ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของแผงหนังสือเมืองไทย

ผมยังจำช่วงเวลาเมื่อสิบกว่าปีก่อนได้ดีที่ตอนเช้าจะเห็นสภากาแฟของเหล่าลุงๆ ตาๆ ร่ำเครื่องดื่มร้อนเย็นคู่กับการอ่านหนังสือพิมพ์บ้างก็นิตยสารรายปักษ์รายเดือนสภาพยับยู่ยี่แต่คือเครื่องยืนยันว่าพวกมันได้ถูกใช้งานจริงๆ สิบกว่าปีก่อนแผงหนังสือริมทางและร้านโชห่วยต่างพากันขายหนังสือทุกประเภทกันให้ว่อน วันเวลาผ่านไป อินเทอร์เน็ตเข้ามาเปลี่ยนบทบาทในการรับสื่อของคน ผลคือสื่อยุคเก่าทั้งวิทยุ โทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์กลายเป็นของตกยุคและทยอยล้มหายตายจากกันไปเป็นแถบๆ โดยเฉพาะอย่างหลังสุด

 

ข้อนี้ผมรู้ดีเพราะยังวนเวียนกับวงการสื่อสิ่งพิมพ์นี้ไม่ไปไหน แต่สิ่งที่ผมสนใจมากกว่าก็คือแล้วบรรดาแผงลอยขายหนังสือที่เหลืออยู่บางตาในเมืองไทยนั้น เพราะอะไรพวกเขาถึงยังขายอยู่ทั้งๆ ที่มันแทบจะไม่ทำกำไรเลย (อันนี้เราจะไม่นับร้านหนังสือแฟรนไชส์และร้านหนังสือที่เป็นลักษณะตึกพาณิชย์นะครับ)

 

ภาพ: Quartz

 

สะพานควาย อารีย์ และศรีย่านคือสถานที่ที่ผมยังเห็นแผงหนังสือเหล่านี้ขายอยู่ เลยอดไม่ได้ที่จะเข้าไปพูดคุยด้วย ความจริงแล้วผมตั้งใจจะทำบทความนี้ในรูปแบบของคลิปวีดีโอแต่ผิดคาดเพราะผู้ขายทุกแผงยอมให้สัมภาษณ์ในรูปแบบบทความเท่านั้น ไม่แม้กระทั่งจะยอมให้ถ่ายภาพนิ่ง อาจจะเพราะพวกเขาคือคนขายสื่อสิงพิมพ์กระมัง......ไม่ใช่หรอกครับ

 

พี่เจี๊ยบ เจ้าของแผงที่ศรีย่านเป็นคนเดียวที่บอกเราว่ายังรับนิตยสารและสิ่งพิมพ์มาขายเพราะว่าเธอชอบอ่านหนังสือ (ยืนยันได้จากการที่เธอรู้จักนิตยสารเอสไควร์ไทย) เดี๋ยวนี้ขายได้น้อยลงเยอะ วันนึงได้ 3-4 เล่มก็เก่งแล้ว เมื่อก่อนนะได้วันหลายสิบเล่มเลย เธอยืนยันกับเราพลางทอนเงินให้ลูกค้าที่มาซื้อเครื่องดื่ม ฟากย่านฮิปๆ อย่างอารีย์ก็เหลือแผงหนังสือเล็กๆ อยู่เพียงแผงเดียวนั้นก็คือร้านของป้าเล็กที่ป้าบอกเราตรงๆ ว่าที่ขายหนังสืออยู่นั้นไม่ได้รักการอ่านอะไรหรอก เพียงแต่เมื่อก่อนมันขายดีก็เลยรับมาขายบ้าง

 

ภาพ: Bloomberg

 

