Hermes ฟันรายได้เกือบ 90 ล้านบาทในการกลับมาเปิดร้านวันแรกหลังหมด Lockdown ที่อู่ฮั่น ประเทศจีน

หลังมาตราการ Lockdown ประชาชนให้อยู่แต่ในบ้านเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ได้ประกาศใช้มาอย่างนานกว่า 72 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศปิดเมืองเมื่อวันที่  23 มกราคมที่ผ่านมา จนมาถึงวันที่ 7 เมษายน ชาวเมืองจำนวน 11 ล้านกว่าคนก็ได้รับข่าวดี เพราะทางการจีนประกาศให้เปิดเมืองตามปกติได้ในวันที่ 8 เมษายน และประชาชนที่มีใบอนุญาตสามาถเดินทางออกนอกเมืองและเคหะสถานได้แล้ว

 


ความอัดอั้นที่ต้องอยู่แต่ในบ้านมา 70 กว่าวัน ทำให้ชาวเมืองทั้งหลายออกมาช็อปปิ้งและเดินทางกันกระหน่ำ โดยหนึ่งในที่หมายของนักเดินทางจากอู่อั่น ก็คือเมืองกวางโจ่ว ในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเมืองที่เจริญที่สุดของประเทศจีน คาดการณ์ว่ามีคนราว 55,000 คนเดินทางออกจากเมืองด้วยรถไฟและกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของคนพวกนี้มุ่งหน้าไปยังเขต Pearl River Delta ในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นเขตที่มีเมืองใหญ่ๆ ศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมอยู่มากมาย เช่น เมืองกวางโจ่ว, เมืองเสินเจิ้น, เมืองเจียงเหมิน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นที่ตั้งของร้าน Hermes ที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ในจีนที่ตึก Taikoo Hui ในเมืองกวางโจ่ว

 

 

รายงานจาก WWD ระบุว่า หลังจากที่บูตีกของ Hermes ที่ Taikoo Hui กลับมาเปิดในวันเสาร์ ร้านก็สามารถทำรายได้ไปแล้วอย่างน้อย 19 ล้านหยวนหรือราว 88 ล้านบาท เพราะว่าบูตีก Hermes แห่งนี้มีขนาดใหญ่โตกว่า 500 ตารางเมตร พร้อมสินค้าในหลากหลายหมวดหมู่ของแบรนด์ ตั้งแต่กระเป๋ารุ่นดังอย่าง Birkin และ Kelly ที่ทำจากหนังสัตว์ Exotic, เสื้อผ้าแบบ Ready To Wear, เครื่องประดับและนาฬิกา รวมทั้งยังมีเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน Hermes Home ไว้ให้บริการด้วย จึงไม่แปลกที่จะสามารถทำเงินได้มากในเวลาแค่วันเดียว และการใช้เงินเช่นนี้ก็สอดคล้องกับการวิเคราะห์ของสื่อด้วยว่าหลังสิ้นสุดการ Lockdown ประชาชนจะออกมาจับจ่ายใช้สอยมากเป็นประวัติการณ์ 

 

Hermes Birkin

 

แต่คำถามต่อไปและเป็นภาระกิจหนักของรัฐบาลจีนด้วย นั้นก็คือ เศรษฐกิจของจีนหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร เพราะการใช้จ่ายหลังการปลดมาตราการ Lockdown ของคนจีนอาจไม่อยู่ยาวนานและเพียงพอที่จะเยียวยาบาดแผลทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นในช่วงที่ไวรัสระบาดหนัก แถมตอนนี้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกก็ยังประสบภัยโควิด-19 นี้รุนแรงอยู่

และเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ธนาคารโลกได้ออกมาคาดการณ์แล้วว่าปี 2020 นี้ เศรษฐกิจจีนจะเติบโตเพียงร้อยละ 2.3 ซึ่งหากเป็นจริง จะเป็นตัวเลขการเติบโตที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่จีนเปิดและปฏิรูปประเทศเมื่อปี 1976 เลยทีเดียว ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาก็ทำให้เศรษฐกิจจีนเติบโตเพียงร้อยละ 6.1 ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในรอบ 29 ปีอยู่แล้ว และปีนี้มาเจอกับวิกฤตโควิด-19 ในประเทศที่แพร่ไปทั่วโลกอีก ก็คงต้องบอกว่าเป็นปีที่ยากจริงๆ สำหรับรัฐบาลจีน


