ย้อนเวลาดูภาพวันแรกในการทำงานและวันนี้ของผู้นำประเทศทั้งหลาย

การเป็นผู้นำประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แม้ค่าตอบแทนจะสูงลิบลิ่ว แต่ก็ต้องแลกกับภาระงานอันหนักหน่วยและกฏข้อบังคับอีกหลายอย่าง (ทราบไหมครับว่านักการเมืองระดับสูงของสหรัฐอเมริการวมทั้งประธานาธิบดีนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถในที่สาธารณะอีกเลยตลอดชีวิต) ซึ่งผลของการทำงานหนักก็แสดงออกมาให้เราเห็นทั้งในด้านกายภาพและสุขภาพจิต วันนี้เราจะพาคุณย้อนรอยกลับไปดูผู้นำประเทศทั้ง 5 คนต่อไปนี้กันหน่อยว่า ช่วงแรกที่รับตำแหน่งกับตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง

 


Barack Obama

ประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐอเมริกา และเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของประเทศ เขารับตำแหน่งครั้งแรกในวัย 47 ปีเมื่อเดือนมกราคมปี 2009 และอยู่ในตำแหน่ง 2 วาระจนถึงเดือนมกราคมปี 2017

 

 


Donald Trump

มหาเศรษฐีชาวอเมริกาวัย 70 ปีผู้ชนะการเลือกตั้งแล้วครองตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อจากบารัคโอบาม่า ทำให้นายทรัมป์กลายเป็นผู้นำประเทศคนที่ 45 และเป็นผู้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วย ซึ่งเวลาผ่านไป 3 ปีหลังการทำงาน แม้ภาพนอกทรัมป์จะดูไม่เปลี่ยนไปมาก แต่สุขภาพภายในนั้นไม่มีใครรู้ เพราะมีเขาเองมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจและโรคน้ำหนักเกิน รวมทั้งเคยเข้ารับการบริการทางการแพทย์อย่างไม่เป็นทางการมาแล้ว แต่ทั้งนี้ ทำเนียบขาวยังยืนยันว่า เขายังคงมีสุขภาพแข็งแรง แม้จะมีแพทย์ระบุว่าทรัมป์มีความเสี่ยงจะหัวใจวายได้ภายใน 3-5 ปีนี้ก็ตาม

 

 


Emmanuel Macron

เมื่อปี 2017 ชายวัย 39 ขวบ นามว่าเอมานูเอล มาครง สร้างประวัติศาสตร์ให้การเมืองฝรั่งเศสด้วยการชนะเลือกตั้งแล้วกลายเป็นประธานาธิบดีคนที่ 25 ของประเทศซึ่งเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุน้อยที่สุดด้วยและแม้สถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสจะรุนแรงแค่ไหน สถานการณ์รอบโลกทั้งไวรัสหรือเศรษฐกิจจะย้ำแย่เพียงใด เขาก็ยังดูหล่อเฟี้ยวตลอด 3 ปีที่ดำรงตำแหน่ง นั้นอาจเพราะงบประมาณการแต่งหน้าทำผมของเขาที่สูงถึง 9 แสนกว่าบาท และดูเหมือนหนุ่มฝรั่งเศสจะดูแลตัวเองหนักเป็นพิเศษแทบทุกคน เพราะ Nicolas Sarkozy ประธานาธิบดีคนก่อนหน้านี้ก็เคยมีรายงานว่าใช้เงินค่ากรูมมิ่งสูงถึงเดือนละเกือบ 3 แสนบาทเลยทีเดียว

 

 

 


Justin Trudeau

จัสติน ทรูโดเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของแคนาดา และเป็นรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยที่สุดอันดับสองของประวัติศาสตร์การเมืองแคนาดาด้วยการรับตำแหน่งในวัย 43 ปี เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2015 (ก่อนหน้านี้คือ Joe Clack นายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ที่รับตำแหน่งเมื่อเดือนมิถุนายน 1979   ในวัย 39  ปี) ทรูโดเข้าทำงานพร้อมด้วยภาพลักษณ์คนหัวสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมเดินขบวนในงาน Pride ของกลุ่มความหลากหลายทางเพศหรือทำให้กัญชาถูกกฏหมาย จนชนะใจคนแคนาดาไปในการเลือกตั้งถึง 2 สมัย (แม้สมัยล่าสุดที่เลือกกันเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วนั้น เขาจะไม่ชนะขาดลอยเหมือนครั้งแรกก็ตาม)

