Greta Thunberg กับการเมืองเรื่องโลกร้อน

เรื่องรอบโลกที่เราว่าน่าสนใจในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คือการเข้าร่วมประชุมยูนเอ็นของ Greta Thunberg นักเคลื่อนไหวต้านโลกร้อนวัย 16 ปี ซึ่งเรามองว่าการมาประชุมยูเอ็นของเกรต้าคือเรื่องการเมืองไม่ว่าเธอจะรู้ตัว จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

 

ในมุมมองของเกธต้าและยูเอ็นคือหลายประเทศทำเป็นจะช่วยลดโลกร้อน แต่สุดท้ายก็ไม่ ทำเป็นมือถือสากปากถือศีล เราไม่ต้องการการรณรงค์อีกต่อไปแล้วแต่เราต้องการการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง เนื้อความในสปีชของเธอพูดถึงเรื่องปัญหาโลกร้อนในระดับโครงสร้างเสียทีว่ามันไม่ใช่แค่เราใช้ถุงพลาสติกสิ้นเปลือง เปิดแอร์บ่อยหรืออะไรทำนองนั้น แต่มันคือภาครัฐไม่ใส่ใจจะช่วยประชาชนสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี

 

 

เราไม่มีทางลดขยะได้อย่างเป็นรูปธรรมหากขาดการสนับสนุนจากรัฐ เราไม่มีทางรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนหากขาดรัฐ ไม่อย่างงั้นเราจะมีพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติไว้ทำไม?

 

ยูเอ็นเล่นเกมเป็นว่าพวกเขาต้องการเสียงแบบไหนที่จะสื่อออกไปให้คนมีอารมณ์ร่วมมากที่สุด ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม พวกเขาให้ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอมาพูดก็ได้ รายนั้นก็ช่วยโลกร้อนไม่มีใครเถียง แต่ต้องยอมรับว่าลีโอฯ ก็เป็นดารา เป็นคนอีกระดับนึง มีความอีลิทในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ง่ายกว่าคนทั่วไป แต่กับเกรต้าคือเป็นเด็กชนชั้นกลางทั่วไป แถมมีอาการออทิสติกร่วมแล้วสร้างยังสร้างกระแสได้ในระดับประเทศ ระดับภูมิภาคก่อนจะมาสู่ระดับโลก อิมแพ็คต่างๆ มันแรงกว่าอยู่แล้ว

 

เราเข้าใจในความเห็นที่ว่าเกรต้าและหลายๆ คนสุดโต่งเกี่ยวกับเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากชมเชยก็คือเธอพูดในสิ่งที่ผู้นำหลายประเทศควรทำคือการเปลี่ยนโครงสร้างให้การทำงานของรัฐช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่วนข้อมูลตัวเลขต่างๆ ที่เกรต้าใช้อ้างอิงนั้น ถ้ามันผิดก็ไปแก้ได้ แต่ถ้าเรายังไม่เข้าใจจริงๆ ว่าปัญหาอยู่ตรงไหนนั้นแหละเราก็จะวนลูปอยู่ที่การรณรงค์ปลูกต้นไม้ร้อยต้นไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น

 

Donald Trump และ Greta Thunberg ร่วมเฟรมเดียวกันแบบบังเอิญ ซึ่งภาพนี้ก็กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลก

 

วันที่เกธต้าขึ้นพูด โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่ประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีส (ว่าด้วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์) ก็มาร่วมประชุมนะครับทั้งๆ ที่ไม่ได้มีหมายจะมาเข้าร่วมในวันนั้น ถึงแม้ว่าสุดท้ายทรัมป์ก็ไม่ได้สนใจอะไรเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม แต่เขาก็แซะเกรต้ากลับไปเหมือนกันว่าเป็น "a very happy young girl looking forward to a bright and wonderful future" ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขา และเกรต้าก็แซะกลับด้วยการเอาคำพูดนั้นไปใส่ในทวิตเตอร์ของตัวเองเสียเลย

 

 

 

 

ไม่ว่าการมายูเอ็นของเกรต้าครั้งนี้จะช่วยเปลี่ยนความคิดของผู้นำและคนอีกหลายคนบนโลกหรือไม่แต่อย่างน้อยเธอก็ได้พูดในสิ่งที่เชื่อ ได้ให้คนในสังคมมาถกเถียง ได้สร้างความตระหนักว่าปัญหามันไม่ได้จบลงภายในปีสองปีหรือสิบปีแต่มันจะอยู่ไปจนรุ่นลูกรุ่นหลานของเรา และสิ่งที่เธอจะสื่อก็คือเปลี่ยนระบบได้แล้วเพื่ออนาคตของทุกคน


เรื่อง: 17Aries

 

