The Square

Are you politically correct?

            The Square เป็นผลงานเรื่องล่าสุดของ รูเบน ออสลุนด์ ผู้เคยสร้างชื่อจาก Force Majeure (หนังที่เริ่มต้นจากการเป็นหนังภัยพิบัติแต่ไปได้ไกลกว่าการเป็นหนังภัยพิบัติ) โดยในครั้งนี้เขาไปได้ไกลกว่าเดิม เพราะ The Square พาเขาคว้ารางวัลปาล์มทองคำอันเป็นรางวัลสูงสุดของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์เมื่อปี 2017 มาแล้ว

 

            ...แต่ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมดก็คือ ดังที่ชื่อบทความได้บอกใบ้ไว้แล้ว ผลงานชิ้นนี้ของออสลุนด์ไม่ได้เป็นแค่เพียงหนังที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่มันยังเป็นเหมือนบททดสอบความถูกต้องทางการเมือง หรือ Political Correctness กับเราๆ ท่านๆ ด้วย

 

            สำหรับผู้ที่สนใจความเคลื่อนไหวทางสังคมอย่างต่อเนื่อง คงเข้าใจกันดีว่าคำว่า PC ในการรับรู้ของประชาคมโลกยุคนี้นั้นไม่ได้หมายถึง Personal Computer หรือคอมพิวเตอร์ส่วนตัวเท่านั้นอีกแล้ว แต่มันยังย่อมาจาก Political Correctness หรือความถูกต้องทางการเมืองอีกด้วย ซึ่งถ้าให้อธิบายกันอย่างรวบรัด ความถูกต้องทางการเมืองที่ว่านี้ก็คือการใช้ภาษา, ความคิดเห็น, นโยบาย และ พฤติกรรมที่เป็นการหลีกเลี่ยงการดูหมิ่นหรือการสร้างความรู้สึกขุ่นเคืองแก่เพศ, ผิว, วัฒนธรรม, เพศภาพ, ผู้พิการ และ สิ่งที่เกี่ยวกับผู้มีอายุขัย

 

            ในขั้นพื้นฐาน แน่นอนว่า PC น่าจะเป็นสิ่งที่ดี มันช่วยให้เรารู้จักยับยั้งชั่งใจและฉุกคิดทุกครั้งที่อาจจะปล่อยคำพูดที่ทำร้ายคนอื่น (ไม่ว่าจะเป็นคำพูดเชิงเหยียดหรือปักป้ายเหมารวม) และในสังคมที่เหยียดกันจนเป็นนิสัยไปจนกระทั่งขาดความตระหนักรู้อย่างสังคมไทยแล้ว (ในเมื่อเรายังมีซิตคอมที่เต็มไปด้วยการเหยียดแบบจงใจอย่าง ‘เป็นต่อ’) คำว่า PC ก็น่าจะเป็นคำที่ได้รับการแนะนำให้ทำความรู้จัก ทำความเข้าใจ และนำไปปรับใช้เพื่อลดทอนการทำร้ายกันโดยไม่ตั้งใจ

 

            อย่างไรก็ตาม ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งความเข้าใจเกี่ยวกับ PC ผ่านช่วง first wave ไปแล้วนั้น ความรู้สึกที่ผู้คนมีต่อคำว่า PC กลับเปลี่ยนไปในทางตรงข้าม ทั้งยังมีการเริ่มตั้งคำถามกับ PC ว่ามันช่วยให้สังคมดีขึ้นหรือทำให้เกิดความยุ่งยากน่ารำคาญยิ่งขึ้นกันแน่ นั่นเพราะ หากเราต้องการทำให้ทุกอย่าง PC ทุกกระเบียดนิ้วแล้ว เราก็อาจจะพูดหรือทำอะไรไม่ได้เลย เพราะมีความเชื่อ (ที่ค่อนข้างจะจริงจัง) ว่าเราในฐานะมนุษย์นั้น ล้วนมีความ ‘เหยียด’ อยู่ในตัวคนละนิดคนละหน่อยอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะพูดอะไรออกไปโดยไม่กระทบใครเลยสักนิด และเมื่อเราพูดอะไรไม่ได้ ก็เป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักแห่งเสรีภาพในการพูดและการกระทำ ซึ่งก็ถือว่าไม่ PC เช่นกัน...ดังนั้น PC จึงเป็นสิ่งที่ย้อนแย้งในตัวเอง การพยายามที่จะ PC อย่างถึงที่สุดท้ายแล้วกลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่ PC ในตัวมันเอง

 

