'โล้สำเภา' แบบชาวเอเชีย พี่หมื่นรู้อะไรมาจากการเดินทาง?

แค่ได้ยินประโยค "ออเจ้าเคยละเล่นโล้สำเภาหรือไม่ มาเถิด พี่จักสอนให้ก็รู้แล้วว่าไม่ได้ขึ้นเรือจริงๆ แต่มีล่องแบบสนุกๆ และมีน้ำแน่ๆ เพราะมุขนี้ พี่หมื่นในยุคปัจจุบันหลายๆ คนก็เคยใช้ "ไปเล่นเกมที่ห้องพี่มั้ย" หรือ "ไปดูแมวที่ห้องพี่มั้ย" ซึ่งผู้หญิงที่ 'เล่นด้วย' ก็รู้อยู่แล้วแหละว่า โล้สำเภา เล่นเกม หรือดูแมว นั้นหมายถึงอะไร!

 

ทีนี้ หลังจากที่พี่หมื่นพาแม่การะเกดลงสำเภา ก็มีกระแสการพูดถึงบทอัศจรรย์ในกาพย์/โคลง/กลอน หรือภาพวาดเชิงอีโรติกต่างๆ ที่เอามาล้อกันว่า ท่าโล้สำเภอของพี่หมื่นน่าจะเป็นแบบนี้นะ อย่างนั้นนะ (ส่วนใหญ่จะเป็นมิชชั่นนารี ซึ่งเข้าใจได้ เพราะถ้าโล้สำเภาของพี่หมื่นคือการ 'อุ้มแตง' คงทำให้แฟนตาซีคนดูกระเจิงแน่ๆ!) ที่น่าสนใจและเอสไควร์อยากนำมาพูดถึงมากๆ คือ 'จิตรกรรมเชิงสังวาส' เรียกให้เข้าใจกว่านี้คือภาพวาดเซ็กซ์ระหว่างชายและหญิง อันมีประวัติศาสตร์มานับหลายร้อยปี ถ้าพูดให้เห็นภาพคือ มีพร้อมๆ กับช่วงก่อตั้งกรุงสุโขทัย ราชธานีแรกตามแบบเรียนประวัติศาสตร์ไทย 

 

หรือนี่คือสิ่งที่พี่หมื่นได้เจอระหว่างเดินทาง!? #ออเจ้าเอยเคยรู้หรือไม่

 

 

ขอเคลียร์ภาพให้ชัดกว่านี้ก่อน ต้องบอกว่าความโป๊เปลือย เรื่องอี๋เรื่องอวยอยู่คู่กับประวัติศาสตร์มนุษย์มานานมากแล้ว ศิลปะแบบ 'Erotic Art' ปรากฏให้เห็นตามงานศิลปะต่างๆ ทั้งประติมากรรมและจิตรกรรม แต่ในยุคโบราณนั้น มักจะผูกโยงกับเรื่องความเชื่อและศาสนา ภาพอวัยวะเพศหญิงและการร่วมเพศหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ การผลิตซ้ำ (ทายาท) สัญลักษณ์แห่งการเกิดและเจริญเติบโต พอเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์และชาติต่างๆ เริ่มประดิษฐ์ศาสตร์ความรู้ของตัวเอง ความโป๊เปลือยจึงเข้าไปอยู่ตามตำราเรียน เช่น ตำราเวชศาสตร์ บอกถึงอนาโตมีมนุษย์ และถูกพัฒนามาเป็นงานศิลปะเชิงสังวาส ทั้งแบบเรื่องราว (ประสบการณ์เสียว) และ ภาพวาด (รูปโป๊) ในเวลาต่อมา

 

