ENTERTAINMENT//
SPORT
HIGHLIGHT

#Derby Milano ดาร์บีแมตช์แห่งเมืองมิลาน สองยักษ์หลับกำลังจะกลับมาทวงบัลลังก์

เมื่อคืนวันอาทิตย์ 9 ก.พ. ที่ผ่านมาคือดาร์บีแมตช์แรกนับตั้งแต่ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หวนกลับมาเยือนแผ่นดินอิตาลีอีกครั้ง หลังก้าวออกไปพังตาข่ายลีกอื่นจนหนำใจกว่า 8 ปี และเป็นเอซี มิลาน สโมสรซึ่งเขาดูจะผูกพันที่สุดที่มอบความเชื่อใจโดยการเซ็นสัญญาระยะสั้นในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาว (ม.ค.) เพื่อนำเขามากอบกู้สถานการณ์ของทีม โดยประตูสุดท้ายซลาตันกับมิลานก็เป็นการซัดในเกมดาร์บีแมตช์แห่งนี้

 

 

บรรยากาศก่อนเริ่มเกม บนอัฒจันทร์ของแฟนบอลทั้งสองทีม รวมกว่า 75,000 คน

 

การพบกันของสองทีมยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังแดนมักกะโรนี อินเตอร์ มิลาน และเอซี มิลาน ทั้งคู่กวาดแชมป์เซเรีย อา มาทั้งหมด 18 สมัยเท่ากัน แต่พักหลังได้ห่างหายไปจากสถานะแชมเปี้ยนที่ติดบ่า และค้ำคอไปนานเกือบ 10 ปี หลังจาก มัสซีมีเลียโน อัลเลกรี (คนสุดท้ายที่พาทีมคว้าแชมป์ลีกได้) ย้ายไปคุมทีมยูเวนตุส เอซี มิลานก็เปลี่ยนผู้จัดการทีมมานับสิบคน ไม่ว่าจะเซ็นสัญญาอดีตยอดกองกลางในยุคดรีมทีมอย่าง คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ จอมถล่มประตู ฟิลิปโป อินซากี ซินิซา มิไฮโลวิช อดีตเซียนลูกนิ่ง “ไอ้รถถัง” เจนนาโร กัตตูโซ แต่ก็ยังหลับใหลอยู่เช่นเคย จนปัจจุบันเป็นทีของ สเตฟาโน ปิโอลี วัย 54 ปีอดีตกุนซือฟิออเรนตินา ส่วนทางอินเตอร์ก็ตกหลุมอากาศไปนานไม่แพ้กัน หลังโชเซ มูรินโญ เคยพาทีมประกาศศักดาคว้าทริปเปิลแชมป์เมื่อปี 2010 และได้อันโตนิโอ คอนเต โค้ชมือฉมังเข้ามาพาทีมทวงบัลลังก์แชมป์เมื่อต้นซีซัน

 

อินเตอร์ของอันโตนิโอ คอนเต นำทีมโดย โรเมลู ลูกากู, อเล็กซิสต์ ซานเชซ, ดีเอโก โกดิน และ มาร์เซโล โบรโซวิช (กัปตันทีม)

มิลานของสเตฟาโน ปิโอลี นำทีมโดย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, ฮาคาน คัลฮาโนกลู, เตโอ เอร์นานเดซ และอเลสซิโอ โรมันโญลี (กัปตันทีม)

 

เริ่มเกมมามิลานได้ทักทายก่อนจากฮาคาน คัลฮาโนกลู ที่ยิงชนเสา ช่วงกลางครึ่งแรก ทั้งเกมมิลานมีโอกาสยิงตรงกรอบเพียง 2 ครั้ง (ทั้งหมดเกิดในครึ่งแรก) แต่ก็เป็น 2 ประตูติดๆ กันจากการมีส่วนร่วมของซลาตัน อิบราฮโมวิช ราชาคนเดิมแห่งมิลาน (เขามักจะพูดทำนองถึงตัวเองนั้น) เริ่มจากขึ้นโหม่งทำแอสซิสต์ให้อันเต เรบิช ชาร์จที่หน้าปากประตูเข้าไป ปีศาจแดงดำได้เฮก่อน พร้อมเสียงคำรามอันกู่ก้อง