เรื่อง: KANt

ภาพ: Courtesy of Brand, Reuters




Hermes ฟันรายได้เกือบ 90 ล้านบาทในการกลับมาเปิดร้านวันแรกหลังหมด Lockdown ที่อู่ฮั่น ประเทศจีน

หลังมาตราการ Lockdown ประชาชนให้อยู่แต่ในบ้านเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ได้ประกาศใช้มาอย่างนานกว่า 72 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศปิดเมืองเมื่อวันที่  23 มกราคมที่ผ่านมา จนมาถึงวันที่ 7 เมษายน ชาวเมืองจำนวน 11 ล้านกว่าคนก็ได้รับข่าวดี เพราะทางการจีนประกาศให้เปิดเมืองตามปกติได้ในวันที่ 8 เมษายน และประชาชนที่มีใบอนุญาตสามาถเดินทางออกนอกเมืองและเคหะสถานได้แล้ว

 


ความอัดอั้นที่ต้องอยู่แต่ในบ้านมา 70 กว่าวัน ทำให้ชาวเมืองทั้งหลายออกมาช็อปปิ้งและเดินทางกันกระหน่ำ โดยหนึ่งในที่หมายของนักเดินทางจากอู่อั่น ก็คือเมืองกวางโจ่ว ในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเมืองที่เจริญที่สุดของประเทศจีน คาดการณ์ว่ามีคนราว 55,000 คนเดินทางออกจากเมืองด้วยรถไฟและกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของคนพวกนี้มุ่งหน้าไปยังเขต Pearl River Delta ในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นเขตที่มีเมืองใหญ่ๆ ศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมอยู่มากมาย เช่น เมืองกวางโจ่ว, เมืองเสินเจิ้น, เมืองเจียงเหมิน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นที่ตั้งของร้าน Hermes ที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ในจีนที่ตึก Taikoo Hui ในเมืองกวางโจ่ว

 

 

รายงานจาก WWD ระบุว่า หลังจากที่บูตีกของ Hermes ที่ Taikoo Hui กลับมาเปิดในวันเสาร์ ร้านก็สามารถทำรายได้ไปแล้วอย่างน้อย 19 ล้านหยวนหรือราว 88 ล้านบาท เพราะว่าบูตีก Hermes แห่งนี้มีขนาดใหญ่โตกว่า 500 ตารางเมตร พร้อมสินค้าในหลากหลายหมวดหมู่ของแบรนด์ ตั้งแต่กระเป๋ารุ่นดังอย่าง Birkin และ Kelly ที่ทำจากหนังสัตว์ Exotic, เสื้อผ้าแบบ Ready To Wear, เครื่องประดับและนาฬิกา รวมทั้งยังมีเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน Hermes Home ไว้ให้บริการด้วย จึงไม่แปลกที่จะสามารถทำเงินได้มากในเวลาแค่วันเดียว และการใช้เงินเช่นนี้ก็สอดคล้องกับการวิเคราะห์ของสื่อด้วยว่าหลังสิ้นสุดการ Lockdown ประชาชนจะออกมาจับจ่ายใช้สอยมากเป็นประวัติการณ์ 

 

Hermes Birkin

 

แต่คำถามต่อไปและเป็นภาระกิจหนักของรัฐบาลจีนด้วย นั้นก็คือ เศรษฐกิจของจีนหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร เพราะการใช้จ่ายหลังการปลดมาตราการ Lockdown ของคนจีนอาจไม่อยู่ยาวนานและเพียงพอที่จะเยียวยาบาดแผลทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นในช่วงที่ไวรัสระบาดหนัก แถมตอนนี้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกก็ยังประสบภัยโควิด-19 นี้รุนแรงอยู่

และเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ธนาคารโลกได้ออกมาคาดการณ์แล้วว่าปี 2020 นี้ เศรษฐกิจจีนจะเติบโตเพียงร้อยละ 2.3 ซึ่งหากเป็นจริง จะเป็นตัวเลขการเติบโตที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่จีนเปิดและปฏิรูปประเทศเมื่อปี 1976 เลยทีเดียว ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาก็ทำให้เศรษฐกิจจีนเติบโตเพียงร้อยละ 6.1 ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในรอบ 29 ปีอยู่แล้ว และปีนี้มาเจอกับวิกฤตโควิด-19 ในประเทศที่แพร่ไปทั่วโลกอีก ก็คงต้องบอกว่าเป็นปีที่ยากจริงๆ สำหรับรัฐบาลจีน


เรื่อง: KANt

ภาพ: Courtesy of Brand, Reuters