ถ้าคุณเคยเห็นจิตรกรรมฝาผนังในวัดแนวทะลึ่งตึงตัง ร่วมเพศ และเปลือยท่อนบนตาม นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าเราได้รับอิทธิพลมาจากงานศิลปะของประเทศคู่ค้า ทั้ง ญี่ปุ่น จีน อินเดีย และศาสนาฮินดู ซึ่งถือว่าเป็นตัวพ่อ และผลิตงานศิลปะแนวนี้มาก่อนยุคอยุธยาหลายร้อยปี ข้อสันนิษฐานอย่างหนึ่งคือ จิตรกรรมแนวเสพสังวาสนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อทำให้คนดูเกิดอารมณ์ทางเพศ (แหงล่ะ เราจะแข็งในวัดไม่ได้!) เพราะโดยปกติแล้ว เรื่องราวภาพวาดควรเกี่ยวกับพุทธประวัติ แต่ด้วยความกว้างขวางของพื้นที่ ทำให้ศิลปะสามารถแต่งเติมเรื่องราวต่างๆ ลงไปได้อย่างสนุกสนาน เซ็กซ์ก็เป็นหนึ่งในตัณหาของมนุษย์ เป็นกิเลส และเป็นเรื่ืองธรรมชาติซึ่งสามารถใช้เป็นคติธรรมแก่ผู้ที่ได้เห็น ศิลปะดังกล่าวบูมมากในช่วงรัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อ้าว แล้วพี่หมื่นไปโดนตัวไหนมา?

 

(ภาพ Prince and lady on terrace at night (1790) / credit: commons.wikimedia.org/wiki/File:Indiaerotic.jpg)

 

กามสูตร (จะออกเสียงว่า กามาสูตรา แบบฝรั่งก็ได้) เป็นคัมภีร์เซ็กซ์ศึกษาของชาวฮินดู ถูกเขียนขึ้นประมาณ 400 ปีก่อนคริสตศักราช เนื้อหาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างมีความสุข (และมีศีลธรรม) แยกเป็น 7 เอพิโสด / 14 แชปเตอร์ / 36 ตอน ซึ่งกล่าวถึงการเล้าโลม จูบ และท่าทาง ทั้งหมด 10 ตอน จำแนกได้เป็น 64 ท่า (เยอะมากกกก!) ครบทุกตำแหน่ง ทั้งนอน นั่ง และยืน - หรือพี่หมื่นจะได้ความรู้จากตรงนี้มา?

 

(ภาพ Man and woman making love (1820) โดย ยานากาวะ ชิเกโนบุ / Credit: en.wikipedia.org)

 

'ชุนกะ' เป็นชื่อเรียกศิลปะเชิงสังวาสแบบญี่ปุ่น หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า 'อุกิโยเอะ' ภาพวาดแนวอีโรติกของชนชาติญี่ปุ่น เฟื่องฟูมากๆ ในสมัยเอโดะ (ประมาณ ค.ศ. 1600 - 1860 ส่วนอยุธยาแตกตอน 1767 ลองเทียบไทม์ไลน์กันดู) ชุนกะเป็นงานศิลปะเพื่อความบันเทิงสำหรับผู้ชาย สามารถซื้อหาได้แต่มีราคาสูงถ้าเป็นภาพวาด ซึ่งต่อมาราคาถูกลงเมื่อเทคนิคการพิมพ์เข้ามามีบทบาท โดยศิลปินจะใช้แม่พิมพ์ไม้เพื่อผลิตภาพแนวอีโรติกแบบนี้ออกมาเป็นจำนวนมาก ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ ปัจจุบันยังคงหลงเหลืองานชุนกะจากโบราณให้เห็นอยู่มาก เราจึงพบว่า แนวทางความบันเทิงของคนสมัยก่อนนั้นโคตรเจ๋ง คือ ไม่ใช่แค่ภาพโป๊แบบชายหญิงเสพสังวาส แต่อวัยวะเพศหญิงจะมีขนาดใหญ่ (เช่นเดียวกับของผู้ชายในบางรูป) สัดส่วนบิดเบี้ยวแบบทำตามไม่ได้ เรื่อยไปถึง 'Genre' แฟนตาซี เช่น เกอิชา / คนกับสัตว์และสิ่งของ / คนกับผี / หมู่ เรียกว่าเป็นต้นกำเนิดของความ Fetish ที่แท้จริง - หรือพี่หมื่นจะได้ความรู้จากตรงนี้มา?