เดี๋ยวนี้ถ้าเด็กสายส่ง ส่งหนังสืออะไรมาให้ขายก็รับไว้หมดนั้นแหละ สงสาร ป้าเล็ก หญิงวัยเกษียณบอกเรา แล้วเล่าต่อว่าเดี๋ยวนี้ต่อให้เป็นปกดาราก็ยังขายยาก เมื่อก่อนก็เป็นปกBNK48  ที่ขายดี เป็ก-ผลิตโชคก็ขายดี ส่วนญาญ่านั้นพอได้ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยดีสักคน ไม่เท่าปกดาราเกาหลีป้าเล็กขยายความ เลยร้านป้าเล็กมาหน่อยตรงย่านสะพานควาย ผมเจอร้านของเฮียเอที่เฮียให้ข้อมูลการเลิกขายหนังสือของแผงหนังสือหลายๆ ร้านไว้อย่างน่าสนใจก็คือการไม่คุ้มทุนของสายส่งหนังสือ เดี๋ยวนี้มีสายส่งหนังสือน้อยลงเพราะมันไม่คุ้มค่าน้ำมัน นี่พี่ก็เคยเลิกขายไปเหมือนกันเพราะสายส่งแถวนี้เขาเลิกส่งหนังสือตอนน้ำท่วมใหญ่ปี 54 แต่พอช่วงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อปี 59 หนังสือมันกลับมาบูมอีกครั้ง สายส่งก็เลยกลับมาส่งใหม่ เลยกลับมาขายเหมือนเดิม เฮียเอท้าวความก่อนปิดท้ายแบบรู้กันอยู่ แต่ช่วงนี้ก็เงียบลงไปมาก

 

ตลอดการพูดคุยกับทั้ง 3 แผง เราพยายามโน้มน้าวของถ่ายภาพเคลื่อนไหวหรือภาพนิ่งก็ยังดีแต่ก็ถูกปฎิเสธตลอด จนผมมาสังเกตได้ว่าร้านทั้ง 3 ไม่ได้ขายหนังสืออย่างเดียว แต่ขายทุกอย่างหรือพูดง่ายๆ ก็คือร้านโชห่วยที่มีแผงหนังสือประดับไว้ด้วยนั้นแหละ และรายได้จากการขายสินค้าหลายหมวดหมู่แบบนี้ก็คงเป็นสาเหตุให้เจ้าของร้านไม่อยากออกสื่อเท่าไหร่นัก

 

ภาพ: Reuters


ก่อนจากลาทั้ง 3 แผง ผมปิดท้ายด้วยคำถามข้อเดียวกันคือจะขายหนังสือแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ และน่าขำที่ทุกร้านตอบเหมือนกันหมดว่าก็จนกว่าสายส่งจะหยุดส่งหนังสือนั้นแหละ...................ในนามของคนทำหนังสือ ผมก็ขอบคุณทุกร้านมา ที่นี้ด้วยครับที่ยังสนับสนุนพวกเราอยู่

ขอบคุณจริงๆ


 

เรื่อง: 17aries




ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของแผงหนังสือเมืองไทย

ผมยังจำช่วงเวลาเมื่อสิบกว่าปีก่อนได้ดีที่ตอนเช้าจะเห็นสภากาแฟของเหล่าลุงๆ ตาๆ ร่ำเครื่องดื่มร้อนเย็นคู่กับการอ่านหนังสือพิมพ์บ้างก็นิตยสารรายปักษ์รายเดือนสภาพยับยู่ยี่แต่คือเครื่องยืนยันว่าพวกมันได้ถูกใช้งานจริงๆ สิบกว่าปีก่อนแผงหนังสือริมทางและร้านโชห่วยต่างพากันขายหนังสือทุกประเภทกันให้ว่อน วันเวลาผ่านไป อินเทอร์เน็ตเข้ามาเปลี่ยนบทบาทในการรับสื่อของคน ผลคือสื่อยุคเก่าทั้งวิทยุ โทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์กลายเป็นของตกยุคและทยอยล้มหายตายจากกันไปเป็นแถบๆ โดยเฉพาะอย่างหลังสุด

 

ข้อนี้ผมรู้ดีเพราะยังวนเวียนกับวงการสื่อสิ่งพิมพ์นี้ไม่ไปไหน แต่สิ่งที่ผมสนใจมากกว่าก็คือแล้วบรรดาแผงลอยขายหนังสือที่เหลืออยู่บางตาในเมืองไทยนั้น เพราะอะไรพวกเขาถึงยังขายอยู่ทั้งๆ ที่มันแทบจะไม่ทำกำไรเลย (อันนี้เราจะไม่นับร้านหนังสือแฟรนไชส์และร้านหนังสือที่เป็นลักษณะตึกพาณิชย์นะครับ)

 

ภาพ: Quartz

 

สะพานควาย อารีย์ และศรีย่านคือสถานที่ที่ผมยังเห็นแผงหนังสือเหล่านี้ขายอยู่ เลยอดไม่ได้ที่จะเข้าไปพูดคุยด้วย ความจริงแล้วผมตั้งใจจะทำบทความนี้ในรูปแบบของคลิปวีดีโอแต่ผิดคาดเพราะผู้ขายทุกแผงยอมให้สัมภาษณ์ในรูปแบบบทความเท่านั้น ไม่แม้กระทั่งจะยอมให้ถ่ายภาพนิ่ง อาจจะเพราะพวกเขาคือคนขายสื่อสิงพิมพ์กระมัง......ไม่ใช่หรอกครับ