            The Square ได้ตั้งคำถามถึงขอบเขตของ PC ไว้ โดยการโยนแบบทดสอบไม่ใช่เฉพาะกับ คริสเตียน (Claes Bang)ตัวเอกของเรื่องเท่านั้น แต่คนดูอย่างเราๆ ก็ยังได้มีโอกาสสำรวจความรู้สึกของตัวเองไปพร้อมๆ กันด้วย เพราะสถานการณ์ที่ตัวเอกซึ่งเป็นภัณฑารักษ์ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งหนึ่งต้องประสบพบเจอนั้น เป็นปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้งด้านชนชั้น, เพศสภาพ, สังขาร หรือกระทั่งสีผิว ซึ่งตั้งคำถามดังหัวข้อที่เราได้เสนอไว้แล้วว่า “คุณมีความถูกต้องทางการเมืองแค่ไหน?” เช่น เราจะสามารถไว้ใจเพื่อนมนุษย์ด้วยการฝากของไว้กับคนที่เราไม่รู้จักได้หรือไม่, เราจะทำความเข้าใจกับการที่มีคนก่อความไม่สงบในที่สาธารณะ โดยไม่มีอคติหรือตัดสินล่วงหน้าได้มากน้อยแค่ไหน, เราจำเป็นต้องอดทนและให้อภัยการก้าวล้ำของคนอื่นเพียงเพราะการตอบโต้จะนำไปสู่ความไม่ถูกต้องทางการเมืองหรือไม่...ซึ่งเมื่อทบทวนดูแล้ว เราก็อาจจะพบว่าตัวเรานั้นที่จริงแล้วก็ไม่ PC อย่างที่เราคิดนัก

 

            อย่างไรก็ตาม นั่นก็เป็นปัญหาของ PC ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งอย่างที่บอกว่าความเข้าใจใน PC ผ่านช่วง first wave ไปแล้ว แต่กับในสังคมไทยนั้น (ที่ประชาชนจำนวนมากยังสนุกกับมุกตลกจงใจเหยียดแบบในซิตคอม ‘เป็นต่อ’) อาจจะยังไม่ต้องคุยกันลึกซึงถึงขั้นนี้ เอาแค่พูดคำว่า PC แล้วไม่คิดถึงแต่ personal computer ก็น่าจะโอเคแล้ว (อุ๊ปส์! พูดแบบนี้ไม่ PC เอาซะเลย)

 

Text by Vorakorn Weerakul

Photography by Courtesy of The Square


YOU MIGHT LIKE !



The Square

Are you politically correct?

            The Square เป็นผลงานเรื่องล่าสุดของ รูเบน ออสลุนด์ ผู้เคยสร้างชื่อจาก Force Majeure (หนังที่เริ่มต้นจากการเป็นหนังภัยพิบัติแต่ไปได้ไกลกว่าการเป็นหนังภัยพิบัติ) โดยในครั้งนี้เขาไปได้ไกลกว่าเดิม เพราะ The Square พาเขาคว้ารางวัลปาล์มทองคำอันเป็นรางวัลสูงสุดของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์เมื่อปี 2017 มาแล้ว

 

            ...แต่ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมดก็คือ ดังที่ชื่อบทความได้บอกใบ้ไว้แล้ว ผลงานชิ้นนี้ของออสลุนด์ไม่ได้เป็นแค่เพียงหนังที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่มันยังเป็นเหมือนบททดสอบความถูกต้องทางการเมือง หรือ Political Correctness กับเราๆ ท่านๆ ด้วย

 

            สำหรับผู้ที่สนใจความเคลื่อนไหวทางสังคมอย่างต่อเนื่อง คงเข้าใจกันดีว่าคำว่า PC ในการรับรู้ของประชาคมโลกยุคนี้นั้นไม่ได้หมายถึง Personal Computer หรือคอมพิวเตอร์ส่วนตัวเท่านั้นอีกแล้ว แต่มันยังย่อมาจาก Political Correctness หรือความถูกต้องทางการเมืองอีกด้วย ซึ่งถ้าให้อธิบายกันอย่างรวบรัด ความถูกต้องทางการเมืองที่ว่านี้ก็คือการใช้ภาษา, ความคิดเห็น, นโยบาย และ พฤติกรรมที่เป็นการหลีกเลี่ยงการดูหมิ่นหรือการสร้างความรู้สึกขุ่นเคืองแก่เพศ, ผิว, วัฒนธรรม, เพศภาพ, ผู้พิการ และ สิ่งที่เกี่ยวกับผู้มีอายุขัย

 