 

และเมื่อต้นปี 2020 ที่ผ่านมา ทรูโดก็ปรากฏตัวออกสื่อด้วยลุคใหม่ไว้หนวดเครา ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่คือการสื่อสารทางการเมืองอีกรูปแบบเพื่อสื่อให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากลุคผู้นำขี้เล่นมาเป็นผู้นำที่จริงจังมากขึ้น

 

 


Angela Merkel

อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของเยอรมนี เธอเข้ารับตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายนปี 2005 ในวัย 55 ปี และอยู่ในตำแหน่งมาอย่างยาวนานถึง 15 ปีแล้ว ซึ่งเมื่อเดือนตุลาคมปี 2018 เธอก็ประกาศเลิกยุ่งกับการเมืองแล้ว โดยบอกว่าหลังหมดวาระการดำรงตำแหน่งในปี 2021 เธอจะไม่กลับมาเล่นการเมืองอีกต่อไป ซึ่งหมายถึงการบอกลาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเธอล่วงหน้าและเธอยังปฏิเสธการลงเลือกตั้งหัวหน้าพรรค CDU เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วอีกด้วย ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าความนิยมในตัวเธอเริ่มเสื่อมถอยลงจากนโยบายเปิดรับผู้อพยพที่สร้างความวุ่นวายให้เยอรมันไม่น้อยและปัญหาเรื่องสุขภาพของเธอด้วย

 


 

 


ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของไทยที่มาจากการรัฐประหารรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในปี .. 2557 ซึ่งเขาอยู่ในฐานะนายกรัฐมนตรีจากการรัฐประหารมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 จนถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป .. 2562 ในวันที่ 24  มีนาคม 2562 ที่ผลออกมาว่าพรรคประชารัฐที่เสนอชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ได้มีคะแนนเสียงมากที่สุด ต่อมาเขาได้รับการเลือกจากสภาผู้แทนราษฏรและวุฒิสภาให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยที่ 2  โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562

 


ตลอดระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์นั้น ต้องเจอกับสถานการณ์หลากหลายโดยเฉพราะเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องและล่าสุดเรื่องการระบาดของโรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ก็ทำให้เขาต้องทำงานหนักจนภาพล่าสุดที่ออกมาแถลงเรื่องการระบาดของโรคนั้น พลเอกประยุทธ์ ดูซูบผอมลงไปอย่างเห็นได้ชัดจากเมื่อครั้งขึ้นเป็นนายกฯ ครั้งแรก

 


งานหนักไม่เคยฆ่าคน...จริงหรือ?


มีงานวิจัยหลายชิ้นงานที่ระบุว่าการทำงานหนักและความเครียดนั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพ เมื่อปี 2015 มีการวิจัยจาก University College London ที่ระบุว่าการทำงานหนักเกิน 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์นั้น จะทำให้คนๆ มีความเสี่ยงในเกิดอาหารหัวใจวายเพิ่มขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ และมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองมากขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่ทำงาน 35-40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซ้ำยังมีงานวิจัยโดย University of New South Wales จากออสเตรเลียที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ The Lancet ซึ่งระบุไว้ว่ามนุษย์ออฟฟิศวัยกลางคนช่วงอายุระหว่าง 45-50 ปีที่ต้องทำงานหนักเกินไป หรืออยู่ในภายใต้ออฟฟิศที่กดดันและเครียดมามากกว่า 5 ปีนั้น มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคทางจิตเวชได้มากกว่ามนุษย์ออฟฟิศที่อยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและผ่อนคลายถึง 2 เท่า

 


ดังนั้น ถ้าตอนนี้คุณยังคร่ำเครียดกับงานอยู่ อ่านบทความนี้จบแล้ว เราขอแนะนำให้ปิดหน้าจอแล้วเดินออกไปสูดอากาศ (ถ้าทำได้) หรือหลับตาแล้วหาฟังเพลงเบาๆ ผ่อนคลายฟังสัก 15 นาทีบ้างนะครับ 