 

(ภาพ Spring Picture ราวศตวรรษที่ 19 / credit: commons.wikimedia.org/wiki/Category:Chinese_erotic_art)

 

จีน อีกประเทศที่ขาดไม่ได้ เพราะการารมณ์นั้นถือเป็นความสำคัญทางประวัติศาสตร์เลยละ! (เดาจากวิดีโอโป๊ที่ดูตอนเด็ก แนวฮ่องเต้กับนางสนม จอมยุทธกับนางเอกในป่าไผ่) แค่เสิร์จคำว่า 'Erotic Chinese Art' ภาพวาดแนวโป๊เปลือยก็จะไหลออกมาเป็นพันเป็นหมื่นชิ้น นี่ถือว่าน้อยลงแล้วนะ เพราะว่าถูกเผาทำลายไปเป็นจำนวนมาช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมโดย เหมา เจ๋อ ตุง หากเทียบกันด้วยตา งานจิตรกรรมของจีนมีความ 'สมจริง' กว่าญี่ปุ่นในเรื่องของ 'ขนาดและรายละเอียด' นักวิชาการได้อธิบายว่า ภาพแนวอีโรติกเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจรรโลงจิตใจ มากกว่าจะเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ เริ่มปรากฏให้เห็นในยุคราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1271 - 1368) และพีคสุดช่วงราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 - 1644) เหมือนอย่างที่อื่น ศิลปะแบบอีโรติกไม่ได้ถูกพูดถึงหรือชื่นชมอย่างเปิดเผยในสังคม แต่ทุกคนต่างรู้กันดีว่ามีอยู่และหาซื้อกันได้ทั่วไปในฐานะงานศิลปะ - หรือพี่หมื่นจะได้ความรู้จากตรงนี้มา?

 

พัฒนาการเรื่องภาพวาดเริ่มมาแผ่วตั้งแต่การมาถึงของเทคโนโลยีภาพถ่าย แต่เราเชื่อว่าประวัติศาสตร์ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดสิ่งประดิษฐ์ในยุคใหม่ พวกการ์ตูนเฮนไต / หนังพิ้งค์ / หนังสือโป๊ / pornhub.com และการพูดถึงเรื่องเพศได้อย่างตรงไปตรงมาในประเทศญี่ปุ่น อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าเซ็กซ์เป็นเรื่องธรรมดา ความต้องการทางเพศเป็นเรื่องพื้นฐานของมนุษย์ ขนาดแม่หญิงจันทร์วาดที่ดูเรียบร้อยยังเด้งผึงขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าผู้ชายที่ชอบมาหา และพากันโล้สำเภาไปหลายต่อหลายครั้งก่อนการะเกดกับพี่หมื่นซะอีก - - ไปๆ หาคนชักใบเรือมาช่วยโล้สำเภากัน




'โล้สำเภา' แบบชาวเอเชีย พี่หมื่นรู้อะไรมาจากการเดินทาง?

แค่ได้ยินประโยค "ออเจ้าเคยละเล่นโล้สำเภาหรือไม่ มาเถิด พี่จักสอนให้ก็รู้แล้วว่าไม่ได้ขึ้นเรือจริงๆ แต่มีล่องแบบสนุกๆ และมีน้ำแน่ๆ เพราะมุขนี้ พี่หมื่นในยุคปัจจุบันหลายๆ คนก็เคยใช้ "ไปเล่นเกมที่ห้องพี่มั้ย" หรือ "ไปดูแมวที่ห้องพี่มั้ย" ซึ่งผู้หญิงที่ 'เล่นด้วย' ก็รู้อยู่แล้วแหละว่า โล้สำเภา เล่นเกม หรือดูแมว นั้นหมายถึงอะไร!

 

ทีนี้ หลังจากที่พี่หมื่นพาแม่การะเกดลงสำเภา ก็มีกระแสการพูดถึงบทอัศจรรย์ในกาพย์/โคลง/กลอน หรือภาพวาดเชิงอีโรติกต่างๆ ที่เอามาล้อกันว่า ท่าโล้สำเภอของพี่หมื่นน่าจะเป็นแบบนี้นะ อย่างนั้นนะ (ส่วนใหญ่จะเป็นมิชชั่นนารี ซึ่งเข้าใจได้ เพราะถ้าโล้สำเภาของพี่หมื่นคือการ 'อุ้มแตง' คงทำให้แฟนตาซีคนดูกระเจิงแน่ๆ!) ที่น่าสนใจและเอสไควร์อยากนำมาพูดถึงมากๆ คือ 'จิตรกรรมเชิงสังวาส' เรียกให้เข้าใจกว่านี้คือภาพวาดเซ็กซ์ระหว่างชายและหญิง อันมีประวัติศาสตร์มานับหลายร้อยปี ถ้าพูดให้เห็นภาพคือ มีพร้อมๆ กับช่วงก่อตั้งกรุงสุโขทัย ราชธานีแรกตามแบบเรียนประวัติศาสตร์ไทย 

