึ่งงานดีที่สุดของปี 2017

 

Text : Arthit Promprasit

Photography : Courtesy of Record Label


FOOD & DRINK


LAST UPDATE