เรื่อง: KANt

ภาพ: Getty Images




ย้อนเวลาดูภาพวันแรกในการทำงานและวันนี้ของผู้นำประเทศทั้งหลาย

การเป็นผู้นำประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แม้ค่าตอบแทนจะสูงลิบลิ่ว แต่ก็ต้องแลกกับภาระงานอันหนักหน่วยและกฏข้อบังคับอีกหลายอย่าง (ทราบไหมครับว่านักการเมืองระดับสูงของสหรัฐอเมริการวมทั้งประธานาธิบดีนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถในที่สาธารณะอีกเลยตลอดชีวิต) ซึ่งผลของการทำงานหนักก็แสดงออกมาให้เราเห็นทั้งในด้านกายภาพและสุขภาพจิต วันนี้เราจะพาคุณย้อนรอยกลับไปดูผู้นำประเทศทั้ง 5 คนต่อไปนี้กันหน่อยว่า ช่วงแรกที่รับตำแหน่งกับตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง

 


Barack Obama

ประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐอเมริกา และเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของประเทศ เขารับตำแหน่งครั้งแรกในวัย 47 ปีเมื่อเดือนมกราคมปี 2009 และอยู่ในตำแหน่ง 2 วาระจนถึงเดือนมกราคมปี 2017

 

 


Donald Trump

มหาเศรษฐีชาวอเมริกาวัย 70 ปีผู้ชนะการเลือกตั้งแล้วครองตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อจากบารัคโอบาม่า ทำให้นายทรัมป์กลายเป็นผู้นำประเทศคนที่ 45 และเป็นผู้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วย ซึ่งเวลาผ่านไป 3 ปีหลังการทำงาน แม้ภาพนอกทรัมป์จะดูไม่เปลี่ยนไปมาก แต่สุขภาพภายในนั้นไม่มีใครรู้ เพราะมีเขาเองมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจและโรคน้ำหนักเกิน รวมทั้งเคยเข้ารับการบริการทางการแพทย์อย่างไม่เป็นทางการมาแล้ว แต่ทั้งนี้ ทำเนียบขาวยังยืนยันว่า เขายังคงมีสุขภาพแข็งแรง แม้จะมีแพทย์ระบุว่าทรัมป์มีความเสี่ยงจะหัวใจวายได้ภายใน 3-5 ปีนี้ก็ตาม

 

 


Emmanuel Macron

เมื่อปี 2017 ชายวัย 39 ขวบ นามว่าเอมานูเอล มาครง สร้างประวัติศาสตร์ให้การเมืองฝรั่งเศสด้วยการชนะเลือกตั้งแล้วกลายเป็นประธานาธิบดีคนที่ 25 ของประเทศซึ่งเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุน้อยที่สุดด้วยและแม้สถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสจะรุนแรงแค่ไหน สถานการณ์รอบโลกทั้งไวรัสหรือเศรษฐกิจจะย้ำแย่เพียงใด เขาก็ยังดูหล่อเฟี้ยวตลอด 3 ปีที่ดำรงตำแหน่ง นั้นอาจเพราะงบประมาณการแต่งหน้าทำผมของเขาที่สูงถึง 9 แสนกว่าบาท และดูเหมือนหนุ่มฝรั่งเศสจะดูแลตัวเองหนักเป็นพิเศษแทบทุกคน เพราะ Nicolas Sarkozy ประธานาธิบดีคนก่อนหน้านี้ก็เคยมีรายงานว่าใช้เงินค่ากรูมมิ่งสูงถึงเดือนละเกือบ 3 แสนบาทเลยทีเดียว

 

 

 


Justin Trudeau

จัสติน ทรูโดเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของแคนาดา และเป็นรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยที่สุดอันดับสองของประวัติศาสตร์การเมืองแคนาดาด้วยการรับตำแหน่งในวัย 43 ปี เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2015 (ก่อนหน้านี้คือ Joe Clack นายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ที่รับตำแหน่งเมื่อเดือนมิถุนายน 1979   ในวัย 39  ปี) ทรูโดเข้าทำงานพร้อมด้วยภาพลักษณ์คนหัวสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมเดินขบวนในงาน Pride ของกลุ่มความหลากหลายทางเพศหรือทำให้กัญชาถูกกฏหมาย จนชนะใจคนแคนาดาไปในการเลือกตั้งถึง 2 สมัย (แม้สมัยล่าสุดที่เลือกกันเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วนั้น เขาจะไม่ชนะขาดลอยเหมือนครั้งแรกก็ตาม)