 

หรือนี่คือสิ่งที่พี่หมื่นได้เจอระหว่างเดินทาง!? #ออเจ้าเอยเคยรู้หรือไม่

 

 

ขอเคลียร์ภาพให้ชัดกว่านี้ก่อน ต้องบอกว่าความโป๊เปลือย เรื่องอี๋เรื่องอวยอยู่คู่กับประวัติศาสตร์มนุษย์มานานมากแล้ว ศิลปะแบบ 'Erotic Art' ปรากฏให้เห็นตามงานศิลปะต่างๆ ทั้งประติมากรรมและจิตรกรรม แต่ในยุคโบราณนั้น มักจะผูกโยงกับเรื่องความเชื่อและศาสนา ภาพอวัยวะเพศหญิงและการร่วมเพศหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ การผลิตซ้ำ (ทายาท) สัญลักษณ์แห่งการเกิดและเจริญเติบโต พอเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์และชาติต่างๆ เริ่มประดิษฐ์ศาสตร์ความรู้ของตัวเอง ความโป๊เปลือยจึงเข้าไปอยู่ตามตำราเรียน เช่น ตำราเวชศาสตร์ บอกถึงอนาโตมีมนุษย์ และถูกพัฒนามาเป็นงานศิลปะเชิงสังวาส ทั้งแบบเรื่องราว (ประสบการณ์เสียว) และ ภาพวาด (รูปโป๊) ในเวลาต่อมา

 

ถ้าคุณเคยเห็นจิตรกรรมฝาผนังในวัดแนวทะลึ่งตึงตัง ร่วมเพศ และเปลือยท่อนบนตาม นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าเราได้รับอิทธิพลมาจากงานศิลปะของประเทศคู่ค้า ทั้ง ญี่ปุ่น จีน อินเดีย และศาสนาฮินดู ซึ่งถือว่าเป็นตัวพ่อ และผลิตงานศิลปะแนวนี้มาก่อนยุคอยุธยาหลายร้อยปี ข้อสันนิษฐานอย่างหนึ่งคือ จิตรกรรมแนวเสพสังวาสนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อทำให้คนดูเกิดอารมณ์ทางเพศ (แหงล่ะ เราจะแข็งในวัดไม่ได้!) เพราะโดยปกติแล้ว เรื่องราวภาพวาดควรเกี่ยวกับพุทธประวัติ แต่ด้วยความกว้างขวางของพื้นที่ ทำให้ศิลปะสามารถแต่งเติมเรื่องราวต่างๆ ลงไปได้อย่างสนุกสนาน เซ็กซ์ก็เป็นหนึ่งในตัณหาของมนุษย์ เป็นกิเลส และเป็นเรื่ืองธรรมชาติซึ่งสามารถใช้เป็นคติธรรมแก่ผู้ที่ได้เห็น ศิลปะดังกล่าวบูมมากในช่วงรัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อ้าว แล้วพี่หมื่นไปโดนตัวไหนมา?

 

(ภาพ Prince and lady on terrace at night (1790) / credit: commons.wikimedia.org/wiki/File:Indiaerotic.jpg)

 

กามสูตร (จะออกเสียงว่า กามาสูตรา แบบฝรั่งก็ได้) เป็นคัมภีร์เซ็กซ์ศึกษาของชาวฮินดู ถูกเขียนขึ้นประมาณ 400 ปีก่อนคริสตศักราช เนื้อหาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างมีความสุข (และมีศีลธรรม) แยกเป็น 7 เอพิโสด / 14 แชปเตอร์ / 36 ตอน ซึ่งกล่าวถึงการเล้าโลม จูบ และท่าทาง ทั้งหมด 10 ตอน จำแนกได้เป็น 64 ท่า (เยอะมากกกก!) ครบทุกตำแหน่ง ทั้งนอน นั่ง และยืน - หรือพี่หมื่นจะได้ความรู้จากตรงนี้มา?