ภาพ: Reuters



Greta Thunberg กับการเมืองเรื่องโลกร้อน

เรื่องรอบโลกที่เราว่าน่าสนใจในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คือการเข้าร่วมประชุมยูนเอ็นของ Greta Thunberg นักเคลื่อนไหวต้านโลกร้อนวัย 16 ปี ซึ่งเรามองว่าการมาประชุมยูเอ็นของเกรต้าคือเรื่องการเมืองไม่ว่าเธอจะรู้ตัว จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

 

ในมุมมองของเกธต้าและยูเอ็นคือหลายประเทศทำเป็นจะช่วยลดโลกร้อน แต่สุดท้ายก็ไม่ ทำเป็นมือถือสากปากถือศีล เราไม่ต้องการการรณรงค์อีกต่อไปแล้วแต่เราต้องการการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง เนื้อความในสปีชของเธอพูดถึงเรื่องปัญหาโลกร้อนในระดับโครงสร้างเสียทีว่ามันไม่ใช่แค่เราใช้ถุงพลาสติกสิ้นเปลือง เปิดแอร์บ่อยหรืออะไรทำนองนั้น แต่มันคือภาครัฐไม่ใส่ใจจะช่วยประชาชนสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี

 

 

เราไม่มีทางลดขยะได้อย่างเป็นรูปธรรมหากขาดการสนับสนุนจากรัฐ เราไม่มีทางรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนหากขาดรัฐ ไม่อย่างงั้นเราจะมีพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติไว้ทำไม?

 

ยูเอ็นเล่นเกมเป็นว่าพวกเขาต้องการเสียงแบบไหนที่จะสื่อออกไปให้คนมีอารมณ์ร่วมมากที่สุด ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม พวกเขาให้ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอมาพูดก็ได้ รายนั้นก็ช่วยโลกร้อนไม่มีใครเถียง แต่ต้องยอมรับว่าลีโอฯ ก็เป็นดารา เป็นคนอีกระดับนึง มีความอีลิทในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ง่ายกว่าคนทั่วไป แต่กับเกรต้าคือเป็นเด็กชนชั้นกลางทั่วไป แถมมีอาการออทิสติกร่วมแล้วสร้างยังสร้างกระแสได้ในระดับประเทศ ระดับภูมิภาคก่อนจะมาสู่ระดับโลก อิมแพ็คต่างๆ มันแรงกว่าอยู่แล้ว

 

เราเข้าใจในความเห็นที่ว่าเกรต้าและหลายๆ คนสุดโต่งเกี่ยวกับเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากชมเชยก็คือเธอพูดในสิ่งที่ผู้นำหลายประเทศควรทำคือการเปลี่ยนโครงสร้างให้การทำงานของรัฐช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่วนข้อมูลตัวเลขต่างๆ ที่เกรต้าใช้อ้างอิงนั้น ถ้ามันผิดก็ไปแก้ได้ แต่ถ้าเรายังไม่เข้าใจจริงๆ ว่าปัญหาอยู่ตรงไหนนั้นแหละเราก็จะวนลูปอยู่ที่การรณรงค์ปลูกต้นไม้ร้อยต้นไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น

 

Donald Trump และ Greta Thunberg ร่วมเฟรมเดียวกันแบบบังเอิญ ซึ่งภาพนี้ก็กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลก

 

วันที่เกธต้าขึ้นพูด โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่ประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีส (ว่าด้วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์) ก็มาร่วมประชุมนะครับทั้งๆ ที่ไม่ได้มีหมายจะมาเข้าร่วมในวันนั้น ถึงแม้ว่าสุดท้ายทรัมป์ก็ไม่ได้สนใจอะไรเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม แต่เขาก็แซะเกรต้ากลับไปเหมือนกันว่าเป็น "a very happy young girl looking forward to a bright and wonderful future" ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขา และเกรต้าก็แซะกลับด้วยการเอาคำพูดนั้นไปใส่ในทวิตเตอร์ของตัวเองเสียเลย

 

 

 

 

ไม่ว่าการมายูเอ็นของเกรต้าครั้งนี้จะช่วยเปลี่ยนความคิดของผู้นำและคนอีกหลายคนบนโลกหรือไม่แต่อย่างน้อยเธอก็ได้พูดในสิ่งที่เชื่อ ได้ให้คนในสังคมมาถกเถียง ได้สร้างความตระหนักว่าปัญหามันไม่ได้จบลงภายในปีสองปีหรือสิบปีแต่มันจะอยู่ไปจนรุ่นลูกรุ่นหลานของเรา และสิ่งที่เธอจะสื่อก็คือเปลี่ยนระบบได้แล้วเพื่ออนาคตของทุกคน


เรื่อง: 17Aries

 

ภาพ: Reuters