 

และเมื่อต้นปี 2020 ที่ผ่านมา ทรูโดก็ปรากฏตัวออกสื่อด้วยลุคใหม่ไว้หนวดเครา ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่คือการสื่อสารทางการเมืองอีกรูปแบบเพื่อสื่อให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากลุคผู้นำขี้เล่นมาเป็นผู้นำที่จริงจังมากขึ้น

 

 


Angela Merkel

อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของเยอรมนี เธอเข้ารับตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายนปี 2005 ในวัย 55 ปี และอยู่ในตำแหน่งมาอย่างยาวนานถึง 15 ปีแล้ว ซึ่งเมื่อเดือนตุลาคมปี 2018 เธอก็ประกาศเลิกยุ่งกับการเมืองแล้ว โดยบอกว่าหลังหมดวาระการดำรงตำแหน่งในปี 2021 เธอจะไม่กลับมาเล่นการเมืองอีกต่อไป ซึ่งหมายถึงการบอกลาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเธอล่วงหน้าและเธอยังปฏิเสธการลงเลือกตั้งหัวหน้าพรรค CDU เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วอีกด้วย ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าความนิยมในตัวเธอเริ่มเสื่อมถอยลงจากนโยบายเปิดรับผู้อพยพที่สร้างความวุ่นวายให้เยอรมันไม่น้อยและปัญหาเรื่องสุขภาพของเธอด้วย

 


 

 


ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของไทยที่มาจากการรัฐประหารรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในปี .. 2557 ซึ่งเขาอยู่ในฐานะนายกรัฐมนตรีจากการรัฐประหารมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 จนถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป .. 2562 ในวันที่ 24  มีนาคม 2562 ที่ผลออกมาว่าพรรคประชารัฐที่เสนอชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ได้มีคะแนนเสียงมากที่สุด ต่อมาเขาได้รับการเลือกจากสภาผู้แทนราษฏรและวุฒิสภาให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยที่ 2  โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562

 


ตลอดระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์นั้น ต้องเจอกับสถานการณ์หลากหลายโดยเฉพราะเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องและล่าสุดเรื่องการระบาดของโรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ก็ทำให้เขาต้องทำงานหนักจนภาพล่าสุดที่ออกมาแถลงเรื่องการระบาดของโรคนั้น พลเอกประยุทธ์ ดูซูบผอมลงไปอย่างเห็นได้ชัดจากเมื่อครั้งขึ้นเป็นนายกฯ ครั้งแรก

 


งานหนักไม่เคยฆ่าคน...จริงหรือ?


มีงานวิจัยหลายชิ้นงานที่ระบุว่าการทำงานหนักและความเครียดนั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพ เมื่อปี 2015 มีการวิจัยจาก University College London ที่ระบุว่าการทำงานหนักเกิน 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์นั้น จะทำให้คนๆ มีความเสี่ยงในเกิดอาหารหัวใจวายเพิ่มขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ และมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองมากขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่ทำงาน 35-40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซ้ำยังมีงานวิจัยโดย University of New South Wales จากออสเตรเลียที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ The Lancet ซึ่งระบุไว้ว่ามนุษย์ออฟฟิศวัยกลางคนช่วงอายุระหว่าง 45-50 ปีที่ต้องทำงานหนักเกินไป หรืออยู่ในภายใต้ออฟฟิศที่กดดันและเครียดมามากกว่า 5 ปีนั้น มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคทางจิตเวชได้มากกว่ามนุษย์ออฟฟิศที่อยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและผ่อนคลายถึง 2 เท่า

 


ดังนั้น ถ้าตอนนี้คุณยังคร่ำเครียดกับงานอยู่ อ่านบทความนี้จบแล้ว เราขอแนะนำให้ปิดหน้าจอแล้วเดินออกไปสูดอากาศ (ถ้าทำได้) หรือหลับตาแล้วหาฟังเพลงเบาๆ ผ่อนคลายฟังสัก 15 นาทีบ้างนะครับ 


เรื่อง: KANt

ภาพ: Getty Images