 

@Inter_en

 

ต่อจากนั้นซลาตันก็มาโขกประตูอริทีมเก่า พร้อมส่งจูบแก่แฟนทีมรักด้วยความยิ่งใหญ่ให้กับสกอร์นำ 0-2

รูปเกมขับเคี่ยวอย่างสูสีชนิดไม่มีใครยอมใคร แต่เป็นทางอินเตอร์ซึ่งแม้จะโดนพังตาข่ายไปก่อนถึง 2 ลูกติดในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่ต้นครึ่งหลังพวกเขาก็มาทวงคืนอย่างทันควัน จากการวอลเล่ย์ด้วยเท้าซ้ายบอลกระดอนพื้นซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงามของมาร์เซโล โบรโซวิช กัปตันทีม

 

 @Inter_en

 

และการประสานงานกันของโกดินที่จ่ายบอลทะลุช่องผ่านหน้าแผงหลังมิลานอย่างกับเพลย์เมกเกอร์มืออาชีพไปให้อเล็กซิสต์ ซานเชซที่จุดนัดพบ ก่อนปาดกลับมาให้ มาติอัส เวซิโน ชาร์จจากบริเวณจุดโทษเข้าไป

 

 

afriupdate.com

 

หมุนสกอร์กลับมาตั้งต้นกันใหม่ที่ 2-2 ได้อยู่ไม่กี่อึดใจ ซึ่งคราวนี้ดูเหมือนจะเป็นทางอริชุดน้ำเงินดำที่ฮึกเหิมกว่า แล้วก็มาแซงนำ 3-2 จากลูกพุ่งโหม่งของสเตฟาน เดอ ฟราย ด้านคริสเตียน เอริกเซ่น เพลย์เมกเกอร์ตัวใหม่ของงูใหญ่เกือบเบิกสกอร์ของเจ้าตัวได้จากลูกฟรีคิกที่ซัดไปชนสามเหลี่ยมอย่างจัง

 

 @Inter_en

 

แต่กระนั้นอินเตอร์ก็มาได้ประตูปิดกล่อง 4-2 ในช่วงท้ายเกมจากลูกโหม่งของโรเมลู ลูกากู ผู้แจ้งเกิดอีกครั้งบนแผ่นดินอิตาลี พร้อมฉลองประตูด้วยการนำเสื้อของตนไปชูบนเสาธงมุมสนาม

 

 

เกมจบลงด้วยสกอร์ 4-2 โดยอินเตอร์มิลานเป็นฝ่ายสมหวัง มีใบเหลืองรวมกัน 6 ใบ และใบแดงของผู้ช่วยโค้ชฝั่งงูใหญ่แสดงถึงแพสชัน และอารมณ์ร่วมของเกมจากจังหวะที่ มิลาน สคริเนียร์ ตัดฟาล์วบริเวณริมเส้นใกล้เขต 18 หลา และโดนใบเหลืองซึ่งเขามองว่าลูกทีมตนโดนลงโทษรุนแรงเกินไป จนเก็บอารมณ์ไม่อยู่เป็นเหตุให้โดนตะเพิดขึ้นไปสงบสติบนอัฒจันทร์ในช่วงที่สกอร์ยังเสมอกัน 2-2

 

แม้ในเกมจะไม่มีการกระทบกระทั่งกันรุนแรงเหมือนในอดีต อย่างเหตุการณ์ที่เซบาสเตียน เวรอน ปะทะกับ กาก้า เมื่อปี 2005

 

 

 

ซัลลีย์ มุนตารี ปะทะกับเดวิด เบ็คแฮม ในดาร์บีแมตช์เืองมิลานเมื่อปี 2009

 