            ในขั้นพื้นฐาน แน่นอนว่า PC น่าจะเป็นสิ่งที่ดี มันช่วยให้เรารู้จักยับยั้งชั่งใจและฉุกคิดทุกครั้งที่อาจจะปล่อยคำพูดที่ทำร้ายคนอื่น (ไม่ว่าจะเป็นคำพูดเชิงเหยียดหรือปักป้ายเหมารวม) และในสังคมที่เหยียดกันจนเป็นนิสัยไปจนกระทั่งขาดความตระหนักรู้อย่างสังคมไทยแล้ว (ในเมื่อเรายังมีซิตคอมที่เต็มไปด้วยการเหยียดแบบจงใจอย่าง ‘เป็นต่อ’) คำว่า PC ก็น่าจะเป็นคำที่ได้รับการแนะนำให้ทำความรู้จัก ทำความเข้าใจ และนำไปปรับใช้เพื่อลดทอนการทำร้ายกันโดยไม่ตั้งใจ

 

            อย่างไรก็ตาม ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งความเข้าใจเกี่ยวกับ PC ผ่านช่วง first wave ไปแล้วนั้น ความรู้สึกที่ผู้คนมีต่อคำว่า PC กลับเปลี่ยนไปในทางตรงข้าม ทั้งยังมีการเริ่มตั้งคำถามกับ PC ว่ามันช่วยให้สังคมดีขึ้นหรือทำให้เกิดความยุ่งยากน่ารำคาญยิ่งขึ้นกันแน่ นั่นเพราะ หากเราต้องการทำให้ทุกอย่าง PC ทุกกระเบียดนิ้วแล้ว เราก็อาจจะพูดหรือทำอะไรไม่ได้เลย เพราะมีความเชื่อ (ที่ค่อนข้างจะจริงจัง) ว่าเราในฐานะมนุษย์นั้น ล้วนมีความ ‘เหยียด’ อยู่ในตัวคนละนิดคนละหน่อยอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะพูดอะไรออกไปโดยไม่กระทบใครเลยสักนิด และเมื่อเราพูดอะไรไม่ได้ ก็เป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักแห่งเสรีภาพในการพูดและการกระทำ ซึ่งก็ถือว่าไม่ PC เช่นกัน...ดังนั้น PC จึงเป็นสิ่งที่ย้อนแย้งในตัวเอง การพยายามที่จะ PC อย่างถึงที่สุดท้ายแล้วกลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่ PC ในตัวมันเอง

 

            The Square ได้ตั้งคำถามถึงขอบเขตของ PC ไว้ โดยการโยนแบบทดสอบไม่ใช่เฉพาะกับ คริสเตียน (Claes Bang)ตัวเอกของเรื่องเท่านั้น แต่คนดูอย่างเราๆ ก็ยังได้มีโอกาสสำรวจความรู้สึกของตัวเองไปพร้อมๆ กันด้วย เพราะสถานการณ์ที่ตัวเอกซึ่งเป็นภัณฑารักษ์ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งหนึ่งต้องประสบพบเจอนั้น เป็นปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้งด้านชนชั้น, เพศสภาพ, สังขาร หรือกระทั่งสีผิว ซึ่งตั้งคำถามดังหัวข้อที่เราได้เสนอไว้แล้วว่า “คุณมีความถูกต้องทางการเมืองแค่ไหน?” เช่น เราจะสามารถไว้ใจเพื่อนมนุษย์ด้วยการฝากของไว้กับคนที่เราไม่รู้จักได้หรือไม่, เราจะทำความเข้าใจกับการที่มีคนก่อความไม่สงบในที่สาธารณะ โดยไม่มีอคติหรือตัดสินล่วงหน้าได้มากน้อยแค่ไหน, เราจำเป็นต้องอดทนและให้อภัยการก้าวล้ำของคนอื่นเพียงเพราะการตอบโต้จะนำไปสู่ความไม่ถูกต้องทางการเมืองหรือไม่...ซึ่งเมื่อทบทวนดูแล้ว เราก็อาจจะพบว่าตัวเรานั้นที่จริงแล้วก็ไม่ PC อย่างที่เราคิดนัก

 

            อย่างไรก็ตาม นั่นก็เป็นปัญหาของ PC ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งอย่างที่บอกว่าความเข้าใจใน PC ผ่านช่วง first wave ไปแล้ว แต่กับในสังคมไทยนั้น (ที่ประชาชนจำนวนมากยังสนุกกับมุกตลกจงใจเหยียดแบบในซิตคอม ‘เป็นต่อ’) อาจจะยังไม่ต้องคุยกันลึกซึงถึงขั้นนี้ เอาแค่พูดคำว่า PC แล้วไม่คิดถึงแต่ personal computer ก็น่าจะโอเคแล้ว (อุ๊ปส์! พูดแบบนี้ไม่ PC เอาซะเลย)

 

Text by Vorakorn Weerakul

Photography by Courtesy of The Square



LAST UPDATE