 

พี่เจี๊ยบ เจ้าของแผงที่ศรีย่านเป็นคนเดียวที่บอกเราว่ายังรับนิตยสารและสิ่งพิมพ์มาขายเพราะว่าเธอชอบอ่านหนังสือ (ยืนยันได้จากการที่เธอรู้จักนิตยสารเอสไควร์ไทย) เดี๋ยวนี้ขายได้น้อยลงเยอะ วันนึงได้ 3-4 เล่มก็เก่งแล้ว เมื่อก่อนนะได้วันหลายสิบเล่มเลย เธอยืนยันกับเราพลางทอนเงินให้ลูกค้าที่มาซื้อเครื่องดื่ม ฟากย่านฮิปๆ อย่างอารีย์ก็เหลือแผงหนังสือเล็กๆ อยู่เพียงแผงเดียวนั้นก็คือร้านของป้าเล็กที่ป้าบอกเราตรงๆ ว่าที่ขายหนังสืออยู่นั้นไม่ได้รักการอ่านอะไรหรอก เพียงแต่เมื่อก่อนมันขายดีก็เลยรับมาขายบ้าง

 

ภาพ: Bloomberg

 

เดี๋ยวนี้ถ้าเด็กสายส่ง ส่งหนังสืออะไรมาให้ขายก็รับไว้หมดนั้นแหละ สงสาร ป้าเล็ก หญิงวัยเกษียณบอกเรา แล้วเล่าต่อว่าเดี๋ยวนี้ต่อให้เป็นปกดาราก็ยังขายยาก เมื่อก่อนก็เป็นปกBNK48  ที่ขายดี เป็ก-ผลิตโชคก็ขายดี ส่วนญาญ่านั้นพอได้ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยดีสักคน ไม่เท่าปกดาราเกาหลีป้าเล็กขยายความ เลยร้านป้าเล็กมาหน่อยตรงย่านสะพานควาย ผมเจอร้านของเฮียเอที่เฮียให้ข้อมูลการเลิกขายหนังสือของแผงหนังสือหลายๆ ร้านไว้อย่างน่าสนใจก็คือการไม่คุ้มทุนของสายส่งหนังสือ เดี๋ยวนี้มีสายส่งหนังสือน้อยลงเพราะมันไม่คุ้มค่าน้ำมัน นี่พี่ก็เคยเลิกขายไปเหมือนกันเพราะสายส่งแถวนี้เขาเลิกส่งหนังสือตอนน้ำท่วมใหญ่ปี 54 แต่พอช่วงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อปี 59 หนังสือมันกลับมาบูมอีกครั้ง สายส่งก็เลยกลับมาส่งใหม่ เลยกลับมาขายเหมือนเดิม เฮียเอท้าวความก่อนปิดท้ายแบบรู้กันอยู่ แต่ช่วงนี้ก็เงียบลงไปมาก

 

ตลอดการพูดคุยกับทั้ง 3 แผง เราพยายามโน้มน้าวของถ่ายภาพเคลื่อนไหวหรือภาพนิ่งก็ยังดีแต่ก็ถูกปฎิเสธตลอด จนผมมาสังเกตได้ว่าร้านทั้ง 3 ไม่ได้ขายหนังสืออย่างเดียว แต่ขายทุกอย่างหรือพูดง่ายๆ ก็คือร้านโชห่วยที่มีแผงหนังสือประดับไว้ด้วยนั้นแหละ และรายได้จากการขายสินค้าหลายหมวดหมู่แบบนี้ก็คงเป็นสาเหตุให้เจ้าของร้านไม่อยากออกสื่อเท่าไหร่นัก

 

ภาพ: Reuters


ก่อนจากลาทั้ง 3 แผง ผมปิดท้ายด้วยคำถามข้อเดียวกันคือจะขายหนังสือแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ และน่าขำที่ทุกร้านตอบเหมือนกันหมดว่าก็จนกว่าสายส่งจะหยุดส่งหนังสือนั้นแหละ...................ในนามของคนทำหนังสือ ผมก็ขอบคุณทุกร้านมา ที่นี้ด้วยครับที่ยังสนับสนุนพวกเราอยู่

ขอบคุณจริงๆ


 

เรื่อง: 17aries