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ตามมาทวงหนี้สุดโหดที่เคยถูกมาร์โก มาเตรัซซี อัดไว้สมัยเขาเล่นให้ยูเวนตุสตอนปี 2006 ในดาร์บีแมตช์ปี 2011

 

Getty Images

 

การยั่วยวนกันของชูลิโอ เซซาร์ และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อดีตเพื่อนที่ลงประจันหน้ากันตอนกำลังจะยิงจุดโทษ และเป็นฝ่ายซลาตันที่หัวเราะทีหลังดังกว่า ในดาบีแมตช์ปี 2012

 

 

หรือความวุ่นวายของกองเชียร์ในดาบีแมตช์แห่งเวทีแชมเปี้ยนลีก ปี 2005

pinterest

 

 

แม้จะไม่มีนักเตะบิ๊กเนมล้นทีมอย่างยุครุ่งเรือง แต่ก็ถือเป็นบรรยากาศ และสกอร์ที่ทั้งสองทีมขับเคี่ยวกันได้อย่างออกรส จะด้วยอิทธิพลของยิ่งใหญ่ของผู้ที่สถาปนาตนขึ้นเป็นราชาแห่งเมืองมิลานอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หรือยุคสมัยที่ทั้งสองยักษ์ใหญ่เริ่มกลับเข้าสู่ฟอร์มก็ไม่แน่ใจ แต่เชื่อว่าเวลา 90 นาทีเมื่อดึกวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็สามารถทำให้หลายคนหวนกลับไปนึกถึงกลิ่นอายของดาบีแมตช์อันคุกรุ่นแห่งเมืองมิลานได้ ไม่มากก็น้อย

 

 

หลังเกม โรเมลู ลูคาคู โพสต์ภาพบนทวิตเตอร์ส่วนตัว และเขียนแคปชันว่า "นี่คือราชาคนใหม่แห่งมิลาน"


 

เรื่อง ปราณ




#Derby Milano ดาร์บีแมตช์แห่งเมืองมิลาน สองยักษ์หลับกำลังจะกลับมาทวงบัลลังก์

เมื่อคืนวันอาทิตย์ 9 ก.พ. ที่ผ่านมาคือดาร์บีแมตช์แรกนับตั้งแต่ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หวนกลับมาเยือนแผ่นดินอิตาลีอีกครั้ง หลังก้าวออกไปพังตาข่ายลีกอื่นจนหนำใจกว่า 8 ปี และเป็นเอซี มิลาน สโมสรซึ่งเขาดูจะผูกพันที่สุดที่มอบความเชื่อใจโดยการเซ็นสัญญาระยะสั้นในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาว (ม.ค.) เพื่อนำเขามากอบกู้สถานการณ์ของทีม โดยประตูสุดท้ายซลาตันกับมิลานก็เป็นการซัดในเกมดาร์บีแมตช์แห่งนี้

 

 

บรรยากาศก่อนเริ่มเกม บนอัฒจันทร์ของแฟนบอลทั้งสองทีม รวมกว่า 75,000 คน

 

การพบกันของสองทีมยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังแดนมักกะโรนี อินเตอร์ มิลาน และเอซี มิลาน ทั้งคู่กวาดแชมป์เซเรีย อา มาทั้งหมด 18 สมัยเท่ากัน แต่พักหลังได้ห่างหายไปจากสถานะแชมเปี้ยนที่ติดบ่า และค้ำคอไปนานเกือบ 10 ปี หลังจาก มัสซีมีเลียโน อัลเลกรี (คนสุดท้ายที่พาทีมคว้าแชมป์ลีกได้) ย้ายไปคุมทีมยูเวนตุส เอซี มิลานก็เปลี่ยนผู้จัดการทีมมานับสิบคน ไม่ว่าจะเซ็นสัญญาอดีตยอดกองกลางในยุคดรีมทีมอย่าง คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ จอมถล่มประตู ฟิลิปโป อินซากี ซินิซา มิไฮโลวิช อดีตเซียนลูกนิ่ง “ไอ้รถถัง” เจนนาโร กัตตูโซ แต่ก็ยังหลับใหลอยู่เช่นเคย จนปัจจุบันเป็นทีของ สเตฟาโน ปิโอลี วัย 54 ปีอดีตกุนซือฟิออเรนตินา ส่วนทางอินเตอร์ก็ตกหลุมอากาศไปนานไม่แพ้กัน หลังโชเซ มูรินโญ เคยพาทีมประกาศศักดาคว้าทริปเปิลแชมป์เมื่อปี 2010 และได้อันโตนิโอ คอนเต โค้ชมือฉมังเข้ามาพาทีมทวงบัลลังก์แชมป์เมื่อต้นซีซัน

 

อินเตอร์ของอันโตนิโอ คอนเต นำทีมโดย โรเมลู ลูกากู, อเล็กซิสต์ ซานเชซ, ดีเอโก โกดิน และ มาร์เซโล โบรโซวิช (กัปตันทีม)

มิลานของสเตฟาโน ปิโอลี นำทีมโดย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, ฮาคาน คัลฮาโนกลู, เตโอ เอร์นานเดซ และอเลสซิโอ โรมันโญลี (กัปตันทีม)

 

เริ่มเกมมามิลานได้ทักทายก่อนจากฮาคาน คัลฮาโนกลู ที่ยิงชนเสา ช่วงกลางครึ่งแรก ทั้งเกมมิลานมีโอกาสยิงตรงกรอบเพียง 2 ครั้ง (ทั้งหมดเกิดในครึ่งแรก) แต่ก็เป็น 2 ประตูติดๆ กันจากการมีส่วนร่วมของซลาตัน อิบราฮโมวิช ราชาคนเดิมแห่งมิลาน (เขามักจะพูดทำนองถึงตัวเองนั้น) เริ่มจากขึ้นโหม่งทำแอสซิสต์ให้อันเต เรบิช ชาร์จที่หน้าปากประตูเข้าไป ปีศาจแดงดำได้เฮก่อน พร้อมเสียงคำรามอันกู่ก้อง

 

@Inter_en

 

ต่อจากนั้นซลาตันก็มาโขกประตูอริทีมเก่า พร้อมส่งจูบแก่แฟนทีมรักด้วยความยิ่งใหญ่ให้กับสกอร์นำ 0-2

รูปเกมขับเคี่ยวอย่างสูสีชนิดไม่มีใครยอมใคร แต่เป็นทางอินเตอร์ซึ่งแม้จะโดนพังตาข่ายไปก่อนถึง 2 ลูกติดในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่ต้นครึ่งหลังพวกเขาก็มาทวงคืนอย่างทันควัน จากการวอลเล่ย์ด้วยเท้าซ้ายบอลกระดอนพื้นซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงามของมาร์เซโล โบรโซวิช กัปตันทีม

 

 @Inter_en

 

และการประสานงานกันของโกดินที่จ่ายบอลทะลุช่องผ่านหน้าแผงหลังมิลานอย่างกับเพลย์เมกเกอร์มืออาชีพไปให้อเล็กซิสต์ ซานเชซที่จุดนัดพบ ก่อนปาดกลับมาให้ มาติอัส เวซิโน ชาร์จจากบริเวณจุดโทษเข้าไป

 

 

afriupdate.com

 

หมุนสกอร์กลับมาตั้งต้นกันใหม่ที่ 2-2 ได้อยู่ไม่กี่อึดใจ ซึ่งคราวนี้ดูเหมือนจะเป็นทางอริชุดน้ำเงินดำที่ฮึกเหิมกว่า แล้วก็มาแซงนำ 3-2 จากลูกพุ่งโหม่งของสเตฟาน เดอ ฟราย ด้านคริสเตียน เอริกเซ่น เพลย์เมกเกอร์ตัวใหม่ของงูใหญ่เกือบเบิกสกอร์ของเจ้าตัวได้จากลูกฟรีคิกที่ซัดไปชนสามเหลี่ยมอย่างจัง