 

(ภาพ Man and woman making love (1820) โดย ยานากาวะ ชิเกโนบุ / Credit: en.wikipedia.org)

 

'ชุนกะ' เป็นชื่อเรียกศิลปะเชิงสังวาสแบบญี่ปุ่น หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า 'อุกิโยเอะ' ภาพวาดแนวอีโรติกของชนชาติญี่ปุ่น เฟื่องฟูมากๆ ในสมัยเอโดะ (ประมาณ ค.ศ. 1600 - 1860 ส่วนอยุธยาแตกตอน 1767 ลองเทียบไทม์ไลน์กันดู) ชุนกะเป็นงานศิลปะเพื่อความบันเทิงสำหรับผู้ชาย สามารถซื้อหาได้แต่มีราคาสูงถ้าเป็นภาพวาด ซึ่งต่อมาราคาถูกลงเมื่อเทคนิคการพิมพ์เข้ามามีบทบาท โดยศิลปินจะใช้แม่พิมพ์ไม้เพื่อผลิตภาพแนวอีโรติกแบบนี้ออกมาเป็นจำนวนมาก ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ ปัจจุบันยังคงหลงเหลืองานชุนกะจากโบราณให้เห็นอยู่มาก เราจึงพบว่า แนวทางความบันเทิงของคนสมัยก่อนนั้นโคตรเจ๋ง คือ ไม่ใช่แค่ภาพโป๊แบบชายหญิงเสพสังวาส แต่อวัยวะเพศหญิงจะมีขนาดใหญ่ (เช่นเดียวกับของผู้ชายในบางรูป) สัดส่วนบิดเบี้ยวแบบทำตามไม่ได้ เรื่อยไปถึง 'Genre' แฟนตาซี เช่น เกอิชา / คนกับสัตว์และสิ่งของ / คนกับผี / หมู่ เรียกว่าเป็นต้นกำเนิดของความ Fetish ที่แท้จริง - หรือพี่หมื่นจะได้ความรู้จากตรงนี้มา?

 

(ภาพ Spring Picture ราวศตวรรษที่ 19 / credit: commons.wikimedia.org/wiki/Category:Chinese_erotic_art)

 

จีน อีกประเทศที่ขาดไม่ได้ เพราะการารมณ์นั้นถือเป็นความสำคัญทางประวัติศาสตร์เลยละ! (เดาจากวิดีโอโป๊ที่ดูตอนเด็ก แนวฮ่องเต้กับนางสนม จอมยุทธกับนางเอกในป่าไผ่) แค่เสิร์จคำว่า 'Erotic Chinese Art' ภาพวาดแนวโป๊เปลือยก็จะไหลออกมาเป็นพันเป็นหมื่นชิ้น นี่ถือว่าน้อยลงแล้วนะ เพราะว่าถูกเผาทำลายไปเป็นจำนวนมาช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมโดย เหมา เจ๋อ ตุง หากเทียบกันด้วยตา งานจิตรกรรมของจีนมีความ 'สมจริง' กว่าญี่ปุ่นในเรื่องของ 'ขนาดและรายละเอียด' นักวิชาการได้อธิบายว่า ภาพแนวอีโรติกเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจรรโลงจิตใจ มากกว่าจะเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ เริ่มปรากฏให้เห็นในยุคราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1271 - 1368) และพีคสุดช่วงราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 - 1644) เหมือนอย่างที่อื่น ศิลปะแบบอีโรติกไม่ได้ถูกพูดถึงหรือชื่นชมอย่างเปิดเผยในสังคม แต่ทุกคนต่างรู้กันดีว่ามีอยู่และหาซื้อกันได้ทั่วไปในฐานะงานศิลปะ - หรือพี่หมื่นจะได้ความรู้จากตรงนี้มา?

 

พัฒนาการเรื่องภาพวาดเริ่มมาแผ่วตั้งแต่การมาถึงของเทคโนโลยีภาพถ่าย แต่เราเชื่อว่าประวัติศาสตร์ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดสิ่งประดิษฐ์ในยุคใหม่ พวกการ์ตูนเฮนไต / หนังพิ้งค์ / หนังสือโป๊ / pornhub.com และการพูดถึงเรื่องเพศได้อย่างตรงไปตรงมาในประเทศญี่ปุ่น อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าเซ็กซ์เป็นเรื่องธรรมดา ความต้องการทางเพศเป็นเรื่องพื้นฐานของมนุษย์ ขนาดแม่หญิงจันทร์วาดที่ดูเรียบร้อยยังเด้งผึงขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าผู้ชายที่ชอบมาหา และพากันโล้สำเภาไปหลายต่อหลายครั้งก่อนการะเกดกับพี่หมื่นซะอีก - - ไปๆ หาคนชักใบเรือมาช่วยโล้สำเภากัน



LAST UPDATE