 

 @Inter_en

 

แต่กระนั้นอินเตอร์ก็มาได้ประตูปิดกล่อง 4-2 ในช่วงท้ายเกมจากลูกโหม่งของโรเมลู ลูกากู ผู้แจ้งเกิดอีกครั้งบนแผ่นดินอิตาลี พร้อมฉลองประตูด้วยการนำเสื้อของตนไปชูบนเสาธงมุมสนาม

 

 

เกมจบลงด้วยสกอร์ 4-2 โดยอินเตอร์มิลานเป็นฝ่ายสมหวัง มีใบเหลืองรวมกัน 6 ใบ และใบแดงของผู้ช่วยโค้ชฝั่งงูใหญ่แสดงถึงแพสชัน และอารมณ์ร่วมของเกมจากจังหวะที่ มิลาน สคริเนียร์ ตัดฟาล์วบริเวณริมเส้นใกล้เขต 18 หลา และโดนใบเหลืองซึ่งเขามองว่าลูกทีมตนโดนลงโทษรุนแรงเกินไป จนเก็บอารมณ์ไม่อยู่เป็นเหตุให้โดนตะเพิดขึ้นไปสงบสติบนอัฒจันทร์ในช่วงที่สกอร์ยังเสมอกัน 2-2

 

แม้ในเกมจะไม่มีการกระทบกระทั่งกันรุนแรงเหมือนในอดีต อย่างเหตุการณ์ที่เซบาสเตียน เวรอน ปะทะกับ กาก้า เมื่อปี 2005

 

 

 

ซัลลีย์ มุนตารี ปะทะกับเดวิด เบ็คแฮม ในดาร์บีแมตช์เืองมิลานเมื่อปี 2009

 

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ตามมาทวงหนี้สุดโหดที่เคยถูกมาร์โก มาเตรัซซี อัดไว้สมัยเขาเล่นให้ยูเวนตุสตอนปี 2006 ในดาร์บีแมตช์ปี 2011

 

Getty Images

 

การยั่วยวนกันของชูลิโอ เซซาร์ และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อดีตเพื่อนที่ลงประจันหน้ากันตอนกำลังจะยิงจุดโทษ และเป็นฝ่ายซลาตันที่หัวเราะทีหลังดังกว่า ในดาบีแมตช์ปี 2012

 

 

หรือความวุ่นวายของกองเชียร์ในดาบีแมตช์แห่งเวทีแชมเปี้ยนลีก ปี 2005

pinterest

 

 

แม้จะไม่มีนักเตะบิ๊กเนมล้นทีมอย่างยุครุ่งเรือง แต่ก็ถือเป็นบรรยากาศ และสกอร์ที่ทั้งสองทีมขับเคี่ยวกันได้อย่างออกรส จะด้วยอิทธิพลของยิ่งใหญ่ของผู้ที่สถาปนาตนขึ้นเป็นราชาแห่งเมืองมิลานอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หรือยุคสมัยที่ทั้งสองยักษ์ใหญ่เริ่มกลับเข้าสู่ฟอร์มก็ไม่แน่ใจ แต่เชื่อว่าเวลา 90 นาทีเมื่อดึกวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็สามารถทำให้หลายคนหวนกลับไปนึกถึงกลิ่นอายของดาบีแมตช์อันคุกรุ่นแห่งเมืองมิลานได้ ไม่มากก็น้อย

 

 

หลังเกม โรเมลู ลูคาคู โพสต์ภาพบนทวิตเตอร์ส่วนตัว และเขียนแคปชันว่า "นี่คือราชาคนใหม่แห่งมิลาน"


 

เรื่อง ปราณ